Startseite / รักโบราณ / รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน / บทที่ 3 วันนี้พวกเรามีไข่กิน

Teilen

บทที่ 3 วันนี้พวกเรามีไข่กิน

last update Veröffentlichungsdatum: 31.10.2026 20:50:15

 

บทที่ 3 วันนี้พวกเรามีไข่กิน

 

ไข่ใบนั้นมีรอยร้าว เปลือกด้านหนึ่งบุบลงไปเล็กน้อย มีไข่ขาวเหนียว ๆ ไหลออกมาติดฟางจนแห้ง เด็กหญิงนั่งยองอยู่ข้างตะกร้า มองมันอยู่นาน จากนั้นจึงหยิบขึ้นมาอย่างระมัดระวัง

ไม่เหม็นในางยกขึ้นส่องกับแสงแดดอีกครั้ง ท่านยายเคยบอกว่าไข่ที่แตกแล้วเก็บไว้นานกินไม่ได้ แต่ถ้าเพิ่งแตกและไม่มีกลิ่น ก็ให้รีบเอาไปต้มเสีย เด็กหญิงไม่รู้ว่าใบนี้แตกมานานหรือยังนางจึงหันไปถามคนข้างตัว

“เจ้าว่ากินได้หรือไม่” เจ้าหมานั่งอยู่บนพื้นมันมองไข่ในมือนาง เด็กหญิงรออยู่ครู่หนึ่ง “ข้าถามเจ้าก็ไม่เคยตอบ” พูดจบก็เอาไข่วางลงในตะกร้าอยู่ดี วันนี้นางโชคดี นอกจากไข่หนึ่งใบ ยังได้ผักกาดที่เหลือเกือบครึ่งต้นกับแป้งแผ่นเล็ก ๆ อีกสองชิ้น

คนครัวคนหนึ่งเป็นคนวางไว้ข้างถัง เด็กหญิงไม่รู้ว่านางตั้งใจหรือไม่ ตอนเดินเข้าไปเก็บ หญิงคนนั้นกำลังหั่นเนื้ออยู่ตรงโต๊ะ ไม่ได้หันมามองนางสักครั้ง นางจึงไม่ได้กล่าวขอบคุณ ทำเพียงเก็บของใส่ตะกร้าแล้วเดินกลับ

วันนี้ไม่ต้องคุ้ยถังนาน รองเท้าก็ไม่เปื้อนน้ำจากเศษอาหารด้วย นับว่าเป็นวันที่ดี เด็กหญิงเดินไปตามทางเล็กอย่างอารมณ์ดี เจ้าหมาตามอยู่ข้างหลัง เดินไปได้พักหนึ่งนางก็หยุด หันกลับไปมอง มันหยุดตาม “วันนี้มีไข่” เจ้าหมามองนาง “เจ้าเคยกินหรือไม่” ไม่มีคำตอบ

 

เด็กหญิงจึงหันกลับเดินต่อ “ข้าเคยกิน”เดินไปอีกสองสามก้าว นางก็พูดอีก “นานแล้ว” จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่านานเพียงใด ครั้งสุดท้ายเหมือนท่านยายจะต้มให้ ตอนนั้นนางไม่สบาย กินอะไรไม่ลง ท่านยายจึงไปเอาไข่มาจากไหนสักแห่ง ต้มจนสุกแล้วใช้ช้อนบดกับน้ำร้อน ป้อนทีละคำ

นางจำรสชาติไม่ได้แล้ว จำได้เพียงว่าท่านยายบ่นตลอดเวลา บ่นว่านางผอม บ่นว่าป่วยง่ายบ่นว่ากินน้อย บ่นแม้กระทั่งตอนนางหลับ เด็กหญิงคิดแล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว “ท่านยายขี้บ่นมาก” เจ้าหมาเดินตามมาเงียบ ๆ “แต่ทำไข่อร่อย” นางสรุป

