เข้าสู่ระบบวันอาทิตย์นางเกตุวดีออกกฎว่าจะต้องเป็นวันของครอบครัว เพื่อทำกิจกรรมร่วมกันเช่น ดูหนัง ทานอาหาร ใช้เวลาพักผ่อนด้วยกัน ดังนั้นการทานอาหารในวันนี้จึงเป็นไปอย่างสบายๆ ไม่ต้องนั่งประจำโต๊ะอาหารไม่ต้องรักษามารยาทมาก
“พรุ่งนี้จะไปตรวจดีเอ็นเอแล้วจะรู้ผลเลยไหมลูก”
“แบบด่วนพิเศษรู้ผลภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงก็มีครับ”
เธียรพยักหน้า ชายสูงวัยคิดว่าหากบุตรชายมีครอบครัว มีภรรยามีลูกๆ กิจกรรมในวันครอบครัวก็คงครึกครื้นมากขึ้น
“บ้านเราเงียบจังเลยนะคะ บ้านกว้างๆ แต่ไม่มีเสียงเด็ก ไม่มีใครมันก็ยิ่งเหงา” คุณเกตุวดีพูดกับสามี
“จำได้ไหมที่พ่อผมเคยบอกความเชื่อของบ้านเรา หากรุ่นไหนมีลูกเกินสองคน ความเงียบเหงาจะหมดไป” คุณเธียรกล่าวเสริม
“มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วครับพ่อ มีเด็กเยอะมันก็ต้องวุ่นวายมากขึ้นเป็นธรรมดา หรือจะเปิดเครื่องเสียงดังๆ ความเงียบก็ไม่มีแล้ว” ธาดาขัดคอทำให้มารดาหันมาค้อน
“ทำเป็นพูดดี นี่คิดหรือยังว่าถ้าตรวจแล้วคู่แฝดเป็นลูกเราจริงๆ จะตกลงกับแม่เขายังไง”
ชายหนุ่มถอนใจ รู้สึกอิ่มขึ้นมาทันทีเขากดกริ่งเรียกคนมายกสำรับออกไปเก็บ
“ก็ยังไม่รู้เลยครับแม่ ถึงผมอยากได้ลูกมาอยู่ด้วยแม่เขาคงไม่ยอม เราเองก็คงไม่มีสิทธิ์บังคับเขา”
ด้านพิชชากำลังถูกพี่สาวซักฟอกหลังจากที่พิมาลาให้อัทธกานต์พาหลานสองคนออกไปซื้อไอศกรีม
“ทำไมพราวต้องทำแบบนี้ล่ะ ตอนนั้นพราวอายุยังไม่ถึงยี่สิบห้าเลยนะ คิดอะไรถึงอยากจะท้องไม่มีพ่อ”
“พราวไม่ได้อยากแต่งงานอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้ซิงเกิลมัมไม่ได้แย่นะพิมทำไมต้องถามเหมือนพราวทำผิดล่ะ ตอนแรกพิมยังบอกเลยนี่ว่าไม่เป็นไรถึงพราวจะท้องไม่มีพ่อ”
“ก็นั่นพิมคิดว่าพราวมีแฟนแล้วเลิกกัน เด็กเกิดขึ้นแล้วพิมก็ต้องพูดแบบนั้น มันเป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ถ้ามีแฟนแล้วอยู่ๆ วันนึงต้องเลิกกันน่ะ แต่มันไม่ใช่การที่พราวไปทำให้ตัวเองท้องขึ้นมาเฉยๆ แบบที่ทำอยู่”
“แล้วมันต่างกันตรงไหนล่ะพิม พราวไม่ได้เลิกกับใคร ไม่ต้องเสียใจไม่ดีกว่าเหรอ” พิชชาไม่เข้าใจความคิดของพี่สาว
“ทำไมจะไม่ต่าง พราวทำให้ลูกเกิดมาแบบไม่มีพ่ออย่างตั้งใจนะ พราวรู้ได้ไงว่าเด็กที่เกิดมาจะเข้มแข็งพอ เราแน่ใจได้เหรอว่าเราจะเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ได้จริงๆ เรื่องวันนี้พราวก็น่าจะเห็นว่าถึงเราเป็นแม่ที่ดีแค่ไหน แต่พุทกับแพรวก็ยังต้องการพ่อ”
พิชชานิ่งเงียบ นี่เป็นจุดที่เธอไม่เคยคิดเลย เธอไม่เคยคิดในมุมของลูกเพราะเชื่อว่าตนเองมีศักยภาพมากพอจะเลี้ยงเด็กได้หลายๆ คนโดยที่ไม่ต้องการพ่อของลูก
