LOGINบทที่ 21
รักที่ครอบครองไม่ได้จนต้องเลว
เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนของเตโซด้วยความตกใจเมื่อเห็นรถมอเตอร์ไซต์ขับเข้ามาภายในบริษัทสวมหมวกกันน็อคทั้งสองคน ส่วนคนซ้อนควักปืนขึ้นมาแล้วเล็งมาที่เตโซกับเตชินพอดิบพอดี เพียงแต่ในจังหวะที่เตชินกำลังก้าวไปที่รถเพื่อจะเป็นคนคอยปิดประตูให้พี่ชายและให้เคนกลับไปประจำที่คนขับเมื่อเตชินเริ่มร้อนใจขึ้นมาฉับพลัน กระสุนที่ถูกยิงออกมาสองนัดจากปืนยิงเข้าที่แผ่นหลังและแขนของเตชินเข้าอย่างจังไม่พลาดไปดดยคนอื่นก่อนที่มือปืนจะรีบขับออกบริษัทไปทันที
เตโซตั้งสติได้ในเสี้ยววินาทีรีบพุ่งเข้าไปประคองเตชินซึ่งกำลังทรุดลงไปกับพื้น เคนที่เห็นรีบเข้าคุ้มกันเตโซและเตชินแม้ว่าคนร้ายจะขับรถหนีไปแล้วก็ตาม ในเวลาเดียวกันด้านหน้าบริษัทก็เกิดความวุ่นวายทันทีเมื่อได้ยินเสียงปืน บางคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันตกใจกลัวและวิ่งหาที่หลบทันที ส่วนรินนรานั้นทรุดตัวลงนั่งก้มต่ำให้สุดพลางยกมือปิดหูด้วยความหวาดกลัว
“เต! เคนช่วยฉันพาเตขึ้นรถเดี๋ยวนี้!” เตโซเริ่มใจเสียงพลางประคองน้องชายเอาไว้เมื่อดวงตาที่กำลังมองมาที่เขาค่อยๆ ปิดลงโดยไร้คำพูด
“ครับ! คุณนรา! แจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้!” เคนตอบรับเตดซก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับรินนรา
“ค่ะ! ค่ะๆ ได้ค่ะ” รินนราเพิ่งตั้งสติได้ก็รับคำสั่งด้วยความตื่นตระหนกอยู่เล็กน้อย ใช้มือที่สั่นเทาควานหาโทรศัพท์มือถือก่อนจะรีบกดโทร. ออกเบอร์ฉุกเฉินแจ้งเหตุด่วนออกไปทันทีพลางมองรถของเจ้านายขับเคลื่อนออกไปด้วยความรวดเร็ว ปากก็แจ้งความออกไปด้วยอาการสั่นเทาจากความตกใจและความกลัวกับเหตุการณ์เมื่อครู่
ภายในบนรถที่แล่นไปตามท้องถนนด้วยความรวดเร็วจากคนขับอย่างเคนที่เหยียบคันเร่ง เบาะด้านหลังมีเตโซที่พยายามกดบาดแผลห้ามเลือดเอาไว้ด้วยสีหน้ากังวลพลางหวาดหวั่นใจที่เห็นเตชินไม่ได้สติ ปากก็ตะดกนเรียกเตชินเมื่อเห็นน้องชายปรือตาขึ้นมามองก่อนจะหมดสติไปอีกครั้ง
“คุณโซครับ คุณธนาโทร. เข้ามาครับ...ครับคุณธนา” เคนรายงานจบก็กดรับสายทันทีผ่านปุ่มกดรับสายที่พวงมาลัยรถ
“ผมได้รับรายงานว่ามีการลอบยิงเตชิน ตอนนี้ผมกำลังจะออกจากสน. ไปที่บริษัทครับ” ธราไม่รอช้ารีบพูดออกไปทันทีในขณะที่ตัวเองกำลังจะออกจากห้องทำงานไปที่หน้าสถานีตำรวจ แต่แล้วก้ต้องชะงักเท้าเมื่อเตโซขอร้องให้ธนาไปที่บ้านแทน
“ธนา พี่ฝากกลับไปดูน้องดากับเปรมที่บ้านที พี่กำลังพาเตไปโรงพยาบาล” เตโซหันกลับไปตะโกนให้ธนาได้ยินเมื่อตนนั่งอยู่เบาะหลัง
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะส่งตำรวจสองคนไปที่โรงพยาบาลนะครับ” ธนารับคำก่อนจะบอกให้เตโซรับรู้แล้ววางสายไปทันที
