Startseite / รักโบราณ / รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน / บทที่ 6 รองเท้าคู่ใหม่

Teilen

บทที่ 6 รองเท้าคู่ใหม่

last update Veröffentlichungsdatum: 04.11.2026 11:33:55

 

บทที่ 6 รองเท้าคู่ใหม่

 

เช้าวันนั้น เด็กหญิงพบว่าปลายเท้าตัวเองโผล่ออกมาจากรองเท้าแล้ว ไม่มาก เพียงนิ้วหนึ่งเท่านั้น นางนั่งอยู่ตรงธรณีประตู  ยกเท้าขึ้นดู  รูตรงหัวรองเท้าที่เคยเย็บไว้ปริออกอีกครั้ง ด้ายเส้นเก่าขาดไปสองเส้น ผ้าที่ท่านยายเคยเสริมไว้ด้านในก็บางจนมองเห็นนิ้วเท้า

เด็กหญิงขยับนิ้ว นิ้วเล็กโผล่ออกมา เสี่ยวเป่าซึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ เงยหน้าขึ้น มันเดินเข้ามาดม “อย่ากัด” เด็กหญิงรีบดึงเท้าหนี เสี่ยวเป่าไม่ได้กัดเพียงดมอีกครั้ง “ขาดอีกแล้ว” นางบอกมัน

จากนั้นถอดรองเท้าออก พลิกดูด้านล่างพื้นรองเท้าก็บาง ตรงส้นมีรอยแตกเล็ก ๆ เด็กหญิงเอานิ้วกด นิ่มเกินไปแล้ว ถ้าเดินบนพื้นเปียก น้ำคงซึมเข้า นางนั่งคิด ต้องซ่อม

จึงเดินกลับเข้าเรือน ไปเปิดหีบไม้แล้วหยิบห่อเข็มด้ายของท่านยายออกมา เศษผ้าที่เหลือมีไม่มาก นางเลือกชิ้นที่หนาที่สุด สีไม่เหมือนรองเท้าเลย รองเท้าเป็นสีเทา ผ้าเป็นสีน้ำเงินซีดแต่ไม่เป็นไร เด็กหญิงนั่งลง เริ่มเย็บ

เสี่ยวเป่านอนข้างขา ครั้งนี้ฝีเข็มดีกว่าคราวเย็บแขนเสื้อเล็กน้อย อย่างน้อยไม่เฉียงมาก นางเย็บผ้าปิดรู ดึงด้าย แน่นเกินไป ผ้าจึงย่น เด็กหญิงคลายออกนิดหนึ่งแล้วทำใหม่ ใช้เวลานาน แต่สุดท้ายรูตรงหัวรองเท้าก็หาย

นางสวมขยับนิ้วเท้า ไม่โผล่แล้ว “เห็นหรือไม่” เสี่ยวเป่ามอง “ใช้ได้อีกนาน” เด็กหญิงพูดอย่างมั่นใจ จากนั้นลุกขึ้นเดินสองก้าว ตรงส้นยังบาง แต่ยังไม่ขาด นางจึงถือว่าซ่อมเสร็จ

 

อากาศเย็นลงทุกวัน ลมหายใจตอนเช้าเริ่มกลายเป็นไอจาง ๆ เด็กหญิงค้นเสื้อในหีบแล้วพบว่าเสื้อหนาของตัวเองมีเพียงตัวเดียว เก่ามาก แขนสั้นขึ้นแล้ว เมื่อยกมือ ข้อมือโผล่ออกมาเกือบหนึ่งฝ่ามือ นางดึงแขนเสื้อลงมมันก็เลื่อนกลับ

เด็กหญิงลองอีกครั้ง เหมือนเดิม สุดท้ายจึงเลิก “ปีที่แล้วไม่เป็นเช่นนี้” นางบอกเสี่ยวเป่ามันเดินอยู่ในลาน “หรือเสื้อหด” เสี่ยวเป่าไม่ตอบ เด็กหญิงคิดว่าคงเป็นเช่นนั้น

เพราะนางไม่รู้ว่าตัวเองสูงขึ้นเท่าไร ไม่มีใครวัดจึงโทษเสื้อไว้ก่อน นางเอามือซุกเข้าไปในแขนเสื้อแทน อุ่นขึ้นนิดหนึ่ง “ไปกันเถอะ” วันนี้ต้องไปหลังครัว

ทางเดินมีใบไม้แห้งมากกว่าเดิม เด็กหญิงเดินเหยียบจนเกิดเสียงกรอบแกรบ เสี่ยวเป่าชอบวิ่งเข้าไปในกองใบไม้ ครั้งแรกนางคิดว่ามันหาอะไรแต่พอมันกระโดดออกมาแล้ววิ่งเข้าไปอีก นางจึงรู้ว่ามันเล่น “ไร้สาระ” เด็กหญิงพูด เสี่ยวเป่าวิ่งวนกลับมา

แล้วกระโจนใส่กองใบไม้อีกกอง ใบไม้ฟุ้งขึ้น เด็กหญิงหลบ “เสี่ยวเป่า!” มันโผล่หัวออกมาใบไม้แห้งติดอยู่บนหัวหนึ่งใบ เด็กหญิงมองพยายามไม่หัวเราะ สุดท้ายก็หัวเราะออกมาอยู่ดี

“ดูเจ้าเสียก่อน” นางเดินเข้าไปดึงใบไม้ออกให้ เสี่ยวเป่าสะบัดตัว ใบไม้ที่ติดตามขนกระเด็นใส่นางแทน เด็กหญิงร้อง “เสี่ยวเป่า!”

มันวิ่งหนี นางวิ่งตามไปสองสามก้าวแล้วหยุด เพราะรองเท้าที่เพิ่งซ่อมส่งเสียงดังแควก เด็กหญิงก้มลงทันที ผ้าที่เย็บไว้ยังอยู่ นางถอนใจโล่งอก “ห้ามวิ่งแล้ว" คล้ายพูดกับตัวเองมากกว่าพูดกับมัน จากนั้นเดินต่ออย่างระมัดระวัง

 

วันนี้หลังครัวมีคนกำลังจัดของเก่า ตะกร้าพัง กระบุงที่ก้นทะลุ ผ้าขี้ริ้ว ถ้วยแตก ของหลายอย่างถูกกองไว้ข้างกำแพง เด็กหญิงหยุดดู ของพวกนี้น่าสนใจกว่าอาหารบางวันเสียอีก เพราะบางอย่างเอากลับไปใช้ได้

นางยังไม่เข้าไปหยิบ รอจนเห็นหญิงวัยกลางคนคนเดิม “ท่านป้า” อีกฝ่ายหันมา “ของตรงนี้จะทิ้งหรือเจ้าคะ” หญิงคนนั้นมองกองของ “อืม” เด็กหญิงตาเป็นประกาย “ข้าเลือกได้หรือไม่”

อีกฝ่ายมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า “จะเอาขยะไปทำอะไร”   “บางอย่างยังใช้ได้เจ้าค่ะ” หญิงวัยกลางคนเงียบ ก่อนจะโบกมือ “อยากได้ก็เอา แต่อย่ารื้อกระจาย”   “เจ้าค่ะ” เด็กหญิงรีบเดินไป

เสี่ยวเป่าตามมา “อย่าเหยียบ” นางเตือนจากนั้นเริ่มค้น ตะกร้าใบหนึ่งก้นทะลุซ่อมยาก ไม่เอา กระบวยไม้ด้ามหัก อาจใช้ตักอะไรไม่ได้ แต่เอาไปเป็นฟืนได้ เด็กหญิงวางไว้ด้านหนึ่ง ผ้าผืนหนึ่งขาดตรงกลาง ส่วนที่เหลือยังดี เอาไปอุดหน้าต่างได้ นางพับใส่ตะกร้า

ค้นไปเรื่อย ๆ จนมือแตะบางอย่างใต้กองผ้า เด็กหญิงดึงออกมา รองเท้า! เป็นรองเท้าผ้าสีแดงคู่เล็ก มีดอกไม้ปักอยู่ตรงหัว ข้างหนึ่งยังใหม่อีกข้างเปื้อนโคลน เด็กหญิงนิ่งยกขึ้นดู สวยมาก

