LOGIN“สุดท้ายผมอยากจะขอบคุณความยากลำบากในวันนั้นที่ผมกับคุณสืบสานได้ร่วมฝ่าฟันกันมา หากไม่มีเขาผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น อยากจะให้ทุกคนปรบมือให้กับความทุ่มเทและพยายามอย่างลำบากที่ผ่านมาให้กับคุณสืบสานที่นั่งอยู่ตรงข้างล่างเวทีด้วยครับ” เสียงปรบมือดังกระหึ่มมากกว่าครั้งแรกเสียอีก สืบสานที่นั่งอยู่ด้านล่างทำหน้าไม่ถูกเมื่อมีกล้องมากมายต่างก็จับภาพใบหน้าของเขาทำได้เพียงแต่ยกมือพนมและลุกยืนขึ้นไหว้ไปทั่วรอบทิศทางอย่างนอบน้อม แม้จะความจำเสื่อมแต่กิริยามารยาทยังคงเดิม และตัวสืบสานเองหลังจากฟื้นมาก็ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเบียร์ที่ว่านั่นเลย และอดที่จะมองขึ้นไปยังบนเวทีไม่ได้ที่เห็นทศวรรษฉีกยิ้มให้เขาด้วยความจริงใจ แววตามีความปีติยินดีเอ่อล้นอยู่ในนั้นพลางสบตาเขาแล้วชูถ้วยรางวัลในมือมาทางเขาเช่นกัน สืบสานหลุบตาลงก่อนจะก้มลงนั่งตามเดิมไม่ได้มองไปยังบนเวทีอีก
หลังจากพบปะพูดคุยกับแขกเหรื่อในงานก็ขอตัวกลับ บางคนก็คุ้นหน้าคุ้นตา และพูดคุยตอบกลับอย่างมีมารยาท แม้เขาจะไม่ชอบทศวรรษแต่ทว่าต่อหน้าคนอื่นก็วางตัวอย่างดี แม้จะมีบางคนที่เข้ามาถามเรื่องส่วนตัวบ้างแต่เขาก็ตอบแบบขอไปที ไม่ได้เอ่ยอะไรมากไปกว่า
“สบายดีครับ”
เมื่อกลับมาที่รถ ภายในรถตู้ที่กว้างขวางบรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกลับอึดอัดขึ้นมาทันตา ต่างคนต่างเงียบนั่งที่นั่งของตน ทศวรรษนั่งอยู่ด้านใน ส่วนเขานั่งติดประตู เห็นเพียงอีกฝ่ายกำถ้วยรางวัลแน่นเท้าคางเหม่อมองไปที่นอกหน้าต่างอยู่อย่างนั้น สีหน้าตอนนี้แตกต่างจากตอนอยู่บนเวทีอย่างเห็นได้ชัด
สืบสานทนความอึดอัดนี้ไม่ไหวจึงเอ่ยทำลายความเงียบ
“ไม่ยักรู้ว่าคนอย่างคุณก็ทำคราฟท์เบียร์ด้วย” น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความถากถางแต่ทศวรรษคร้านจะสนใจ
“คุณอยากฟังไหมล่ะว่ามันมีที่มายังไง” แววตาที่อีกฝ่ายหันมามองเขามีแต่ความตัดพ้อ แต่สืบสานกลับทำเป็นไม่เห็น
“แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าคุณพูดจริง”
“นั่นสิ ถ้าไม่ฟังจะถามทำไม”
“คุณ!” ทศวรรษเบือนหน้าหนีทันที วันนี้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะมาต่อล้อต่อเถียงกับคนข้าง ๆ เพราะเบียร์ตัวนี้มีความหลังระหว่างเราเยอะมากยังไงล่ะ ทั้ง ๆ ที่วันนี้ควรจะเป็นวันที่เราสองคนต่างกระโดดกอดกันด้วยความยินดี ฉลองความสำเร็จไปด้วยกันถึงจะถูก กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายลืมสิ้น ลืมทุกอย่าง แม้แต่ปณิธานในตอนแรกที่ก่อตั้งบริษัทคราฟท์เบียร์เล็ก ๆ แห่งนี้ขึ้นมาด้วยกัน ทั้ง ๆ ที่พื้นเพครอบครัวเดิมของสืบสานเองก็เป็นผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ของประเทศ ต่อสู้กับครอบครัวทางฝั่งสืบสานเอง คำดูถูก ติฉินนินทา ปรามาสสารพัด กว่าคราฟท์เบียร์จะผ่านกฎหมาย พวกเราสู้กันมาเยอะมาก แต่พอมาวันนี้ทศวรรษก้มลงมองถ้วยรางวัลในมือเงียบ ๆ ไม่พูดอะไรออกมาอีก
