เข้าสู่ระบบมาร์คัสวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์กับคณะผู้บริหารที่นิวยอร์กเสร็จตอนตีสองครึ่งก็ปิดคอมพิวเตอร์แล้วหลับตาหมุนคอและไหล่ไล่ความเมื่อยขบ แต่ทันใดนั้นก็มีมือนุ่มๆ ของใครบางคนยื่นเข้ามาบีบบ่าทั้งสองข้างของเขาจากทางด้านหลัง ชายหนุ่มตกใจอุทานเสียงดังพร้อมกับสะดุ้งสุดตัว
“ฉันเองค่ะ” เอวารินยิ้มขำพลางโน้มตัวลงไปหอมแก้มเขาแล้วดันตัวกลับขึ้นมานวดบ่าให้เขาต่อ “แค่นี้ก็ตกใจแล้วเหรอคะ”
“คุณย่องเข้ามาเงียบๆ กลางดึกแบบนี้ใครจะไม่ตกใจ” เขายิ้มผ่อนคลายแล้วทิ้งหลังพิงพนักเก้าอี้ “สบายจัง...นวดที่อื่นให้ด้วยได้มั้ย”
“ไม่ได้ค่ะ”
“ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าจะให้นวดตรงไหน ทำไมรีบปฏิเสธ”
“ไม่ต้องบอกฉันก็รู้”
“เมียใครทำไมใจร้ายขนาดนี้เนี่ย” เขาบ่นงึมงำพลางดึงมือเธอไปจูบ
“วันนี้คุณทำทั้งเช้าทั้งกลางวันแล้วนะคะ ยังอยากทำอีกเหรอ”
ร่างสูงลุกขึ้นมาช้อนตัวหญิงสาวที่สวมชุดนอนวาบหวิวที่เห็นแล้วชวนให้ใจสั่นขึ้นมาอุ้มแล้วจุ๊บที่ริมฝีปากเธอเบาๆ “ผมอยากทุกทีที่อยู่ใกล้คุณ”
“ทำบ่อยขนาดนี้ไม่กลัวฉันช้ำบ้างหรือไงคะ” เธอแกล้งว่าขณะที่ถูกเขาอุ้มกลับไปที่ห้องนอน
“ผมถนอมเมียจะตาย คุณจะช้ำได้ยังไง” เขาวางเธอลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาแล้วขึ้นมานอนเบียดบนหมอนใบเดียวกัน
“ปิดไฟก่อนสิคะ ถ้าไม่ปิดไฟคุณนอนไม่หลับไม่ใช่เหรอ” เธอมองไปที่โคมไฟหัวเตียงซึ่งเป็นไฟดวงเดียวในห้องที่ยังส่องสว่างอยู่
“ผมยังไม่อยากหลับตอนนี้” เขาบอกพลางไล้ปลายจมูกไปตามพวงแก้มหอมละมุน “กลิ่นเมียหอมชื่นใจ”
เอวารินยิ้มน่ารักแล้วพลิกตัวขึ้นมานอนพาดทับอยู่บนอกกว้างจากนั้นก้มลงหอมแก้มเขาย้ำซ้ำๆ หลายครั้ง “กลิ่นสามีหอมชื่นใจกว่า”
มาร์คัสหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างมีความสุขพลางจับปอยผมที่ทิ้งตัวลงมาบังใบหน้าสวยหวานขึ้นไปทัดไว้ที่หลังใบหู “ผมชอบให้คุณหอมแก้มผมแบบนี้มากกว่าตบนะ”
เอวารินยิ้มแหยแบบรู้สึกผิดพลางมองไปที่ซีกแก้มขาวจัดของสามีที่ยังคงมีรอยฝ่ามือแดงเป็นปื้นให้เห็นอยู่จางๆ “ก็ตอนนั้นฉันโมโห”
“แล้วตอนนี้หายโกรธหรือยังครับ” มือหนาเริ่มซุกซนไต่เลื้อยไปตามเนินสะโพกและบั้นท้ายกลมกลึงอย่างแนบเนียน
“หายแล้วค่ะ” เธอตอบเสียงหวานพลางก้มลงจูบที่ร่องรอยบนแก้มเขาอย่างอ่อนโยนเพื่อเป็นการขอโทษ “เจ็บมากมั้ยคะ”
“เจ็บตรงนี้มากกว่า” เขาจับมือเธอมาวางตรงอกข้างซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจ “เจ็บที่เห็นคุณร้องไห้ และกลัวว่าจะต้องเสียคุณไป”
“คุณรักฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ถ้าไม่มากผมก็คงไม่ลงทุนหลอกคุณจดทะเบียนสมรสหรอก” เขาจับร่างบางที่เกยทับอยู่บนอกให้นอนหงายลงบนที่นอน “แล้วก็จะมีลูกกับคุณเพื่อผูกมัดคุณไว้ด้วย”
เอวารินหัวเราะคิกคักกับคำพูดและสีหน้าจริงจังของเขา
“คุณขำอะไร” เขาเริ่มเสียเซลฟ์ ไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดไป
“ฉันเคยเห็นแต่ผู้หญิงปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจับผู้ชาย แต่คุณกำลังจะทำให้ฉันท้องเพื่อจะจับฉันเนี่ยนะ”
“ผมคิดอะไรไม่ออก แล้วก็กลัวคุณรู้ความจริงแล้วจะโกรธจนไม่ให้อภัยผม...”