สวยกว่ารองเท้าทุกคู่ที่นางเคยมี ตรงขอบมีขนนุ่มเย็บอยู่ด้วย นางเอานิ้วแตะ นุ่ม เสี่ยวเป่าเข้ามาดม “อย่า” เด็กหญิงรีบกอดรองเท้าไว้ จากนั้นเหมือนนึกได้ว่าตัวเองยังไม่ได้ขอ จึงหันไปหาหญิงวัยกลางคนอีกครั้ง “ท่านป้า” อีกฝ่ายกำลังยกหม้อ “อะไร” เด็กหญิงชูรองเท้า “อันนี้ทิ้งหรือเจ้าคะ”

หญิงคนนั้นมอง สีหน้าชะงักไปนิดหนึ่ง “คู่นั้น...” เด็กหญิงรอ หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามา หยิบรองเท้าไปดู “ของคุณหนูรอง” เด็กหญิงมองรองเท้าในมืออีกฝ่าย “เล็กแล้วหรือเจ้าคะ”

“ไม่ใช่” หญิงคนนั้นพลิกดูคราบโคลน “เมื่อหลายวันก่อนคุณหนูรองเหยียบโคลน ฮูหยินเห็นว่าสกปรก ซักแล้วสีคงไม่เหมือนเดิม จึงให้ทิ้ง” เด็กหญิงมองคราบ มีเพียงข้างเดียว ตรงหัวรองเท้าเปื้อนสีน้ำตาล ไม่มาก “ซักออกได้” นางพูด

หญิงวัยกลางคนมองหน้าเด็กหญิง ไม่มีคำตอบอยู่พักหนึ่ง เด็กหญิงจึงถาม “ข้าเอาได้หรือไม่เจ้าคะ” อีกฝ่ายยื่นคืนให้ “ทิ้งแล้ว”

เด็กหญิงรับทันที “ขอบคุณเจ้าค่ะ”รองเท้าถูกวางลงในตะกร้าอย่างระมัดระวัง ของอื่นถูกวางทับไม่ได้ นางจึงอุ้มตะกร้าด้วยสองมือ ก่อนกลับยังได้ก้านผักกับหมั่นโถวอีกครึ่งก้อน แต่วันนี้เด็กหญิงแทบไม่มองอาหาร สายตามองแต่รองเท้า

 

พอกลับถึงเรือน นางไม่กินข้าวก่อนด้วยซ้ำรีบเอากะละมังออกมา ตักน้ำ จากนั้นหยิบรองเท้าสีแดงลงไป “ต้องซักเบา ๆ” นางบอกเสี่ยวเป่าเหมือนมันจะเป็นคนซัก ท่านยายเคยสอนว่าผ้าสีบางอย่างขยี้แรงไม่ได้ ด้ายปักจะเสีย

เด็กหญิงจึงใช้ผ้าชุบน้ำค่อย ๆ เช็ดคราบโคลน ครั้งแรกยังไม่ออก นางทำอีก น้ำเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล คราบจางลง เด็กหญิงยิ้มกว้าง “เห็นหรือไม่”

เสี่ยวเป่านอนดูนางเปลี่ยนน้ำ ซักอีกครั้งคราวนี้คราบเหลือเพียงเงาจาง ๆ ถ้าไม่มองใกล้แทบไม่เห็น เด็กหญิงเอารองเท้าไปวางตากตรงที่มีแดด จากนั้นนั่งเฝ้า ผ่านไปครู่หนึ่ง นางเอานิ้วแตะ ยังเปียก นางนั่งต่ออีกครู่หนึ่งแตะใหม่ ก็ยังเปียก

สุดท้ายหิวจนท้องร้อง จึงยอมไปทำอาหารระหว่างกินก็ยังหันไปมองรองเท้าเป็นระยะ เสี่ยวเป่ากินเสร็จก่อน มันเดินเข้าไปใกล้ราวตาก เด็กหญิงรีบวางชาม “ห้าม!” เสี่ยวเป่าหยุดเดิน “ห้ามแตะ” นางชี้นิ้ว “นั่นรองเท้าใหม่ของข้า” พูดจบก็คิดได้  ใหม่?  ความจริงเป็นรองเท้าที่คนอื่นทิ้งแล้ว

แต่สำหรับนาง มันใหม่ เด็กหญิงจึงไม่แก้คำพูด  “ถ้าเจ้าทำเปื้อน ข้าจะโกรธจริง ๆ” เสี่ยวเป่าหันกลับมานอนที่เดิม นางจึงกินต่ออย่างสบายใจ

กว่ารองเท้าจะแห้งก็เกือบเย็น เด็กหญิงยกลงจากราว นั่งบนธรณีประตู ถอดรองเท้าคู่เก่าออก แล้วลองสวมข้างใหม่ เท้าสอดเข้าไป พอดี ไม่ใหญ่ ไม่เล็ก พอดีจริง ๆ เด็กหญิงนิ่งไป จากนั้นสวมอีกข้าง 

นางลุกขึ้น เดินหนึ่งก้าว สองก้าว รองเท้านุ่มกว่าคู่เก่า พื้นหนากว่า ไม่มีนิ้วโผล่ ไม่มีลมลอดเข้ามาขอบขนนุ่มสัมผัสข้อเท้า อุ่น เด็กหญิงเดินไปถึงกลางลาน หันกลับ เดินอีกครั้ง

เสี่ยวเป่านั่งมอง “สวยหรือไม่” นางถามแล้วก้มมองเท้าตัวเอง สีแดงสดตัดกับเสื้อผ้าเก่าทั้งตัว ดูไม่เข้ากันเลย

แต่เด็กหญิงไม่สนใจ นางเดินอีกสองรอบยกชายกางเกงขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองรองเท้าให้ชัด “สวยมาก” คราวนี้ตอบเอง ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยรอยยิ้ม นางไม่เคยมีรองเท้าสีแดง คู่ก่อนเป็นสีเทาคู่ก่อนหน้านั้นจำไม่ได้แล้ว แต่คู่นี้มีดอกไม้ด้วย

เด็กหญิงนั่งลง ใช้นิ้วลูบดอกไม้ปักตรงหัวรองเท้า “เสี่ยวเป่า” มันเดินมาหา “วันนี้ข้ามีรองเท้าใหม่” หางมันขยับนางยิ้มกว้างกว่าเดิม

 

คืนนั้น เด็กหญิงไม่ได้เก็บรองเท้าสีแดงไว้นอกห้อง นางเอามาวางข้างเตียง เช็ดพื้นรองเท้าก่อนแล้วจึงวางคู่กันอย่างดี รองเท้าคู่เก่ายังอยู่ตรงประตู นางไม่ได้ทิ้งยังใส่ได้ แม้จะขาด

 

ก่อนนอน เด็กหญิงมองรองเท้าสีแดงอีกครั้ง ในความมืดมองเห็นเพียงรูปร่างเล็ก ๆ นางยังรู้สึกดี “พรุ่งนี้ข้าจะใส่อีก” เสี่ยวเป่านอนใต้ชายเสื้อของท่านยาย เด็กหญิงยื่นมือลงไปแตะมันตามปกติ “ถ้าหิมะตกก็คงไม่หนาวเท้าแล้ว” นางพูดจากนั้นหลับตา เงียบไปพักหนึ่งก็ลืมตาอีก

“แต่ถ้าหิมะตก รองเท้าจะเปื้อนหรือไม่”ไม่มีใครตอบ เด็กหญิงเริ่มกังวล “อย่างนั้นวันหิมะตกใส่คู่เก่าดีกว่า” ตัดสินใจได้แล้วจึงสบายใจนางหลับตาอีกครั้งไม่นานก็หลับ

 

วันต่อมา เด็กหญิงตื่นเช้ากว่าปกติสิ่งแรกที่ทำคือมองรองเท้า ยังอยู่ นางรีบล้างหน้า หวีผมด้วยหวีไม้ที่เหลือฟันไม่ครบ จากนั้นสวมรองเท้าสีแดง ก่อนออกจากเรือนยังยกชายเสื้อขึ้นมองอีกครั้ง เสี่ยวเป่ายืนรออยู่ตรงประตู “ไปกันเถอะ”

วันนี้นางเดินระวังกว่าทุกวัน หลบแอ่งน้ำหลบโคลน แม้แต่ใบไม้เปียกก็ไม่เหยียบ เสี่ยวเป่าวิ่งไปไกลแล้วต้องหยุดรอหลายครั้ง เด็กหญิงไม่สนใจ รองเท้าใหม่สำคัญกว่า

จนกระทั่งเกือบถึงหลังครัว เสียงเด็กดังมาจากทางสวนนางหยุดเดิน เสียงนั้นคุ้นหู “ข้าไม่เอาคู่นี้!” เด็กหญิงมองผ่านแนวต้นไม้ คุณหนูรองนั่งอยู่บนเก้าอี้เล็ก สาวใช้สองคนกำลังช่วยสวมรองเท้าให้ ตรงหน้ามีกล่องเปิดอยู่ ข้างในมีรองเท้าหลายคู่ สีชมพู สีเขียวอ่อน สีฟ้า แต่ละคู่ปักดอกไม้และประดับของสวยงาม

“คู่นี้สีไม่เข้ากับเสื้อ!” คุณหนูรองพูด สาวใช้รีบหยิบอีกคู่ “เช่นนั้นคู่นี้ดีหรือไม่เจ้าคะ” เด็กหญิงยืนมองอยู่ไกล ๆ จากนั้นก้มมองเท้าตัวเองรองเท้าสีแดงมีคราบจาง ๆ ตรงหัวข้างหนึ่ง แต่ยังสวยมาก นางขยับเท้าเล็กน้อย ดอกไม้ปักบนหัวรองเท้ารับแสงเช้า เด็กหญิงยิ้มแล้วเดินต่อ

ไม่ได้รู้สึกว่าของตัวเองด้อยกว่าเลย เพราะรองเท้าหลายคู่ในกล่องนั้นเป็นของคุณหนูรองส่วนคู่สีแดงบนเท้าคู่นี้ เป็นของนางแล้ว นางได้มันมา และซักเอง ตากเอง และมันอุ่นมากด้วย

เด็กหญิงเดินไปอีกสองก้าว ก่อนหันไปหาเสี่ยวเป่า “เร็วเข้า” เจ้าหมาวิ่งตามมา นางจึงเดินต่ออย่างอารมณ์ดี รองเท้าสีแดงคู่เล็กเหยียบไปบนทางหินทีละก้าว ระมัดระวังเสียยิ่งกว่าสิ่งใด เด็กหญิงไม่รู้เลยว่า สำหรับใครบางคน รองเท้าคู่นี้เป็นเพียงของที่เปื้อนแล้วจึงโยนทิ้ง

นางรู้เพียงว่า ตั้งแต่จำความได้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางมีรองเท้าคู่หนึ่งซึ่งไม่มีรูตรงปลายเท้าและเท่านี้ก็เพียงพอให้วันนี้เป็นวันที่ดีมากแล้ว

 

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 8 เสื้อกันหนาวตัวเก่า

    บทที่ 8 เสื้อกันหนาวตัวเก่าหลังฝนหยุด อากาศก็เย็นลงอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วัน ลมที่พัดเข้ามาทางช่องหน้าต่างก็เปลี่ยนจากเย็นเป็นหนาว หว่านหว่านเริ่มไม่อยากลุกจากเตียงตอนเช้า วันนี้ก็เช่นกัน นางขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ดึงเสื้อของท่านยายมาคลุมทับตรงปลายเท้า ส่วนชายอีกด้านตกลงไปข้างเตียงคลุมเสี่ยวเป่าหนึ่งคนหนึ่งหมาไม่มีใครอยากขยับ จนกระทั่งท้องของหว่านหว่านร้อง เด็กหญิงลืมตามองเพดาน “หิวแล้ว” เสี่ยวเป่าไม่สนใจ “เจ้าหิวหรือไม่” มันยังหลับ หว่านหว่านถอนใจ “มีแต่ข้าที่ต้องหาอาหาร” นางลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจพอเท้าแตะพื้นก็รีบยกกลับ เย็นมาก หว่านหว่านจึงเอารองเท้าสีแดงมาสวม ตอนแรกตั้งใจจะเก็บไว้ใส่วันดี ๆ แต่หลายวันมานี้ นางเริ่มคิดได้ว่าหากเก็บไว้อย่างเดียว วันหนึ่งเท้าอาจโตจนใส่ไม่ได้ เสียดายกว่าเดิม จึงยอมใส่ เพียงแต่ยังหลบโคลนทุกครั้งเด็กหญิงล้างหน้า หวีผม แล้วไปดูอาหารที่เหลือ ไม่มี ข้าวหมดแล้ว หมั่นโถวก็หมด เหลือเพียงเกลือก้นกระปุก หว่านหว่านมองเสี่ยวเป่า “วันนี้ต้องไปเร็วหน่อย”หลังครัวคึกคักผิดปกติ ตั้งแต่ยังไม่ถึง หว่านหว่านก็ได้กลิ่นเนื้อ นางหยุดสูดหายใจเข้าเต็มแรง หอมมากไม่ใช่กลิ่นน้ำ

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 7 ข้าชื่อหว่านหว่าน

    บทที่ 7 ข้าชื่อหว่านหว่านรองเท้าสีแดงถูกเก็บไว้บนหัวเตียง เด็กหญิงเปลี่ยนใจแล้ว วันนี้นางไม่ใส่มัน เมื่อคืนมีฝนตกเล็กน้อย พื้นทางเดินยังชื้น หากเหยียบโคลนขึ้นมา คราบอาจซักไม่ออกเหมือนครั้งก่อนนางจึงกลับไปสวมรองเท้าคู่เก่า ตรงหัวมีผ้าสีน้ำเงินปะเอียง ๆ ฝีมือของตัวเอง ส่วนพื้นรองเท้าบางเสียจนเวลาเหยียบก้อนหินจะรู้สึกได้ทุกก้อน...แต่ยังใส่ได้ท่านยายเคยบอกว่าของที่ยังใช้ได้อย่าเพิ่งทิ้ง เด็กหญิงจึงเก็บคู่สวยเอาไว้ก่อน “วันนี้ไม่ใส่” นางบอกเสี่ยวเป่า เจ้าหมายืนอยู่ตรงประตู มองนางสลับกับรองเท้าสีแดงบนหัวเตียง “เปื้อน”นางอธิบายเพิ่ม มันหันกลับออกไป เด็กหญิงจึงหยิบตะกร้าแล้วตามเมื่อคืนฝนตกไม่มาก แต่ลมแรง กิ่งไม้เล็ก ๆ หล่นเต็มลาน เด็กหญิงเก็บทีละกิ่ง กิ่งที่แห้งวางไว้ด้านหนึ่ง กิ่งที่เปียกแยกไว้อีกด้าน ถ้าตากสองสามวันก็ใช้เป็นฟืนได้ เสี่ยวเป่าช่วยไม่ได้ มันเดินตามอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะคาบกิ่งหนึ่งขึ้นมา เด็กหญิงเห็นก็ดีใจ “เอามานี่” เสี่ยวเป่าเดินมานางยื่นมือมันไม่ปล่อย “เอามา” เสี่ยวเป่าถอย เด็กหญิงมองมันคาบกิ่งไม้แน่นกว่าเดิม “นั่นของข้า” เสี่ยวเป่าถอยอีกก้าว เด็กหญิงวางตะกร้าเดินเข้าไปหา

