เข้าสู่ระบบ“อ๊ะ...” หญิงสาวครางเสียงสั่นระริก แผ่นหลังแอ่นโค้งขึ้นเมื่อเขาดูดดึงสลับกับการใช้ปลายลิ้นตวัดวนถี่รัวที่ปลายยอด ในขณะที่อีกข้างก็ถูกปลายนิ้วแกร่งบดขยี้ที่ยอดดอกอย่างร้อนแรงเช่นเดียวกัน
มาร์คัสถอนปากออกจากทรวงอกแสนหวานแล้วลากจูบลงมาตามแนวหน้าท้องแบนราบผ่านสะดือมาหยุดอยู่ที่ขอบกางเกงชั้นในเหนือเนินเนื้อ สัมผัสร้อนผ่าวจากริมฝีปากและปลายลิ้นของเขาที่แตะลงบนผิวเนื้อแต่ละครั้งทำให้หญิงสาวสั่นสะท้านและครางฮือไปตลอดทาง
“หอมมาก…” ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกพร้อมกับทำหน้าเคลิบเคลิ้มขณะกรีดปลายจมูกโด่งเป็นสันไปตามรอยแยกของกลีบเนื้อที่อยู่ภายใต้ผ้าลูกไม้เนื้อบาง “ขอผมชิมหน่อยนะว่าจะหวานด้วยหรือเปล่า” เขาพึมพำเสียงต่ำพร่าอยู่กึ่งกลางหว่างขาเธอพลางรูดกางเกงชั้นในลงไปทางปลายเท้าอย่างนุ่มนวลแล้วประทับรอยจูบแผ่วเบาราวขนนกขึ้นมาตามปลีน่องและต้นขาด้านในจนมาสุดทางที่เนินเนื้อสีกุหลาบซึ่งกำลังแย้มเยิ้มได้ที่
“มาร์คคะ...อย่าทรมานฉันอีกเลย ฉันไม่ไหวแล้ว ฉันจะขาดใจตายเพราะคุณอยู่แล้ว...” เอวารินบอกเสียงกระเส่า สะโพกบิดส่ายไปมาเรียกร้องการบรรเทาความร้อนรุ่มที่เต้นตุบตับบีบรัดอยู่ภายใน
“คุณต้องการอะไร” เขาถามยั่วด้วยน้ำเสียงแตกพร่า
“ฉันต้องการคุณค่ะมาร์ค...คุณคนเดียวเท่านั้น”
“ผมจะให้สิ่งนั้นกับคุณ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้” มาร์คัสบอกด้วยน้ำเสียงเซ็กซี่ก่อนจะจับเรียวขาทั้งสองข้างของเธอให้แยกออกกว้างขึ้นแล้วกรีดปลายลิ้นขึ้นลงตามรอยแยกของเนินเนื้อสองถึงสามรอบแล้วดูดอย่างแรงเพื่อซึมซับหยาดหยดหอมหวานจากกายเธอ
ร่างบางสั่นสะท้านพลางหยัดสะโพกเข้าหาริมฝีปากและลิ้น สองมือเล็กขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่นจนยับย่น ลมหายใจหอบลึกขาดห้วงเมื่อเขาตวัดลิ้นวนรอบปุ่มเนื้อที่ไวต่อความรู้สึกอย่างแผ่วพลิ้วก่อนจะสอดแทรกเข้าสู่ความอ่อนนุ่มภายใน
เอวารินรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะแตกสลายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจากการปรนเปรอที่อ่อนโยนทว่าเร่าร้อนจนร่างกายแทบลุกเป็นไฟ ปลายลิ้นนุ่มที่แสนร้ายกาจยังคงขยับเข้าออกอย่างแข็งขัน ผลักดันให้เธอเฉียดเข้าใกล้จุดสุดยอดมากขึ้นทุกวินาที
“อ๊ะ” ร่างบางบิดเร่าทุรนทุราย มือไม้ปัดสะเปะสะปะจนเขาต้องยื่นมือขึ้นมาจับประสานกับมือเธอ ในขณะที่ปากและลิ้นก็ยังทำหน้าที่ของมันไม่หยุดหย่อนจนกระทั่งส่งเธอไปแตะจุดสูงสุดพร้อมเสียงหวีดร้องหวานล้ำและปลดปล่อยบางสิ่งที่หวานยิ่งกว่าออกจากร่างกายให้เขาได้กวาดชิมจนสมใจ
“หวานมาก” มาร์คัสเลื่อนตัวขึ้นไปจูบที่ริมฝีปากของหญิงสาวที่นอนตัวสั่นเทิ้ม ลมหายใจหอบลึกขาดห้วงราวกับจะขาดใจ
“คุณทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ” เอวารินถามเสียงแผ่วหวิวหลังจากนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจนลมหายใจกลับมาเป็นปกติ เขาช่างเป็นผู้ชายที่มหัศจรรย์เหลือเกิน เพียงแค่ปลายลิ้นก็สามารถส่งเธอให้พบกับความสุขซ่านราวกับล่องลอยอยู่บนสรวงสวรรค์ได้
“เพื่อความสุขของคุณมากกว่านี้ผมก็ทำได้” เขายิ้มอบอุ่นใส่นัยน์ตาเธอ “แต่คุณก็ต้องทำให้ผมด้วย...ได้มั้ยครับ” ปลายประโยค นั้นเว้าวอนด้วยน้ำเสียงเซ็กซี่เย้ายวนใจจนหญิงสาวแทบอ่อนระทวย
ขอแค่เขาบอกว่าต้องการอะไร เธอพร้อมจะทำให้ทุกอย่าง
มาร์คัสพลิกตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกับจับตัวหญิงสาวที่นอนอยู่ใต้ร่างให้ขึ้นมานอนทาบบนตัว
“จะเล่นอะไรคะ” เธอถามพึมพำพลางจูบที่แผงอกกว้างแผ่วเบา ส่งผลให้กล้ามหน้าอกของเขาแข็งเกร็งขึ้นมาทันที
“ใช้ปากของคุณกับร่างกายของผมเหมือนที่ผมทำให้คุณเมื่อกี้” ชายหนุ่มตอบเสียงสั่นพร่าด้วยความปรารถนาอันพลุ่งพล่านในขณะที่สองมือนวดเฟ้นบั้นท้ายกลมกลึงอย่างหนักมือ
“เริ่มจากตรงไหนก่อนดีคะ” เธอยืดตัวขึ้นไปกระซิบถามเสียงหวานล้ำที่ข้างหูของคนที่นอนหัวใจเต้นถี่รัวอยู่ใต้ร่างเธอโดยจงใจให้ปลายถันแข็งชันครูดไปบนผิวหน้าอกของเขา
มาร์คัสขบกรามแน่นแต่ก็ไม่สามารถสกัดกั้นเสียงครางทุ้มต่ำในลำคอไม่ให้หลุดรอดออกมาได้ เธอเร่าร้อนและช่างยั่วขนาดนี้ ถ้าเขาไม่ได้เป็นคนเปิดซิงเธอด้วยตัวเอง เขาจะไม่มีวันเชื่อเด็ดขาดว่าเธอไม่เคยผ่านมือใครมาก่อน
“คุณจะแก้แค้นผมเหรอ” มือใหญ่เลื่อนจากบั้นท้ายขึ้นมาจับบ่าเล็กทั้งสองข้างเพื่อจะดันตัวเธอลงไปเบื้องล่าง
“ใจเย็นสิคะ” เธอแกล้งฝืนตัวไว้แล้วเลื่อนใบหน้ามามองสบตาเขาด้วยแววตาขี้เล่นซุกซน ขาข้างหนึ่งขยับแทรกเข้าไปตรงกลางหว่างขาของเขาแล้วบดเบียดถูไถกับความเป็นชายที่เหยียดขยายเต็มลำ
“ริน ได้โปรด...” เขาไม่เคยอยากถูกผู้หญิงคนไหนครอบครองมากเท่านี้ ไม่เคยต้องเอ่ยปากขอร้องใครและไม่เคยมีใครทำให้เขาร้อนรุ่มได้มากขนาดนี้มาก่อนเช่นกัน
“อยากให้ฉันทำให้ขนาดนี้เลยเหรอคะ”
“ที่สุดในชีวิตที่รัก”
เอวารินยิ้มหวานให้เขาก่อนจะก้มลงประทับรอยจูบที่ปลายจมูกและริมฝีปากของเขาอย่างอ่อนโยนและลากเรื่อยลงมาตามลำตัวและลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องซึ่งหดเกร็งทุกครั้งที่เธอแตะปลายลิ้นลงบนผิวแล้วดูดเบาๆ อย่างที่เขาทำกับเธอ
“อืม...อย่างนั้นละ...ดีมาก” ชายหนุ่มครางฮือด้วยความสุขซ่าน เธอเรียนรู้จากเขาได้เร็วมาก
มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”
“ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ
นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ
ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ
หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช







