INICIAR SESIÓN“ไป ๆ กลับกันได้แล้วไป บอมยกรถถีบน้องขึ้นหลังกระบะแล้วขับไปส่งน้องด้วย จิ๊บไม่ต้องถีบรถไปเองนะลูก ไปกับพี่นะ”
“ค่ะป้าดา ขอบคุณนะคะสำหรับมื้อค่ำ” ญานิศายังคงยิ้มหวานดังเก่า หัวอ่อนว่านอนสอนง่าย ป้าดาว่ายังไงยายจิ๊บก็ว่าอย่างนั้น ได้นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถไปกับผู้ชายในยามวิกาล
เข้าทาง!
กรี๊ด... แค่คิดก็เขินแทบบ้าจนปั้นหน้านิ่งแทบไม่อยู่แล้ว
กานดาไม่สามารถยืนส่งหนุ่มสาวขึ้นรถได้นานเพราะปวดท้องเข้าห้องน้ำ ได้แต่ตะโกนสั่งธนัชเสียงดังมาแต่ไกล...
“ส่งน้องให้ถึงบ้านนะไอ้บอม แล้วปากอะหุบบ้าง อย่าเที่ยวไปทะเลาะกับน้องมันอีกนะ!”
คล้อยหลังกานดาญานิศากะว่าจะใช้เวลาเต๊าะธนัชให้เต็มที่เสียหน่อย เพราะตอนลุงทศกับป้าดาอยู่เธอจำต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวด้วยต้องวางตัวเป็นกุลสตรีเพื่อให้ป้าดาประทับใจ หากทว่าไม่ทันที่หญิงสาวจะได้อ้าปากพูดอะไรสักคำเธอแทบยกมือขึ้นทาบอกเพราะคำพูดของธนัช
“ยอดละห้าร้อย”
“ฮะ!” ไม่ใช่เสียงงง แต่เป็นเสียงร้องตกใจ ราคานี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าราคาค่าอะไร “โหดมาก!”
“ราคามาตรฐาน จ่ายมา” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มราบเรียบหากทว่าแววตาดุเข้มดูจริงจัง ธนัชยกแขนขึ้นกอดอกมองหญิงสาว
ญานิศากลืนน้ำลายดังอึก มุมนี้คือดี ดีมาก ธนัชขยับเข้ามาใกล้เธอกว่าเก่าอีกต่างหาก จากที่จะด่าเขาว่าขี้งก เขี้ยวลากดิน เค็ม สารพัดคำด่ากลืนหายเมื่อเห็นเส้นเอ็นเด่นชัดพาดเต็มท่อนแขน ดูกร้าวใจมากพ่อคุณเอ๊ย อีจิ๊บหัวใจเกือบวาย
ห้าร้อยเหรอ ให้พันเลยก็ได้แต่ไม่ใช่ค่าเสียหายเรื่องต้นยางพาราหรอกนะ คิกคิก ญานิศาคิดอยู่คนเดียวในใจ หากแววตาสุกสกาวซุกซนเกือบจะปกปิดเก็บไว้ไม่มิด
“ขี้งก!” ญานิศาพูดกลบเกลื่อนแววตาพราวระยับของเธอที่ก็ไม่แน่ใจว่าธนัชจะจับสังเกตเห็นหรือยัง
“วัวเธอกินไปตั้งยี่สิบกว่าต้น”
“แต่ลุงกับป้าบอกไม่เป็นไร” ญานิศายังเถียงฉอด ๆ
เออใช่ ไม่เป็นไรเพราะเสี่ยทศไม่ใช่คนออกเงินค่าซื้อกล้าพันธุ์มาซ่อมไง แต่เป็นเขานี่! ขายขี้ยางได้ไม่กี่พันก็ต้องออกเงินไปซื้อพันธุ์ยางมาอีก เซ็งชะมัด!
