LOGIN
พิมพ์ หรือ พิมพ์รดา หญิงสาวรูปร่างอวบอัดในวัยสามสิบต้นๆ อาศัยอยู่เพียงลำพัง ณ บ้านหลังเล็กท้ายหมู่บ้านซึ่งสร้างขึ้นจากเงินเก็บก้อนสุดท้าย ชาวบ้านต่างรู้ดีว่าเธอเป็นคนเก็บตัวและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ไม่มีใครรู้เลยว่าอดีตพนักงานร้านสะดวกซื้ออย่างเธอได้ผันตัวมาเป็นนักเขียนนิยาย รายได้เดือนละห้าหกพันบาท ที่อาจดูไม่มาก แต่มันก็เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในชนบทแห่งนี้
ในแต่ละวัน พิมพ์รดาแทบจะไม่ก้าวเท้าออกจากหมู่บ้าน เว้นเสียแต่ผักสดในตู้เย็นจะหมดลงจนต้องออกไปจ่ายตลาดมาตุนไว้ ส่วนของกินของใช้จำเป็นอื่นๆ เธอก็มักสั่งผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก
บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ใกล้กับบ้านของพี่ชาย แม้เธอจะชอบความสงบ แต่ความอบอุ่นเล็กๆ ก็ยังคงแวะเวียนมาเสมอ บางวันหลานชายตัวน้อยสองคนก็วิ่งซนมาหาของกิน จนเธอต้องซื้อขนมตุนไว้รับขวัญเด็กๆ หรือบางมื้อ พี่สะใภ้ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันก็มักจะตักกับข้าวน้อยใหญ่มาเผื่อแผ่เสมอ
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อยเหมือนเช่นทุกวัน จนกระทั่งบ้านร้างข้างๆ ที่ว่างเว้นผู้คนมานานหลายปีเริ่มมีความเคลื่อนไหว พิมพ์แอบมองผ่านม่านหน้าต่าง เห็นกลุ่มคนกำลังขนย้ายข้าวของเข้ามา แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจว่าเพื่อนบ้านใหม่จะเป็นใคร หญิงสาวละสายตา แล้วหันกลับมานั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างสรรค์ไอเดียเขียนนิยายต่อ
ก๊อก... ก๊อก...
ทว่าความเงียบสงบก็ถูกทำลายลง เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้นดัดจังหวะความคิด พิมพ์ถอนหายใจยาวด้วยความรำคาญใจที่ถูกขัดจังหวะขณะกำลังละเลงความคิดลงบนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ เธอตัดใจลุกไปเปิดประตู
“ใครคะ...”
เธอบอกพลางเอื้อมมือไปเลื่อนบานมุ้งลวด แต่ทันทีที่สายตาปะทะกับเรือนร่างสูงใหญ่ที่แสนคุ้นเคย... ความเย็นวาบก็แล่นจับขั้วหัวใจ พิมพ์รีบกระแทกประตูปิดล็อกทันที!
ปัง!
“หึๆ จำหน้าสามีเก่าไม่ได้แล้วหรือไง”
เสียงทุ้มต่ำอันเย็นเยือกที่ลอดผ่านประตูเข้ามา ทำให้ร่างอวบขนลุกซู่จนแทบลืมหายใจ หัวใจในอกซ้ายเต้นระสับระส่ำจนเหมือนจะกระดอนออกมาข้างนอก ความเจ็บปวดและจุกแน่นบีบอัดจนเรี่ยวแรงหดหาย ร่างของเธอทรุดลงไปกองกับพื้นกระเบื้องที่เย็นเชียบอย่างหมดสภาพ
“พิมพ์!”