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 6 รองเท้าคู่ใหม่

    บทที่ 6 รองเท้าคู่ใหม่เช้าวันนั้น เด็กหญิงพบว่าปลายเท้าตัวเองโผล่ออกมาจากรองเท้าแล้ว ไม่มาก เพียงนิ้วหนึ่งเท่านั้น นางนั่งอยู่ตรงธรณีประตู ยกเท้าขึ้นดู รูตรงหัวรองเท้าที่เคยเย็บไว้ปริออกอีกครั้ง ด้ายเส้นเก่าขาดไปสองเส้น ผ้าที่ท่านยายเคยเสริมไว้ด้านในก็บางจนมองเห็นนิ้วเท้าเด็กหญิงขยับนิ้ว นิ้วเล็กโผล่ออกมา เสี่ยวเป่าซึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ เงยหน้าขึ้น มันเดินเข้ามาดม “อย่ากัด” เด็กหญิงรีบดึงเท้าหนี เสี่ยวเป่าไม่ได้กัดเพียงดมอีกครั้ง “ขาดอีกแล้ว” นางบอกมันจากนั้นถอดรองเท้าออก พลิกดูด้านล่างพื้นรองเท้าก็บาง ตรงส้นมีรอยแตกเล็ก ๆ เด็กหญิงเอานิ้วกด นิ่มเกินไปแล้ว ถ้าเดินบนพื้นเปียก น้ำคงซึมเข้า นางนั่งคิด ต้องซ่อมจึงเดินกลับเข้าเรือน ไปเปิดหีบไม้แล้วหยิบห่อเข็มด้ายของท่านยายออกมา เศษผ้าที่เหลือมีไม่มาก นางเลือกชิ้นที่หนาที่สุด สีไม่เหมือนรองเท้าเลย รองเท้าเป็นสีเทา ผ้าเป็นสีน้ำเงินซีดแต่ไม่เป็นไร เด็กหญิงนั่งลง เริ่มเย็บเสี่ยวเป่านอนข้างขา ครั้งนี้ฝีเข็มดีกว่าคราวเย็บแขนเสื้อเล็กน้อย อย่างน้อยไม่เฉียงมาก นางเย็บผ้าปิดรู ดึงด้าย แน่นเกินไป ผ้าจึงย่น เด็กหญิงคลายออกนิดหนึ่งแล้วทำใหม่ ใช้เวลา

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 5 เจ้าชื่อเสี่ยวเป่า

    บทที่ 5 เจ้าชื่อเสี่ยวเป่าเช้าวันต่อมา เด็กหญิงตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเสื้อของท่านยายหายไปจากขา นางนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชะโงกหน้าลงไปดูข้างเตียง เสื้อสีน้ำตาลทั้งตัวกองอยู่บนพื้น ส่วนเจ้าหมานอนทับอยู่ด้านบน เด็กหญิงมองมันเจ้าหมาหลับสนิท ขาหน้าข้างหนึ่งเหยียดออกมา หัววางอยู่บนชายเสื้อราวกับมันเป็นที่นอนของตัวเองมาตั้งแต่แรก “นี่ของท่านยายนะ” ไม่มีการตอบสนอง เด็กหญิงลงจากเตียง นั่งยองตรงหน้ามัน“ข้าให้คลุม ไม่ได้ให้เอาไปนอนทับ” เจ้าหมายังหลับ นางยื่นมือไปดึงชายเสื้อ ดึงไม่ออกตัวมันหนัก “ลุก” มันลืมตาข้างหนึ่ง “ลุกก่อน” คราวนี้ลืมทั้งสองข้าง แต่ยังไม่ลุกเด็กหญิงขมวดคิ้ว จากนั้นใช้สองมือจับเสื้อแล้วออกแรงดึง เจ้าหมาถูกลากตามมานิดหนึ่งมันจึงยอมลุกในที่สุด เด็กหญิงรีบคว้าเสื้อขึ้นมาปัดขนหมาออกทีละเส้น “สกปรกหมดแล้ว”เมื่อคืนตัวเองเป็นคนเอาเสื้อลงไปคลุมมัน เรื่องนี้นางลืมไปชั่วคราว พอปัดเสร็จจึงยกเสื้อขึ้นดม ไม่เหม็นนางโล่งใจ ถ้าต้องซักวันนี้คงไม่แห้งอากาศด้านนอกยังเย็นอยู่ เด็กหญิงพับเสื้ออย่างที่พยายามจำจากท่านยาย แล้วเก็บกลับลงหีบคราวนี้พับได้ตรงกว่าเมื่อวานเล็กน้อยนางจึงพอใจ “คืนนี