เมื่อกลับถึงเรือน สิ่งแรกที่เด็กหญิงทำคือเอาไข่ออกมาวางบนโต๊ะ จากนั้นไปก่อไฟ เรื่องนี้ยากกว่าการซักผ้า ท่านยายสอนอยู่หลายครั้ง แต่นางยังทำได้ไม่ดีนัก เด็กหญิงคุกเข่าหน้าเตา เอาฟืนชิ้นเล็กวางซ้อนกัน ก่อนหยิบเศษหญ้าแห้งกับกิ่งไม้บาง ๆ ยัดไว้ด้านล่าง

 

หินจุดไฟถูกเก็บอยู่ในกล่องไม้ นางหยิบออกมากระทบครั้งแรก ไม่มีอะไร ครั้งที่สองมีประกายเล็ก ๆ แล้วดับ ครั้งที่สามก็ยังไม่ติด เด็กหญิงเริ่มขมวดคิ้ว เจ้าหมานอนอยู่ตรงประตูครัว “อย่ามอง” มันยังมอง “ข้าทำได้” นางกระทบหินอีกครั้ง ประกายไฟตกลงบนหญ้าแห้ง คราวนี้มีควันบาง ๆ ลอยขึ้นมา

เด็กหญิงรีบก้มลงเป่า แรงเกินไป ควันหาย ไฟดับ นางนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นหันไปมองเจ้าหมา “เพราะเจ้ามอง” มันไม่ได้ทำอะไร “ท่านยายเคยทำทีเดียวก็ติด” เด็กหญิงหยิบหินขึ้นมาใหม่คราวนี้ใช้เวลานานกว่าเดิม

กว่าจะมีเปลวไฟเล็ก ๆ ลุกขึ้น นางก็ไอเพราะควันไปหลายครั้ง ใบหน้าเปื้อนเขม่าตรงปลายจมูกโดยไม่รู้ตัว แต่ไฟติดแล้ว นางยิ้มกว้าง “เห็นหรือไม่” เจ้าหมายกหัวขึ้น เด็กหญิงรีบเติมกิ่งไม้

หม้อใบเล็กถูกยกขึ้นตั้งบนเตา นางตักน้ำใส่ไม่มากนัก จากนั้นหยิบไข่ขึ้นมา พอจะวางลงไปก็ชะงัก ไข่มีเพียงใบเดียว นางมองเจ้าหมา แล้วมองไข่ “เจ้ากินไข่หรือไม่” มันยังคงไม่ตอบ “น่าจะกิน" นางตัดสินใจเอง ไข่ถูกหย่อนลงในหม้อระหว่างรอ เด็กหญิงนั่งกอดเข่าอยู่หน้าเตา เจ้าหมาค่อย ๆ เดินเข้ามานอนใกล้ ๆ

 

อากาศวันนี้เย็นกว่าสองวันก่อน ลมพัดลอดรอยแตกของหน้าต่างเข้ามา เด็กหญิงหันไปมอง ตรงนั้นมีเศษผ้ายัดอยู่แล้ว แต่ด้านบนหลุดออกเล็กน้อย ต้องซ่อม นางจดจำไว้ในใจ คืนนี้ก่อนนอนค่อยทำ น้ำในหม้อเริ่มเดือด เด็กหญิงไม่รู้ว่าต้องต้มนานเพียงใด ท่านยายเคยบอก แต่นางจำไม่ได้ จึงนั่งรอต่อไปอีกพักใหญ่ 

“น่าจะสุกแล้ว” ไม่มีใครคัดค้าน นางใช้กระบวยตักไข่ออกมา วางลงในถ้วยแล้วนั่งรอให้เย็น รอได้ไม่นานก็เอานิ้วแตะ ร้อน นางชักมือกลับทันที เจ้าหมาขยับจมูกเข้ามาดม “อย่าเพิ่ง”

เด็กหญิงใช้มือกันหัวมันไว้ “ร้อน”ผ่านไปอีกครู่หนึ่งจึงหยิบไข่ขึ้นมา นางเคาะเปลือกกับขอบโต๊ะเบา ๆ เปลือกร้าว นิ้วเล็กค่อย ๆ แกะออกทีละชิ้น บางส่วนติดเนื้อไข่ขาวหลุดออกมาด้วย นางเสียดาย จึงใช้ฟันแทะไข่ขาวที่ติดอยู่บนเปลือกออกจนหมด ก่อนวางเปลือกลงอีกกอง

