LOGINก่อนเลิกงานในเทศกาลไหว้พระจันทร์ น้องสาวส่งข้อความแจ้งเรื่องย้ายบ้านลงในกลุ่มแชตครอบครัว กว่าฉันจะตามที่อยู่ที่ให้มา นั่งรถเมล์ต่อกันถึงห้าเที่ยวจนไปถึง แต่ตรงหน้ากลับมีเพียงภูเขารกร้างกับป่ารก น้องสาวที่อยู่ปลายสายกระหยิ่มใจเสียเต็มประดา “บิงโก! แกล้งสำเร็จ! รถเมล์เที่ยวสุดท้ายออกไปแล้ว คราวนี้มาดูกันว่าเธอจะทำยังไง!” ฉันยืนอึ้งอยู่กับที่ ส่วนพ่อกับแม่กลับหัวเราะจนท้องแข็ง “เรื่องแบบนี้ก็ยังเชื่อ ไม่รู้จริงๆ ว่าความซื่อบื้อแบบนี้ได้ใครมา” “พวกเราจะกินข้าวพร้อมหน้ากัน แกก็เดินกลับมาเองแล้วกัน” พูดจบ ทั้งสองคนก็เริ่มปัดกันไปมาทางโทรศัพท์ว่า ฉันเหมือนใครมากกว่ากัน ในยามสิ้นหวัง ฉันอาศัยแบตเตอรี่ขีดสุดท้ายที่เหลืออยู่โทรหาแฟนหนุ่ม พอสายติด ก็ได้ยินเสียงพื้นหลังที่คุ้นเคยอีกแล้ว เสียงหัวเราะเบาๆ ของแฟนหนุ่มดังขึ้น แฝงด้วยความเยาะเย้ย “จือจือ เมื่อครู่คุณลุงคุณป้าก็บอกแล้วว่าให้เธอกลับมาเอง” “ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนแกล้งเสียหน่อย อย่าทำเป็นรับไม่ได้สิ” พูดจบ เขาก็ตัดสายไปอย่างไม่ไยดี ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันคงโทรกลับไปทั้งน้ำตา ขอร้องให้พวกเขามารับฉันกลับบ้าน แต่ครั้งนี้ ขณะมองแสงไฟจากบ้านเรือนมากมายที่อยู่ไกลออกไป จู่ๆ ฉันก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมา
View Moreเขาไม่พูดอะไรสักคำในที่สุดเขาก็เข้าใจว่า ฉันไม่ได้ทำไปเพราะประชด แต่ตัดใจจากเขาได้อย่างสิ้นเชิงแล้วจริงๆเพราะฉะนั้น ไม่ว่าเขาจะทำมากแค่ไหน ทุ่มเทมากเพียงใด หรือยอมลดตัวลงถึงขนาดไหน ฉันก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจเช้าวันรุ่งขึ้น ห้องที่โจวจื่อหมิงเช่าอยู่ฝั่งตรงข้ามอพาร์ตเมนต์ของฉันก็ถูกขนของออกไปจนหมดก่อนเดินทางกลับประเทศ โจวจื่อหมิงทิ้งโน้ตไว้ให้ฉันหนึ่งแผ่นบนกระดาษมีเพียงสามตัวอักษร“ฉันรอเธอ”ฉันไม่แม้แต่จะมองมัน แล้วโยนทิ้งลงถังขยะทันทีแต่ทั้งฉันและเขาต่างคาดไม่ถึงว่า หลังจากเขากลับประเทศไปแล้ว ปัญหาที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเซี่ยเหมียวเหมียวที่สภาพจิตใจเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง เอาความหมกมุ่นทั้งหมดของตัวเองไปผูกไว้กับโจวจื่อหมิงเดิมทีเธอก็แอบชอบโจวจื่อหมิงอยู่แล้ว ตอนนี้บรรดาญาติต่างพูดกันว่า ที่เธอจงใจทำลายงานหมั้นของฉันก็เพราะอิจฉาฉันเพราะอย่างนั้น เซี่ยเหมียวเหมียวจึงปักใจเชื่อว่า ขอเพียงได้แต่งงานกับโจวจื่อหมิง ชีวิตของตัวเองก็จะกลับมาเป็นปกติตั้งแต่วันที่โจวจื่อหมิงเดินทางกลับถึงประเทศ เซี่ยเหมียวเหมียวก็ไปเฝ้ารออยู่ตรงทางเข้าโครงการที่เขาอาศัยอยู่ทุกวันเธ
โจวจื่อหมิงยืนอยู่เพียงลำพังบนถนนที่ไม่คุ้นเคยในต่างแดน ลากกระเป๋าเดินทางเรียบง่ายใบหนึ่งมาด้วย สภาพดูอิดโรยจากการเดินทางไกลเขาผอมลงไปมาก ที่คางมีตอหนวดเขียวคล้ำขึ้นให้เห็นเบ้าตาของเขาลึกโหล ดูเหมือนไม่ได้นอนเต็มอิ่มมานานดูออกว่าเขาต่อเครื่องเดินทางข้ามคืนจนมาถึงมิลานเพียงเพื่อจะได้คุยกับฉันสักคำ เขาเดินทางข้ามระยะทางหลายพันกิโลเมตรจากประเทศบ้านเกิด ตามมาถึงเมืองที่ฉันอยู่ทันทีที่เห็นฉันโจวจื่อหมิงก็รีบสาวเท้าเข้ามาหา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนน้อม“จือจือ ขอโทษที่ฉันถือวิสาสะมาหาเธอถึงมิลาน