“งั้นก็กลับบ้านเองละกัน”
“พี่บอม! แต่จิ๊บใส่กระโปรงนะ” ญานิศาแทบหวีดร้องเสียงหลงกับผู้ชายตรงหน้า นอกจากเขาจะไม่ยอมยกจักรยานของเธอขึ้นหลังรถแล้วยังทำท่าว่าจะทิ้งเธอไว้อย่างปากว่าอีกต่างหาก
นี่ใจคอเขาจะปล่อยให้เธอปั่นกลับเองแบบนี้จริง ๆ เหรอ
“ตอนมายังมาเองได้” ธนัชคร้านจะต่อปากต่อคำต่อแล้ว เขาหมุนตัวขึ้นรถสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วออกรถ
“กรี๊ด พี่บอม!” ญานิศาเลิ่กลั่กรีบวิ่งไปใต้ต้นชมพู่มะเหมี่ยวแล้วกระโดดขึ้นจักรยานเพื่อรีบปั่นให้ทันรถของธนัช เพราะหากเลี้ยวขวาเข้าซอยบ้านไปแล้วก็จะแทบไม่มีแสงไฟส่องสว่างอีก ต้องอาศัยไฟหน้ารถชายหนุ่มเท่านั้นเพื่อส่องนำทาง
“ไอ้พี่บอม! ไอ้คนใจร้ายใจดำ” ญานิศาด่าไปพลางปั่นไปพลางเล่นเอาหอบฮั่กจนลิ้นแทบห้อย “รอด้วยสิโว้ย!”
ธนัชมองกระจกข้างเห็นคนที่ปั่นจักรยานจนเท้าเป็นระวิงหัวยุ่งเหยิงแล้วตะโกนด่าเขาไปพลางก็หลุดขำ ชายหนุ่มขับรถด้วยมือเดียวแล้ววางศอกอีกข้างไว้กับขอบหน้าต่างรถที่ลดกระจกลงมาเพื่อรับลมและรับชมความบันเทิงจากเพื่อนร่วมทาง
ยอมชะลอความเร็วลงอีกหน่อยเพราะกลัวญานิศาจะหมดแรงปั่นเสียก่อน รถล้มหน้าคะมำไปก็คงไม่พ้นลำบากเขาอีก
เมื่อถึงเขตบ้านตัวเองหญิงสาวก็เลี้ยวเข้าไปจอดรถจักรยานไว้ที่โรงจอดรถข้างตัวบ้านแล้วรีบไขกุญแจเดินเข้าไป ในระหว่างที่ธนัชยังมีกะจิตกะใจจอดรถบนถนนหน้าบ้านเพื่อส่องไฟให้ความสว่างแก่หญิงสาว
“น้าเจี๊ยบนอนแล้วเหรอ” เห็นบ้านญานิศาปิดไฟมืดสนิททุกดวงเหมือนไม่มีคนอยู่บ้านธนัชก็ขมวดคิ้วสงสัย
เห็นญานิศาปิดประตูดังปัง กระแทกกระทั้นเหมือนกำลังโมโหอะไรสักอย่าง ธนัชก็ส่ายหน้ายิ้ม ๆ แล้วเลิกสนใจเรื่องฟืนไฟในนั้นเพราะตอนนี้เจ้าหล่อนจัดการเปิดไฟทั่วบ้านแล้ว
ชายหนุ่มขับรถเลยไปอีกหน่อยเดียวเพื่อเลี้ยวเข้ารั้วบ้านสไตล์ทันสมัยที่อยู่เยื้องกับบ้านของหญิงสาว
บ้านหลังที่เขาเพิ่งขับออกมาหลังนั้นเดิมทีเป็นบ้านของปู่ย่าและเมื่อพวกท่านถึงแก่กรรมก็ตกเป็นของเสี่ยทศลูกชายคนเดียวไป ส่วนหลังนี้คือบ้านเดิมของกานดามารดาของชายหนุ่ม
เสี่ยทศกับกานดาเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน กานดาสมัยยังสาวเป็นผู้หญิงที่สวยหวานมีการศึกษาและมีดีกรีนางงาม ในอดีตเคยมีตำแหน่งเป็นถึงนางสาวสมิหลา ที่หนุ่ม ๆ มารุมขายขนมจีบกันจนหัวกระไดบ้านไม่แห้ง หากก็พ่ายแพ้ให้เสี่ยทศราบคาบ
หลังแต่งงานกานดาก็ย้ายไปอยู่บ้านสามี เธอเป็นลูกคนเดียวเช่นกันกับเสี่ยทศ บ้านหลังนี้จึงไม่มีใครรับช่วงต่อหลังจากตากับยายของธนัชสิ้นบุญไป หากกระนั้นกานดาก็ยังไม่ยอมขายให้ใครเพราะไม่เคยเดือดร้อนเรื่องเงิน เก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกชาย
กานดาและเสี่ยทศหมั่นให้คนมาทำความสะอาดบ้านหลังนี้สม่ำเสมอแม้จะไม่มีใครอยู่ ทุกครั้งที่ธนัชกลับบ้านก็มักมาพักที่นี่เพราะเป็นส่วนตัวดี จะชวนเพื่อนมาดื่มหรือปาร์ตี้เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องรบกวนความเป็นส่วนตัวของพวกท่าน ส่วนเรื่องอาหารการกิน หากหิวเมื่อไหร่ก็ไปกินข้าวบ้านพ่อหรือสั่งให้ลูกน้องหิ้วปิ่นโตมาให้
เมื่อปีก่อนเสี่ยทศสั่งให้มีการรีโนเวทบ้านหลังนี้ใหม่หมดด้วยโครงสร้างเดิมเริ่มผุพังตามกาลเวลา หลังตัดสินใจย้ายกลับมาบ้านก็พร้อมอยู่พอดิบพอดีเหมือนถูกเสี่ยทศจับวาง
ส่วนคนสุดท้องเป็นผู้ชายอีกเช่นกัน ตอนนี้หนูน้อยวัยแปดเดือนอยู่ในเป้อุ้มบนหลังของผู้เป็นพ่ออย่างธนัช “โชคดีจังที่แต่งกับพี่” ญานิศาเอ่ยเสียงหวานพลางหยอกล้อกับลูกชายคนสุดท้อง ธนัชช่วยเธอเลี้ยงลูกตลอด เธอเป็นคุณแม่ลูกสามที่ไม่เหนื่อยเลยสักนิด ได้ทำงานเต็มที่ นอนเต็มอิ่ม รูปร่างหน้าตาก็ยังดูดี ไม่โทรมเหมือนคุณแม่คนอื่น ๆ เพราะมีเขาคอยเป็นทุกอย่างให้ ไหนจะเหล่าปู่ย่าตายายที่แทบจะแย่งกันเลี้ยงหลานญานิศารู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมาก ๆ“งั้นมีลูกเพิ่มอีกสักคนดีไหม คราวนี้ขอลูกชายนะ” ธนัชกระซิบเสียงพร่า นัยน์ตาคมเจือแววหื่นกระหายมองภรรยา นับวันญานิศาจะสวยเกินไปแล้วนะ สวยจนเขาไม่อยากให้ก้าวออกจากบ้านไปไหนสมกับที่เป็นเจ้าของสถาบันสอนบุคลิกภาพจริง ๆ ยิ่งโตยิ่งสวยสง่า หากทว่าก็ยังมีความน่ารัก น่าทะนุถนอมอยู่มากสำหรับเขา ในขณะที่เขาต้องพยายามดูแลตัวเองอย่างหนักเพราะอายุห่างจากหญิงสาวหลายปี ผิวก็คล้ำ กลัวจะดูแก่ไปจนคนมองว่าเป็นพ่อลูกกัน“ทะลึ่งมากค่ะคุณพ่อ” ปากบอกว่าเขาทะลึ่งแต่มือไม้เธออยู่สุขเสียที่ไหน ลูบไล้อยู่ที่สีข้างเขาแล้วกรีดกรายปลายเล็บจิกลงเบา ๆ ทำเอาคนหื่นอยากจะอุ้มเม
“อยากแต่งขนาดนั้นเลย” จรูญถาม“ครับ”“มั่นใจแล้วนะ” ว่าที่พ่อตาถามย้ำ ทำธนัชชักหวั่น“ทำไมอะพ่อ” ตอนนี้เขาเองก็เรียกบิดาของคนรักว่าพ่อแล้วเหมือนกัน“กูยังไม่ค่อยมั่นใจในตัวมันเลย” จรูญแสร้งทำหน้าขยาดใส่ลูกสาวเรียกเสียงฮาจากทุกคน“พ่ออะ! จิ๊บสวยขนาดนี้ พี่บอมต้องมั่นใจอยู่แล้วแหละ ใช่ไหม” จะเปลี่ยนใจก็ไม่ทันแล้วนะ ในท้องนี่สองเดือนกว่า ๆ ต้นปีหน้าก็จะลืมตามาดูโลก“ว่าแต่ไอ้จ๊อชมันหายหัวไปไหน”“ไม่รู้มัน พอโตแล้วก็ไม่ค่อยจะอยู่บ้าน” จรูญถอนหายใจ ธนัชเลยช่วยคลี่คลายไม่อยากให้สถานการณ์ที่กำลังดี ๆ อยู่ตึงเครียด กลัวเมียเครียดไปด้วย ลูกเขาก็อาจจะเป็นอันตราย“เด็กชาย ๆ ก็งี้แหละครับ ธรรมดา”“นั่นสิคะ” จินดาเข้าข้าง“นี่ก็คนนึง มันดื้อใส่ออกบ่อยก็เข้าข้างอยู่นั่น” จรูญบ่นเมีย“ก็พี่รูญว่าลูกบ่อยแล้ว ถ้าจินไม่เข้าข้างเดี๋ยวจะสูนพ้น[1]เอานะคะ อย่าบ่นแรงตะ เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตก” คำพูดติดตลกของจินดาทำให้เกิดเสียงหัวเราะขึ้นอีกครั้ง“จิ๊บ กับจิน ชื่อแม่กับชื่อพี่จิ๊บตัว จ.จานเหมือนกันเลยค่ะ” ยายลูกหมูเอ่ยขึ้นมา เรียกรอยยิ้มจากทุกคนในบ้านได้“เอ๊า พูดได้ด้วยเหรอเรา พี่จิ๊บก็คิดว่าแม่เราลืมใส่ถ่
ได้ความว่าทั้งคู่รู้จักกันเพราะเรื่องราวที่จินดาได้เคยช่วยญานิศาไว้ คราวนั้นหญิงสาวได้เอากระเช้าเครื่องดื่มบำรุงร่างกายและอาหารทะเลสด ๆ จากแพปลาเก่าของธนัชจากปัตตานีไปขอบคุณทุกคนที่ช่วยเธอเอาไว้วันนั้น จินดากับจรูญเลยได้มีโอกาสรู้จักหน้าค่าตากันสองปีให้หลังก็ได้เจอกันบ่อยครั้งเพราะจินดาและลูกสาวมาเช่าบ้านในซอยตรงข้ามบ้านเสี่ยทศ ทั้งคู่เลยมีโอกาสได้ทำความรู้จักกันจนสานสัมพันธ์ ที่ผ่านมาจรูญไม่กล้าบอกลูกสาวเพราะยังไม่มั่นใจและจินดาขอเอาไว้จินดาเป็นผู้หญิงเจียมตัวคนหนึ่งเพราะคิดว่าตัวเองเป็นแค่แม่หม้ายลูกติด ไม่มีสมบัติอะไรติดตัวด้วยซ้ำ มีเพียงรถมอเตอร์ไซค์เก่า ๆ หนึ่งคันกับลูกสาวที่ตอนนี้อยู่ในวัยมัธยมต้น ในขณะที่บ้านของจรูญมีมากกว่า มีคนนับหน้าถือตา มีลูก ๆ ที่เก่งและเป็นความภาคภูมิใจ เธอกลัวมาตลอดว่าคนจะครหาว่าตนมาจับจรูญเพราะหวังอะไร จนมาวันนี้ที่ทั้งคู่คบหาดูใจกันได้กว่าสี่ปีแล้ว จรูญถึงได้ขอให้เปิดเผยความสัมพันธ์แล้วย้ายมาอยู่ด้วยกันอย่างเป็นทางการ“ดีใจจังที่พ่อจะมีเมียสักที จะได้ไม่ต้องบ่นจิ๊บมาก” ญานิศาแซวไปอย่างนั้น“จิ๊บดีใจนะคะที่เป็นน้าจิน”“น้าก็ดีใจนะที่จิ๊บไม่รังเกียจน้
“เนี่ย แม่เลือกไม่ผิดจริง ๆ เลย” กานดาชมตัวเองที่เล็งญานิศาไว้ตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย พอหอยเริ่มเท่าฝ่าตีนก็พยายามให้ได้ลงเอยกับลูกชายตัวดีให้ได้“น้องดาเมียพี่โคตรเก่ง” นี่ก็อีกคนที่ชมเมียตัวเองเก่งมากธนัชมองบิดามารดาที่ผลัดกันชื่นชมไม่ขาดปากก็เบ้หน้า “ผมต่างหากเลือกเมียเก่ง”“ไม่ต้องเลยมึงไอ้บอม แรกก่อนมึงบอกไม่เอาไม่สนใจ รำคาญ แม่จำได้ขึ้นใจเลยจิ๊บ” นางกานดาเถียงกลับเสียงดัง ซ้ำยังหันไปฟ้องญานิศาอีกต่างหาก“โหแม่ อย่าพูดงี้ดิ เดี๋ยวจีบเครียด ไม่ดีต่อหลานแม่นะ” ธนัชรีบยกสองมือปิดหูคนรักแล้วเถียงมารดา “อย่าไปฟังนะจิ๊บ แม่ไร้สาระ”แล้วชายหนุ่มก็หาจังหวะรีบอุ้มภรรยาที่กำลังจะกลายมาเป็นแม่ของลูกขึ้นรถกลับบ้านตนไปทันใด หากอยู่นานกว่านี้มีหวังน้องดาเมียพี่ทศได้ลากไส้เขาออกมาชำแหละให้เมียดูเป็นแน่ญานิศายิ้มขำ เธอไม่คิดมากสักนิดเพราะรู้ว่าเขาไม่ได้ชอบเธอตั้งแต่แรก แต่ภูมิใจมากกับความพยายามของตัวเองที่ล่อเขามาเป็นพ่อของลูกได้สำเร็จในวันนี้ด้วยวิถีทางของตัวเองใครบอกเป็นผู้หญิงต้องนั่งสนิมสร้อยให้ใครมาเลือก ในเมื่อเราสามารถเลือกเองได้ เคยเจอผลวิจัยที่ว่าผู้หญิงที่เลือกจีบผู้ชายก่อนมักจะเจอคู่ชี
“ว่าแต่น้องจิ๊บจะกลับไปบินวันไหนลูก อยู่บ้านได้หลายวันไหม ต่อรือเขาทำบุญเดือนห้า มีโนราห์โรงครูกัน เห็นว่าไอ้จ๊อชมันจะออกพรานกันใช่ไหม”ประเพณีทำบุญเดือนห้าของทุกปีที่วัดใกล้บ้านจะมีมโนราห์โรงครูมาตั้งรำหน้าเจดีย์พระธาตุ หลายคนก็จะมารำแก้บนกัน รำออกพรานบ้าง รำมโนราห์บ้างแล้วแต่ว่าจะบนบานอะไรกันไว้ และปีนี้จ๊อชน้องชายของญานิศาจะรำออกพรานแก้บนที่สอบติดคณะที่ตั้งใจ“ใช่ค่ะ จ๊อชออกพราน พ่อก็ด้วย เห็นไปบนพร้อมกัน น่าจะออกพรานพร้อมกันเลยค่ะแม่” ญานิศาเปลี่ยนมาเรียกเสี่ยทศและกานดาว่าพ่อแม่ตั้งแต่เมื่อสี่ปีก่อนแล้ว กานดาพยักหน้าเมื่อได้ยิน“เออนั่นแหละ น้องอยู่ต่อก่อนนะลูก ไปเที่ยวงานวัดกัน” ท่านไม่มีลูกสาว เมื่อได้ญานิศามาเป็นลูกสะใภ้ก็ยิ่งรักมากกว่าเก่า อยากควงลูกสะใภ้ที่รักดั่งลูกสาวในไส้ไปออกงาน เดินอวดคนให้ทั่ววัดเลยว่าลูกสะใภ้ทั้งเก่งทั้งสวยแค่ไหนกานดายืดอกยิ้ม แค่คิดก็ภูมิใจแล้ว หากทว่าประโยคต่อไปของญานิศาทำเอาทุกคนต้องอ้าปากค้าง“จิ๊บก็อยู่นานเลยรอบนี้ อยู่จนกว่าจะแก่นั่นแหละ”“ฮะ! / ว่าพรื่อนะ! / หือ!” สามคนพ่อแม่ลูกประสานเสียงกันเมื่อได้ยินประโยคนั้นอยู่นานจนกว่าจะแก่ หมายความว่า
ธนัชส่ายหน้าขำ นึกเอ็นดูเพื่อน “เออ ชม”“ชมห่าไรวะ ชมว่าเหมือนเปรตเนี่ยนะ”“เออนั่นแหละ อะ เอากุญแจไป มึงจะเอาคันไหนก็เลือก แต่อย่ามาเรียกกูอีก” ชายหนุ่มเก็บไว้เพียงกุญแจรถเอสยูวีคันที่ขับประจำเผื่อไว้ใช้งาน แล้วยัดพวงกุญแจรถอีกสี่คันใส่มือหิรัญแล้วหันหลังให้“ใส่เสื้อผ้าเถอะกูขอร้อง อุบาทว์!” เมื่อได้กุญแจมาแล้วหิรัญก็ด่าส่งท้ายก่อนจะกลับไปส่วนธนัชก็ปล่อยให้เพื่อนไปผจญภัยตามยถากรรม เขาไม่ว่างเพราะอยากนอนกอดเมียสี่ปีผ่านไป...ฤดูยางผลัดใบก็หวนมาอีกครั้ง ญานิศาได้วันหยุดกลับบ้าน ทันทีที่เธอแลนดิ้งธนัชก็ทำหน้าที่ไปรอรับเช่นทุกครั้ง ทั้งสองยังคงกอดกัน แล้วส่งรอยยิ้มให้กัน เขาเป็นเหมือนขุมพลังที่พร้อมจะเติมเต็มให้เธออย่างที่ผ่านมา“คิดถึงมากเลยค่ะ” เสียงออดอ้อนมาพร้อมกับกอด กลิ่นตัวของหญิงสาวหอมจนธนัชซุกหน้ากอดไม่ปล่อย“พี่คิดถึงมากกว่า” เสียงอู้อี้ที่กลุ่มผมสลับกับเสียงสูดดมกลิ่นเธอเข้าปอด“กลับไปนอนกอดกันที่บ้านได้ไหมอะ ท่านี้มันเมื่อยอยู่นะ” ญานิศาว่า พวกเธอสองคนกอดกันตั้งแต่ทันทีที่เจอหน้า จนขึ้นมานั่งบนรถก็ยังกอดกันอีกครั้ง จอดทุกไฟแดงก็ยังกอดกัน“กลับบ้านไปก็ยังไม่ได้นอนนะ”“หื่นอ
“ฮา! ไอ้ลูกเปรต มึงทำไหรผู้หญิงวะ!” พวกลุง ๆ ป้า ๆ เริ่มจะเสียงดังและมีอารมณ์ไม่พอใจ ชุมพลที่เคืองหนักก็ยกมือขึ้นชี้หน้าหญิงสาว กรามแกร่งขบแน่นไม่พูดอะไรทั้งนั้น ทว่าสายตามองเธออย่างอาฆาต แล้วก็รีบพุ่งขึ้นรถก่อนจะทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงจนฝุ่นฟุ้งกระจาย“เป็นไรไหมลูก” หญิงแม่ลูกอ่อนถาม ด้วยตนเองก็
“ค่ะ” ญานิศาที่พยักหน้าแล้วตอบรับ ใบหน้าสวยยิ้มกว้างแล้วพูดต่ออย่างไม่กระดากเลยสักนิดว่า“จิ๊บเป็นหลานป้าดาแม่พี่บอมค่ะ นี่อาจารย์รู้จักกับพี่หนูด้วยเหรอคะ” ญานิศาตาวาวแสดงออกถึงความประหลาดใจและดีใจในทีจนชายหนุ่มที่เพิ่งได้ชื่อว่าพี่มุมปากกระตุก อยากจับยายเด็กนี่ตีก้นให้เข็ด บอกว่าเขาเป็นพี่ กล้าพู
“น่ากลัวจัง งั้นฉีดเลยเถอะ” หญิงสาวหัวเราะคิก ทีเรื่องทะลึ่งตึงตังละมีเรี่ยวแรงขึ้นมาทันที แต่ไม่นานเธอก็หลับไปธนัชยิ้มเอ็นดูแล้วก็นั่งลงบนพื้นข้างโซฟาเพื่อที่ญานิศาจะได้จับมือเขาไว้ถนัด เธอขยับตัวแล้วดึงมือเขาไปรองแก้มแทนหมอนจนแก้มบี้ไปข้าง ปากอิ่มเผยอท่าทางน่ารักน่าชังเขาก็ขู่ไปอย่างนั้นเองเข็ม
พัก! ล้มเลิกความคิดเรื่องนี้ไปได้เลยไอ้บอม“แต่จิ๊บเบื่อ ขอไปด้วยนะพี่บอมนะ นะคะ นะ น้า...” อยู่ ๆ ญานิศาก็ทำเสียงออดอ้อนหน้าซื่อตาใส“เบื่อก็ไปหาอะไรทำ” ที่ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับเขา ธนัชคิดในใจ“ก็เนี่ย กำลังจะทำตัวให้มีประโยชน์อยู่ ช่วยงานฟรีเงินไม่ต้องจ่าย แต่ถ้าอยากตอบแทนจิ๊บรับค่าตัวเป็นหัวใจ