พอแกะเสร็จ ไข่ต้มในมือจึงไม่ได้กลมสวยนัก ด้านหนึ่งแหว่ง อีกด้านเป็นหลุม แต่ยังเป็นไข่เด็กหญิงมองมันด้วยความพอใจ จากนั้นใช้ด้ายเส้นหนึ่งขึงระหว่างนิ้ว นางกดด้ายลงกลางไข่

เบี้ยวไปหน่อย ไข่จึงแบ่งออกเป็นสองส่วนที่ไม่เท่ากัน เด็กหญิงมองอีกแล้ว ชิ้นหนึ่งใหญ่ชิ้นหนึ่งเล็ก นางหยิบชิ้นใหญ่ขึ้นมา เจ้าหมาที่นั่งรออยู่ข้างโต๊ะมองตามมือ เด็กหญิงจ้องมัน คราวนี้นางไม่ยื่นให้ทันที

“เมื่อวานเจ้าก็เอาชิ้นใหญ่” มันนั่งนิ่ง “เมื่อเช้าก็ด้วย” ยังนิ่ง เด็กหญิงหรี่ตา สุดท้ายหยิบชิ้นเล็กขึ้นมากัดหนึ่งคำ ส่วนชิ้นใหญ่ถูกวางลงในชามของมัน “ครั้งนี้ครั้งเดียว” เจ้าหมาก้มลงกิน

เด็กหญิงมองแล้วรีบกินของตัวเองบ้างไข่ต้มไม่มีเกลือ ไม่มีน้ำแกง ไม่มีอะไรเลย แต่อร่อยนางกินช้ามาก กัดทีละนิด เคี้ยวนานกว่าปกติ จนไข่ครึ่งใบนั้นอยู่ได้นานกว่าที่ควรจะเป็น

 

เมื่อเหลือคำสุดท้าย เด็กหญิงยังถือไว้อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกินจากนั้นเลียนิ้วตัวเอง เจ้าหมากินหมดก่อนนานแล้ว มันนั่งมอง เด็กหญิงยกถ้วยน้ำขึ้นดื่ม “อิ่มแล้ว” ความจริงยังไม่อิ่ม แต่วันนี้กินไข่แล้ว จึงรู้สึกเหมือนควรจะอิ่ม

ตอนบ่ายลมแรงขึ้น เศษผ้าตรงหน้าต่างหลุดจริง ๆ เด็กหญิงจึงลากเก้าอี้ตัวเตี้ยมาวางใต้หน้าต่าง ปีนขึ้นไปแล้วพยายามยัดมันกลับเข้ารอยแตก เจ้าหมายืนอยู่ข้างล่าง “ถอยไป” นางบอกเพราะถ้าตกลงมาอาจทับมัน เก้าอี้โยกนิดหนึ่ง เด็กหญิงหยุด รอจนมันนิ่งแล้วจึงยืดแขนต่อ ปลายนิ้วยังไม่ถึง

นางเขย่ง เก้าอี้โยกอีก ครั้งนี้เท้าข้างหนึ่งลื่น ร่างเล็กเสียหลักตกลงมา ตุบ! ไม่ได้สูงนัก แต่ก้นกระแทกพื้นเต็มแรง เด็กหญิงนั่งนิ่ง เจ้าหมารีบเข้ามา มันดมแขน ดมมือ แล้วเอาจมูกดุนาง

 

“ไม่เป็นไร” เด็กหญิงพูด แต่ยังไม่ลุกเจ้าหมายังคงดุน “ไม่เป็นไรจริง ๆ” นางยกมือผลักหัวมันเบา ๆ มันไม่ยอมไป เด็กหญิงจึงนั่งอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่ง ก้นเจ็บ ข้อศอกก็เจ็บ นางพลิกแขนดู มีรอยแดงแต่ไม่มีเลือด ถือว่าไม่เป็นไร นางจึงนั่งพัก

เจ้าหมาก็นั่งด้วย ผ่านไปพักหนึ่ง เด็กหญิงหันมามองมัน “ถ้าท่านยายอยู่ ข้าต้องถูกดุแน่” นางเลียนเสียงแก่ ๆ “บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าปีน!” พูดจบก็หัวเราะเอง เจ้าหมามอง เด็กหญิงหัวเราะอีกนิดแล้วเงียบลง สายตาเหลือบไปทางประตูครัว เมื่อก่อนตรงนั้นเคยมีเก้าอี้อีกตัว ท่านยายนั่งอยู่บ่อย ๆ บางครั้งนั่งเด็ดผัก บางครั้งซ่อมเสื้อ บางครั้งแค่นั่งหลับ นางเคยวิ่งเล่นผ่านหน้าไปมา จนถูกเรียกกลับมาใส่รองเท้า

 

เก้าอี้ตัวนั้นยังอยู่...แต่ไม่มีใครนั่งแล้วเด็กหญิงมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยันพื้นลุกขึ้น “ข้าต้องทำต่อ” เจ้าหมาก็ลุก คราวนี้นางไม่ปีนเก้าอี้ ไปหยิบไม้ยาวมาหนึ่งอัน ใช้ปลายไม้ดันเศษผ้าเข้าไปแทน

ทำอยู่หลายครั้งกว่าจะสำเร็จ เด็กหญิงถอยออกมาดูผลงาน ช่องลมถูกปิดแล้ว “เห็นหรือไม่” นางหันไปหาเจ้าหมา “ข้าทำได้” มันสะบัดหางหนึ่งครั้ง เด็กหญิงยิ้ม

เย็นนั้นนางต้มผักกาดกับหัวผักกาด ใส่น้ำมากหน่อย จะได้กินถึงพรุ่งนี้เช้า แป้งแผ่นหนึ่งฉีกใส่หม้อ อีกแผ่นเก็บไว้ กระดูกจากเมื่อวานถูกต้มซ้ำด้วย แม้แทบไม่มีเนื้อเหลือ แต่ยังมีกลิ่นอยู่ เจ้าหมานั่งเฝ้าหม้อตลอดเวลา เด็กหญิงใช้ทัพพีคน “หอมใช่หรือไม่” หางมันขยับ

“ข้าก็ว่าอย่างนั้น” เมื่ออาหารสุก นางตักใส่ถ้วยของตัวเองก่อน ฃมจากนั้นมองชามของเจ้าหมา เมื่อก่อนชามใบนั้นไม่ได้เป็นของมัน เป็นถ้วยของท่านยาย ขอบบิ่นไปด้านหนึ่ง หลังท่านยายไม่อยู่ เด็กหญิงล้างแล้ววางเก็บไว้บนชั้น ไม่เคยหยิบมาใช้

จนเจ้าหมาตัวนี้มา วันแรกมันดื่มน้ำจากกะละมัง วันที่สอง เด็กหญิงจึงเอาถ้วยใบนั้นลงมาตอนแรกคิดเพียงให้ยืม ตอนนี้ไม่คิดจะเอาคืนแล้วนางตักน้ำแกงใส่ถ้วยบิ่น ใส่ผักลงไป ฉีกแป้งจากในชามตัวเองแบ่งให้เล็กน้อย จากนั้นวางลงตรงหน้ามัน “กินสิ”

เจ้าหมาก้มลงกิน เด็กหญิงถือชามของตัวเองไปนั่งตรงธรณีประตู ไม่นานมันก็คาบถ้วยตามออกมาไม่ได้ จึงกินให้หมดก่อน แล้วเดินมานั่งข้างนางแทน

 

ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเปลี่ยนสี ลมเย็นพัดมา เด็กหญิงกินน้ำแกงร้อน ๆ วันนี้อิ่มกว่าหลายวันก่อน นางจึงอารมณ์ดี “พรุ่งนี้ถ้ายังมีไข่อีกก็ดี” พูดแล้วก็คิด...คงไม่มี ไข่แตกไม่ได้มีทุกวัน “ไม่มีก็ไม่เป็นไร” นางแก้คำพูดเอง 

เจ้าหมานั่งชิดขา เด็กหญิงกินต่ออีกสองคำแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ “จริงสิ” นางหันไปมองมัน “เจ้ายังไม่มีชื่อเลย” เจ้าหมาเงยหน้า เด็กหญิงวางชามลง ตั้งใจคิดอย่างจริงจัง

“เรียกเสี่ยวเฮยดีหรือไม่” ขนของมันไม่ได้ดำทั้งหมด นางจึงส่ายหน้าเอง “ไม่ดี” คิดอีก “ต้าหวง?” ก็ไม่ได้เหลือง “เสี่ยวโก่ว?” นั่นก็แปลว่าหมาน้อย เด็กหญิงขมวดคิ้ว การตั้งชื่อยากกว่าก่อไฟเสียอีก

ท่านยายไม่เคยสอนเรื่องนี้ นางจึงคิดอยู่นาน สุดท้ายก็ยื่นมือไปลูบหัวมัน “ไว้ข้าคิดได้ค่อยตั้ง” เจ้าหมาวางหัวลงบนตักนาง เด็กหญิงมองมันมันไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อน น้ำหนักของหัวไม่ได้มาก แต่ทำให้นางขยับขาไม่ได้

นางก้มมองอยู่พักหนึ่ง จากนั้นค่อย ๆ วางมือลงบนขนของมัน ลูบหนึ่งครั้งแล้วอีกครั้ง “หนัก” นางบ่นแต่ไม่ได้ผลักออกในั่งไปอีกครู่หนึ่งก็หยิบชามขึ้นมากินต่อทั้งอย่างนั้น พอกินหมด นางยังไม่ลุก เพราะเจ้าหมายังนอนอยู่

 

แสงสุดท้ายค่อย ๆ จางลง ลานเรือนเก่าซึ่งเคยเงียบอยู่ทุกวันยังคงเงียบเหมือนเดิม เพียงแต่วันนี้มีถ้วยสองใบวางอยู่ตรงประตู ใบหนึ่งเป็นของเด็กหญิง อีกใบขอบบิ่น เมื่อก่อนเป็นของท่านยายตอนนี้มีเจ้าของใหม่แล้ว เด็กหญิงก้มมองเจ้าหมาบนตัก ก่อนพูดขึ้นเบา ๆ “วันนี้พวกเรากินดีนะ”

คำว่า พวกเรา หลุดออกมาอย่างง่ายดายนางเองก็ไม่ได้สังเกต เจ้าหมาก็ยังคงหลับตาอยู่เช่นเดิม มีเพียงมือเล็กที่ลูบหัวมันช้า ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งฟ้ามืด

 

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 8 เสื้อกันหนาวตัวเก่า

    บทที่ 8 เสื้อกันหนาวตัวเก่าหลังฝนหยุด อากาศก็เย็นลงอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วัน ลมที่พัดเข้ามาทางช่องหน้าต่างก็เปลี่ยนจากเย็นเป็นหนาว หว่านหว่านเริ่มไม่อยากลุกจากเตียงตอนเช้า วันนี้ก็เช่นกัน นางขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ดึงเสื้อของท่านยายมาคลุมทับตรงปลายเท้า ส่วนชายอีกด้านตกลงไปข้างเตียงคลุมเสี่ยวเป่าหนึ่งคนหนึ่งหมาไม่มีใครอยากขยับ จนกระทั่งท้องของหว่านหว่านร้อง เด็กหญิงลืมตามองเพดาน “หิวแล้ว” เสี่ยวเป่าไม่สนใจ “เจ้าหิวหรือไม่” มันยังหลับ หว่านหว่านถอนใจ “มีแต่ข้าที่ต้องหาอาหาร” นางลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจพอเท้าแตะพื้นก็รีบยกกลับ เย็นมาก หว่านหว่านจึงเอารองเท้าสีแดงมาสวม ตอนแรกตั้งใจจะเก็บไว้ใส่วันดี ๆ แต่หลายวันมานี้ นางเริ่มคิดได้ว่าหากเก็บไว้อย่างเดียว วันหนึ่งเท้าอาจโตจนใส่ไม่ได้ เสียดายกว่าเดิม จึงยอมใส่ เพียงแต่ยังหลบโคลนทุกครั้งเด็กหญิงล้างหน้า หวีผม แล้วไปดูอาหารที่เหลือ ไม่มี ข้าวหมดแล้ว หมั่นโถวก็หมด เหลือเพียงเกลือก้นกระปุก หว่านหว่านมองเสี่ยวเป่า “วันนี้ต้องไปเร็วหน่อย”หลังครัวคึกคักผิดปกติ ตั้งแต่ยังไม่ถึง หว่านหว่านก็ได้กลิ่นเนื้อ นางหยุดสูดหายใจเข้าเต็มแรง หอมมากไม่ใช่กลิ่นน้ำ

