Startseite / รักโบราณ / รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน / บทที่ 5 เจ้าชื่อเสี่ยวเป่า

Teilen

บทที่ 5 เจ้าชื่อเสี่ยวเป่า

last update Veröffentlichungsdatum: 03.11.2026 17:16:29

 

บทที่ 5 เจ้าชื่อเสี่ยวเป่า

 

เช้าวันต่อมา เด็กหญิงตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเสื้อของท่านยายหายไปจากขา นางนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชะโงกหน้าลงไปดูข้างเตียง เสื้อสีน้ำตาลทั้งตัวกองอยู่บนพื้น ส่วนเจ้าหมานอนทับอยู่ด้านบน เด็กหญิงมองมัน

เจ้าหมาหลับสนิท ขาหน้าข้างหนึ่งเหยียดออกมา หัววางอยู่บนชายเสื้อราวกับมันเป็นที่นอนของตัวเองมาตั้งแต่แรก “นี่ของท่านยายนะ” ไม่มีการตอบสนอง เด็กหญิงลงจากเตียง นั่งยองตรงหน้ามัน

“ข้าให้คลุม ไม่ได้ให้เอาไปนอนทับ” เจ้าหมายังหลับ นางยื่นมือไปดึงชายเสื้อ ดึงไม่ออกตัวมันหนัก “ลุก” มันลืมตาข้างหนึ่ง “ลุกก่อน” คราวนี้ลืมทั้งสองข้าง แต่ยังไม่ลุก

เด็กหญิงขมวดคิ้ว จากนั้นใช้สองมือจับเสื้อแล้วออกแรงดึง เจ้าหมาถูกลากตามมานิดหนึ่งมันจึงยอมลุกในที่สุด เด็กหญิงรีบคว้าเสื้อขึ้นมาปัดขนหมาออกทีละเส้น “สกปรกหมดแล้ว”

เมื่อคืนตัวเองเป็นคนเอาเสื้อลงไปคลุมมัน เรื่องนี้นางลืมไปชั่วคราว พอปัดเสร็จจึงยกเสื้อขึ้นดม ไม่เหม็นนางโล่งใจ ถ้าต้องซักวันนี้คงไม่แห้งอากาศด้านนอกยังเย็นอยู่ เด็กหญิงพับเสื้ออย่างที่พยายามจำจากท่านยาย แล้วเก็บกลับลงหีบ

คราวนี้พับได้ตรงกว่าเมื่อวานเล็กน้อยนางจึงพอใจ “คืนนี้ค่อยเอาออกมาใหม่” พูดจบก็หันไปมองเจ้าหมา “แต่ห้ามนอนทับ” หางของมันสะบัดกับพื้นหนึ่งครั้ง เด็กหญิงถือว่านั่นคือการรับปาก

 

อาหารเช้ามีข้าวก้นหม้อจากเมื่อวาน นางทำตามที่หญิงในครัวบอก เอามันใส่หม้อ เติมน้ำ แล้วต้มจนก้อนข้าวแข็ง ๆ ค่อย ๆ นิ่ม ระหว่างนั้นเด็กหญิงพบเรื่องหนึ่ง ถ้วยบิ่นของเจ้าหมาร้าวเพิ่มนางยกขึ้นส่อง รอยแตกเล็ก ๆ พาดจากขอบลงมาเกือบถึงก้นถ้วย

ถ้าใส่น้ำคงรั่ว เด็กหญิงลองเทน้ำลงไป รั่วจริง ๆ หยดแรกซึมออกมาตรงรอยแตก ตามด้วยหยดที่สอง นางรีบเทน้ำกลับ เจ้าหมานั่งมอง “ถ้วยเจ้าใช้ไม่ได้แล้ว” นางพูด จากนั้นหยุดคิด...ถ้วยเจ้าเมื่อไม่กี่วันก่อนยังเป็นถ้วยของท่านยายอยู่เลย

เด็กหญิงใช้นิ้วลูบรอยร้าว เสียดาย ของในเรือนมีไม่มาก ถ้วยดี ๆ เหลือเพียงใบที่นางใช้อยู่ อีกใบเป็นชามใหญ่เกินไป และมีถ้วยไม้เก่าใบหนึ่งที่ก้นเริ่มผุ

นางคิดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นหยิบถ้วยของตัวเองมาวางตรงหน้าเจ้าหมา ส่วนตัวเองเอาชามใบใหญ่ “เจ้าใช้ใบนี้” เจ้าหมามองถ้วย “แต่อย่าทำแตก” เด็กหญิงตักข้าวต้มแบ่งลงไป

ชามใหญ่ของนางดูว่างมาก แม้ใส่อาหารลงไปเท่าเดิม นางมองแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองได้น้อยกว่าปกติ จึงเอียงชามไปด้านหนึ่งให้ข้าวรวมกัน ดูเยอะขึ้นทันทีเด็กหญิงพอใจ ทั้งสองจึงกินอาหารเช้าด้วยกัน

 

วันนี้ไม่มีผ้าต้องซัก ไม่มีเสื้อขาด ช่องหน้าต่างก็อุดแล้ว เด็กหญิงจึงมีเวลาว่าง นางนั่งตรงธรณีประตู เอากิ่งไม้ขีดพื้นเล่น เจ้าหมานอนตากแดดอ่อน ๆ อยู่ข้างหน้า เมื่อก่อนเวลาว่าง ท่านยายจะให้ฝึกเขียน แต่กระดาษแพง หมึกก็แพงท่านยายจึงเอากิ่งไม้ให้ แล้วบอกให้เขียนบนดิน

เด็กหญิงจำตัวอักษรได้ไม่มาก ชื่อของตัวเองเขียนได้ คำว่า คน คำว่า ใหญ่ เล็ก ภูเขา น้ำ แล้วก็อีกไม่กี่คำ นางใช้กิ่งไม้เขียนคำว่า “คน” เบี้ยวใช้เท้าลบ เขียนใหม่ คราวนี้ดีขึ้น เจ้าหมาลุกขึ้นมาเดินผ่านตรงกลางพอดี

รอยเท้าหนึ่งรอยเหยียบลงบนตัวอักษรเด็กหญิงเงยหน้าขึ้น มันเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เจ้าเหยียบตัวหนังสือข้า” เจ้าหมาหันกลับมา “ท่านยายบอกว่าห้ามเหยียบหนังสือ”

มันมองพื้น จากนั้นมองนาง “ถึงนี่จะไม่ใช่หนังสือก็เถอะ” เด็กหญิงใช้กิ่งไม้เขี่ยรอยเท้ามันออก กำลังจะเขียนใหม่ก็หยุด สายตาตกลงบนเจ้าหมา

“จริงสิ” นางวางกิ่งไม้ “ต้องตั้งชื่อให้เจ้า”เรื่องนี้ค้างมาหลายวันแล้ว จะเรียกแต่เจ้าหมาก็ไม่ดี ถ้ามีหมาหลายตัวแล้วนางเรียกเจ้าหมา พวกมันอาจหันมาพร้อมกันหมด

เด็กหญิงคิดอย่างจริงจัง “ต้าหวงไม่ได้”เจ้าหมานอนลง “เสี่ยวเฮยก็ไม่ได้” มันหาว “เจ้าห้ามหลับ ข้ากำลังตั้งชื่อให้เจ้า” เจ้าหมาปิดปากแต่ยังนอน เด็กหญิงเอากิ่งไม้เคาะพื้นเบา ๆ ชื่อควรเป็นชื่อที่ดี

ท่านยายเคยบอกว่าชื่อเป็นสิ่งที่คนอื่นใช้เรียกเราไปนาน ๆ ถ้าตั้งไม่ดี เจ้าของชื่อจะลำบากเด็กหญิงไม่รู้ว่าหมาจะลำบากเพราะชื่อได้หรือไม่แต่ตั้งดีไว้ก่อนน่าจะดีกว่า นางนึกถึงชื่อคนที่เคยได้ยิน เสี่ยวชุ่ย อาเหมย เสี่ยวเถา ไม่ได้ เป็นชื่อคน

 