ในงานมีการไลฟ์สดบรรยายเพื่อนพ้องน้องพี่ที่รู้ข่าวต่างก็ส่งข้อความ บ้างโทรมาแสดงความยินดี มีสายหนึ่งที่ทศวรรษกดรับแม้สืบสานไม่อยากจะฟังบทสนทนาแต่ทว่าความเงียบภายในรถทำให้เขาได้ยินเสียงที่สดใสนั่น
“ฮัลโหลพี่สาวเห็นในไลฟ์แล้วนะ เก่งมากกกกก” ทศวรรษหัวเราะในลำคอกับน้ำเสียงที่แอคติ้งโอเวอร์ของน้องสาวที่คลานตามกันออกมา “ทัดดาว”
“ขอบใจมากจ้ะ ของมันแน่อยู่แล้ว” แม้คำพูดจะน่าหมั่นไส้แต่แววตาและสีหน้าในตอนนี้กลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง เงาสะท้อนในกระจกสืบสานเห็นมันทั้งหมด แม้จะจำอะไรไม่ได้เลยในตอนนี้แต่เขากลับรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย ทั้ง ๆ ที่ทศวรรษร้ายกาจขนาดนั้นแต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้เขารู้สึกสงสารอีกฝ่ายอย่างบอกไม่ถูก แต่ภายในหัวสมองก็มีความคิดสายหนึ่งแย้งขึ้นมาว่าอีกฝ่ายเสแสร้งแกล้งทำ เรียกร้องคะแนนความสงสารจากเขา สืบสานเลยหยิบหูฟังไร้สายมาสวมใส่ไม่สนใจบทสนทนาของคนข้าง ๆ อีก
ทศวรรษเองแม้จะทำทีเป็นจ้องมองข้างทาง แสงไฟข้างทางที่สาดส่องเข้ามาวูบวาบตามรถที่แล่น แต่จุดโฟกัสของเขามีเพียงจุดเดียวคือใบหน้าของคนรักเท่านั้น ต้องแสร้งทำอย่างนี้เท่านั้นถึงจะจ้องมองใบหน้าของคนรักได้อย่างที่ใจต้องการ ไม่มีคำพูดถากถาง ไม่มีสายตาเหยียดหยามดูแคลนที่คอยทิ่มแทงความรู้สึกของเขาอยู่อย่างนั้น ตอนนี้จ้องมองแผ่นหลังนั้นก็รู้สึกเย็นเยียบไปทั้งใจ ได้แต่เกาะกระจก วาดนิ้วชี้ไปตามแผ่นหลังเย็นชานั้นตามเงาสะท้อนในนั้น
“สบายดีย่ะ แค่เมานิดหน่อย พี่เขยก็อยู่ข้าง ๆ นี่แหละ งานคราฟท์เบียร์ไม่เมาเบียร์จะให้เมาอะไร”
“เมารักพี่สาวคนสวยไง”
“ปากหวานอย่างงี้อยากได้อะไรน้องรัก” สองพี่น้องต่อบทสนทนากันอย่างครื้นเครง เมื่อบทสนทนาจบลงความเข้มแข็งที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อโกหกคนอื่นตอนนี้กลับทิ่มแทงตัวเองเข้าอย่างจัง
ทศวรรษตอนนี้เจ็บปวดเจียนตายแต่ก็ไม่ได้ปริปากพูดความลำบากใจอะไรออกไป ทำได้เพียงแสร้งทำตัวเข้มแข็งเหมือนว่าไม่มีอะไรเพื่อให้คนอื่นสบายใจ
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็




![[Mpreg]หวนคืนครานี้ข้าจะไม่(รัก)สามีไร้ใจเช่นท่าน](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


