LOGINความวุ่นวายและเสียงเอะอะชุลมุนภายในคฤหาสน์ไพศาลธราธิกุลทันทีที่ยามรักษาความปลอดภัยรายงานเข้ามาด้านในว่ามีตำรวจมาพร้อมกับหมายจับคณินและศศิน ทว่ายังไม่ทันที่คณินจะจัดการทางด้านหน้าก็รายงานเข้ามาอีกครั้งว่าตำรวจได้เข้ามาด้านในแล้วเรียบร้อย จึงสั่งให้คนไปพาศศินที่บริษัทหนีไปส่วนตนจะรับมือกับทางตำรวจพลางออกคำสั่งให้ทำลายหลักกฐานการทำความผิดไม่ว่าจะเป็นเอกสารการถือของที่ดิน บริษัทหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ซึ่งได้มาอย่างไม่โปร่งใส ทำลายทิ้งทุกอย่างเพื่อำไม่ให้ถูกเก็บไปเป็นหลักฐานแม้จะรู้ว่าเตโซคงได้หลักฐานครบแล้วถึงได้หมายจับมาเช่นนี้ ถึงจะทำลายไปไฟล์ต่างๆ ก็ถูกเก็บเอาไว้อย่างปลอดภัย
ทว่า...
“สวัสดีครับคุณคณิน ไพศาลธราธิกุล เรามีหมายจับคุณกับลูกชาย อย่าคิดหนีหรือปฏิเสธ คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่พูด ทุกคำพูดของคุณจะถูกนำไปใช้ในศาล คุณมีสิทธิ์ที่จะเรียกทนายได้ ใส่กุญแจมือ” อภิสิทธิ์นายตำรวจนำทีมคดีของธนากรเอ่ยขึ้นพลางชูหมายจับให้คณินซึ่งนั่งอยู่บนโซฟามองมาไม่ได้ลุกไปไหน
“ผมรับทุกข้อกล่าวหา แต่ลูกชายผมไม่เกี่ยวด้วยในทุกเรื่องทุกอย่าง” คณินพูดพลางลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินไปไกล ซึ่งทำให้ตำรวจที่เข้ามาพร้อมเจ้านายต่างมีท่าทีระแวดระวัง ไม่ต่างจากลูกน้องของคณินที่ตั้งท่ารอปะทะหากคณินออกคำสั่ง
ทว่า เมื่อคณินเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอภิสิทธิ์ก็ยื่นมือทั้งสองข้างไปให้กับอภิสิทธิ์เพื่อให้อีกฝ่ายใส่กุญแจมือ
“ทางตำรวจมีหลักฐานครบทุกอย่างว่าศศิน ไพศาลธราธิกุลมีส่วนเกี่ยวข้อง และตอนนี้มีธีมตำรวจกำลังไปจับตัวลูกชายของคุณไปที่สภานีตำรวจครับ” อภิสิทธิ์แจ้งออกไปพลางใส่กุญแจมือคณินก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องเข้ามาล็อกแขนทั้งสองข้างของคณินเดินออกไป
หากแต่ภายในใจรู้สึกไม่ชอบมาพากลเมื่อคณินยอมโดนจับแต่โดยดี ส่วนลูกน้องของคณินที่ควรจะมีมากกว่านี้กลับรู้สึกบางตาลง อีกทั้งยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ที่เจ้านายถูกจับ ทว่ายังไม่ทันจะได้เดินพ้นประตู คณินก็หยุดเดินแล้วหันกลับไปมองอภิสิทธิ์ก่อนจะสารภาพออกไปตามตรง ซึ่งอภิสิทธิ์รู้สึกไม่ชอบมาพากลกับคำสารภาพของคณินกับเรื่องของเตชิน แม้ว่าเรื่องที่เตชินถูกลอบยิงจะเป็นเรื่องจริงหากแต่อภิสิทธิ์เชื่อมากกว่าว่าเป็นฝีมือของศศินไม่ใช่ของคณิน
“อ้อ เรื่องที่เตชินถูกลอบยิง เป็นผมที่สั่งการเอง หลักฐานคือเงินจ้างกับมือปืน” คณินพูดจบก็หันไปมองหน้ามือซ้ายเพื่อส่งสัญญาณ
รอเพียงไม่นานคนของคณินก็เดินออกมาจากด้านหลังห้องนั่งเล่นพร้อมกับมือปืนสองคนที่ถูกมัดแขนเอาไว้ด้านหลังโดยมีลูกน้องของคณินผลักมือปืนทั้งสองไปให้กับตำรวจ
“มันสองคนคือคนที่ผมจ้างให้ไปยิงเตชิน” คณินย้ำอีกครั้ง
“พาตัวไปที่สถานีตำรวจ…ทุกคนที่อยู่ที่นี่และที่บริษัท ทั้งหมด” อภิสิทธิ์ออกคำสั่งพลางมองสบสายตาคณินก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งให้รู้ว่าตนจะไม่ปล่อยให้คนของคณินรอดไปได้แม้แต่คนเดียว
ศศินเงยหน้ามองมือขวาของผู้เป็นพ่อก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเมื่ออยู่ๆ อีกฝ่ายก็เดินเข้ามาภายในห้องทำงานด้วยสีหน้าวิตกกังวล อีกทั้งยังมีลุกน้องตามมาถึงหกคนจึงทำให้ศศินฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าจะต้องเกิดเรื่องใหญ่หากมือขวาของพ่อมาพบศศินด้วยตัวเองเช่นนี้ จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความอยากรู้