หมาควรมีชื่อหมา คิดไปคิดมา ท้องของเด็กหญิงก็ร้อง นางก้มมองท้องตัวเอง  แล้วนึกถึงไข่เมื่อวาน นึกถึงขนมหวาน นึกถึงมันเทศที่เจ้าหมาคาบกลับมา “เป่า...” นางพึมพำ

ท่านยายเคยใช้คำนี้ บางครั้งเวลาเก็บของชิ้นเล็ก ๆ ที่มีค่า ท่านยายจะบอกว่าเก็บดี ๆ นั่นเป็นของมีค่า ของมีค่า...เด็กหญิงมองเจ้าหมา มันกินเยอะ ทำเสื้อท่านยายเปื้อนขน ชอบตามนางไปทุกที่ บางครั้งยังหายไปเอง ดูไม่เหมือนของมีค่าเท่าไร

แต่ถ้ามันหายไป...เด็กหญิงหยุดคิดอยู่นาน เมื่อเช้าวาน ตอนเปิดประตูแล้วไม่เห็นมัน นางไม่ชอบความรู้สึกนั้น...ไม่ชอบเลย “เสี่ยวเป่า”

นางลองเรียก เจ้าหมาเงยหน้า เด็กหญิงตาโต “เจ้าชอบหรือ” มันคงเพียงได้ยินเสียง แต่นางยิ้มแล้ว “เสี่ยวเป่า” คราวนี้มันยังมอง “อย่างนั้นเอาชื่อนี้” เด็กหญิงตัดสินใจทันที “ต่อไปเจ้าชื่อเสี่ยวเป่า” นางใช้กิ่งไม้ขีดลงบนพื้น

คำว่า “เสี่ยว” นางพอเขียนได้ แต่คำว่า “เป่า” จำไม่ได้ เด็กหญิงพยายามนึก ท่านยายเคยเขียนให้ดูหรือไม่ น่าจะเคย นางขีดไปสองสามเส้นหยุด ลบ ลองใหม่สุดท้ายก็ยังเขียนไม่ได้

“ไว้ข้าจำได้แล้วจะเขียนให้” นางบอกเจ้าของชื่อใหม่ เสี่ยวเป่าวางหัวลงบนขาหน้า เด็กหญิงยื่นมือไปลูบ “เสี่ยวเป่า” เรียกอีกครั้ง คราวนี้หางมันขยับ เด็กหญิงหัวเราะ “เจ้ารู้ชื่อแล้ว!”

 

ตอนกลางวัน เด็กหญิงไปหลังครัวตามเวลาเดิม “เสี่ยวเป่า ตามมา” เจ้าหมาตาม เพียงได้เรียกชื่อใหม่ก็ทำให้นางอารมณ์ดี ระหว่างทางเห็นมันหยุดดมพุ่มไม้ “เสี่ยวเป่า” มันหันมา นางยิ่งพอใจ “เร็วเข้า” เจ้าหมาวิ่งตาม พอถึงช่องกำแพง นางมุดออกไปก่อน

“เสี่ยวเป่า มา” หัวสุนัขโผล่ตามมา เด็กหญิงยิ้มกว้าง ชื่อใช้ได้จริง ๆ วันนี้หลังครัวไม่มีอะไรดีนัก นางได้ผักเหี่ยวมาหนึ่งกำมือ เปลือกฟักที่ยังมีเนื้อติด กับหมั่นโถวครึ่งก้อน

หมั่นโถวไม่แข็งมาก เด็กหญิงกดดูแล้วพอใจ กำลังจะกลับก็เห็นถ้วยใบหนึ่งวางอยู่ข้างกองของเก่า เป็นถ้วยดินเผาธรรมดา ขอบบิ่นแต่ไม่แตก เด็กหญิงมอง แล้วนึกถึงถ้วยของเสี่ยวเป่าที่ร้าว นางไม่หยิบทันที เดินไปหาหญิงวัยกลางคนที่กำลังล้างหม้อ 

“ท่านป้า” หญิงคนนั้นหันมา เด็กหญิงชี้ไปทางกองของเก่า “ถ้วยใบนั้นยังใช้หรือไม่เจ้าคะ” อีกฝ่ายมองตาม “ใบไหน”

 

“ใบบิ่นตรงนั้น” หญิงวัยกลางคนมองอยู่ครู่หนึ่ง “จะเอาไปทำอะไร" เด็กหญิงตอบตามจริง “ถ้วยของเสี่ยวเป่าแตกเจ้าค่ะ”   “เสี่ยวเป่า?”

“หมาของข้า” คำตอบออกมาอย่างง่ายดายหญิงวัยกลางคนมองนางทจากนั้นมองเจ้าหมาที่นั่งรออยู่ไกล ๆ “นั่นน่ะหรือ" เด็กหญิงพยักหน้าหญิงคนนั้นเงียบไปนิดหนึ่ง ก่อนหันกลับไปล้างหม้อ

“ถ้วยนั้นเขาจะทิ้งแล้ว อยากได้ก็เอาไป” “ขอบคุณเจ้าค่ะ” เด็กหญิงเดินกลับไปหยิบ ถ้วยหนักกว่าของเดิมเล็กน้อย มีคราบอยู่ข้างใน ต้องล้าง แต่ไม่มีรอยร้าว นางใช้นิ้วเคาะเบา ๆ เสียงใสดีมาก จึงเอาใส่ตะกร้าอย่างระมัดระวัง

 

ตอนเดินกลับผ่านหญิงวัยกลางคน เด็กหญิงก้มศีรษะให้อีกครั้ง “ขอบคุณเจ้าค่ะ” อีกฝ่ายไม่ได้ตอบ แต่ก่อนเด็กหญิงจะเดินพ้นประตู เสียงนั้นก็ดังตามหลังมา “คุณหนูใหญ่” เด็กหญิงหยุดนี่เป็นครั้งแรกที่หญิงคนนี้เรียกนาง นางหันกลับไป หญิงวัยกลางคนยังคงก้มหน้าล้างหม้อ

“อากาศจะหนาวกว่านี้แล้ว” เด็กหญิงรอฟัง “กลางคืนปิดประตูให้ดี” นางพยักหน้า “เจ้าค่ะ”แล้วเดินจากไป

 

ระหว่างทางกลับ เสี่ยวเป่าวิ่งนำหน้า เด็กหญิงถือถ้วยใหม่ไว้ในตะกร้า วันนี้ไม่ได้อาหารมากแต่ได้ถ้วยจึงยังเป็นวันที่ดี เมื่อถึงเรือน นางล้างถ้วยหลายรอบ ใช้นิ้วถูตรงคราบจนสะอาด จากนั้นวางตากแดด เสี่ยวเป่านั่งมองอยู่ข้าง ๆ

“ของเจ้า” เด็กหญิงชี้มมันเดินเข้าไปดม“ยังใช้ไม่ได้ เปียกอยู่” นางรีบดึงกลับ จากนั้นเอาถ้วยวางสูงขึ้น “รอแห้งก่อน” เสี่ยวเป่าจึงไปนอน เด็กหญิงมองถ้วยอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินกลับเข้าเรือน

ถ้วยใบเก่าที่ร้าวยังวางอยู่บนโต๊ะ นางหยิบขึ้นมา ควรทิ้ง ใช้ใส่น้ำไม่ได้แล้ว แต่เด็กหญิงถืออยู่นาน นี่เคยเป็นถ้วยของท่านยาย จากนั้นเป็นถ้วยของเสี่ยวเป่า นางจึงเอามันไปล้าง เช็ดให้แห้งแล้วเก็บไว้ในหีบ ข้างเสื้อของท่านยาย ไม่ได้มีประโยชน์อะไร แต่ไม่อยากทิ้ง 

 

เย็นวันนั้น ถ้วยใบใหม่แห้งแล้ว เด็กหญิงต้มผักกับเปลือกฟัก หักหมั่นโถวใส่ลงไปครึ่งหนึ่งอีกครึ่งเก็บพรุ่งนี้ เมื่อตักอาหาร นางเอาถ้วยใหม่วางลงก่อน “เสี่ยวเป่า” เจ้าหมาที่นอนอยู่ใต้โต๊ะลุกขึ้นทันที เด็กหญิงยิ้ม “มากินข้าว”

มันเดินมาหา นางตักอาหารลงในถ้วยแล้วจึงตักของตัวเองใส่ชามใหญ่ ถ้วยสองใบวางอยู่ข้างกัน ใบหนึ่งใหญ่ ใบหนึ่งเล็ก เด็กหญิงนั่งลงกับพื้น เสี่ยวเป่าก็ก้มหน้ากิน นางกินไปสองคำ แล้วหันไปมองมัน “เสี่ยวเป่า” มันเงยหน้า “ไม่มีอะไร” นางก้มหน้ากินต่อ ผ่านไปครู่หนึ่งก็เรียกอีก “เสี่ยวเป่า” มันเงยอีก เด็กหญิงหัวเราะ “ข้าแค่เรียกดู”

เจ้าหมาก้มลงกินต่อ นางยิ้มอยู่คนเดียวหลังจากนั้นก็ไม่เรียกอีก จนกระทั่งกินหมด

คืนนั้น เสื้อของท่านยายถูกนำออกจากหีบอีกครั้ง เด็กหญิงขึ้นเตียง เสี่ยวเป่านอนข้างล่างนางปล่อยชายเสื้อลงไปครึ่งหนึ่งเหมือนเมื่อคืนคราวนี้ไม่ต้องถามว่ามันหนาวหรือไม่เพียงทำไปตามปกติ ก่อนนอน เด็กหญิงเอื้อมมือลงไป

“เสี่ยวเป่า” ขนใต้ฝ่ามืออุ่น “นอนเถอะ”นางหลับตา แต่ผ่านไปครู่หนึ่งก็ลืมขึ้นมาใหม่ “พรุ่งนี้ข้าจะลองเขียนชื่อเจ้าอีกที” ไม่มีเสียงตอบ “ถ้ายังเขียนไม่ได้...” เด็กหญิงคิด “ข้าก็จะลองวันถัดไป”

นางหาว มือยังวางอยู่บนตัวมัน “ต้องเขียนได้สักวัน” ไม่นานเสียงก็เงียบลง ลมหายใจค่อย ๆ สม่ำเสมอ บนพื้นข้างเตียง เจ้าหมานอนอยู่ใต้ชายเสื้อเก่าของหญิงชราคนหนึ่ง มันมีถ้วยของตัวเองแล้ว มีที่นอน มีอาหารครึ่งหนึ่งของทุกอย่างที่เด็กหญิงหาได้

และตั้งแต่วันนี้ มันมีชื่อด้วย ชื่อธรรมดาที่เด็กหญิงคนหนึ่งเลือกให้ เพราะครั้งหนึ่งมันหายไปเพียงไม่นาน แล้วนางจึงเพิ่งรู้ว่า...ของบางอย่างไม่จำเป็นต้องมีราคา เพียงไม่อยากให้หายไปก็อาจเป็นของมีค่าแล้ว

 

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 8 เสื้อกันหนาวตัวเก่า

    บทที่ 8 เสื้อกันหนาวตัวเก่าหลังฝนหยุด อากาศก็เย็นลงอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วัน ลมที่พัดเข้ามาทางช่องหน้าต่างก็เปลี่ยนจากเย็นเป็นหนาว หว่านหว่านเริ่มไม่อยากลุกจากเตียงตอนเช้า วันนี้ก็เช่นกัน นางขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ดึงเสื้อของท่านยายมาคลุมทับตรงปลายเท้า ส่วนชายอีกด้านตกลงไปข้างเตียงคลุมเสี่ยวเป่าหนึ่งคนหนึ่งหมาไม่มีใครอยากขยับ จนกระทั่งท้องของหว่านหว่านร้อง เด็กหญิงลืมตามองเพดาน “หิวแล้ว” เสี่ยวเป่าไม่สนใจ “เจ้าหิวหรือไม่” มันยังหลับ หว่านหว่านถอนใจ “มีแต่ข้าที่ต้องหาอาหาร” นางลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจพอเท้าแตะพื้นก็รีบยกกลับ เย็นมาก หว่านหว่านจึงเอารองเท้าสีแดงมาสวม ตอนแรกตั้งใจจะเก็บไว้ใส่วันดี ๆ แต่หลายวันมานี้ นางเริ่มคิดได้ว่าหากเก็บไว้อย่างเดียว วันหนึ่งเท้าอาจโตจนใส่ไม่ได้ เสียดายกว่าเดิม จึงยอมใส่ เพียงแต่ยังหลบโคลนทุกครั้งเด็กหญิงล้างหน้า หวีผม แล้วไปดูอาหารที่เหลือ ไม่มี ข้าวหมดแล้ว หมั่นโถวก็หมด เหลือเพียงเกลือก้นกระปุก หว่านหว่านมองเสี่ยวเป่า “วันนี้ต้องไปเร็วหน่อย”หลังครัวคึกคักผิดปกติ ตั้งแต่ยังไม่ถึง หว่านหว่านก็ได้กลิ่นเนื้อ นางหยุดสูดหายใจเข้าเต็มแรง หอมมากไม่ใช่กลิ่นน้ำ