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 7 ข้าชื่อหว่านหว่าน

    บทที่ 7 ข้าชื่อหว่านหว่านรองเท้าสีแดงถูกเก็บไว้บนหัวเตียง เด็กหญิงเปลี่ยนใจแล้ว วันนี้นางไม่ใส่มัน เมื่อคืนมีฝนตกเล็กน้อย พื้นทางเดินยังชื้น หากเหยียบโคลนขึ้นมา คราบอาจซักไม่ออกเหมือนครั้งก่อนนางจึงกลับไปสวมรองเท้าคู่เก่า ตรงหัวมีผ้าสีน้ำเงินปะเอียง ๆ ฝีมือของตัวเอง ส่วนพื้นรองเท้าบางเสียจนเวลาเหยียบก้อนหินจะรู้สึกได้ทุกก้อน...แต่ยังใส่ได้ท่านยายเคยบอกว่าของที่ยังใช้ได้อย่าเพิ่งทิ้ง เด็กหญิงจึงเก็บคู่สวยเอาไว้ก่อน “วันนี้ไม่ใส่” นางบอกเสี่ยวเป่า เจ้าหมายืนอยู่ตรงประตู มองนางสลับกับรองเท้าสีแดงบนหัวเตียง “เปื้อน”นางอธิบายเพิ่ม มันหันกลับออกไป เด็กหญิงจึงหยิบตะกร้าแล้วตามเมื่อคืนฝนตกไม่มาก แต่ลมแรง กิ่งไม้เล็ก ๆ หล่นเต็มลาน เด็กหญิงเก็บทีละกิ่ง กิ่งที่แห้งวางไว้ด้านหนึ่ง กิ่งที่เปียกแยกไว้อีกด้าน ถ้าตากสองสามวันก็ใช้เป็นฟืนได้ เสี่ยวเป่าช่วยไม่ได้ มันเดินตามอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะคาบกิ่งหนึ่งขึ้นมา เด็กหญิงเห็นก็ดีใจ “เอามานี่” เสี่ยวเป่าเดินมานางยื่นมือมันไม่ปล่อย “เอามา” เสี่ยวเป่าถอย เด็กหญิงมองมันคาบกิ่งไม้แน่นกว่าเดิม “นั่นของข้า” เสี่ยวเป่าถอยอีกก้าว เด็กหญิงวางตะกร้าเดินเข้าไปหา