ประตูถูกเลื่อนเปิดเข้ามาอย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่ของ ตรีภพ ปรากฏขึ้นพร้อมสีหน้าแตกตื่น เขารีบปราดเข้ามาช้อนเรือนร่างอ่อนแรงขึ้นมาแนบอก
“ปล่อย... ออกไป... อย่าเข้าใกล้คนสกปรกแบบพิมพ์!” พิมพ์รดาพยายามดิ้นรนอย่างแตกตื่น หวาดหวั่นและตื่นเต้นปนเปกันจนหน้าชีดขาว เธอขัดขืนอ้อมแขนแกร่งนั้นด้วยแรงอันน้อยนิด
ตรีภพไม่แยแสคำทัดทาน เขากระชับอ้อมกอดแล้วพาเธอไปนั่งลงบนโซฟาตัวเล็ก สายตาคมกวาดมองไปรอบบ้าน ภาพตรงหน้ากระตุกความทรงจำเก่าๆ ให้ฉายชัด... เธอไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ข้าวของเครื่องใช้โทนสีเข้มที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ สิ่งของทุกอย่างมีตุนไว้สำรองเสมอ
สำรองไว้... เหมือนตอนที่เธอแอบคบผู้ชายอีกคนไว้สำรองแทนเขา
ความกรุ่นโกรธในอดีตตีรวนขึ้นมา ตรีภพผละตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหันมาจ้องมองใบหน้าซีดเผือดบนเบาะนุ่มด้วยสายตาหยามหยัน “แล้วสามีอีกคนไปไหนเสียล่ะ ออกไปทำงานอยู่หรือไง”
พิมพ์ใช้ฝ่ามือสั่นเทากุมหน้าอกซ้ายไว้แน่น เธอช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่ม... ชายคนที่เธอรักมาโดยตลอดและไม่เคยลืมเลือน เพียงแต่ในวันนั้น ความแปลกใหม่ตื่นเต้นที่เข้ามาสั่นคลอน ทำให้เธอพลั้งจิตใจปันใจไปให้คนอื่น และด้วยความรู้สึกผิดบาปกัดกินใจ เธอจึงทำได้เพียงเบือนหน้าหนี
“ไม่มี... พิมพ์ไม่มีสามี... ออกไปเถอะ” เธอตอบเสียงแผ่ว
ตรีภพแค่นยิ้ม ทำท่าจะเดินออกไป แต่แล้วก็ชะงักเท้า หันกลับมาจ้องเธออีกครั้ง “ข้างบ้านยังไม่มีไฟฟ้า ขอต่อสายไฟจากบ้านเธอชั่วคราวจนกว่าจะทำเรื่องเสร็จ เรื่องค่าไฟฉันจะจ่ายเอง”
พิมพ์กุมอกแน่น พยักหน้ารับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้ “ได้สิ... ปลั๊กไฟอยู่หลังบ้าน”
ตรีภพเดินไปตามทิศทางที่ปลายนิ้วเรียวชี้บอก เขาหยิบปลั๊กสายไฟต่อแกะออกมาจากตู้ ยิ่งมองไปรอบๆ ความเจ็บปวดในวันวานก็ยิ่งตอกย้ำ การที่เขาต้องเข้าไปนอนในคุก ก็เพราะผู้ชายคนนั้น... ชายชู้คนที่เขากระทืบจนเกือบตายคาเท้าเพราะความแค้น แต่ภาพของพิมพ์ในวันนี้ หญิงสาวผู้ย้ำคิดย้ำทำและจัดสรรทุกอย่างเรียบร้อยไม่เคยเปลี่ยน ยิ่งย้ำเตือนให้เขาคิดถึงช่วงเวลาเก่าๆ จนต้องรีบก้าวเท้าเดินออกจากบ้านไป
เมื่อแผ่นหลังกว้างลับสายตาไป พฤติกรรมแข็งขืนและความอดทนทั้งหมดของหญิงสาวก็พังทลายลง พิมพ์ยกสองมือขึ้นปิดหน้า แล้วปล่อยโฮออกมาอย่างกักเก็บไว้ไม่อยู่...