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 7 ข้าชื่อหว่านหว่าน

    บทที่ 7 ข้าชื่อหว่านหว่านรองเท้าสีแดงถูกเก็บไว้บนหัวเตียง เด็กหญิงเปลี่ยนใจแล้ว วันนี้นางไม่ใส่มัน เมื่อคืนมีฝนตกเล็กน้อย พื้นทางเดินยังชื้น หากเหยียบโคลนขึ้นมา คราบอาจซักไม่ออกเหมือนครั้งก่อนนางจึงกลับไปสวมรองเท้าคู่เก่า ตรงหัวมีผ้าสีน้ำเงินปะเอียง ๆ ฝีมือของตัวเอง ส่วนพื้นรองเท้าบางเสียจนเวลาเหยียบก้อนหินจะรู้สึกได้ทุกก้อน...แต่ยังใส่ได้ท่านยายเคยบอกว่าของที่ยังใช้ได้อย่าเพิ่งทิ้ง เด็กหญิงจึงเก็บคู่สวยเอาไว้ก่อน “วันนี้ไม่ใส่” นางบอกเสี่ยวเป่า เจ้าหมายืนอยู่ตรงประตู มองนางสลับกับรองเท้าสีแดงบนหัวเตียง “เปื้อน”นางอธิบายเพิ่ม มันหันกลับออกไป เด็กหญิงจึงหยิบตะกร้าแล้วตามเมื่อคืนฝนตกไม่มาก แต่ลมแรง กิ่งไม้เล็ก ๆ หล่นเต็มลาน เด็กหญิงเก็บทีละกิ่ง กิ่งที่แห้งวางไว้ด้านหนึ่ง กิ่งที่เปียกแยกไว้อีกด้าน ถ้าตากสองสามวันก็ใช้เป็นฟืนได้ เสี่ยวเป่าช่วยไม่ได้ มันเดินตามอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะคาบกิ่งหนึ่งขึ้นมา เด็กหญิงเห็นก็ดีใจ “เอามานี่” เสี่ยวเป่าเดินมานางยื่นมือมันไม่ปล่อย “เอามา” เสี่ยวเป่าถอย เด็กหญิงมองมันคาบกิ่งไม้แน่นกว่าเดิม “นั่นของข้า” เสี่ยวเป่าถอยอีกก้าว เด็กหญิงวางตะกร้าเดินเข้าไปหา