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 4 เสื้อเก่าของท่านยาย

    บทที่ 4 เสื้อของท่านยายอากาศเย็นลงอีกแล้ว เด็กหญิงรู้เพราะตอนตื่นขึ้นมา ปลายจมูกเย็นจนต้องยกผ้าห่มขึ้นคลุมหน้า นางขดตัวอยู่ใต้ผ้าผืนเก่าอีกครู่หนึ่ง ไม่อยากลุก แต่ท้องร้องแล้ว จึงต้องลุกเด็กหญิงโผล่หน้าออกจากผ้าห่ม ก่อนจะมองลงไปข้างเตียงตามความเคยชิน เจ้าหมาไม่อยู่นางมองซ้าย มองขวา ไม่มี “เจ้าหมา?” ไม่มีเสียงตอบ เด็กหญิงรีบลุกขึ้น เท้าเปล่าเหยียบพื้นเย็นจัด นางสะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังเดินไปเปิดประตู“เจ้าหมา” ลานเรือนว่างเปล่า หัวใจเล็ก ๆ เหมือนหยุดไปครู่หนึ่ง นางเดินออกมา “เจ้าหมา?” ยังไม่มี เมื่อคืนมันนอนอยู่ข้างเตียง นางจำได้ ก่อนหลับยังเอื้อมมือลงไปแตะหัวมันอยู่เลยเด็กหญิงเดินไปดูข้างครัว ไม่มี หลังเรือนไม่มี ตรงราวตากผ้าก็ไม่มี นางเริ่มเดินเร็วขึ้น “เจ้าหมา!” เสียงดังขึ้นกว่าเดิม ไม่มีอะไรตอบกลับมา นอกจากเสียงลมพัดใบไม้แห้งไปตามพื้นเด็กหญิงหยุดอยู่กลางลาน นางไม่รู้ว่าควรไปหาที่ใด มันอาจกลับบ้านแล้ว ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา นางเคยบอกมันเองว่า ถ้ามีเจ้าของก็ควรกลับไป บางทีมันอาจนึกขึ้นได้เมื่อคืนว่าตัวเองมีเจ้าของจึงกลับไปแล้ว เด็กหญิงยืนคิด ถ้าเช่นนั้นก็ดี เจ้าของมันคงมีอาหารให้กิน

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 3 วันนี้พวกเรามีไข่กิน

    บทที่ 3 วันนี้พวกเรามีไข่กินไข่ใบนั้นมีรอยร้าว เปลือกด้านหนึ่งบุบลงไปเล็กน้อย มีไข่ขาวเหนียว ๆ ไหลออกมาติดฟางจนแห้ง เด็กหญิงนั่งยองอยู่ข้างตะกร้า มองมันอยู่นาน จากนั้นจึงหยิบขึ้นมาอย่างระมัดระวังไม่เหม็นในางยกขึ้นส่องกับแสงแดดอีกครั้ง ท่านยายเคยบอกว่าไข่ที่แตกแล้วเก็บไว้นานกินไม่ได้ แต่ถ้าเพิ่งแตกและไม่มีกลิ่น ก็ให้รีบเอาไปต้มเสีย เด็กหญิงไม่รู้ว่าใบนี้แตกมานานหรือยังนางจึงหันไปถามคนข้างตัว“เจ้าว่ากินได้หรือไม่” เจ้าหมานั่งอยู่บนพื้นมันมองไข่ในมือนาง เด็กหญิงรออยู่ครู่หนึ่ง “ข้าถามเจ้าก็ไม่เคยตอบ” พูดจบก็เอาไข่วางลงในตะกร้าอยู่ดี วันนี้นางโชคดี นอกจากไข่หนึ่งใบ ยังได้ผักกาดที่เหลือเกือบครึ่งต้นกับแป้งแผ่นเล็ก ๆ อีกสองชิ้นคนครัวคนหนึ่งเป็นคนวางไว้ข้างถัง เด็กหญิงไม่รู้ว่านางตั้งใจหรือไม่ ตอนเดินเข้าไปเก็บ หญิงคนนั้นกำลังหั่นเนื้ออยู่ตรงโต๊ะ ไม่ได้หันมามองนางสักครั้ง นางจึงไม่ได้กล่าวขอบคุณ ทำเพียงเก็บของใส่ตะกร้าแล้วเดินกลับวันนี้ไม่ต้องคุ้ยถังนาน รองเท้าก็ไม่เปื้อนน้ำจากเศษอาหารด้วย นับว่าเป็นวันที่ดี เด็กหญิงเดินไปตามทางเล็กอย่างอารมณ์ดี เจ้าหมาตามอยู่ข้างหลัง เดินไปได้พักหนึ่งน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status