เธอไม่ยอมตอบฉันมาตลอด ฉันคิดถึงเธอมากจริงๆ นะ”เขายื่นมือออกมาหมายจะจับฉันฉันถอยหลังไปหนึ่งก้าว พลางขมวดคิ้วแน่น“กลับไปเถอะ นายมาที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก”แต่โจวจื่อหมิงกลับไม่ยอมฟังสิ่งที่ฉันพูดเลย“จือจือ ให้เวลาฉันสักหน่อย”ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา แม้ฉันจะพยายามห้าม โจวจื่อหมิงก็ยังดึงดันอยู่ต่อที่มิลานเขาเช่าห้องที่อยู่ตรงข้ามอพาร์ตเมนต์ของฉัน พยายามใช้การกระทำเพื่อขอโทษฉันและขอคืนดีโจวจื่อหมิงรู้ตารางเวลาเข้าและเลิกงานของฉันเป็นอย่างดี ทุกวันเขาจะมารอฉันข้าง
หลังจากใช้ชีวิตที่มิลานมาอย่างมั่นคงได้สามเดือน ฉันก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้แล้วหลังจากเรื่องนั้น พ่อกับแม่ก็ไม่กล้าติดต่อฉันมาก่อนอีกเลยส่วนเรื่องยุ่งเหยิงของครอบครัวนั้นก็ถูกตัดขาดจากฉันอย่างสิ้นเชิงยกเว้นโจวจื่อหมิงหลังงานหมั้น เขาไม่เคยหยุดส่งข้อความหาฉันเลยในตอนแรก ท่าทีของเขาแข็งกร้าว น้ำเสียงก็เย็นชา“เธอคิดจะอยู่มิลานไปถึงเมื่อไหร่?”“เรื่องของพ่อแม่เธอไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องระหว่างเราสองคนเลย เธอไม่คิดจะอธิบายอะไรให้ฉันฟังจริงๆ เหรอ?”ต่อมา เมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมตอบกลับเสียที เขาก็เริ่มร้อนรน“เซี่ยจือจือ บริษัทบอกว่าเธอเลือกสัญญาสิบปี แถมในอนาคตยังคิดจะตั้งรกรากที่มิลานอีก”“เธอไม่คิดจะกลับมาจริงๆ เหรอ? ไม่ติดต่อฉันมาตั้งนาน เธอคิดจะตัดความสัมพันธ์กับฉันจนหมดสิ้นเลยใช่ไหม?”“เซี่ยจือจือ ฉันรู้แล้วว่าตัวเองผิด โอเคไหม? ก่อนหน้านี้ฉันผิดเอง ฉันไม่ควรพูดตามพวกเขาว่าแค่นี้เธอก็เล่นด้วยไม่ได้ และไม่ควรยืนดูเธอถูกแกล้งโดยไม่พูดอะไรเลย”“ฉันนึกว่าพวกเขาแค่ล้อเล่นกันธรรมดา ฉันขอโทษ ฉันขอโทษเธอสำหรับทุกอย่าง เธอตอบฉันสักคำได้ไหม?”ฉันก็ยังไม่ตอบกลับเหมือนเ
หลังจากเรื่องไฟล์เสียงในงานหมั้นถูกเปิดโปง ครอบครัวก็วุ่นวายไปหมดทั้งเรื่องที่เหมียวเหมียวไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับครอบครัว และเรื่องแผนวางยา กลายเป็นหัวข้อซุบซิบของบรรดาญาติยามว่างหลังอาหารพ่อถูกตำรวจพาตัวไปสอบสวน ส่วนโจวจื่อหมิงก็ตัดความสัมพันธ์ฝ่ายเดียวเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเหล่านี้ทำลายความรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นที่เซี่ยเหมียวเหมียวมีมาตลอดยี่สิบกว่าปีจนหมดสิ้นเพียงครึ่งเดือนเท่านั้นเซี่ยเหมียวเหมียวที่เคยหยิ่งผยองวางอำนาจ และเห็นการแกล้งฉันเป็นเรื่องสนุก ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเธอขังตัวเองอยู่ในห้องนอน ไม่ออกไปไหน ไม่พูดกับใคร ไม่พบปะผู้คน และอารมณ์ไม่มั่นคงอย่างรุนแรงเธอไม่เพียงนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน แต่ยังร้องไห้อาละวาดโดยไม่มีสาเหตุ และขว้างปาทุบทำลายข้าวของอยู่บ่อยๆหมอบอกว่า เธอเป็นโรคซึมเศร้าระดับรุนแรงถ้าเป็นเมื่อก่อน แม่คงร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก และเที่ยวเสาะหาหมอและวิธีรักษาไปทั่วแล้วแต่ตอนนี้ แม่ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นต้องจัดการเธอไม่ได้คำนึงถึงสภาพอารมณ์ของเซี่ยเหมียวเหมียว แต่กลับอาศัยบุญคุณที่เลี้ยงดูเธอมายี่สิบกว่าปี วิงวอน