ดาริกาเดินแยกมาจากเปมิกาเมื่อทานข้าวและพูดคุยกันตามประสาพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันมานาน โดยที่ดาริกาเดินมาทางห้องหนังสือของเตโซที่ถูกยกให้เธอเข้ามาทำเล่มจบได้ยามที่ว่างส่วนเปมิกาของกลับไปพักผ่อนเนื่องจากเมื่อคืนได้ให้ความร่วมมือกับทางตำรวจจนมีเวลานอนน้อยไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าพอดี
ทว่า ทันทีที่ดาริกานั่งลงบนเก้าอี้ยังไม่ทันจะได้เปิดคอมพิวเตอร์ที่เตโซสั่งให้คนยกมาตั้งเอาไว้ให้เพื่อเธอโดยเฉพาะ ประตูห้องหนังสือก็ถูกเปิดออกพร้อมกับจ๊ะจ๋าที่เดินเข้ามาพร้อมกับธนาซึ่งมีสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“มีธุระอะไรกับพี่โซหรือเปล่าคะ วันนี้พี่โซออกไปบริษัทกับพี่เตคะ” ดาริกาลุกขึ้นยืนเดินไปหาธนาก่อนพลางถามออกไปตามปกติ
“เตชินถูกยิง ตอนนี้ไม่รู้ว่าอาการเป็นยังไงบ้าง เมื่อ...”
“พี่เตถูกยิง! เป็นไปได้ยังไงคะ ไม่ๆ ตอนนี้พี่เตอยู่ที่ไหนคะ””
ดาริกาอุทานออกไปด้วยความตกใจแกมหวาดกลัวเมื่อทราบข่าวของเตชินพลางก้าวเท้ายาวเข้าไปใกล้ธนาอย่างร้อนรนราวกับว่าตอนนี้สติของเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พูดจนลิ้นพันกันไปเสียหมดก่อนจะตั้งสติแล้วถามกลับไปใหม่อีกครั้ง
“เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนผมคุยกับพี่โซแต่คุยได้ไม่มากยังไม่ทราบเรื่องเท่าไรครับ แต่ผมคิดว่าคงถึงมือหมอแล้ว พี่โซบอกก่อนจะวางสายไปว่ากำลังพาเตไปโรงพยาบาลครับ” ธนาเอ่ยตอบตามตรงด้วยเพราะทันทีที่ทราบเรื่องเตโซก็ขอร้องให้มาหาดาริกากับเปมิกาก่อนจึงไม่ทันได้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
“พาดาไปหาพี่เตทีนะคะ ดาอยากไปหาพี่เต” ดาริกายื่นมือไปคว้าแขนของธนาอย่างเว้าวอนเสียงสั่นไม่ต่างจามือที่แม้จะจับแขนของธนาอยู่จนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความกลัวผสมปนเปไปกับความเป็นห่วงเตชิน
“แน่นอนครับ ผมมาก็ตั้งใจจะพาไปหาเตชิน คุณเปมิกาอยู่ไหนครับ ผมคงปล่อยให้คนหนึ่งไปกับผมอีกคนอยู่ตามลำพังไม่ได้ครับ” ธนายกมือขึ้นวางลงบนหัวไหล่ของดาริกาเพื่อปลอบสาวเจ้าพลางพูดออกไป
“พี่เปรม พี่เปรมเพิ่งขึ้นไปนอนพักค่ะ” ดาริกาเอ่ยตอบเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อได้กำลังใจและสัมผัสที่ปลอบประโลมของธนาราวกับพี่ชายคนหนึ่ง
“โอเคครับ รบกวนออกไปบอกให้คนขึ้นไปตามมาให้ด้วยนะครับ เราจะตรงไปยังโรงพยาบาลด้วยกันครับ บอกข่าวดีให้พี่โซรู้ด้วย หมายจับกำลังไปที่บ้านของคณินแล้วครับ” ธนาพูดพลางพาดาริกาเดินออกจากห้องหนังสือของเตโซ ไม่วายบอกข่าวดีให้หญิงสาวได้รู้ในทันที