“เกิดอะไรขึ้น” ศศินถามเสียงเข้ม
“ท่านประธานถูกจับและยอมรับผิดเรื่องที่คุณศินส่งมือปืนไปยิงคุณเตแทนคุณศิน ผมมีหน้าที่พาคุณศินหนีไปกบดานก่อนครับ” มือชวาเอ่ยตอบพลางพนักหน้าให้ลุกน้องสองคนเก็บข้าวของสำคัญพร้อมทำลายข้อมูลที่จะสาวไปถึงตัวของศศินได้
“ไม่ ฉันจะไปหาพ่อ ทำไมพ่อไม่หนีไปด้วย” ศศินโวยวายอย่างเอาแต่ใจพลางจะเดินออกจากห้องไป
“ไม่ได้ครับ ท่านประธานมีแผน ผมมีหน้าที่พาคุณศินหนีไปกบดานจนกว่าท่านประธานจะจัดการให้เรียบร้อย รวมไปถึงเรื่องของคุณเตชินที่คุณศินทำลงไป” มือขวาเอ่ยเสียงเข้มและเด็ดขาดที่ศศินรู้ดีว่าไม่สามารถขัดคำสั่งได้แม้อีกฝ่ายจะเป็นลูกน้อง
หากแต่ผู้เป็นพ่อไว้ใจและมักจะเชื่อใจจนให้ทุกคนเชื่อฟังคำสั่งของมือขวาไม่เว้นแม้แต่ศศินเองที่เป็นถึงลูกชายซึ่งจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพ่อก็ต้องฟังอย่างไม่อิดออดหรือขัดคำสั่งใดๆ ทั้งสิ้น
“พ่อให้พาไปที่ไหน” ศศินยอมในที่สุดและเข้าใจในคำพูดของมือขวาว่าพ่อรู้ทุกเรื่องที่ตนทำลงไป
“ขึ้นไปที่เชียงราย ข้ามประเทศไปกบดานที่พม่าจนกว่าเรื่องทุกอย่างจะจบลง เงินจำนวนสิบล้านจะทำให้คุณศินอยู่ได้ไปหลายปีในกรณีที่แผนผิดพลาด พันธมิตรของท่านประธานจะรอรับและให้ความช่วยเหลือคุณศินตลอดที่อยู่พม่าครับ” มือขวาอธิบายออกไปให้ลูกชายเจ้านายรับทราบ
แม้จะเป็นคนที่แม้แต่ศศินจะต้องเคารพเชื่อฟังแต่ตนก้มีหน้าที่ที่จะต้องอธิบายทุกอย่างให้ศศินได้เข้าใจและรับรู้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นเช่นกันเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด
เฉกเช่นสิ่งที่ศศินทำลงไปอย่างการจ้างมือปืนไปยิงเตชินเพียงเพราะไม่ได้ครอบครองดาริกา หากแต่เสียหญิงสาวไปให้กับศัตรูหัวใจและศัตรูทางธุรกิจ ยิ่งเตโซกลับมาพร้อมกับอดีตที่ผ่านมาทำให้ศศินใช้อารมณ์มากกว่าสติในการจัดการเรื่องที่ไม่สมควรจะต้องใส่ใจจนพลาดเช่นนี้
เพราะศศินทำพลาดไม่รู้กี่ครั้งแล้วเพื่อผู้หญิงเพียงคนเดียวอย่างดาริกา
“แล้วพ่อผมล่ะ” ศศินเอ่ยถามขณะที่กำลังเดินเข้าในลิฟต์
“ท่านประธานจะโอเคครับ ขอแค่คุณศินทำตามที่ผมบอกทุกอย่าง” มือขวาให้คำตอบที่คลุมเครือ
“ผมรู้สึกไม่ดี ไม่อยากทิ้งพ่อให้จัดการเรื่องคนเดียว” ศศินพุดขึ้นด้วยความกังวล
“ก็เพราะคุณศินทำพลาดไม่ใช่หรือครับ ท่านประธานเตือนแล้วเรื่องของคุณดาริกา ถ้าทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีท่านประธานจะยอมปล่อยให้คุณศินจัดการ ทำไมไม่รอกให้ถึงตอนนั้นก่อนล่ะครับ” มือขวากล่าวตักเตือนพลางตำหนิออกไป
“มันเยาะเย้ยผม ใครจะไปทนได้ แค่ผมไม่ได้ครอบครองดาก่อนมันก็หยามกันเกินไปแล้ว ยังมาทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของดาตลอดเวลาแบบนี้ผมก็ไม่พอใจเป็นเรื่องปกติ” ศศินพูดเสียงห้วนเล็กน้อยเมื่อต้องพูดถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องจ้างมือปืนไปยิงเตชิน
“คุณศินจะเอาคืนมันทีหลังก็ไม่สาย...ผมเตือนเรื่องใจร้อนไม่รู้กี่ครั้งแล้วนะครับคุณศิน” มือขวาของผู้เป็นพ่อยังคงตำหนิศศิน
“ยอมรับว่าความใจร้อนของผมทำให้เสียงานทำพลาดแบบนี้ แต่เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วจะให้ทำยังไงครับ จะย้อนกลับไปแก้ก็ไม่ได้” ศศินเริ่มไม่สบอารมณ์เมื่อถูกตำหนิอยู่เรื่อยๆ ก่อนจะเตรียมก้าวเท้าเดินออกจากลิฟต์
ทว่า...
“สวัสดีครับคุณศศิน ผมมีหมายจับคุณศศินในข้อหาฆาตกรรมพันตำรวจเอกธนากร พิทักษ์สกุลและคุณหญิงดวงกมล พิทักษ์สกุล เข้า...”
“ไปที่ประตูหลังเดี๋ยวนี้!”
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