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 6 รองเท้าคู่ใหม่

    บทที่ 6 รองเท้าคู่ใหม่เช้าวันนั้น เด็กหญิงพบว่าปลายเท้าตัวเองโผล่ออกมาจากรองเท้าแล้ว ไม่มาก เพียงนิ้วหนึ่งเท่านั้น นางนั่งอยู่ตรงธรณีประตู ยกเท้าขึ้นดู รูตรงหัวรองเท้าที่เคยเย็บไว้ปริออกอีกครั้ง ด้ายเส้นเก่าขาดไปสองเส้น ผ้าที่ท่านยายเคยเสริมไว้ด้านในก็บางจนมองเห็นนิ้วเท้าเด็กหญิงขยับนิ้ว นิ้วเล็กโผล่ออกมา เสี่ยวเป่าซึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ เงยหน้าขึ้น มันเดินเข้ามาดม “อย่ากัด” เด็กหญิงรีบดึงเท้าหนี เสี่ยวเป่าไม่ได้กัดเพียงดมอีกครั้ง “ขาดอีกแล้ว” นางบอกมันจากนั้นถอดรองเท้าออก พลิกดูด้านล่างพื้นรองเท้าก็บาง ตรงส้นมีรอยแตกเล็ก ๆ เด็กหญิงเอานิ้วกด นิ่มเกินไปแล้ว ถ้าเดินบนพื้นเปียก น้ำคงซึมเข้า นางนั่งคิด ต้องซ่อมจึงเดินกลับเข้าเรือน ไปเปิดหีบไม้แล้วหยิบห่อเข็มด้ายของท่านยายออกมา เศษผ้าที่เหลือมีไม่มาก นางเลือกชิ้นที่หนาที่สุด สีไม่เหมือนรองเท้าเลย รองเท้าเป็นสีเทา ผ้าเป็นสีน้ำเงินซีดแต่ไม่เป็นไร เด็กหญิงนั่งลง เริ่มเย็บเสี่ยวเป่านอนข้างขา ครั้งนี้ฝีเข็มดีกว่าคราวเย็บแขนเสื้อเล็กน้อย อย่างน้อยไม่เฉียงมาก นางเย็บผ้าปิดรู ดึงด้าย แน่นเกินไป ผ้าจึงย่น เด็กหญิงคลายออกนิดหนึ่งแล้วทำใหม่ ใช้เวลา

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 5 เจ้าชื่อเสี่ยวเป่า

    บทที่ 5 เจ้าชื่อเสี่ยวเป่าเช้าวันต่อมา เด็กหญิงตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเสื้อของท่านยายหายไปจากขา นางนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชะโงกหน้าลงไปดูข้างเตียง เสื้อสีน้ำตาลทั้งตัวกองอยู่บนพื้น ส่วนเจ้าหมานอนทับอยู่ด้านบน เด็กหญิงมองมันเจ้าหมาหลับสนิท ขาหน้าข้างหนึ่งเหยียดออกมา หัววางอยู่บนชายเสื้อราวกับมันเป็นที่นอนของตัวเองมาตั้งแต่แรก “นี่ของท่านยายนะ” ไม่มีการตอบสนอง เด็กหญิงลงจากเตียง นั่งยองตรงหน้ามัน“ข้าให้คลุม ไม่ได้ให้เอาไปนอนทับ” เจ้าหมายังหลับ นางยื่นมือไปดึงชายเสื้อ ดึงไม่ออกตัวมันหนัก “ลุก” มันลืมตาข้างหนึ่ง “ลุกก่อน” คราวนี้ลืมทั้งสองข้าง แต่ยังไม่ลุกเด็กหญิงขมวดคิ้ว จากนั้นใช้สองมือจับเสื้อแล้วออกแรงดึง เจ้าหมาถูกลากตามมานิดหนึ่งมันจึงยอมลุกในที่สุด เด็กหญิงรีบคว้าเสื้อขึ้นมาปัดขนหมาออกทีละเส้น “สกปรกหมดแล้ว”เมื่อคืนตัวเองเป็นคนเอาเสื้อลงไปคลุมมัน เรื่องนี้นางลืมไปชั่วคราว พอปัดเสร็จจึงยกเสื้อขึ้นดม ไม่เหม็นนางโล่งใจ ถ้าต้องซักวันนี้คงไม่แห้งอากาศด้านนอกยังเย็นอยู่ เด็กหญิงพับเสื้ออย่างที่พยายามจำจากท่านยาย แล้วเก็บกลับลงหีบคราวนี้พับได้ตรงกว่าเมื่อวานเล็กน้อยนางจึงพอใจ “คืนนี

