เข้าสู่ระบบ“ไป ๆ กลับกันได้แล้วไป บอมยกรถถีบน้องขึ้นหลังกระบะแล้วขับไปส่งน้องด้วย จิ๊บไม่ต้องถีบรถไปเองนะลูก ไปกับพี่นะ”
“ค่ะป้าดา ขอบคุณนะคะสำหรับมื้อค่ำ” ญานิศายังคงยิ้มหวานดังเก่า หัวอ่อนว่านอนสอนง่าย ป้าดาว่ายังไงยายจิ๊บก็ว่าอย่างนั้น ได้นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถไปกับผู้ชายในยามวิกาล
เข้าทาง!
กรี๊ด... แค่คิดก็เขินแทบบ้าจนปั้นหน้านิ่งแทบไม่อยู่แล้ว
กานดาไม่สามารถยืนส่งหนุ่มสาวขึ้นรถได้นานเพราะปวดท้องเข้าห้องน้ำ ได้แต่ตะโกนสั่งธนัชเสียงดังมาแต่ไกล...
“ส่งน้องให้ถึงบ้านนะไอ้บอม แล้วปากอะหุบบ้าง อย่าเที่ยวไปทะเลาะกับน้องมันอีกนะ!”
คล้อยหลังกานดาญานิศากะว่าจะใช้เวลาเต๊าะธนัชให้เต็มที่เสียหน่อย เพราะตอนลุงทศกับป้าดาอยู่เธอจำต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวด้วยต้องวางตัวเป็นกุลสตรีเพื่อให้ป้าดาประทับใจ หากทว่าไม่ทันที่หญิงสาวจะได้อ้าปากพูดอะไรสักคำเธอแทบยกมือขึ้นทาบอกเพราะคำพูดของธนัช
“ยอดละห้าร้อย”
“ฮะ!” ไม่ใช่เสียงงง แต่เป็นเสียงร้องตกใจ ราคานี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าราคาค่าอะไร “โหดมาก!”
“ราคามาตรฐาน จ่ายมา” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มราบเรียบหากทว่าแววตาดุเข้มดูจริงจัง ธนัชยกแขนขึ้นกอดอกมองหญิงสาว
ญานิศากลืนน้ำลายดังอึก มุมนี้คือดี ดีมาก ธนัชขยับเข้ามาใกล้เธอกว่าเก่าอีกต่างหาก จากที่จะด่าเขาว่าขี้งก เขี้ยวลากดิน เค็ม สารพัดคำด่ากลืนหายเมื่อเห็นเส้นเอ็นเด่นชัดพาดเต็มท่อนแขน ดูกร้าวใจมากพ่อคุณเอ๊ย อีจิ๊บหัวใจเกือบวาย
ห้าร้อยเหรอ ให้พันเลยก็ได้แต่ไม่ใช่ค่าเสียหายเรื่องต้นยางพาราหรอกนะ คิกคิก ญานิศาคิดอยู่คนเดียวในใจ หากแววตาสุกสกาวซุกซนเกือบจะปกปิดเก็บไว้ไม่มิด
“ขี้งก!” ญานิศาพูดกลบเกลื่อนแววตาพราวระยับของเธอที่ก็ไม่แน่ใจว่าธนัชจะจับสังเกตเห็นหรือยัง
“วัวเธอกินไปตั้งยี่สิบกว่าต้น”
“แต่ลุงกับป้าบอกไม่เป็นไร” ญานิศายังเถียงฉอด ๆ
เออใช่ ไม่เป็นไรเพราะเสี่ยทศไม่ใช่คนออกเงินค่าซื้อกล้าพันธุ์มาซ่อมไง แต่เป็นเขานี่! ขายขี้ยางได้ไม่กี่พันก็ต้องออกเงินไปซื้อพันธุ์ยางมาอีก เซ็งชะมัด!
“งั้นก็กลับบ้านเองละกัน”
“พี่บอม! แต่จิ๊บใส่กระโปรงนะ” ญานิศาแทบหวีดร้องเสียงหลงกับผู้ชายตรงหน้า นอกจากเขาจะไม่ยอมยกจักรยานของเธอขึ้นหลังรถแล้วยังทำท่าว่าจะทิ้งเธอไว้อย่างปากว่าอีกต่างหาก
นี่ใจคอเขาจะปล่อยให้เธอปั่นกลับเองแบบนี้จริง ๆ เหรอ
“ตอนมายังมาเองได้” ธนัชคร้านจะต่อปากต่อคำต่อแล้ว เขาหมุนตัวขึ้นรถสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วออกรถ
“กรี๊ด พี่บอม!” ญานิศาเลิ่กลั่กรีบวิ่งไปใต้ต้นชมพู่มะเหมี่ยวแล้วกระโดดขึ้นจักรยานเพื่อรีบปั่นให้ทันรถของธนัช เพราะหากเลี้ยวขวาเข้าซอยบ้านไปแล้วก็จะแทบไม่มีแสงไฟส่องสว่างอีก ต้องอาศัยไฟหน้ารถชายหนุ่มเท่านั้นเพื่อส่องนำทาง
“ไอ้พี่บอม! ไอ้คนใจร้ายใจดำ” ญานิศาด่าไปพลางปั่นไปพลางเล่นเอาหอบฮั่กจนลิ้นแทบห้อย “รอด้วยสิโว้ย!”
ธนัชมองกระจกข้างเห็นคนที่ปั่นจักรยานจนเท้าเป็นระวิงหัวยุ่งเหยิงแล้วตะโกนด่าเขาไปพลางก็หลุดขำ ชายหนุ่มขับรถด้วยมือเดียวแล้ววางศอกอีกข้างไว้กับขอบหน้าต่างรถที่ลดกระจกลงมาเพื่อรับลมและรับชมความบันเทิงจากเพื่อนร่วมทาง
ยอมชะลอความเร็วลงอีกหน่อยเพราะกลัวญานิศาจะหมดแรงปั่นเสียก่อน รถล้มหน้าคะมำไปก็คงไม่พ้นลำบากเขาอีก
เมื่อถึงเขตบ้านตัวเองหญิงสาวก็เลี้ยวเข้าไปจอดรถจักรยานไว้ที่โรงจอดรถข้างตัวบ้านแล้วรีบไขกุญแจเดินเข้าไป ในระหว่างที่ธนัชยังมีกะจิตกะใจจอดรถบนถนนหน้าบ้านเพื่อส่องไฟให้ความสว่างแก่หญิงสาว
“น้าเจี๊ยบนอนแล้วเหรอ” เห็นบ้านญานิศาปิดไฟมืดสนิททุกดวงเหมือนไม่มีคนอยู่บ้านธนัชก็ขมวดคิ้วสงสัย
เห็นญานิศาปิดประตูดังปัง กระแทกกระทั้นเหมือนกำลังโมโหอะไรสักอย่าง ธนัชก็ส่ายหน้ายิ้ม ๆ แล้วเลิกสนใจเรื่องฟืนไฟในนั้นเพราะตอนนี้เจ้าหล่อนจัดการเปิดไฟทั่วบ้านแล้ว
ชายหนุ่มขับรถเลยไปอีกหน่อยเดียวเพื่อเลี้ยวเข้ารั้วบ้านสไตล์ทันสมัยที่อยู่เยื้องกับบ้านของหญิงสาว
บ้านหลังที่เขาเพิ่งขับออกมาหลังนั้นเดิมทีเป็นบ้านของปู่ย่าและเมื่อพวกท่านถึงแก่กรรมก็ตกเป็นของเสี่ยทศลูกชายคนเดียวไป ส่วนหลังนี้คือบ้านเดิมของกานดามารดาของชายหนุ่ม
เสี่ยทศกับกานดาเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน กานดาสมัยยังสาวเป็นผู้หญิงที่สวยหวานมีการศึกษาและมีดีกรีนางงาม ในอดีตเคยมีตำแหน่งเป็นถึงนางสาวสมิหลา ที่หนุ่ม ๆ มารุมขายขนมจีบกันจนหัวกระไดบ้านไม่แห้ง หากก็พ่ายแพ้ให้เสี่ยทศราบคาบ
หลังแต่งงานกานดาก็ย้ายไปอยู่บ้านสามี เธอเป็นลูกคนเดียวเช่นกันกับเสี่ยทศ บ้านหลังนี้จึงไม่มีใครรับช่วงต่อหลังจากตากับยายของธนัชสิ้นบุญไป หากกระนั้นกานดาก็ยังไม่ยอมขายให้ใครเพราะไม่เคยเดือดร้อนเรื่องเงิน เก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกชาย
กานดาและเสี่ยทศหมั่นให้คนมาทำความสะอาดบ้านหลังนี้สม่ำเสมอแม้จะไม่มีใครอยู่ ทุกครั้งที่ธนัชกลับบ้านก็มักมาพักที่นี่เพราะเป็นส่วนตัวดี จะชวนเพื่อนมาดื่มหรือปาร์ตี้เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องรบกวนความเป็นส่วนตัวของพวกท่าน ส่วนเรื่องอาหารการกิน หากหิวเมื่อไหร่ก็ไปกินข้าวบ้านพ่อหรือสั่งให้ลูกน้องหิ้วปิ่นโตมาให้
เมื่อปีก่อนเสี่ยทศสั่งให้มีการรีโนเวทบ้านหลังนี้ใหม่หมดด้วยโครงสร้างเดิมเริ่มผุพังตามกาลเวลา หลังตัดสินใจย้ายกลับมาบ้านก็พร้อมอยู่พอดิบพอดีเหมือนถูกเสี่ยทศจับวาง
หลังจากเดินกระแทกเท้าปึงปังเข้าบ้านญานิศารีบล็อกประตู ลงกลอนอีกชั้นแล้วเดินไปสำรวจหน้าต่างทุกบานรวมถึงประตูหลังบ้านจนมั่นใจว่าปิดสนิทดีแล้วเธอถึงอาบน้ำแล้วเข้าห้องนอนทันที“ไอ้พี่บอม ไอ้คนบ้า ใจร้ายมากเลยอะ ฮือ…” ญานิศาแทบกรี๊ดแล้วกระทืบเท้าเร่า ๆ รู้อยู่บ้างว่าเขาก็ทนงและหลงตัวเองอยู่พอตัว ทั้งรูปหล่อ ฐานะดี เป็นผู้ชายที่มีทุกอย่างมากพอให้ผู้หญิงวิ่งเข้าหาไม่ขาดสาย เขาจึงเป็นพวกที่ไม่เคยเทกแคร์หรือสนใจจะรักษามารยาทกับใครสักเท่าไหร่โดยเฉพาะผู้หญิงที่แสดงออกชัดว่าสนใจเขาหากก็ไม่คิดว่าจะใจร้ายใจดำและแสบสันกับเธอได้ถึงเพียงนี้เลยจริง ๆ พับผ่า ทั้งที่ป้ากานดากับลุงทศฝากฝังเธอเอาไว้แล้วแท้ ๆญานิศาโทรหาเพื่อนสนิทเพื่อระบายความขุ่นเคืองใจให้ฟัง แต่อีกฝ่ายกลับขำปนเอ็นดู ไม่รู้จะหัวเราะหรือปลอบก่อนดี“เซ็ง นอยด์ เบื่อ เครียดดดด!”[หูย เป็นบุญของอีวี่มากเลยค่า เพิ่งเคยเห็นนุ้งจิ๊บตัวจี๊ดดาวคณะเครียดเรื่องผู้ชายเป็นครั้งแรกในชีวิต ฮ่า ๆ ๆ] ไอวี่รู้ว่าเพื่อนรักแค่กำลังรู้สึกเสียหน้า เสียความมั่นใจ“กูจะบ้า ปากหมามากมึง คนบ้าไรวะ แถมยังปล่อยให้กูปั่นจักรยานแบบติดเทอร์โบอยู่คนเดียว ผีก็กลัว ไหนจะ
“ไป ๆ กลับกันได้แล้วไป บอมยกรถถีบน้องขึ้นหลังกระบะแล้วขับไปส่งน้องด้วย จิ๊บไม่ต้องถีบรถไปเองนะลูก ไปกับพี่นะ”“ค่ะป้าดา ขอบคุณนะคะสำหรับมื้อค่ำ” ญานิศายังคงยิ้มหวานดังเก่า หัวอ่อนว่านอนสอนง่าย ป้าดาว่ายังไงยายจิ๊บก็ว่าอย่างนั้น ได้นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถไปกับผู้ชายในยามวิกาลเข้าทาง!กรี๊ด... แค่คิดก็เขินแทบบ้าจนปั้นหน้านิ่งแทบไม่อยู่แล้วกานดาไม่สามารถยืนส่งหนุ่มสาวขึ้นรถได้นานเพราะปวดท้องเข้าห้องน้ำ ได้แต่ตะโกนสั่งธนัชเสียงดังมาแต่ไกล...“ส่งน้องให้ถึงบ้านนะไอ้บอม แล้วปากอะหุบบ้าง อย่าเที่ยวไปทะเลาะกับน้องมันอีกนะ!”คล้อยหลังกานดาญานิศากะว่าจะใช้เวลาเต๊าะธนัชให้เต็มที่เสียหน่อย เพราะตอนลุงทศกับป้าดาอยู่เธอจำต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวด้วยต้องวางตัวเป็นกุลสตรีเพื่อให้ป้าดาประทับใจ หากทว่าไม่ทันที่หญิงสาวจะได้อ้าปากพูดอะไรสักคำเธอแทบยกมือขึ้นทาบอกเพราะคำพูดของธนัช“ยอดละห้าร้อย”“ฮะ!” ไม่ใช่เสียงงง แต่เป็นเสียงร้องตกใจ ราคานี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าราคาค่าอะไร “โหดมาก!”“ราคามาตรฐาน จ่ายมา” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มราบเรียบหากทว่าแววตาดุเข้มดูจริงจัง ธนัชยกแขนขึ้นกอดอกมองหญิงสาวญานิศากลืนน้ำลายดังอึก
หลังจากที่ไปจัดการปาล์มขึ้นรถบรรทุกเพื่อส่งขายและแวบไปดูอีกสวนที่กำลังลงกล้าปาล์มสวนใหม่กว่าห้าสิบไร่ แล้วเลยไปยังสวนยางเพื่อจัดการให้ลูกน้องขนขี้ยางหนึ่งคันรถกระบะไปขาย ถึงเวลามื้อค่ำธนัชก็กลับมาถึงบ้านด้วยสภาพเหงื่อท่วมกายเงินส่วนนี้เป็นของเขาเพราะเสี่ยทศอนุมัติแล้ว ได้มาหลายพัน คุ้มกว่าที่ไปขอเสี่ยทศเสียอีกชายหนุ่มสะบัดขาถอดรองเท้าบูทวางสะเปะสะปะไว้ส่ง ๆ ตั้งใจจะเข้ามากินข้าวแล้วรีบกลับไปนอนที่บ้านอีกหลัง หากทว่ายังไม่ทันที่ขายาว ๆ จะเหยียบย่างเข้าตัวบ้านก็ได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงคุยจ้อดังสนั่น และหนึ่งในเสียงนั้นเขาจำได้แม่นเชียวว่าเป็นเสียงใคร“ยังอยู่อีก” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเป็นปมอีกครั้งเมื่อเห็นว่าญานิศายังนั่งอยู่ในบ้านเขา นั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำกับพ่อแม่ของเขา คุยกันสนุกสนาน“บ้านช่องไม่รู้จักกลับ”“ไอ้บอม!”“ครับ!” กานดาขึ้นเสียงใส่ลูกชายแต่มันก็ยังมีหน้ามาขานรับอีก ไม้เรียวอยู่ไหน!“เสียมารยาทมาก!” คนเป็นแม่ที่นาน ๆ ครั้งจะต่อว่าหรืออารมณ์เสียใส่ลูกนึกหงุดหงิดติดหมัดขึ้นมา“ก็แค่ถาม...” ธนัชลากเสียงยานคาง หากทว่าแววตาคมดุกลับไม่ใส่ใจ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรง
“ป้าดากับลุงทศจะให้น้องชดใช้ยังไงก็ได้ค่ะ” ตากลมโตมองสองสามีภรรยาอย่างออดอ้อน คำพูดหวานหู เอาอกเอาใจ ไหนจะคำแทนตัวเองว่า ‘น้อง’ อีกธนัชเจือขำในคอเย้ยหยัน น้องอย่างนั้นน้องอย่างนี้ ยิ่งฟังยิ่งอดมันเขี้ยวยายเด็กนี่ไม่ได้ คิดว่าตัวเองตัวเล็กมากมั้ง น่ารักตาย!ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครต่อใครถึงทั้งรักทั้งเอ็นดูญานิศามากมายนัก โดยเฉพาะพ่อแม่ของเขาที่อยากมีลูกสาวแต่มีไม่ได้ เคยแทบจะจับใส่พานมาให้ดองกันตั้งแต่วัยยังไม่แตกเนื้อสาว ทำเอาเขาขยาด“น้องขอโทษนะคะที่ไม่ได้ดูแลน้องหงส์หยกให้ดี”“ไม่เป็นไรลูก ช่างมัน” นั่น! ผิดจากที่คาดเสียเมื่อไหร่ ซื้อหวยไม่ถูกงี้บ้าง ว่าแต่...น้องหงส์หยกนี่คือใคร ชื่อวัวตัวปัญหานั่นเหรอ? หึ! ตลกชะมัด“ได้ไงกันพ่อ” ชายหนุ่มโวยวายไปอย่างนั้นเอง แม้จะคาดไว้แล้วว่าพ่อแม่เขาต้องไม่เอาเรื่องยายเด็กอยู่เป็น เขาถึงไม่คิดจะบอกอย่างไรล่ะว่าสวนยางที่พ่อเพิ่งลงปลูกไปก่อนที่เขาจะย้ายกลับมาอยู่บ้านโดนแดกไปเรียบร้อยแล้วกว่ายี่สิบต้น“สวนกู ยางกู ทำไมจะไม่ได้” จากเสียงอ่อนใส่ญานิศาก็หันมาเสียงแข็งใส่ลูกชาย “มึงนี่มันจริง ๆ เลยไอ้บอม”“เออตามนั้น ก็แล้วแต่เลยแล้วกัน” ธนัชตีหน้ายุ่ง
“เวลาเหตุมันเกิดวงจรปิดจะทำอะไรได้ ฮึ” นั่นมันแค่ช่วยเป็นหูเป็นตาเพื่อแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ“เข้าบ้านไปแล้วน้องจะล็อกประตูหน้าต่างให้หมดทุกบานเลย ลุงทศไม่ต้องห่วงน้า...” หญิงสาวตอบเสี่ยทศเสร็จแล้วก็ยิ้มแป้นยกแตงโมที่หยิบติดมือมายื่นให้ป้ากานดา“อย่าเพิ่งพูดไรมาก เข้าบ้านก่อนดีกว่ามา ๆ ๆ น้องจิ๊บเอาลูกแตง[1]มาพอดีเลย หวันเย็น[2]อยู่กินข้าวกับป้าก่อนนะ ป้าคิดถึง แล้วจะได้ไม่ต้องกลับไปทำกับข้าวด้วย” กานดาเดินจูงมือนำญานิศาเข้าบ้าน ส่วนแตงโมเธอยื่นให้เสี่ยทศผัวรักเอาไปจัดการในครัวแล้ว คนรักเมียเดินหน้างอทำตามคำสั่งอย่างปฏิเสธไม่ได้“มาทำไม” เสียงทุ้มกังวานดังออกจากปากลูกชายเจ้าของบ้านทันทีที่เห็นหญิงสาวที่เอาแต่ออดอ้อนมารดาตนเดินเข้าบ้านมา และนั่นทำเอาคนเป็นแม่วาดวงแขนฟาดหลังลูกชายสุดที่รักดังป้าบ“อ้ะ! แม่ตีทำไมเนี่ย” ธนัชร้องเสียงหลง หมดกันที่ทำเข้มมาตั้งนาน เห็นคุณนายกานดาอ่อนหวานราวน้ำตาลอ้อยแบบนี้ แต่ฟาดทีหลังแทบแอ่น มือหนักชะมัด!“ดูคำพูดคำจานะไอ้บอมนะ”นั่นประไร! สองชั่วโมงก่อนเรียกเขาว่าลูกบ่าวอย่างนั้นลูกชายอย่างนี้ พอเด็กนี่มาสรรพนามเรียกขานก็แปรเปลี่ยนเป็น ‘ไอ้’แล้วดูแต่งตัวเข้า
อากาศบริเวณนี้ก็ยิ่งบริสุทธิ์สดชื่น หญิงสาวปั่นจักรยานอย่างสบายใจไม่ว่าแดดจะร้อนแรงแค่ไหน หากก็ไม่แรงเท่ากับไฟร่านที่ลุกโชนในใจของเธอตอนนี้เป็นแน่“อ๊าย! ไอ้จิ๊บ ไซถึงอ้อร้อพันนี้!” ตำหนิตัวเองไปหนึ่งทีทั้งที่กำลังยิ้มแก้มแทบปริที่กำลังจะไปหาผู้ชายเลี้ยวซ้ายออกจากซอยแล้วปั่นตรงไปอีกหน่อยไม่ถึงห้าร้อยเมตรก็ถึงแล้วบ้านเป้าหมายที่ว่า เป็นบ้านสองชั้นหลังใหญ่ขนาดสามห้องนอนสองห้องน้ำทำจากไม้สักทองเกือบทั้งหลัง รอบบ้านมีรั้วต้นมะขามประตูรั้วไม่มี แขกไปใครมาสามารถเข้ามาได้ทันที เพราะแถวนี้ผู้คนไม่พลุกพล่านญานิศาประเมินจากสายตาได้ว่าหากไม่ทำรั้วธรรมชาติเช่นนี้มีหวังถูกลอตเตอรี่หนึ่งใบคงไม่พอสร้างรั้วดี ๆ เป็นแน่ ด้วยมีพื้นที่กว้างมากหากให้รวมกับพื้นที่สวนยางด้วยญานิศาปั่นจักรยานเข้าไปในพื้นที่ตัวบ้านหลังใหญ่ เลือกวางขาตั้งจอดไว้ใต้ต้นชมพู่มะเหมี่ยวที่กำลังติดดอกสีชมพูสะพรั่งเรียกหมู่แมลงภู่ให้มาดอมดมผสมเกสร จนมีเกสรดอกร่วงกราวดาษพื้นใต้ต้น และตอนนี้ก็มีหนุ่มใหญ่วัยกลางคนกำลังนอนอยู่บนตักเมียรักอย่างที่เธอคาดไว้ ซึ่งเป็นภาพที่ได้เห็นเป็นประจำจนชินตาไปเสียแล้ว“อ้าวน้องจิ๊บ!”“ป้าดาขา...” ญาน