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 6 รองเท้าคู่ใหม่

    บทที่ 6 รองเท้าคู่ใหม่เช้าวันนั้น เด็กหญิงพบว่าปลายเท้าตัวเองโผล่ออกมาจากรองเท้าแล้ว ไม่มาก เพียงนิ้วหนึ่งเท่านั้น นางนั่งอยู่ตรงธรณีประตู ยกเท้าขึ้นดู รูตรงหัวรองเท้าที่เคยเย็บไว้ปริออกอีกครั้ง ด้ายเส้นเก่าขาดไปสองเส้น ผ้าที่ท่านยายเคยเสริมไว้ด้านในก็บางจนมองเห็นนิ้วเท้าเด็กหญิงขยับนิ้ว นิ้วเล็กโผล่ออกมา เสี่ยวเป่าซึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ เงยหน้าขึ้น มันเดินเข้ามาดม “อย่ากัด” เด็กหญิงรีบดึงเท้าหนี เสี่ยวเป่าไม่ได้กัดเพียงดมอีกครั้ง “ขาดอีกแล้ว” นางบอกมันจากนั้นถอดรองเท้าออก พลิกดูด้านล่างพื้นรองเท้าก็บาง ตรงส้นมีรอยแตกเล็ก ๆ เด็กหญิงเอานิ้วกด นิ่มเกินไปแล้ว ถ้าเดินบนพื้นเปียก น้ำคงซึมเข้า นางนั่งคิด ต้องซ่อมจึงเดินกลับเข้าเรือน ไปเปิดหีบไม้แล้วหยิบห่อเข็มด้ายของท่านยายออกมา เศษผ้าที่เหลือมีไม่มาก นางเลือกชิ้นที่หนาที่สุด สีไม่เหมือนรองเท้าเลย รองเท้าเป็นสีเทา ผ้าเป็นสีน้ำเงินซีดแต่ไม่เป็นไร เด็กหญิงนั่งลง เริ่มเย็บเสี่ยวเป่านอนข้างขา ครั้งนี้ฝีเข็มดีกว่าคราวเย็บแขนเสื้อเล็กน้อย อย่างน้อยไม่เฉียงมาก นางเย็บผ้าปิดรู ดึงด้าย แน่นเกินไป ผ้าจึงย่น เด็กหญิงคลายออกนิดหนึ่งแล้วทำใหม่ ใช้เวลา

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 5 เจ้าชื่อเสี่ยวเป่า

    บทที่ 5 เจ้าชื่อเสี่ยวเป่าเช้าวันต่อมา เด็กหญิงตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเสื้อของท่านยายหายไปจากขา นางนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชะโงกหน้าลงไปดูข้างเตียง เสื้อสีน้ำตาลทั้งตัวกองอยู่บนพื้น ส่วนเจ้าหมานอนทับอยู่ด้านบน เด็กหญิงมองมันเจ้าหมาหลับสนิท ขาหน้าข้างหนึ่งเหยียดออกมา หัววางอยู่บนชายเสื้อราวกับมันเป็นที่นอนของตัวเองมาตั้งแต่แรก “นี่ของท่านยายนะ” ไม่มีการตอบสนอง เด็กหญิงลงจากเตียง นั่งยองตรงหน้ามัน“ข้าให้คลุม ไม่ได้ให้เอาไปนอนทับ” เจ้าหมายังหลับ นางยื่นมือไปดึงชายเสื้อ ดึงไม่ออกตัวมันหนัก “ลุก” มันลืมตาข้างหนึ่ง “ลุกก่อน” คราวนี้ลืมทั้งสองข้าง แต่ยังไม่ลุกเด็กหญิงขมวดคิ้ว จากนั้นใช้สองมือจับเสื้อแล้วออกแรงดึง เจ้าหมาถูกลากตามมานิดหนึ่งมันจึงยอมลุกในที่สุด เด็กหญิงรีบคว้าเสื้อขึ้นมาปัดขนหมาออกทีละเส้น “สกปรกหมดแล้ว”เมื่อคืนตัวเองเป็นคนเอาเสื้อลงไปคลุมมัน เรื่องนี้นางลืมไปชั่วคราว พอปัดเสร็จจึงยกเสื้อขึ้นดม ไม่เหม็นนางโล่งใจ ถ้าต้องซักวันนี้คงไม่แห้งอากาศด้านนอกยังเย็นอยู่ เด็กหญิงพับเสื้ออย่างที่พยายามจำจากท่านยาย แล้วเก็บกลับลงหีบคราวนี้พับได้ตรงกว่าเมื่อวานเล็กน้อยนางจึงพอใจ “คืนนี

