หน้าหลัก / โรแมนติก / รสสวาทมาเฟียร้าย / 8.3 | ความทรงจำที่ไม่มีเขา

แชร์

8.3 | ความทรงจำที่ไม่มีเขา

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 10:28:02

เอวารินงัวเงียตื่นขึ้นมาในตอนสายของวันต่อมาแล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่หนักอึ้งพาดทับอยู่กลางลำตัว ร่างกายก็เมื่อยล้าราวกับไปออกรบมาทั้งคืน คนสะลึมสะลือสอดมือเข้าไปลูบคลำบางสิ่งใต้ผ้าห่มทั้งที่ยังไม่ลืมตาพร้อมกับพูดพึมพำไปด้วย

               “กลม...ยาว...ใหญ่...แข็ง...”

ลักษณะเหมือนแขนผู้ชาย เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นพร้อมกับหันขวับไปมองด้านข้างจึงได้เห็นว่ามีใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่กำลังหลับสนิทซุกอยู่กับซอกคอของเธอ

หญิงสาวเบิกตากว้างขึ้นกว่าเดิมด้วยความช็อกสุดขีดแล้วกรี๊ดสนั่นพร้อมกับทั้งถีบและผลักร่างหนาที่นอนกอดก่ายเธอไว้ทั้งตัวให้หล่นตุ้บลงไปกองกับพื้นข้างเตียง

“คุณเป็นอะไร ฝันร้ายเหรอ” มาร์คัสลุกขึ้นยืนข้างเตียงพลางยกมือลูบก้นเปลือยเปล่าป้อยๆ ด้วยความเจ็บ “คุณนี่แรงเยอะเหมือนกันนะเนี่ย ก้นกบผมแทบร้าว”

เอวารินนั่งตัวแข็งทื่ออ้าปากค้าง ดวงตาที่เบิกกว้างจ้องมองเรือนร่างกำยำเปลือยเปล่าตรงหน้าด้วยความตกตะลึง และความเป็นชายซึ่งแข็งชันในยามเช้าตามธรรมชาติของผู้ชายที่กำลังชี้หน้าเธออยู่ก็ทำให้เธอหลับหูหลับตากรีดร้องไม่หยุด

“กรี๊ด! แกเป็นใคร!? เข้ามาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง!? แล้วทำไมไม่ใส่เสื้อผ้า!?” เมื่อก้มมองร่างกายตัวเองแล้วเห็นว่าเปลือยเปล่าเช่นเดียวกันหญิงสาวก็ยิ่งแผดเสียงดังลั่นกว่าเดิม “แกข่มขืนฉันเหรอ!? กรี๊ด!!!”

มาร์คัสยกสองมือขึ้นกุมขมับ รู้สึกมึนตึ้บไปหมด การร่วมรักกับเมียตัวเองโดยที่เธอยินยอมจะเรียกว่าข่มขืนได้ยังไง ชายหนุ่มกลอกตาไปมาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอะใจ หรือว่าเธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำเดิม

ความทรงจำที่ไม่มีเขา!

“ใจเย็นๆ แล้วฟังผมก่อน ผม-ไม่ได้-ข่มขืน-คุณ” ชายหนุ่มย้ำชัดทุกคำพร้อมกับยกสองมือขึ้นมาตรงหน้าเป็นเชิงบอกให้เธออยู่ในความสงบ “ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ผมอธิบายได้” 

               “ก่อนจะอธิบาย ไปใส่เสื้อผ้าก่อนเลย ยืนแก้ผ้าอยู่ได้ คุณไม่อายแต่ฉันอายนะ” เธอตะโกนบอกพลางดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของตัวเองเอาไว้มิดชิดแล้วหยิบหมอนและสิ่งของใกล้มือปาใส่เขาเป็นพัลวัน

               “โอเคๆ ใส่แล้วๆๆ คุณอย่าเพิ่งอาละวาดสิ” ร่างสูงโยกตัวหลบสารพัดสิ่งของที่ลอยเฉี่ยวหัวไปมาแล้วก้มลงหยิบกางเกงบอกเซอร์ที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมาสวมแบบลวกๆ เสร็จแล้วรีบหันมาอธิบายต่อ “ผมไม่ได้ข่มขืนคุณจริงๆ นะ เราเป็นสามีภรรยากัน แล้วเมื่อคืนนี้เราก็มีอะไรกันเหมือนที่เราทำทุกวันตามปกติ”

               “ทุกวัน!?”

               “ใช่ เราทำกันทุกวัน แล้วคุณก็ชอบมากด้วย โดยเฉพาะเมื่อคืน ผมแทบไม่ได้นอนก็เพราะคุณไม่ยอมให้ผมหยุด”

               “ไม่จริง” หญิงสาวส่ายหน้าพรืดจนเส้นผมปลิวกระจาย “คุณโกหก ถ้าฉันเป็นภรรยาคุณจริง ฉันก็ต้องจำคุณได้สิ”

               “เราแต่งงานกันตอนที่คุณความจำเสื่อม แล้วตอนนี้ความทรงจำเดิมของคุณคงจะกลับมาแล้ว คุณถึงได้ลืมช่วงเวลาที่คุณความจำเสื่อมไป”

               “คุณนี่สร้างเรื่องเก่งนะ เป็นนักเขียนเหรอ”

               “ไม่ใช่” มาร์คัสพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ไม่แน่ใจว่าเธอแกล้งกวนเขาหรือคิดอย่างนั้นจริงๆ กันแน่ “เรื่องความจำเสื่อมของคุณ หมอที่รักษาคุณจะช่วยยืนยันได้ หมอมีประวัติการรักษาของคุณอยู่”

               “แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่เชื่อว่าคุณเป็นสามีของฉัน”

               “ผมเป็นสามีคุณจริงๆ” มาร์คัสฉวยจังหวะที่เอวารินกำลังอึ้งๆ งงๆ ค่อยๆ คลานขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วจับมือข้างซ้ายของเธอขึ้นมาในระดับสายตา “นี่ไงแหวนแต่งงานของเรา ผมเป็นคนสวมให้คุณเอง”

               เอวารินมองแหวนเพชรน้ำงามที่นิ้วมือตัวเองแล้วขมวดคิ้วมุ่น ครุ่นคิดหนักมาก เธอไม่มีวันซื้อแหวนเพชรราคาแพงแบบนี้มาสวมเล่นแน่นอน ถึงซื้อ ก็คงไม่สวมมันไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายแบบนี้

               “คุณเชื่อผมแล้วใช่มั้ย” มาร์คัสหรี่ตาถามหยั่งเชิง

               “ยัง”

               “งั้นคุณลองมองหน้าผม แล้วคิดดูดีๆ ว่าเราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า” เขาขยับตัวเข้าไปใกล้เธออีกนิด

               เอวารินจ้องหน้าเขาตาเขม็งอยู่นานแล้วพูดโพล่งออกมาเสียงดัง “ฉันจำคุณได้แล้ว!”

               มาร์คัสยิ้มโล่งใจ “จำได้แล้วใช่มั้ยว่าผมเป็นสามีคุณ”

               “ไม่ใช่”

               ชายหนุ่มหุบยิ้มแทบไม่ทัน “แล้วคุณจำอะไรได้”

               “ฉันจำได้ว่าคุณคือคนที่ไปช่วยฉันจากคนร้ายที่ลานจอดรถในโรงแรม แล้วคุณก็พาฉันกระโดดสะพานหนีคนร้าย ฉันเกือบจมน้ำตายก็เพราะคุณ” เธอมองหน้าเขาอย่างเคืองเล็กน้อยที่บ้าระห่ำพาเธอทำอะไรที่หวาดเสียวขนาดนั้น

               “ก็ดีกว่าถูกคนร้ายยิงตายละน่า”

               “ที่นี่ที่ไหน” เธอชะโงกหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างเมื่อได้ยินเสียงคลื่นดังแว่วเข้ามา

               “เกาะส่วนตัวของผม”

“แล้วฉันมาอยู่กับคุณในสภาพแบบนี้ได้ยังไง”

               “เรามาฮันนีมูนกัน”

               “เกาะส่วนตัว...เกาะร้าง...ไม่มีใคร...นอกจากเราสองคน” เธอพูดพึมพำ

               “ใช่...ที่นี่มีแค่คุณกับผมสองคนเท่านั้น” มาร์คัสบอกนิ่งๆ พลางจ้องหน้าเธออย่างระแวดระวัง ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

               สีหน้าของเอวารินเคร่งเครียดขึ้น ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด เธอถูกจับตัวมาอยู่ที่เกาะร้างกับผู้ชายหล่อล่ำสองต่อสองเหมือนในละครจำเลยรักไม่มีผิด ถึงแม้จะกำลังสวมบทเหมือนเป็นนางเอกอยู่แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเลยสักนิด

“ฉันจะแจ้งตำรวจจับคุณ!”

               “คุณจะแจ้งตำรวจจับสามีตัวเองไม่ได้!”

มาร์คัสอยากได้ยาแก้ปวดหัวสักสามกระสอบ ทำไมเธอถึงได้เข้าใจอะไรยากอย่างนี้ ไม่เหมือนตอนที่ความจำเสื่อมเลย ตอนนั้นไม่ว่าเขาจะบอกอะไรเธอก็ยอมเชื่ออย่างง่ายดาย

               “คุณ-ไม่ใช่-สามี-ของ-ฉัน” เธอย้ำชัดแววตาแข็งกร้าว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.2 | แพ้ท้องแทนเมีย (ตอนจบ)

    มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.1 | พร้อมหรือยังที่รัก - NC

    “ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.3 | ข่าวดีที่รอมานาน

    นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.2 | ไม่ปกติ

    “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.1 | โกรธไม่ลง

    ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   11.4 | มาตามเมีย

    หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status