“ก็เลยคิดจะใช้ลูกเป็นเครื่องมือ” เธอต่อให้อย่างรู้ทัน “ถ้าลูกรู้ต้องน้อยใจแย่ที่ตกเป็นเครื่องมือของพ่อ”
“ลูกต้องภูมิใจมากกว่าที่ได้ช่วยให้พ่อกับแม่ได้อยู่ด้วยกัน” ว่าแล้วเขาก็ดึงชายกระโปรงชุดนอนของหญิงสาวขึ้นมากองไว้ที่ใต้ฐานทรวงอกเผยให้เห็นร่างกายท่อนล่างเปลือยเปล่าเพราะปกติเธอจะไม่สวมชุดชั้นในนอนอยู่แล้ว
“ว้าย! จะทำอะไรคะ” หญิงสาวรู้สึกเย็นวาบที่ช่วงล่าง
“ขอแด๊ดดี้ส่องดูหน่อยนะครับว่าลูกมาหรือยัง” เขาเลื่อนตัวลงไปแทรกอยู่กลางหว่างขาเธอแล้วซุกใบหน้าลงบนเนินหน้าท้องแบนราบ
“ลูกยังไม่มาเร็วขนาดนั้นหรอกค่ะ” เอวารินยิ้มให้กับความน่ารักและขี้เล่นของสามี ถ้าการความจำเสื่อมคือความโชคร้ายที่สุดในชีวิต ผู้ชายคนนี้ก็ถือเป็นความโชคดีในความโชคร้ายที่เธอได้มาโดยไม่คาดฝัน
“งั้นผมคงต้องเข้าไปตามลูกอีกครั้ง” เขาบอกพึมพำพลางไล้ปลายลิ้นไปรอบสะดือแล้วลากต่ำลงไปยังเนินเนื้อเบื้องล่าง สองมือนวดคลึงที่โค้งสะโพกเนียนนุ่ม
“อื้อ...” หญิงสาวครางเสียงแผ่ว สัมผัสเพียงเล็กน้อยจากเขาก็ทำให้เธอร้อนผ่าวและเปียกชื้น
มาร์คัสยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วของภรรยาผู้เร่าร้อน แต่เท่านี้ยังไม่พอ เขาต้องทำให้ร่างกายเธอพร้อมมากกว่านี้เพื่อถนอมความบอบบางไม่ให้ชอกช้ำ
เขาเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นไปนวดคลึงทรวงอกนุ่มเด้งแล้วดึงรั้งที่ปลายยอดอย่างอ่อนโยน ในขณะที่ลิ้นนุ่มตวัดลงบนปุ่มเนื้ออ่อนไหวที่ไวต่อความรู้สึก
“มาร์คคะ...เข้ามาเถอะ” หญิงสาวครางกระเส่า การถูกจู่โจมทั้งบนและล่างพร้อมกันแบบนี้ทำให้เธอร้อนรุ่มจนแทบทนไม่ไหว
ริมฝีปากหยักสวยที่แนบชิดอยู่กับเนินเนื้ออ่อนนุ่มคลี่ออกเป็นรอยยิ้มนิดหนึ่งก่อนจะให้ตามคำเรียกร้อง แต่ยังไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการเสียทีเดียว
“คุณแกล้งฉัน...อ๊ะ...” เอวารินบ่นพึมพำพร้อมกับสะโพกที่หยัดขึ้นเมื่อนิ้วแกร่งทั้งสองที่ฝังลึกอยู่ภายในร่างกายเริ่มหมุนวนสะกิดปุ่มเนื้อลึกลับภายในความเสียวซ่านก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง ยิ่งเขาขยับเข้าออกอย่างถี่รัวพร้อมกับบดขยี้ปุ่มกระสันที่อยู่ภายนอกด้วยความช่ำชอง ทำให้เธอหวีดร้องและสั่นกระตุกอย่างรุนแรง
มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”
“ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ
นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ
ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ
หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช







