Beranda / โรแมนติก / รอยราคีที่จำยอม / บทที่ 2:  ความลับหลังประตู nc

Share

บทที่ 2:  ความลับหลังประตู nc

last update Tanggal publikasi: 2026-04-18 16:15:00

ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ภายในห้องพักมืดสลัวนั้น ชวนให้รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ปานวาดนอนนิ่งอยู่บนเตียงกว้างที่นุ่มเด้ง  แม้จะถูกโยนลงมาอย่างแรงแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอเจ็บจุกนัก แต่ความกลัวก็ทำเอาเธอหัวใจเต้นกระหน่ำรัวราวกองศึกที่ตีระรัวอยู่กลางอก  

สายตาที่เริ่มชินกับความมืดมองเห็นเงาร่างกำยำของชายแปลกหน้าที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ กลิ่นอายของแอลกอฮอล์เข้มข้นที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันรุนแรงจนทำให้เธอรู้สึกมึนงงและหวาดกลัวไปพร้อมๆ กัน "ช่วย!... ได้โปรดกรุณา อย่าทำอะไรฉันเลยนะคะ" เธอพยายามกระซิบอ้อนวอนด้วยเสียงที่สั่นเครือ  น้ำตาอุ่นๆ เริ่มรินไหลออกจากหางตาเมื่อตระหนักว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอจะควบคุมได้

แต่ดูเหมือนคำอ้อนวอนนั้นจะส่งไปไม่ถึงโสตประสาทของคนเมา พ่อเลี้ยงปริญที่กำลังถูกแอลกอฮอล์และอารมณ์ดิบเข้าครอบงำ กลับมองว่าหยดน้ำตาและการสั่นสะท้านนั้นคือการแสดงที่สมจริงจนน่าประทับใจ  เขาหัวเราะหึในลำคอ มือหนาคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอรวบขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเดียว แรงบีบนั้นมหาศาลจนเธอรู้สึกเจ็บร้าวไปถึงกระดูก

"บอกแล้วไงว่าอย่ามาทำเป็นไม่เคย  แสดงได้ดีขนาดนี้ทำไมไม่ไปเล่นหนังเสียเลยล่ะ  แอคติ้งที่เกินพอดีมันทำให้เสียอารมณ์รู้ไหม?"  เสียงแหบพร่ากระซิบข้างใบหู ก่อนที่เขาจะซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นอย่างรุนแรง  ปานวาดดิ้นรนสุดกำลัง แต่ยิ่งดิ้น ร่างกายกำยำที่ทาบทับอยู่ก็ยิ่งบดเบียดลงมาหนักขึ้น  ในจังหวะนั้นเอง เสียงจากภายนอกห้องที่เธอพยายามลืมไปชั่วขณะกลับดังแทรกเข้ามาอีกครั้ง

"ห้องนี้ล็อกอยู่ครับชานนท์ ผมลองหมุนดูแล้ว"  เสียงของมาคัสฟังดูชัดเจนจนน่าขนลุก ราวกับว่าเขามายืนอยู่เพียงหลังบานประตูไม้หนาๆ นี้เอง "พังเข้าไปสิ! หรือจะไปเรียกพนักงานให้เอาคีย์การ์ดมาเปิด เดี๋ยวนี้!" เสียงชานนท์ตวาดกลับอย่างหัวเสีย คำสั่งนั้นทำให้ปานวาดสะดุ้งสุดตัว  ความกลัวที่ถูกแบ่งออกเป็นสองทางจู่โจมเธออย่างหนักหน่วง  หากคนข้างนอกพังประตูเข้ามา เธอจะถูกชานนท์ทำลายชีวิตด้วยการกำจัดหลักฐานในมือถือและอาจจะถูกประจานในสภาพที่น่าอดสูเช่นนี้แต่หากเธออยู่เฉยๆ คนข้างบนตัวเธอก็พร้อมจะขย้ำเธอให้แหลกคามือ "ได้โปรด...

มีคนตามหาฉันอยู่ข้างนอก ถ้าคุณไม่ช่วยฉัน... พวกเขาจะฆ่าฉัน" เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายกระซิบบอกเขา  หวังว่าความจริงข้อนี้จะทำให้เขาตาสว่างขึ้นมาบ้างปริญชะงักไปครู่หนึ่ง หูของเขาเริ่มได้ยินเสียงโวยวายข้างนอกห้องเช่นกัน สติที่พร่ามัวเริ่มพยายามประมวลผล แต่ความมึนเมากลับทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่า เขามองใบหน้าหวานที่เปื้อนน้ำตาของคนใต้ร่าง แววตาคู่นั้นดูมีความลับและหวาดกลัวอย่างลึกซึ้งเกินกว่าจะเป็นแค่การแสดงของสาวไซด์ไลน์ทั่วไป

"คนพวกนั้นเป็นใคร?" เขาถามเสียงต่ำ กลิ่นวิสกี้ยังคงคละคลุ้ง "คะ...คู่หมั้นฉันเองค่ะ เขาไม่ใช่คนดีอย่างที่ใครคิด ฉันมีหลักฐานความลับของเขาในนี้" เธอพยายามขยับมือที่ว่างอยู่ชี้ไปทางกระเป๋าคลัตช์ที่หล่นอยู่บนเตียงปริญแค่นยิ้ม แววตาคมกริบจ้องมองเธออย่างชั่งใจ "เรื่องผัวๆ เมียๆ งั้นเหรอ? แล้วเธอมาแอบในห้องผู้ชายแปลกหน้าเนี่ยนะ? คิดว่าฉันจะเชื่อหรือไง

"ในวินาทีนั้น เสียงกระแทกประตูห้องดังขึ้นอย่างแรง! ปัง! "ใครอยู่ข้างใน เปิดประตูเดียวนี้นะ!" เสียงชานนท์ดังขึ้นพร้อมแรงกระแทกครั้งที่สอง ปานวาดหลับตาแน่นด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา ปริญที่เห็นเหตุการณ์เริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเสียแล้ว  ความวุ่นวายข้างนอกนั่นรบกวนอารมณ์สุนทรีย์ของเขาอย่างมหันต์ เขาตัดสินใจเอื้อมมือไปคว้าหมอนมาปิดหน้าปานวาดไว้เบาๆ ไม่ให้เธอส่งเสียง แล้วขยับกายลงจากเตียงก้าวอาดๆ ไปที่ประตูทั้งที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวพันกายเขาเปิดประตูกระชากออกอย่างแรงจนคนข้างนอกเกือบเสียหลักพุ่งเข้ามา

"มีธุระอะไรมิทราบ! คนจะหลับจะนอน โวยวายอะไรกันหนักหนา!" ปริญตวาดเสียงกร้าวด้วยท่าทางน่าเกรงขามแบบเจ้าพ่อ  แววตาที่ดุดันของเขาสยบความเกรี้ยวกราดของชานนท์ได้ชั่วขณะ ชานนท์ชะงักไปเมื่อเห็นรูปร่างแกร่งและท่าทางไม่เกรงกลัวใครของชายตรงหน้า   "ผม... ผมตามหาคนครับ ผู้หญิงในชุดเดรสสีขาว วิ่งมาทางนี้" ปริญกวาดสายตามองชานนท์และมาคัสด้วยความเหยียดหยาม

"ห้องนี้ไม่มีผู้หญิงชุดขาว มีแต่เมียฉันที่นอนอยู่บนเตียง ถ้าพวกแกยังไม่ไสหัวไป ฉันจะเรียก รปภ. มาลากคอพวกแกส่งตำรวจข้อหาบุกรุก!" มาคัสพยายามจะชะโงกหน้ามองเข้าไปในห้อง แต่ปริญขยับกายบดบังทัศนียภาพไว้มิดชิด  กลิ่นอายความอันตรายที่แผ่ออกมาทำให้ชานนท์เริ่มลังเล เขาไม่รู้จักชายคนนี้ แต่ดูจากท่าทางแล้วไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องด้วยได้ง่ายๆ

"ขอโทษครับ สงสัยผมคงจำผิดชั้น" ชานนท์กัดฟันพูดยอมถอยทัพไปก่อนเพื่อไม่ให้เป็นเรื่องใหญ่ เมื่อเสียงฝีเท้าของคนทั้งคู่ค่อยๆ ไกลออกไป ปริญจึงปิดประตูและลงกลอนอย่างแน่นหนา เขาหันกลับมามองร่างบางบนเตียงที่ยังคงนอนสั่นเทาด้วยความกลัว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ถูกแอลกอฮอล์บดบังไปก่อนหน้านี้เริ่มกลับมาทำงานเพียงเล็กน้อย แต่มันก็พ่ายแพ้ให้กับความเสน่หาที่ปะทุขึ้นในอกเมื่อเห็นสภาพที่ดูเปราะบางของเธอเขาก้าวกลับไปที่เตียงช้าๆ ปานวาดพยายามถอยร่นหนีจนหลังชนกับหัวเตียง

"พวกมันไปแล้ว"  เขาบอกเสียงเรียบ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่เนินอกอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หอบถี่  

"ขะ...ขอบคุณค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัว..."  เธอพยายามจะลุกขึ้นแต่กลับถูกมือหนากดไหล่ไว้ให้นอนลงตามเดิม

"ขอบคุณแค่ปากงั้นเหรอ? ดูมันไม่ค่อยจริงใจเอาเสียเลยนะ  ฉันเพิ่งช่วยชีวิตเธอไว้จากพวกนักเลงข้างนอกนั่นนะแม่สาวน้อย" เขาโน้มตัวลงทาบทับอีกครั้ง ความร้อนแรงในแววตาบอกให้รู้ว่าบทเรียนครั้งนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ

"แต่ฉันไม่ใช่... อื้อ!"  คำพูดของเธอถูกปิดกั้นด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวที่บดเบียดลงมาอย่างรวดเร็ว ปานวาดดิ้นรนขอร้องในลำคอ แต่สัมผัสที่รุกรานและเต็มไปด้วยอำนาจกลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอหดหายไปอย่างน่าใจหาย ภายใต้เงาของความลับและความเงียบในห้องพักหรู ค่ำคืนที่แสนยาวนานเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง รอยราคีที่เธอพยายามจะหนี กลับถูกจารึกไว้ด้วยน้ำมือของซาตานในคราบเทพบุตรผู้ช่วยชีวิตคนนี้เสียแล้ว

ปากหนาทาบทับลงมา ทำเอาคนใต้ร่างเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ปรายลิ้นสากแทรกเข้าไปชิมความหวานและความอ่อนนุ่มภายใน แต่คนใต้ร่างกลับช็อกจนทำอะไรไม่ถูก  ปริณสอดแทรกไปทุกซอกมุม ดูดดื่มความฉ่ำหวานที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน  ปานวาดเองกลับต้องต่อสู้กับความรู้สึกที่ตีกันวุ่นวาย

กลิ่นแอลกอฮอล์ผสานความเร้าร้อนรุนแรง ทำเอาหญิงสาวถึงกับครางอือออกมาอย่างสุดกลั้น   “อื่อ!”..คนเหนือร่าวกลับกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ  สองมือหนาสอดเข้าไปใต้แผ่นหลังบาง ปลดเอาชุดเดรสแสนสวยราคาแพงออกได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะเลิกมันลงมา ทันทีที่ชุดถูกร่นลงมาอยู่ที่หน้าท้อง  สองเต้าสล้างอวบใหญ่ที่เบียดชิด กลับชี้หน้าเขาในระยะที่ลมหายใจอุ่นร้อนของพ่อเลี้ยงหนุ่มเป่ารดลงมา ทำเอาหญิงสาวซ่านเสียวสยิวกายอย่างบอกไม่ถูก แต่ความเขินอายก็ทำเอาเธอต้องรีบยกมือขึ้นมากอดตัวเองไว้   ปริญจ้องมองภาพนั้นราวกับต้องมนต์

เขายกมือหนาขึ้นมาแกะมือของปานวาดออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะดึงที่ปิดจุกออก เผยให้เห็นยอดถันสีชมพูระเรื่อ มือหนากอบกุมสองเต้าใหญ่ที่ตึงแน่น  แต่ไร้ซึ่งซีลีโคนเสริมแต่งก่อนจะครางออกมาอย่างพึงพอใจ  แล้วอ้าปากหยักสวยแต่อุ่นร้อนครอบครองเต้างาน ปานวาดถึงกับสะดุ้งตกใจ  แต่ในความตกใจนั้นมันแฝงไปด้วยความรู้สึกประหลาดที่เธอไม่เคยพบพานมาก่อนในชีวิต

“อื้ม!..อย่าค่ะ”  เสียงร้องประท้องที่แผ่วเบาแต่สั่นสะท้านนั้นทำเอาเขาพอใจไม่น้อย  ลิ้นสากตวัดเลียวนไปรอบๆยอดอกที่มันแข็งเป็นติ่งไตสู้ลิ้น  แล้วดูดดื่มเน้นหนักสลับเบาจนคนใต้ร่างแอ่นหยัดและเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว    “อ้า!..ซีดด”  เสียงร้องคราง กายบิดเร่า ทำเอาปริญ แทบครั่ง แกนกายแกร่งแข็งตึงเปรี๊ยะจนแทบจะระเบิด  แต่ยังหรอก...ขายังไม่รุกล้ำเธอตอนนี้  แต่จะเล่นกับเหยื่อที่หลงทางเข้ามาในกับดักสวาทของเขาให้หนำใจเสียก่อน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 20: มนต์ขลังที่ยั่งยืน

    กาลเวลาในเอดินบะระผ่านไปพร้อมกับฤดูกาลที่ผันแปร จากหิมะที่เคยปกคลุมขาวโพลนเริ่มละลายกลายเป็นหยาดน้ำใสชโลมดิน ดอกไม้ป่าและต้นกอร์สสีเหลืองอร่ามเริ่มผลิบานตามเนินเขาไฮแลนด์ บ่งบอกถึงการเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เช่นเดียวกับครรภ์ของไอริณ ที่ขยายใหญ่ขึ้นตามลำดับจนเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชีวิตของคนทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปริญกลายเป็นสามีที่ดูแลภรรยาได้อย่างไร้ที่ติ เ ขาละทิ้งภาพลักษณ์พ่อเลี้ยงผู้เย่อหยิ่งในอดีตไปจนหมดสิ้น ทุกเช้าเขาจะตื่นขึ้นมาเตรียมน้ำขิงอุ่นๆ และผลไม้รสเปรี้ยววางไว้ข้างเตียงเพราะไอริณยังมีอาการแพ้ท้องหลงเหลืออยู่บ้างเพียงเล็กน้อย เขาหัดเข้าครัวเรียนรู้การทำอาหารไทยจากคุณประภาศรีผ่านทางวิดีโอคอลเพื่อให้ไอริณได้ทานอาหารที่ถูกปากและมีประโยชน์ที่สุด“วันนี้ลูกดิ้นเก่งจังเลยนะคะปริญ” ไอริณเอ่ยพลางลูบหน้าท้องโตที่นูนขึ้นมาเป็นระยะ ขณะเอนกายพักผ่อนที่ม้านั่งในสวน ปริญวางมือลงทับลงไปทันที เขาสัมผัสได้ถึงแรงถีบเบาๆ จากข้างในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม“สงสัยจะอยากออกมาเห็นโลกกว้างแล้วล่ะครับไอริณ อีกไม่กี่สัปดาห์เรา

  • รอยราคีที่จำยอม   บทที่ 19 วิวาห์สุดอลังการ

    เช้าวันสำคัญในเอดินบะระเริ่มต้นขึ้นด้วยเสียงระฆังเบาๆ จากโบสถ์หินเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพัก แสงแดดกลางฤดูหนาวที่ทอประกายสะท้อนกับเกล็ดหิมะบนยอดหญ้าทำให้โลกทั้งใบดูราวกับถูกฉาบด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ บรรยากาศภายในคฤหาสน์ของชาล็อตในวันนี้ เต็มไปด้วยความชุลมุนที่แสนจะอบอุ่น คุณประภาศรี และ คุณวิทยา ต่างช่วยกันตรวจทานความเรียบร้อยของชุดแต่งงานและของใช้ในพิธี ขณะที่ พ่อเลี้ยงสนธิก็เดินตรวจตราความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานขนาดเล็กริมชายป่าสนที่โอบล้อมทะเลสาบหลังบ้านที่ถูกเนรมิตเป็นวิมานสีขาว“คุณวิทยาคะ ดูสิคะ... ชุดกิลต์ (Kilt) ลายสก๊อตของปริญเนี่ย พอใส่แล้วดูเป็นหนุ่ม สก็อตขึ้นมาทันตาเลยนะคะ” คุณประภาศรีเอ่ยพลางจัดแจงปกเสื้อให้ลูกเขยด้วยความเอ็นดู ปริญในวันนี้อยู่ในชุดประจำชาติสก็อตแลนด์ที่ชาล็อตตั้งใจสั่งตัดให้เป็นพิเศษ ผ้าลายสก๊อตสีเขียวเข้มสลับน้ำเงินอันเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลที่น่ายกย่องในไฮแลนด์ ยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์และดูองอาจกว่าวันไหนๆชายหนุ่มเพียงแต่ยิ้มรับและก้มลงไหว้คุณประภาศรีด้วยท่าทางที่อ่อนน้อม“ขอบคุณครับคุณแม่... ผมตื่นเต้นนิดหน่อยครับ” เขาตอบเพียงสั้นๆ แต่แววตานั้นมุ่

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 18: เพลิงรักใต้แสงจันทร์และพันธะสัญญาแห่งหัวใจ

    ราตรีกาลในเมืองเอดินบะระเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดผ่านยอดสนเบาๆ อยู่ภายนอกหน้าต่าง ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์ แสงจากเตาผิงเต้นระบำเป็นเงาวูบวาบอยู่บนผนังไม้โอ๊ก สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด หลังจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกันไปพักผ่อนด้วยรอยยิ้มและความเข้าใจ ปริญจึงมีโอกาสได้อยู่กับไอริณเพียงลำพังในห้องนอนที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดีไอริณ นั่งอยู่บนขอบเตียงนุ่มในชุดนอนผ้าไหมสายเดี่ยวสีมุกที่ทิ้งตัวสลวย ผิวพรรณของเธอดูผุดผ่องภายใต้แสงเทียนสลัว ดวงตากลมโตจ้องมองสามีในนามที่เดินเข้ามาด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรัก เธอเห็น ปริญ ในชุดคลุมผ้าฝ้ายสีเข้มที่ดูผ่อนคลายแต่ยังคงความสง่างาม สายตาของเขาที่จดจ้องมองมาที่เธอนั้นร้อนแรงราวกับเปลวไฟในเตาผิง แต่กลับแฝงไปด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด“ไอริณ... ผมขอทักทายลูกหน่อยได้ไหมครับ?” ปริญเอ่ยเสียงทุ้มพร่า พลางทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ ชายหนุ่มค่อยๆ วางฝ่ามือหนาที่อบอุ่นลงบนหน้าท้องที่บัดนี้เริ่มนูนขึ้นมาให้เห็นอย่างเด่นชัดของไอริณอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าหากสัมผัสแรงไปชีวิตน้อยๆ ข้างในจะสะดุ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 17: สายใยแห่งการให้อภัย

    สายลมหนาวพัดผ่านยอดเขาเอลซ่าพาส (Ailsa Craig) เข้าสู่ตัวเมือง แต่ความเหน็บหนาวกลับพ่ายแพ้ต่อความอบอุ่นภายในห้องรับแขกของชาล็อต คุณวิทยา มองดูลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบ เขาลูบศีรษะไอริณอย่างเบามือ ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความโล่งใจที่เห็นลูกสาวกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง“ยัยปานลูก!... พ่อกับแม่ไม่ได้โกรธเคืองอะไรในความรักของลูกเลยนะ” คุณวิทยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มอ่อนโยน“เราตั้งใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาลูก ก็เพราะอยากจะมาเห็นกับตาว่าลูกมีความสุขจริงๆ หรือเปล่าและเมื่อเห็นคุณปริญคอยประคองลูกไม่ห่างแบบนี้ พ่อก็รู้แล้วว่าพ่อไม่ต้องกังวลเรื่องอดีตที่ผ่านไปอีกแล้ว”ปริญคุกเข่าลงต่อหน้าคุณวิทยาและคุณประภาศรี แววตาของเขามั่นคงและแน่วแน่ “คุณอาครับ ผมรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงแรมในวันนั้นมันคือแผลใหญ่ในใจของทุกคน แต่ผมอยากให้คุณอาเชื่อว่า ผมจะใช้ทั้งชีวิตที่เหลืออยู่รักษาความเจ็บปวดนั้นด้วยความรักของผม ผมจะไม่ยอมให้ไอริณต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป”คุณประภาศรีปาดน้ำตาคลอหน่วยตาด้วยความตื้นตัน“แม่รู้จ้ะปริญ ชาล็อตได้โทรคุยกับพ่อและแม่อยู่ตลอด ว่าปริญดูแลไอ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 16: หน้ากากที่ถูกฉีกกระชาก

    รุ่งเช้าที่ควรจะสงบสุขในคฤหาสน์หินกลางเมืองเอดินบะระกลับกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อมที่อบอวลไปด้วยรังสีความกดดัน ไอริณตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายตัว อาการแพ้ท้องเริ่มรบกวนเธอมากขึ้นในระยะหลัง แต่สิ่งที่กัดกินหัวใจเธอมากกว่าความเจ็บป่วยทางกาย คือการมีอยู่ของรินดา ผู้หญิงที่เป็นเงาอดีตของปริญ ซึ่งยังคงวางท่าทางเป็นเจ้าของบ้านและพยายามแสดงความใกล้ชิดกับปริญอย่างออกนอกหน้าปริญนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารในห้องครัว เขาดูเคร่งขรึมและมีแววตาที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิด อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นเมื่อวานยังคงทิ้งร่องรอยความล้าไว้บนใบหน้าคมสัน เมื่อไอริณเดินเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นหวังจะเข้าไปช่วยประคองตามสัญชาตญาณความห่วงใย“ไอริณครับ... เป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนเห็นคุณอาเจียนหนักเลย” ปริญเอ่ยพลางยื่นมือออกมา ทว่ารินดาที่เพิ่งเดินตามเข้ามาในชุดกระโปรงผ้าไหมสีแดงเพลิงกลับแทรกกลางเข้ามาทันที “อุ๊ย! ปริญคะ รินดาเตรียมกาแฟรสชาติที่ปริญชอบไว้ให้ที่ระเบียงแล้วนะคะ ส่วนแม่สาวน้อยนี่... ถ้าไม่สบายก็นอนพักอยู่บนห้องดีกว่าไหมจ๊ะ? เดี๋ยวจะมาเป็นภาระคนอื่นเขาเปล่าๆ” ไอริณสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 15: แขกไม่ได้รับเชิญและรอยร้าวในใจ

    บรรยากาศหลังวันปีใหม่ในเอดินบะระยังคงปกคลุมด้วยไอหนาวเย็นเยือก ท้องฟ้าสีเทาหม่นดูจะสอดคล้องกับความรู้สึกกังวลลึกๆ ในใจของ ไอริณ หลังจากที่ปริญเริ่มมีเศษเสี้ยวความทรงจำกลับมา แม้เขาจะแสดงออกว่ารักและเทิดทูนเธอเพียงใด แต่เธอก็รู้ดีว่าพายุใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นทีละน้อย เช้าวันนั้น ขณะที่ไอริณกำลังช่วยชาล็อตจัดเตรียมดอกไม้สดในห้องรับแขก เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น ชาล็อตขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะปกติบ้านหลังนี้ไม่ค่อยมีแขกมาเยือนโดยไม่ได้นัดหมาย“ใครกัน!..มาแต่เช้า..วันนี้ก็ไม่ได้มีนัดกับใครนี่นา เดี๋ยวแม่ไปดูเองจ้ะ” ชาล็อตเอ่ยพลางเดินไปเปิดประตู ทันทีที่บานประตูไม้โอ๊กเปิดออก ร่างระหงของหญิงสาวในชุดโอเวอร์โค้ตขนเฟอร์สีขาวบริสุทธิ์ก็ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์หรูดูสวยสง่าราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น แว่นกันแดดแบรนด์เนมถูกถอดออกเผยให้เห็นดวงตาคมเฉี่ยวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ“สวัสดีค่ะคุณป้าชาล็อต จำรินดาได้ไหมคะ?” เสียงหวานแหลมที่ดูคุ้นหูทำให้ไอริณที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับชะงัก ชาล็อตนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะระลึกได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคือ รินดา นางแบบสาวชื่อด

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 14: แสงแรกของปีใหม่และเศษเสี้ยวความทรงจำ  

    บรรยากาศทั่วเมืองเอดินบะระในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หรือที่ชาวสก็อตเรียกว่า 'ฮ็อกมาเนย์' (Hogmanay) เต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงดนตรีพื้นเมืองที่ดังแว่วมาตามสายลมหนาว แม้หิมะจะยังคงปกคลุมตามยอดอาคารหินทรายแต่หัวใจของผู้คนกลับอบอุ่นด้วยการรอคอยแสงไฟจากการจุดพลุเฉลิมฉลองที่หน้าปราสาทเอดินบะระ

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 13: ของขวัญจากท้องฟ้าและสัญญาที่รอคอย

    เช้าวันใหม่ในเอดินบะระเริ่มต้นด้วยความเงียบสงบที่ผิดไปจากทุกวัน หิมะที่เคยตกหนักเริ่มเบาบางลงทิ้งไว้เพียงปุยขาวละเอียดที่ปกคลุมยอดไม้ ภายในคฤหาสน์หินของชาล็อต ไอริณ ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกอุ่นซ่านในหัวใจ เธอเฝ้ามองใบหน้าของปริญ ที่หลับใหลอยู่บนโซฟาข้างเตียงในห้องพักฟื้นที่บ้านเขาปฏิเสธที่

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 12: หัวใจที่เริ่มสั่นคลอน และความลับในสายเลือด

    บรรยากาศยามบ่ายในห้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลเอดินบะระเริ่มอบอุ่นขึ้นด้วยแสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านม่านสีขาว ไอริณ กำลังช่วยจัดเตรียมผลไม้และน้ำดื่มไว้บนโต๊ะข้างเตียงให้กับ ปริญที่เริ่มขยับตัวได้คล่องแคล่วขึ้นบ้างแล้ว แม้ความทรงจำของเขาจะยังคงเป็นหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า แต่สภาพร่างกายภายนอกกลับฟื้นตัวได้รวด

  • รอยราคีที่จำยอม   ตอนที่ 11: ลมหายใจในความว่างเปล่า

    เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพจรยังคงส่งเสียงเป็นจังหวะสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบงันของพักผู้ป่วย กลิ่นอายของความตายที่เคยวนเวียนอยู่รอบเตียงดูจะจางลงไปบ้าง แต่ความกดดันกลับเพิ่มทวีขึ้นในใจของ ไอริณ เธอไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน มือยังคงเกาะกุมมือหนาของ ปริญ ไว้ราวกับกลัวว่าหากเธอปล่อยเพียงเสี้ยววินาที ลมหาย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status