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 4 เสื้อเก่าของท่านยาย

    บทที่ 4 เสื้อของท่านยายอากาศเย็นลงอีกแล้ว เด็กหญิงรู้เพราะตอนตื่นขึ้นมา ปลายจมูกเย็นจนต้องยกผ้าห่มขึ้นคลุมหน้า นางขดตัวอยู่ใต้ผ้าผืนเก่าอีกครู่หนึ่ง ไม่อยากลุก แต่ท้องร้องแล้ว จึงต้องลุกเด็กหญิงโผล่หน้าออกจากผ้าห่ม ก่อนจะมองลงไปข้างเตียงตามความเคยชิน เจ้าหมาไม่อยู่นางมองซ้าย มองขวา ไม่มี “เจ้าหมา?” ไม่มีเสียงตอบ เด็กหญิงรีบลุกขึ้น เท้าเปล่าเหยียบพื้นเย็นจัด นางสะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังเดินไปเปิดประตู“เจ้าหมา” ลานเรือนว่างเปล่า หัวใจเล็ก ๆ เหมือนหยุดไปครู่หนึ่ง นางเดินออกมา “เจ้าหมา?” ยังไม่มี เมื่อคืนมันนอนอยู่ข้างเตียง นางจำได้ ก่อนหลับยังเอื้อมมือลงไปแตะหัวมันอยู่เลยเด็กหญิงเดินไปดูข้างครัว ไม่มี หลังเรือนไม่มี ตรงราวตากผ้าก็ไม่มี นางเริ่มเดินเร็วขึ้น “เจ้าหมา!” เสียงดังขึ้นกว่าเดิม ไม่มีอะไรตอบกลับมา นอกจากเสียงลมพัดใบไม้แห้งไปตามพื้นเด็กหญิงหยุดอยู่กลางลาน นางไม่รู้ว่าควรไปหาที่ใด มันอาจกลับบ้านแล้ว ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา นางเคยบอกมันเองว่า ถ้ามีเจ้าของก็ควรกลับไป บางทีมันอาจนึกขึ้นได้เมื่อคืนว่าตัวเองมีเจ้าของจึงกลับไปแล้ว เด็กหญิงยืนคิด ถ้าเช่นนั้นก็ดี เจ้าของมันคงมีอาหารให้กิน

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 3 วันนี้พวกเรามีไข่กิน

    บทที่ 3 วันนี้พวกเรามีไข่กินไข่ใบนั้นมีรอยร้าว เปลือกด้านหนึ่งบุบลงไปเล็กน้อย มีไข่ขาวเหนียว ๆ ไหลออกมาติดฟางจนแห้ง เด็กหญิงนั่งยองอยู่ข้างตะกร้า มองมันอยู่นาน จากนั้นจึงหยิบขึ้นมาอย่างระมัดระวังไม่เหม็นในางยกขึ้นส่องกับแสงแดดอีกครั้ง ท่านยายเคยบอกว่าไข่ที่แตกแล้วเก็บไว้นานกินไม่ได้ แต่ถ้าเพิ่งแตกและไม่มีกลิ่น ก็ให้รีบเอาไปต้มเสีย เด็กหญิงไม่รู้ว่าใบนี้แตกมานานหรือยังนางจึงหันไปถามคนข้างตัว“เจ้าว่ากินได้หรือไม่” เจ้าหมานั่งอยู่บนพื้นมันมองไข่ในมือนาง เด็กหญิงรออยู่ครู่หนึ่ง “ข้าถามเจ้าก็ไม่เคยตอบ” พูดจบก็เอาไข่วางลงในตะกร้าอยู่ดี วันนี้นางโชคดี นอกจากไข่หนึ่งใบ ยังได้ผักกาดที่เหลือเกือบครึ่งต้นกับแป้งแผ่นเล็ก ๆ อีกสองชิ้นคนครัวคนหนึ่งเป็นคนวางไว้ข้างถัง เด็กหญิงไม่รู้ว่านางตั้งใจหรือไม่ ตอนเดินเข้าไปเก็บ หญิงคนนั้นกำลังหั่นเนื้ออยู่ตรงโต๊ะ ไม่ได้หันมามองนางสักครั้ง นางจึงไม่ได้กล่าวขอบคุณ ทำเพียงเก็บของใส่ตะกร้าแล้วเดินกลับวันนี้ไม่ต้องคุ้ยถังนาน รองเท้าก็ไม่เปื้อนน้ำจากเศษอาหารด้วย นับว่าเป็นวันที่ดี เด็กหญิงเดินไปตามทางเล็กอย่างอารมณ์ดี เจ้าหมาตามอยู่ข้างหลัง เดินไปได้พักหนึ่งน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status