ด้วยเพราะดาริกาเป็นลูกสาวของบุคคลที่ถูกฆาตกรรมโดยตรงจึงจำเป็นที่จะต้องได้รู้ในทันที และหลังจากนี้หากไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ทุกคนจะปลอดภัยหายห่วง เหลือก็เพียงหามือปืนที่ยิงเตชินให้สาวไปถึงตัวบงการ ทุกอย่างก็จะจบด้วยดีไม่มีใครเป็นอันตราย ฉะนั้นการที่เตโซให้เขาพาหญิงสาวทั้งสองคนให้อยู่ในสายตาถือเป็นวิธีการที่ป้องกันก่อนดีกว่าต้องตามแก้ไขในภายหลัง
ทั้งธนาและดาริกาเดินออกมาจากห้องหนังสือของเตโซก็พบกับป้าแก้วตาพอดีจึงหยุดพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งให้ทราบเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเตชิน ทั้งสองคนรอเพียงไม่นานเปมิกาก็วิ่งลงมาด้วยความตื่นตระหนกกับข่าวที่ได้รู้จากคนในบ้านที่ขึ้นไปแจ้ง ส่วนป้าแก้วตานั้นได้ไปตามกำชับคนในบ้านให้ระวังมากขึ้นหากพบศศินมาที่บ้านแม้ว่าธนาจะพาดาริกากับเปมิกาไปที่โรงพยาบาลก้ตาม
“จริงเหรอคะที่มีคนยิงคุณเตชิน แล้วรู้หรือยังคะว่าเป็นใคร” เปมิกาเอ่ยถามออกไปทันทีพลางเดินไปหาดาริกาโอบหัวไหล่ปลอบประโลมเมื่อเห็นสีหน้าของน้องสาวที่ไม่สู้ดี
“ครับ ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนยิง แต่คาดว่าคงเป็นมือปืนมืออาชีพ ส่วนคงบงการถ้าให้คาดเดาในตอนนี้ก็คงเป็นคณินหรือไม่ก็ศศินครับ เพราะเตชินกับพี่โซมีปัญหากับสองพ่อลูกคู่นี้” ธนาออกความคิดเห็นไปอยากคาดเดาอย่างมีมูลเหตุ ไม่ใช่ใส่ความคนไปเรื่อยทั้งที่ตนเองเป็นถึงตำรวจ
“เป็นไปได้ที่สุดคะ ศศินชอบน้องดาก็จริงแต่ก็เป็นคนคับแค้นใจจนอยากเอาชนะอยากสะใจ ก็เป็นไปได้นะคะว่าจะเป็นศศิน ครั้งล่าสุดที่เจอศศิน ตำรวจนอกเครื่องแบบรายงานแค่ว่าศศินไม่ได้ขับรถตามไปในวันนั้นแต่มีคนของคณินลงจากรถแยกออกไป ฉันคิดว่าศศินคงสั่งในตอนนั้นแน่ค่ะ” เปรมิกาออกความคิดเห็นที่เป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งก็ทำให้ธนาครุ่นคิดตาม หากแต่...
“ผมก็คิดครับ แต่เราไม่มีหลักฐานจนกว่าจะจับมือปืนได้ ตอนนี้เราไปโรงพยาบาลดีกว่านะครับ” ธนาตอบพลางชำเลืองมองดาริกาที่มีสีหน้ากังวลมากขึ้น ยิ่งมองก็รู้ว่าจิตใจของเธอไม่อยู่บ้านแล้วแต่คงไปถึงโรงพยาบาลตั้งนานแล้วเป็นแน่
“ได้ค่ะ ใจเย็นก่อนนะดา คุณเตจะต้องปลอดภัย” เปมิกาตอบธนาก่อนจะเดินตามชายหนุ่มไปพลางพูดปลอบดาริกาที่หันมายิ้มแห้งก่อนจะหันกลับไปก้มหน้าก้าวเดินตาม
เปมิกามองดาริกาด้วยความกังวลเมื่อเห็นน้องสาวมีชีวิตที่ไม่ราบรื่นไร้ความสุขกับสามีแบบนี้ซึ่งเกิดจากศศินลงมือทำลายลงอย่างเห็นแก่ตัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ของดาริกาที่ไม่ควรจะต้องมาทิ้งชีวิตอย่างไม่ยุติธรรมเพียงเพราะความโลภและอำนาจที่อยากมี ความทะเยอทะยานด้วยความคิดแบบผิดๆ ของสองพ่อลูกทำให้ต้องไปเบียดเบียนชีวิตจนทำลายครอบครัวคนอื่นเช่นนี้
ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