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 4 เสื้อเก่าของท่านยาย

    บทที่ 4 เสื้อของท่านยายอากาศเย็นลงอีกแล้ว เด็กหญิงรู้เพราะตอนตื่นขึ้นมา ปลายจมูกเย็นจนต้องยกผ้าห่มขึ้นคลุมหน้า นางขดตัวอยู่ใต้ผ้าผืนเก่าอีกครู่หนึ่ง ไม่อยากลุก แต่ท้องร้องแล้ว จึงต้องลุกเด็กหญิงโผล่หน้าออกจากผ้าห่ม ก่อนจะมองลงไปข้างเตียงตามความเคยชิน เจ้าหมาไม่อยู่นางมองซ้าย มองขวา ไม่มี “เจ้าหมา?” ไม่มีเสียงตอบ เด็กหญิงรีบลุกขึ้น เท้าเปล่าเหยียบพื้นเย็นจัด นางสะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังเดินไปเปิดประตู“เจ้าหมา” ลานเรือนว่างเปล่า หัวใจเล็ก ๆ เหมือนหยุดไปครู่หนึ่ง นางเดินออกมา “เจ้าหมา?” ยังไม่มี เมื่อคืนมันนอนอยู่ข้างเตียง นางจำได้ ก่อนหลับยังเอื้อมมือลงไปแตะหัวมันอยู่เลยเด็กหญิงเดินไปดูข้างครัว ไม่มี หลังเรือนไม่มี ตรงราวตากผ้าก็ไม่มี นางเริ่มเดินเร็วขึ้น “เจ้าหมา!” เสียงดังขึ้นกว่าเดิม ไม่มีอะไรตอบกลับมา นอกจากเสียงลมพัดใบไม้แห้งไปตามพื้นเด็กหญิงหยุดอยู่กลางลาน นางไม่รู้ว่าควรไปหาที่ใด มันอาจกลับบ้านแล้ว ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา นางเคยบอกมันเองว่า ถ้ามีเจ้าของก็ควรกลับไป บางทีมันอาจนึกขึ้นได้เมื่อคืนว่าตัวเองมีเจ้าของจึงกลับไปแล้ว เด็กหญิงยืนคิด ถ้าเช่นนั้นก็ดี เจ้าของมันคงมีอาหารให้กิน

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 3 วันนี้พวกเรามีไข่กิน

    บทที่ 3 วันนี้พวกเรามีไข่กินไข่ใบนั้นมีรอยร้าว เปลือกด้านหนึ่งบุบลงไปเล็กน้อย มีไข่ขาวเหนียว ๆ ไหลออกมาติดฟางจนแห้ง เด็กหญิงนั่งยองอยู่ข้างตะกร้า มองมันอยู่นาน จากนั้นจึงหยิบขึ้นมาอย่างระมัดระวังไม่เหม็นในางยกขึ้นส่องกับแสงแดดอีกครั้ง ท่านยายเคยบอกว่าไข่ที่แตกแล้วเก็บไว้นานกินไม่ได้ แต่ถ้าเพิ่งแตกและไม่มีกลิ่น ก็ให้รีบเอาไปต้มเสีย เด็กหญิงไม่รู้ว่าใบนี้แตกมานานหรือยังนางจึงหันไปถามคนข้างตัว“เจ้าว่ากินได้หรือไม่” เจ้าหมานั่งอยู่บนพื้นมันมองไข่ในมือนาง เด็กหญิงรออยู่ครู่หนึ่ง “ข้าถามเจ้าก็ไม่เคยตอบ” พูดจบก็เอาไข่วางลงในตะกร้าอยู่ดี วันนี้นางโชคดี นอกจากไข่หนึ่งใบ ยังได้ผักกาดที่เหลือเกือบครึ่งต้นกับแป้งแผ่นเล็ก ๆ อีกสองชิ้นคนครัวคนหนึ่งเป็นคนวางไว้ข้างถัง เด็กหญิงไม่รู้ว่านางตั้งใจหรือไม่ ตอนเดินเข้าไปเก็บ หญิงคนนั้นกำลังหั่นเนื้ออยู่ตรงโต๊ะ ไม่ได้หันมามองนางสักครั้ง นางจึงไม่ได้กล่าวขอบคุณ ทำเพียงเก็บของใส่ตะกร้าแล้วเดินกลับวันนี้ไม่ต้องคุ้ยถังนาน รองเท้าก็ไม่เปื้อนน้ำจากเศษอาหารด้วย นับว่าเป็นวันที่ดี เด็กหญิงเดินไปตามทางเล็กอย่างอารมณ์ดี เจ้าหมาตามอยู่ข้างหลัง เดินไปได้พักหนึ่งน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status