ภาพในวันเก่าย้อนกลับมารังควานใจ ในวันที่ความจริงเผยออกมา เธอถูกพี่ชายตบหน้าเป็นครั้งแรกในชีวิต พี่ชายที่เคยรักและทะนุถนอมเธอยิ่งกว่าใคร ลงมือตีเธออย่างไม่ปรานี พร้อมตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงร้ายกาจอย่างไร้จิตสำนึก ที่ทำลายผู้ชายดีๆ ถึงสองคนลงในเวลาเดียวกัน
ความเจ็บปวด ความรู้สึกผิด และบาดแผลในอดีตถาโถมเข้าใส่จนร่างอวบสั่นสะท้าน เธอทำได้เพียงโอบกอดตัวเองไว้กลางความเงียบงันที่แทบจะขาดใจ
Vortex Innovation…ช่วงบ่าย…ต่อ...“ผู้หญิงที่แค่ถูกมึงตะคอกใส่นิดหน่อยก็ตัวสั่นเทาจนต้องถอยหนีแบบนั้นเนี่ยนะ... จะกล้าไปล่อลวงใคร ไม่มีทางหรอก” นทีทำหน้าไม่เชื่อถือตรีภพขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสับสน “มึงพูดเรื่องอะไร... กูไม่เคยตะคอกใส่เธอ หรือขึ้นเสียงใส่เธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว!”นทีทำหน้าตาแตกตื่นมองตรีภพด้วยความตกใจ “ไอ้ภพ... มึงไม่รู้ตัวเลยเหรอวะ! มึงตะโกนด่าเธอหน้ามหาวิทยาลัยตอนที่เธอขับรถไปรับมึงน่ะ มึงลืมไปแล้วหรือไง!”“นั่นกูแค่ดุเธอเอง! ก็เธอเล่นขับมอเตอร์ไซค์มาคนเดียวมันอันตรายขนาดนั้น มันทำกูโมโหจนแทบบ้า!” ยิ่งนึกถึงวันเวลาเก่าๆ ตรีภพก็ยิ่งหงุดหงิด ก้อนเนื้อในอกซ้ายบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออกนทีกะพริบตาถี่ๆ พลันเข้าใจได้ทันทีว่า เพื่อนของเขากำลังหลงทางและเข้าใจผิดเกี่ยวกับพฤติกรรมของตัวเองมาตลอด “ไอ้ภพ... มึงเคยทะเลาะกับน้องพิมพ์ไหม”ตรีภพส่ายหน้า “ไม่เคย”“แล้วเคยแบบ... งอนกันไหม หรือหงุดหงิดใส่กันบ้างหรือเปล่า” นทีรุกถามต่อ เพราะภาพในหัวของเขาเริ่มร้อยเรียงเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา... ตรีภพไม่ใช่คนใจเย็น ไม่มีผู้หญิงคนไหนอดทนไม่ทะเลาะกับมันได้หรอก เว้นเสียแต่ว่าผู้หญิงคนนั้น
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…ช่วงเที่ยง…แสงแดดยามเที่ยงวันส่องสว่าง ชักนำความอบอุ่นเข้ามาปัดเป่าความหนาวเย็นชืดของฤดูหนาวให้บรรเทาลง... พิมพ์รดานอนฟุบหลับอยู่บนโซฟาตัวเล็กด้วยความเหนื่อยอ่อนนาผู้เป็นพี่สะใภ้เดินเข้ามาในบริเวณบ้านด้วยความตกใจ เมื่อสายตาปะทะเข้ากับเสื้อผ้าผู้ชายจำนวนมากที่ถูกซักและตากไว้บนราวหน้าบ้าน เธอรีบเลื่อนประตูเปิดเข้าไปด้วยความลุกลี้ลุกลน ทว่า ผลปรากฏว่าลูกชายคนโตกลับยกนิ้วขึ้นจุ๊ปากส่งสัญญาณบอกให้เธอเงียบเสียง แล้วชี้มือไปทางน้าสาวที่กำลังหลับไหลอยู่บนโซฟา หญิงสาวจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะกวักมือเรียกเด็กๆ ให้ก้าวตามออกมาด้านนอกเมื่อเลื่อนบานประตู กระจกปิดลงอย่างเบามือ นาก็หันมาถามลูกๆ พลางชี้ไปที่ราวตากผ้าที่มีแต่เสื้อผ้าผู้ชาย “ของใครกันลูก... รู้ไหม”“ของลุงบ้านไม้หลังนั้นครับ เขาบอกว่าน้าพิมพ์ขโมยถังซักผ้าของเขามา เลยเอาผ้ามาให้น้าพิมพ์ซักให้” นัดลูกชายคนโตชี้มือไปทางบ้านไม้หลังเก่า“ตอนน้าพิมพ์เก็บผ้าใส่ถัง... น้าพิมพ์ร้องไห้ด้วยแหละแม่ พุดวิ่งเข้าไปห้องน้ำเลยไปเจอเข้าพอดี” พุดลูกชายคนเล็กเอ่ยเสริมขึ้นมา“ตอนตากผ้าก็น้ำตาไหลครับ แม่ครับ... น้าพิมพ์เ
ณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้าน…ตรีภพกระแทกประตูไม้ที่สภาพแทบพังให้ปิดลงด้วยความหงุดหงิด และความรู้สึกเป็นห่วงที่เขาคิดว่าไม่ควรจะมอบให้เธอ... แต่สิ่งที่เขาและนทีผู้เป็นเพื่อนไปสืบมา แม้ชายชู้คนนั้นจะเดินขากระเผลก แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางหน้าที่การงานแต่อย่างใด แถมตอนนี้ก็แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว และคงจะเป็นผู้หญิงที่ชื่อใหม่คนเมื่อกี้นี้เองในคราแรก ทั้งเขาและนทีต่างเข้าใจว่า ตาม เป็นคนอารมณ์ร้ายและนิยมความรุนแรง แต่สิ่งที่ไปสืบเจอกลับตรงกันข้ามทั้งหมด ตามเป็นคนหน้านิ่ง เคร่งครัดเรื่องระเบียบวินัยในที่ทำงาน แต่กลับแอบมาแย่งภรรยาคนอื่น ทว่าในชีวิตจริง ตามกลับเป็นคนที่อ่อนโยน เพียงแค่รักษาความเคร่งขรึมเอาไว้จนผู้คนมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนนิสัยรุนแรง ยามที่คำพูดของนทีเมื่อวานย้อนกลับเข้ามาในหัว ตรีภพก็ปาแก้วบนโต๊ะทิ้งจนแตกกระจาย!เพล้ง!!‘เฮ้ย... ไอ้ภพ ถ้าไอ้ตาม ชายชู้ที่แกว่ามันเลือดร้อน นิสัยรุนแรงจริง เมียมึงจะลุกขึ้นมาปกป้องมันทำไมวะ ถามจริงเหอะ... มันเคยสู้มึงกลับบ้างไหมในคืนนั้น’ตรีภพพ่นลมหายใจยาว ชายหนุ่มพยายามนึกทบทวนเหตุการณ์ในคืนวันนั้นอีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง... เขาเพียงแค่
ณ บ้านหลังเล็กโทนสีเทาเข้ม...หนึ่งอาทิตย์ต่อมา...ต่อ...ตรีภพขมวดคิ้วมุ่น... จังหวะนั้นเองที่สายตาคมกริบเพิ่งสังเกตเห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่สามรอยที่แขนซ้ายของพิมพ์รดา รอยเย็บนั้นดูหยาบร้อน เหมือนทำไปเพียงเพื่อประสานเนื้อหนังให้ติดกัน โดยไม่ได้ใส่ใจเรื่องความสวยงามเลยสักนิด“ใช่... ฉันเป็นสามีของเธอ” ตรีภพโพล่งขึ้นมา “มีธุระอะไร ทำไมไม่พูดกับฉันตั้งแต่แรก จะให้ฉันพามาพบเธอทำไม”ใหม่หันไปมองตามน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย็นเยียบนั้น “ภรรยาของคุณบอกว่าจะพาคุณไปขอโทษสามีของฉัน... เพราะคุณทำให้ขาของเขามันพิการจนต้องเดินกระเผลกไปตลอดชีวิต!”พิมพ์รดารีบก้าวไปยืนขวางตรงหน้าตรีภพด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ เพราะเธอใช้เท้าเปล่าเหยียบลงบนกองหินคมๆ “ใหม่... เธอใจเย็นๆ ก่อน ฟังฉันก่อนนะ เหตุการณ์ในวันนั้นเธอไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เธอไม่มีวันเข้าใจหรอก!”เพียะ!ใหม่เหวี่ยงฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าของพิมพ์รดาอย่างแรง! “ใช่! ฉันมันมาทีหลัง... แต่ก็เป็นฉันนี่แหละที่รักเขาด้วยใจจริง และประคบประหงมช่วยให้เขาก้าวข้ามความเจ็บปวดพวกนั้นมาได้! ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเธอมีดีอะไรนักหนา ถึงทำให้ผู้ชายดีๆ สอง
ณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้าน...ต่อ...พัตรเงียบเสียงลงกะทันหัน เมื่อนึกถึงภาพรอยเลือดสดๆ ที่เจิ่งนงอเต็มห้องน้ำ ขอบตาของเขาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที“เกิดอะไรขึ้นกับเธอ!” ตรีภพเค้นเสียงถามด้วยความตระหนกพัตรยกแก้วเหล้าขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะกระดกมันลงคอไป “เธอกรีดข้อมือตัวเอง... วันนั้นลูกชายผมได้ยินเสียงร้องไห้แปลกๆ เลยวิ่งมาบอกผม ผมกับพ่อรีบวิ่งไปเคาะประตูเรียกเท่าไรก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ ผมเลยตัดสินใจทุบบานกระจกเข้าไป... สิ่งที่ผมเห็นในห้องน้ำ คือร่างของผู้หญิงคนหนึ่งนอนจมกองเลือด...”พัตรถอนหายใจแผ่วเบา “หลังจากวันนั้น ชาวบ้านถึงเริ่มเปลี่ยนท่าทีต่อเธอ... แต่เธอก็ไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนง่ายๆ อีกเลย ยกเว้นแค่ออกมาดูแลพ่อกับแม่ของพี่”“นาย... พูดว่าอะไรนะ” ตรีภพย่นคิ้วจ้องมองพัตรด้วยความตะลึงงัน...ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่พิมพ์รดาลุกลี้ลุกลนรีบหดแขนลงใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์ฉายซ้ำเข้ามาในหัว... ที่แท้เธอก็แค่ต้องการซ่อนรอยแผลเป็นนั้นไว้จากสายตาเขานั่นเองพัตรส่ายหน้าเบาๆ เรื่องราวพวกนี้เขาไม่เคยเอ่ยปากพูดคุยกับใคร เพราะมีแต่จะยิ่งตอกย้ำซ้ำเติมน้องสาว แม้แต่กับภรรยา เขาทำได้เพียงนั่งดื่
ณ บ้านหลังเล็กโทนสีเทาเข้ม...ตรีภพมองดูอาการลนลานนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดบทตัดอารมณ์ไปเรื่องอื่น “ฉันขอใช้ห้องอาบน้ำหน่อย... น้ำประปาที่บ้านจะใช้ได้ก็พรุ่งนี้เช้า”หญิงสาวพยักหน้ารับคำรวดเร็ว “ได้ค่ะ! พี่ภพเข้าไปอาบได้เลยค่ะ... หรือจะเปิดเครื่องปรับอากาศนอนพักผ่อนที่นี่ก่อนก็ได้นะคะ พิมพ์ต้องนั่งทำงานตลอดทั้งคืนอยู่แล้ว”ตรีภพจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาว... แม้ชาวบ้านจะบอกว่าพิมพ์รดาอาศัยอยู่เพียงลำพังและไม่มีใคร แต่เขาก็ยากจะเชื่อคำบอกเล่านั้น ยิ่งในตอนนี้ เธอกลับบอกให้เขานอนพักที่บ้านเธอได้โดยไม่ลังเลหรือกังวลสิ่งใด “เธอไม่กลัวสามีใหม่มาเห็นหรือไงพิมพ์... หรือเธอชอบความวุ่นวาย ชอบเห็นผู้ชายตีกันเพราะแย่งเธอนัก!”ร่างอวบอัดส่ายหน้าจนผมสะบัด น้ำตาคลอเบ้า “พี่ภพ... พิมพ์ไม่มีสามีจริงๆ ค่ะ ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้น... พิมพ์ก็ไม่มีใคร และไม่เหลือใครอีกแล้วจริงๆ”ตรีภพหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง เขาเดินตรงไปยังห้องน้ำในห้องนอนอีกครั้ง ทว่าชายหนุ่มกลับชะงัก ช้อนสายตามองไปทางห้องนอนโทนสีเทา... เขาถอนหายใจยาว พลันเค้นเสียงหัวเราะสมเพชตัวเองในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้านเพ



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



