เข้าสู่ระบบหลังจากที่ไปจัดการปาล์มขึ้นรถบรรทุกเพื่อส่งขายและแวบไปดูอีกสวนที่กำลังลงกล้าปาล์มสวนใหม่กว่าห้าสิบไร่ แล้วเลยไปยังสวนยางเพื่อจัดการให้ลูกน้องขนขี้ยางหนึ่งคันรถกระบะไปขาย ถึงเวลามื้อค่ำธนัชก็กลับมาถึงบ้านด้วยสภาพเหงื่อท่วมกาย
เงินส่วนนี้เป็นของเขาเพราะเสี่ยทศอนุมัติแล้ว ได้มาหลายพัน คุ้มกว่าที่ไปขอเสี่ยทศเสียอีก
ชายหนุ่มสะบัดขาถอดรองเท้าบูทวางสะเปะสะปะไว้ส่ง ๆ ตั้งใจจะเข้ามากินข้าวแล้วรีบกลับไปนอนที่บ้านอีกหลัง หากทว่ายังไม่ทันที่ขายาว ๆ จะเหยียบย่างเข้าตัวบ้านก็ได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงคุยจ้อดังสนั่น และหนึ่งในเสียงนั้นเขาจำได้แม่นเชียวว่าเป็นเสียงใคร
“ยังอยู่อีก” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นปมอีกครั้งเมื่อเห็นว่าญานิศายังนั่งอยู่ในบ้านเขา นั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำกับพ่อแม่ของเขา คุยกันสนุกสนาน
“บ้านช่องไม่รู้จักกลับ”
“ไอ้บอม!”
“ครับ!” กานดาขึ้นเสียงใส่ลูกชายแต่มันก็ยังมีหน้ามาขานรับอีก ไม้เรียวอยู่ไหน!
“เสียมารยาทมาก!” คนเป็นแม่ที่นาน ๆ ครั้งจะต่อว่าหรืออารมณ์เสียใส่ลูกนึกหงุดหงิดติดหมัดขึ้นมา
“ก็แค่ถาม...” ธนัชลากเสียงยานคาง หากทว่าแววตาคมดุกลับไม่ใส่ใจ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเสี่ยทศ ซึ่งมันเป็นที่เดียวที่ว่างและติดกันกับที่นั่งของญานิศา
ธนัชตักข้าวใส่จานแล้วตักกับข้าวราดจนพูน จ้วงกินเอาง่าย ๆ และรวดเร็วเนื่องจากเสียพลังงานมาทั้งวันด้วยทำงานหนัก เขากวาดหมูหวานในจานตรงหน้าหญิงสาวลงจานตัวเองจนวาววับ
เพียะ!
“อะไรอีกล่ะแม่!” นั่งกินข้าวเงียบ ๆ ยังโดนฟาด ยายเด็กนี่เหมือนตัวซวยของเขาอย่างไรอย่างนั้น
“หมูหวานนั่นของน้อง”
“กินไม่ได้?” เขาเบนหน้าเอียงคอไปทางหญิงสาวแล้วเลิกคิ้วถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังจากดาวอังคารก็รู้ว่ากำลังยียวนชวนหมั่นไส้ ดวงตาคู่คมดูเกเรดุจอันธพาล
“กินได้ค่ะ” ญานิศายังคงทำหน้าใสซื่อแล้วประเคนกับข้าวที่เหลือขยับเข้ามาใกล้เขา
ชายหนุ่มคงทำงานมาเหนื่อย ๆ และคงกำลังหิวมาก ฉะนั้นหญิงสาวจึงไม่อยากขัด ลุงทศกับป้าดาอิ่มแล้ว ส่วนเธอกินเท่านี้ก็ได้ ผู้ชายต้องอิ่ม ตัวเองจะอดบ้างก็ไม่เป็นไร
“แต่น้องกินเผ็ดไม่ได้ไอ้บอม” กานดาต่อว่า
วันนี้เธอทำเมนูอาหารที่มีรสจัดแทบทุกอย่าง พอรู้ว่าญานิศามาก็เลยไปทำหมูหวานมาเพิ่ม เป็นเมนูเดียวเท่านั้นที่ญานิศาถูกปากมากที่สุด และเด็กสาวเพิ่งได้กินไปหน่อยเดียว ข้าวยังไม่พร่องถึงครึ่งชามด้วยซ้ำ
“น้องอิ่มแล้วค่ะป้า ช่วงนี้ไดเอ็ต” ญานิศาแก้ต่างให้
“อืม ลดความอ้วนบ้างก็ดี” ว่าจบธนัชก็ตักข้าวเข้าปากต่อ ไม่สนใจเสียงด่าของคนเป็นพ่อ กับการมองค้อนของคนเป็นแม่ แต่หญิงสาวข้างตัวกลับยังนั่งทำตาปริบ ๆ ส่งยิ้มจาง ๆ มาให้
หน้าซื่อตาใส แต่เขารู้ดีว่ายายเด็กนี่แอบร้าย
ขนาดเจ้าตัวที่โดนเขาว่าตรง ๆ ยังไม่รู้สึกรู้สาแล้วคนอื่นจะมาเดือดร้อนไปทำไม ญานิศานั่งกินผลไม้สบายใจเฉิบ
หลังจบมื้ออาหารธนัชนั่งย่อยไม่นานก็ลุกขึ้นเตรียมตัวเดินออกไปจากบ้าน ในขณะที่ญานิศากำลังช่วยกานดาล้างจาน หากสองเท้าของชายหนุ่มต้องชะงักเมื่อโดนเสี่ยทศร้องเรียกไว้
“ไอ้บอม! อย่าเพิ่งกลับ รอไอ้จิ๊บก่อน”
ธนัชเอี้ยวหน้ากลับไปมองแล้วถาม “รอทำไม?”
“น้องขี่รถถีบ[1]มา”
เกี่ยวไรกับเขาล่ะ
“พาหลบไปกันถิ้!”
นั่นปะไร!
“ภาระ!” รู้ว่าปั่นจักรยานมาแล้วก็ยังจะกลับบ้านมืดค่ำอีก ธนัชต่อว่าในใจ ทว่าร่างสูงก็ยอมนั่งลงบนเก้าอี้รากไม้สักขัดมันหน้าบ้าน ความเหนียวตัวเพราะอาบเหงื่อมาทั้งวันทำให้ธนัชถอดเสื้อเพื่อรับลมที่พัดผ่านให้คลายร้อนเหนอะหนะ
ไม่นานญานิศาก็เดินเร็ว ๆ ออกมาพร้อมกับกานดา
“พรุ่งนี้มากินข้าวพร้อมป้าอีกไหม” กานดาถาม
“ยังไม่แน่ใจเลยค่ะป้า น้องดูเวลาอีกทีนะคะว่าจะได้มากี่โมง” ตอนนี้ญานิศาคิดอะไรไม่ออก ปากคอสั่นพอ ๆ กับอกข้างซ้าย ก็เล่นเดินออกมาแล้วเจอธนัชในลุคเปลือยท่อนบน ถอดเสื้ออวดผิวสีน้ำผึ้งหุ่นลีน ๆ กล้ามท้องแน่นกับกล้ามแขนใหญ่แข็งแรง
ถึงจะไม่ได้ขาวออร่าแต่เซ็กซ์แอพพีลของเขาก็ทำเธอตาพร่าขาสั่นใจหวั่นไหวได้ไม่น้อยเลย อกอีจิ๊บจะแตกแล้วให้ตาย!
“โอเคจ้ะ ถ้าว่างก็มานะลูกนะ จะได้ไม่ต้องทำกับข้าว มาอยู่กับป้าดีกว่าอยู่คนเดียวเหงา ๆ”
ธนัชฟังแล้วร้องเหอะในคอ อยู่คนเดียวเหงา ๆ อะไรกัน น้าเจี๊ยบก็นั่งอยู่บ้าน แต่ยายนี่ดันถ่อมาออเซาะอยู่กับพ่อแม่เขา
“บ้านตัวเองก็มี” แม้เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นไม่ดังนัก หากกานดาและญานิศาก็ได้ยินชัดถนัดหู
“เอ๊ะ บอมนี่ยังไงนะ ฮึ!” กานดาบ่นลูกชายอีกครั้งก่อนจะเอ่ยปากไล่ทั้งคู่ให้กลับบ้านไว ๆ
[1] แปลว่า ปั่นจักรยาน
หลังจากเดินกระแทกเท้าปึงปังเข้าบ้านญานิศารีบล็อกประตู ลงกลอนอีกชั้นแล้วเดินไปสำรวจหน้าต่างทุกบานรวมถึงประตูหลังบ้านจนมั่นใจว่าปิดสนิทดีแล้วเธอถึงอาบน้ำแล้วเข้าห้องนอนทันที“ไอ้พี่บอม ไอ้คนบ้า ใจร้ายมากเลยอะ ฮือ…” ญานิศาแทบกรี๊ดแล้วกระทืบเท้าเร่า ๆ รู้อยู่บ้างว่าเขาก็ทนงและหลงตัวเองอยู่พอตัว ทั้งรูปหล่อ ฐานะดี เป็นผู้ชายที่มีทุกอย่างมากพอให้ผู้หญิงวิ่งเข้าหาไม่ขาดสาย เขาจึงเป็นพวกที่ไม่เคยเทกแคร์หรือสนใจจะรักษามารยาทกับใครสักเท่าไหร่โดยเฉพาะผู้หญิงที่แสดงออกชัดว่าสนใจเขาหากก็ไม่คิดว่าจะใจร้ายใจดำและแสบสันกับเธอได้ถึงเพียงนี้เลยจริง ๆ พับผ่า ทั้งที่ป้ากานดากับลุงทศฝากฝังเธอเอาไว้แล้วแท้ ๆญานิศาโทรหาเพื่อนสนิทเพื่อระบายความขุ่นเคืองใจให้ฟัง แต่อีกฝ่ายกลับขำปนเอ็นดู ไม่รู้จะหัวเราะหรือปลอบก่อนดี“เซ็ง นอยด์ เบื่อ เครียดดดด!”[หูย เป็นบุญของอีวี่มากเลยค่า เพิ่งเคยเห็นนุ้งจิ๊บตัวจี๊ดดาวคณะเครียดเรื่องผู้ชายเป็นครั้งแรกในชีวิต ฮ่า ๆ ๆ] ไอวี่รู้ว่าเพื่อนรักแค่กำลังรู้สึกเสียหน้า เสียความมั่นใจ“กูจะบ้า ปากหมามากมึง คนบ้าไรวะ แถมยังปล่อยให้กูปั่นจักรยานแบบติดเทอร์โบอยู่คนเดียว ผีก็กลัว ไหนจะ
“ไป ๆ กลับกันได้แล้วไป บอมยกรถถีบน้องขึ้นหลังกระบะแล้วขับไปส่งน้องด้วย จิ๊บไม่ต้องถีบรถไปเองนะลูก ไปกับพี่นะ”“ค่ะป้าดา ขอบคุณนะคะสำหรับมื้อค่ำ” ญานิศายังคงยิ้มหวานดังเก่า หัวอ่อนว่านอนสอนง่าย ป้าดาว่ายังไงยายจิ๊บก็ว่าอย่างนั้น ได้นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถไปกับผู้ชายในยามวิกาลเข้าทาง!กรี๊ด... แค่คิดก็เขินแทบบ้าจนปั้นหน้านิ่งแทบไม่อยู่แล้วกานดาไม่สามารถยืนส่งหนุ่มสาวขึ้นรถได้นานเพราะปวดท้องเข้าห้องน้ำ ได้แต่ตะโกนสั่งธนัชเสียงดังมาแต่ไกล...“ส่งน้องให้ถึงบ้านนะไอ้บอม แล้วปากอะหุบบ้าง อย่าเที่ยวไปทะเลาะกับน้องมันอีกนะ!”คล้อยหลังกานดาญานิศากะว่าจะใช้เวลาเต๊าะธนัชให้เต็มที่เสียหน่อย เพราะตอนลุงทศกับป้าดาอยู่เธอจำต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวด้วยต้องวางตัวเป็นกุลสตรีเพื่อให้ป้าดาประทับใจ หากทว่าไม่ทันที่หญิงสาวจะได้อ้าปากพูดอะไรสักคำเธอแทบยกมือขึ้นทาบอกเพราะคำพูดของธนัช“ยอดละห้าร้อย”“ฮะ!” ไม่ใช่เสียงงง แต่เป็นเสียงร้องตกใจ ราคานี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าราคาค่าอะไร “โหดมาก!”“ราคามาตรฐาน จ่ายมา” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มราบเรียบหากทว่าแววตาดุเข้มดูจริงจัง ธนัชยกแขนขึ้นกอดอกมองหญิงสาวญานิศากลืนน้ำลายดังอึก
หลังจากที่ไปจัดการปาล์มขึ้นรถบรรทุกเพื่อส่งขายและแวบไปดูอีกสวนที่กำลังลงกล้าปาล์มสวนใหม่กว่าห้าสิบไร่ แล้วเลยไปยังสวนยางเพื่อจัดการให้ลูกน้องขนขี้ยางหนึ่งคันรถกระบะไปขาย ถึงเวลามื้อค่ำธนัชก็กลับมาถึงบ้านด้วยสภาพเหงื่อท่วมกายเงินส่วนนี้เป็นของเขาเพราะเสี่ยทศอนุมัติแล้ว ได้มาหลายพัน คุ้มกว่าที่ไปขอเสี่ยทศเสียอีกชายหนุ่มสะบัดขาถอดรองเท้าบูทวางสะเปะสะปะไว้ส่ง ๆ ตั้งใจจะเข้ามากินข้าวแล้วรีบกลับไปนอนที่บ้านอีกหลัง หากทว่ายังไม่ทันที่ขายาว ๆ จะเหยียบย่างเข้าตัวบ้านก็ได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงคุยจ้อดังสนั่น และหนึ่งในเสียงนั้นเขาจำได้แม่นเชียวว่าเป็นเสียงใคร“ยังอยู่อีก” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นปมอีกครั้งเมื่อเห็นว่าญานิศายังนั่งอยู่ในบ้านเขา นั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำกับพ่อแม่ของเขา คุยกันสนุกสนาน“บ้านช่องไม่รู้จักกลับ”“ไอ้บอม!”“ครับ!” กานดาขึ้นเสียงใส่ลูกชายแต่มันก็ยังมีหน้ามาขานรับอีก ไม้เรียวอยู่ไหน!“เสียมารยาทมาก!” คนเป็นแม่ที่นาน ๆ ครั้งจะต่อว่าหรืออารมณ์เสียใส่ลูกนึกหงุดหงิดติดหมัดขึ้นมา“ก็แค่ถาม...” ธนัชลากเสียงยานคาง หากทว่าแววตาคมดุกลับไม่ใส่ใจ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรง
“ป้าดากับลุงทศจะให้น้องชดใช้ยังไงก็ได้ค่ะ” ตากลมโตมองสองสามีภรรยาอย่างออดอ้อน คำพูดหวานหู เอาอกเอาใจ ไหนจะคำแทนตัวเองว่า ‘น้อง’ อีกธนัชเจือขำในคอเย้ยหยัน น้องอย่างนั้นน้องอย่างนี้ ยิ่งฟังยิ่งอดมันเขี้ยวยายเด็กนี่ไม่ได้ คิดว่าตัวเองตัวเล็กมากมั้ง น่ารักตาย!ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครต่อใครถึงทั้งรักทั้งเอ็นดูญานิศามากมายนัก โดยเฉพาะพ่อแม่ของเขาที่อยากมีลูกสาวแต่มีไม่ได้ เคยแทบจะจับใส่พานมาให้ดองกันตั้งแต่วัยยังไม่แตกเนื้อสาว ทำเอาเขาขยาด“น้องขอโทษนะคะที่ไม่ได้ดูแลน้องหงส์หยกให้ดี”“ไม่เป็นไรลูก ช่างมัน” นั่น! ผิดจากที่คาดเสียเมื่อไหร่ ซื้อหวยไม่ถูกงี้บ้าง ว่าแต่...น้องหงส์หยกนี่คือใคร ชื่อวัวตัวปัญหานั่นเหรอ? หึ! ตลกชะมัด“ได้ไงกันพ่อ” ชายหนุ่มโวยวายไปอย่างนั้นเอง แม้จะคาดไว้แล้วว่าพ่อแม่เขาต้องไม่เอาเรื่องยายเด็กอยู่เป็น เขาถึงไม่คิดจะบอกอย่างไรล่ะว่าสวนยางที่พ่อเพิ่งลงปลูกไปก่อนที่เขาจะย้ายกลับมาอยู่บ้านโดนแดกไปเรียบร้อยแล้วกว่ายี่สิบต้น“สวนกู ยางกู ทำไมจะไม่ได้” จากเสียงอ่อนใส่ญานิศาก็หันมาเสียงแข็งใส่ลูกชาย “มึงนี่มันจริง ๆ เลยไอ้บอม”“เออตามนั้น ก็แล้วแต่เลยแล้วกัน” ธนัชตีหน้ายุ่ง
“เวลาเหตุมันเกิดวงจรปิดจะทำอะไรได้ ฮึ” นั่นมันแค่ช่วยเป็นหูเป็นตาเพื่อแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ“เข้าบ้านไปแล้วน้องจะล็อกประตูหน้าต่างให้หมดทุกบานเลย ลุงทศไม่ต้องห่วงน้า...” หญิงสาวตอบเสี่ยทศเสร็จแล้วก็ยิ้มแป้นยกแตงโมที่หยิบติดมือมายื่นให้ป้ากานดา“อย่าเพิ่งพูดไรมาก เข้าบ้านก่อนดีกว่ามา ๆ ๆ น้องจิ๊บเอาลูกแตง[1]มาพอดีเลย หวันเย็น[2]อยู่กินข้าวกับป้าก่อนนะ ป้าคิดถึง แล้วจะได้ไม่ต้องกลับไปทำกับข้าวด้วย” กานดาเดินจูงมือนำญานิศาเข้าบ้าน ส่วนแตงโมเธอยื่นให้เสี่ยทศผัวรักเอาไปจัดการในครัวแล้ว คนรักเมียเดินหน้างอทำตามคำสั่งอย่างปฏิเสธไม่ได้“มาทำไม” เสียงทุ้มกังวานดังออกจากปากลูกชายเจ้าของบ้านทันทีที่เห็นหญิงสาวที่เอาแต่ออดอ้อนมารดาตนเดินเข้าบ้านมา และนั่นทำเอาคนเป็นแม่วาดวงแขนฟาดหลังลูกชายสุดที่รักดังป้าบ“อ้ะ! แม่ตีทำไมเนี่ย” ธนัชร้องเสียงหลง หมดกันที่ทำเข้มมาตั้งนาน เห็นคุณนายกานดาอ่อนหวานราวน้ำตาลอ้อยแบบนี้ แต่ฟาดทีหลังแทบแอ่น มือหนักชะมัด!“ดูคำพูดคำจานะไอ้บอมนะ”นั่นประไร! สองชั่วโมงก่อนเรียกเขาว่าลูกบ่าวอย่างนั้นลูกชายอย่างนี้ พอเด็กนี่มาสรรพนามเรียกขานก็แปรเปลี่ยนเป็น ‘ไอ้’แล้วดูแต่งตัวเข้า
อากาศบริเวณนี้ก็ยิ่งบริสุทธิ์สดชื่น หญิงสาวปั่นจักรยานอย่างสบายใจไม่ว่าแดดจะร้อนแรงแค่ไหน หากก็ไม่แรงเท่ากับไฟร่านที่ลุกโชนในใจของเธอตอนนี้เป็นแน่“อ๊าย! ไอ้จิ๊บ ไซถึงอ้อร้อพันนี้!” ตำหนิตัวเองไปหนึ่งทีทั้งที่กำลังยิ้มแก้มแทบปริที่กำลังจะไปหาผู้ชายเลี้ยวซ้ายออกจากซอยแล้วปั่นตรงไปอีกหน่อยไม่ถึงห้าร้อยเมตรก็ถึงแล้วบ้านเป้าหมายที่ว่า เป็นบ้านสองชั้นหลังใหญ่ขนาดสามห้องนอนสองห้องน้ำทำจากไม้สักทองเกือบทั้งหลัง รอบบ้านมีรั้วต้นมะขามประตูรั้วไม่มี แขกไปใครมาสามารถเข้ามาได้ทันที เพราะแถวนี้ผู้คนไม่พลุกพล่านญานิศาประเมินจากสายตาได้ว่าหากไม่ทำรั้วธรรมชาติเช่นนี้มีหวังถูกลอตเตอรี่หนึ่งใบคงไม่พอสร้างรั้วดี ๆ เป็นแน่ ด้วยมีพื้นที่กว้างมากหากให้รวมกับพื้นที่สวนยางด้วยญานิศาปั่นจักรยานเข้าไปในพื้นที่ตัวบ้านหลังใหญ่ เลือกวางขาตั้งจอดไว้ใต้ต้นชมพู่มะเหมี่ยวที่กำลังติดดอกสีชมพูสะพรั่งเรียกหมู่แมลงภู่ให้มาดอมดมผสมเกสร จนมีเกสรดอกร่วงกราวดาษพื้นใต้ต้น และตอนนี้ก็มีหนุ่มใหญ่วัยกลางคนกำลังนอนอยู่บนตักเมียรักอย่างที่เธอคาดไว้ ซึ่งเป็นภาพที่ได้เห็นเป็นประจำจนชินตาไปเสียแล้ว“อ้าวน้องจิ๊บ!”“ป้าดาขา...” ญาน