“แต่พราวตั้งใจนะ ตั้งใจจะมีเขาต่อให้ในวันนี้ผู้ชายคนนั้นไม่รู้เรื่องพราวก็เลี้ยงได้ ไม่เหมือนพ่อเด็กๆ ที่ไม่เคยรู้ว่ามีลูกด้วยซ้ำ”
“พราวจะพูดแบบนี้ไม่ได้คุณใหญ่เขาก็ตั้งใจเหมือนกัน ถ้าเขาไม่ตั้งใจจะมีเขาจะฝากสเปิร์มไว้เหรอ เขาตั้งใจมีลูกก่อนที่จะมีเมียอีกแล้วเราไปขโมยความตั้งใจของเขามา ยังจะไปว่าเขาได้ยังไง” พิมาลาถอนใจแรงๆ ก่อนจะพูดต่อ
“พรุ่งนี้ถ้าไปตรวจแล้วถ้าผลออกมาว่าเด็กๆ เป็นลูกเขาจริง ก็คิดหาทางออกดีๆ สำหรับทั้งสองฝ่ายและดีที่สุดสำหรับลูก เราไม่จำเป็นต้องทะเลาะกับเขานะพราว”
################
วันรุ่งขึ้นธาดาไปถึงบ้านของพิชชาตั้งแต่แปดนาฬิกา เขาพบว่าหญิงสาวยังเตรียมตัวไม่เสร็จ
“น้ำค่ะ คุณนั่งรอสักครู่นะคะ พี่พราวกำลังแต่งตัวให้น้องๆ”
“ขอบคุณครับ” ธาดามองไปรอบๆ บ้านของพิชชามีลักษณะเป็นบ้านสมัยใหม่ ตัวบ้านขนาดกลางออกแบบตามความใช้สอยอย่างคุ้มค่า ไม่ใช่บ้านเก่าที่สืบทอดกันมาแบบบ้านเขา บ้านที่กว้างเกินไปจนทำให้เงียบเหงาในบางครั้ง
ชายหนุ่มรอไม่นานณพิชย์และพิชนันท์พากันวิ่งลงมาจากชั้นบน มีพี่เลี้ยงวิ่งตามมาติดๆ
“น้องพุทน้องแพรวอย่าวิ่งค่ะ เดี๋ยวตกบันไดนะคะ”
เด็กทั้งสองไม่ได้สนใจพี่เลี้ยง แต่หันมามองธาดาเขม็ง
“คุณลุงมาอีกแล้ว” พิชนันท์ทักทาย
“สวัสดีคุณลุงสิคะน้องแพรว น้องพุท” พี่เลี้ยงเตือนทำให้ทั้งสองยกมือไหว้ทันที ณพิชย์หันไปหัวเราะกับพี่สาว
“ลืมเลย ลืมไหว้”
“เขาก็ลืม” พิชนันท์หัวเราะด้วยแล้วพี่น้องก็พากันมามองธาดา
“สวัสดีครับน้องพุทน้องแพรว คุณแม่ละครับ” ธาดาคุยกับเด็กๆ ถามถึงมารดาของพวกเขา
“แม่กำลังแต่งตัวค่ะ”
พิชนันท์เป็นคนตอบ จากการที่ได้เจอเป็นวันที่สอง ธาดาเริ่มสังเกตได้ว่าพิชนันท์จะพูดคุยเก่งกว่าณพิชย์ เด็กหญิงมักจะเป็นฝ่ายตอบเวลาที่ใครถามอะไร ส่วนณพิชย์พูดน้อยกว่าแต่แสดงออกทางอารมณ์มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นความหงุดหงิดหรือไม่พอใจ
“มาแล้วค่ะ คุณนัดหมอไว้กี่โมงคะทำไมมาเร็วจัง”
พิชชาลงมาจากชั้นบน เธอสวมเดรสสีครีมกึ่งทางการที่สามารถไปได้ทุกที่ สวมทับด้วยคาดิแกนสีเดียวกัน
“นัดไว้เก้าโมง คุณจะทานอะไรก่อนก็ได้นะแล้วลูกกินอะไรรึยัง” ธาดาตอบพลางมองนาฬิกา
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ไปก่อนดีกว่าจะได้ตรวจให้จบเรื่องไป ส่วนเด็กๆ กินนมแล้ว” เธอหยิบกระเป๋าเตรียมออกจากบ้าน
“ฉันขับรถตามไปดีกว่าค่ะ คุณนำไปเลย” พิชชาหยิบกุญแจแต่ธาดาค้าน
“อย่าเลยไปด้วยกันดีกว่า รถติดแยกกันไปมันจะช้าที่นั่นที่จอดรถก็น้อย”
พิชชาลังเล ธาดาจึงอุ้มฝาแฝดไว้ทั้งคู่แล้วเดินนำลิ่วๆ ออกนอกบ้าน ทำให้เธอหน้าตื่นรีบหันมาสั่งแม่บ้าน
“ดูบ้านนะ เดี๋ยวพี่กลับมา”
เธอรีบตามออกมาเห็นฌานเปิดประตูรถให้เด็กๆ เข้าไปนั่งแล้ว
“คุณ นี่ฉันยังไม่อนุญาตให้คุณอุ้มลูกฉันเลยนะ” เธอโวยวาย ธาดาหันมามองเขาไม่ว่าอะไรแต่อ้อมไปอีกฝั่งเปิดประตูอีกด้าน
“มาเร็วๆ เถอะ คุณนั่งฝั่งนั้นนะผมจะนั่งด้านนี้” ชายหนุ่มเปิดประตูก้าวขึ้นนั่งอีกด้านของเบาะหลัง รถยนต์ของเขากว้างมากพอที่ผู้ใหญ่สองคนนั่งแล้วมีที่เหลือให้เด็กๆ ตรงกลางได้นั่งหรือปีน
พิชชาเข้ามานั่งภายในตัวรถยนต์ทันเห็นลูกชายกำลังปีนดูกระจกหลังพอดี
“พุทนั่งลงครับลูก” เด็กชายหันมามองหน้ามารดาแต่ยังไม่ยอมนั่งลง
“น้องพุทนั่งดีครับๆ เราเป็นลูกผู้ชายต้องนั่งดีๆ จะได้ดูแลน้องแพรวด้วยไงลูก” ธาดาพูดขึ้นบ้าง
“พุทปีนได้ พุทเป็นสไปเดอร์แมนปีนตึกเก่งยังงี้เลย”
ณพิชย์นั่งลงคุยกับธาดา ยกนิ้วโป้งให้ตนเองเป็นเชิงบอกว่าสไปเดอร์แมนพุทนั้นยอดเยี่ยมมาก
“โอเค งั้นเดี๋ยวจะพาไปปีนเขาชอบไหม” ธาดาเออออกับสไปเดอร์แมนตัวจิ๋ว ณพิชย์ยิ้มหน้าบานส่วนพิชชานั้นหมั่นไส้ทั้งลูกชายและเจ้าของรถแต่เธอไม่พูดอะไร
ระหว่างเดินทางเด็กสองคนคุยกันลั่นรถแต่ธาดาและฌานไม่มีท่าทางรำคาญจนพิชชานึกทึ่งในใจ นอกจากไม่รำคาญชายหนุ่มทั้งสองยังคงคุยกับเด็กได้ถูกคอด้วย
“เออ... ผมลืมไปเลยว่าจะขอเบอร์คุณไว้ เบอร์โทรคุณอะไรครับ”
ธาดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมบันทึกเบอร์ แต่พิชชายังไม่ทันฟังพิชนันท์ก็ชิงตอบแทน
“ศูนย์แปดเก้าห้าหกห้าหกสองสี่สี่สี่ค่ะ”
ธาดารีบกดเบอร์ตามที่เด็กหญิงบอก
“คุณแม่มีไลน์ไหมครับลูก” เขาถามต่อ
“มีค่ะ ไลน์คุณแม่ก็เบอร์นี้เลย”
ธาดาทดลองกดโทรออก โทรศัพท์ของพิชชาจึงมีเสียงเรียกเข้าดังขึ้นเป็นอันไม่ผิดตัว จากนั้นเขาแอดไลน์เมื่อสัญญาณแจ้งเตือนจากไลน์ดังอีกรอบพิชนันท์ยิ้มด้วยท่าทางภูมิใจ เธอหันไปถามพิชชาที่กำลังอึ้ง
“หนูเก่งไหมคะแม่ หนูจำเบอร์แม่ได้หมดเลย”
พิชชาปั้นยิ้มให้ลูก “จ้ะ ลูกแม่เก่งมาก”
คืนนั้นสองสามีภรรยานอนที่รีสอร์ทแห่งนั้น พวกเขาเช็คอินในเวลาเก้าโมงธาดาดูนาฬิกาสลับกับโทรศัพท์บ่อยจนพิชชาสงสัย“มีอะไรรึเปล่าคะคุณใหญ่” “เปล่าจ้ะ ไปกันเถอะแต่งตัวเสร็จรึยังพราว” เขามองเธอในชุดใหม่เป็นเดรสสีครีมที่พิชชาไม่รู้ว่าใครเอามาให้ตอนไหน“เราจะนั่งเจ็ตสกีไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมใส่ชุดนี้” พิชชาท้วง“เปล่าหรอก เช้านี้ฌานมันเอาเรือมารับเราที่นี่แล้ว” ธาดาเฉลย เขาลุกขึ้นสวมสูทสีขาวทับแล้วพาเธอออกไปข้างนอกพิชชาถือดอกไม้ที่ธาดาให้เมื่อคืนติดมือมาด้วยเพราะความเสียดาย เธอเดินตามธาดาไปที่ท่าเรือเห็นเรือ Cutie pie มาเทียบท่าแล้วจริงๆ ทว่าเมื่อเดินไปใกล้เธอต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นบางอย่างเปลี่ยนไป ซุ้มดอกไม้ถูกจัดบนเรือเป็นระยะๆ หญิงสาวมองหาสมาชิกในครอบครัวยิ่งสงสัยเมื่อไม่เห็นใครธาดาพาเธอขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือระหว่างทางยังมีซุ้มดอกไม้จนหญิงสาวเริ่มใจเต้นแรง คนมากมายอยู่ที่ดาดฟ้าที่ถูกตกแต่งใหม่อย่างรีบด่วนภายในคืนเดียว เก้าอี้ถูกนำมาวางเรียงสองข้างทางมีตรงกลางเป็นทางเดินปลายทางเป็นแท่นพิธีอะไรสักอย่าง เบื้องหน้าเธอเป็นพิมาลาที่แต่งตัวสวยเดินมาจับมือเธอไว้ส่วนธาดาแยกตัวไปด้านใน
พิชชาตื่นในชั่วโมงต่อมา เธอจับผมที่ยังชื้นและนึกขึ้นได้ว่าสระแล้วยังไม่ทันได้เช็ดหรือทำให้แห้งดีจึงลุกมาเป่าผม แต่ทำเองได้ไม่นานธาดาก็ลุกจากเตียงตามมาแย่งทำให้“คืนนี้เราจะนอนนี่กันจริงเหรอคะ” “พราวไม่อยากอยู่กับผมสองคนบ้างเหรอ” เขาย้อนถาม“เปล่าค่ะ แต่ที่ถามคือถ้าคุณจะนอนนี่พราวจะขอโทรหาเด็กๆ หน่อย” พิชชาแก้คำพูดของเขาทำให้ชายหนุ่มยิ้มออก“ได้สิ แต่เมื่อกี้ก่อนพราวตื่นผมโทรไปหาลูกแล้ว เล่นเกมเศรษฐีกันอยู่กับฌาน” เธอพยักหน้ารับรู้มองตนเองในกระจก “พอแล้วค่ะคุณใหญ่ผมแห้งแล้ว พราวหิว” เธอเปลี่ยนเรื่อง อีกหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงคือเธอหิวบ่อย หิวเร็วกว่าปกติและหลับง่าย“ออกไปทานข้างนอกนะผมจองโต๊ะไว้แล้ววันนี้พิเศษมากๆ” เขารื้อเสื้อผ้าจากเป้มาให้ภรรยา พิชชารับเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นกำลังดีมาถือไว้ เธอนึกทึ่งที่สามีรอบคอบกระทั่งชั้นในของเธอเขาก็หยิบมาด้วย เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจึงพากันเดินออกไปนอกห้องระหว่างรออาหารที่โต๊ะธาดาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ หญิงสาวฟังเพลงเพลินๆ มีเด็กหญิงคนหนึ่งเดินมาที่โต๊ะพร้อมกับดอกกุหลาบมาส่งให้ เธอมองหน้าเด็กหญิงและดอกไม้ที่ถูกส่งให้อย่างงงๆ “ดอกไม
เขาจูบทรวงอกที่รู้สึกว่ามันขยายใหญ่ขึ้น มือข้างนึงรัดเอวเธอไว้แน่นอีกข้างกระชากชุดว่ายน้ำเธอจนหลุดจากสะโพกลงไปกองที่พื้นจนได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงในจังหวะนั้นพิชชารีบวิ่งเข้าห้องน้ำ ธาดาถอดชุดที่สวมอยู่และเก็บเสื้อผ้าของพิชชาที่เขาเป็นคนถอดเองใส่ตะกร้า แล้วเดินโทงๆ ตามเธอเข้าไปในห้องน้ำอย่างไม่รีบร้อน เขายิ้มให้คนที่มองมาที่เขาสีหน้าแดงจัดและเดินไปหาเธอที่ยืนใต้ฝักบัว“ผมสระผมให้” ธาดาเทแชมพูใส่ฝ่ามือลูบไปมาให้เกิดฟองแล้วชโลมไปตามเส้นผมของพิชชา เธอกัดริมฝีปากแน่นอยากจะห้ามเขาแต่ไม่มีเสียงอะไรลอดออกมาจากปาก หญิงสาวหมุนตัวหันหลังให้เขาสระผมได้สะดวกขึ้น“คุณใหญ่คะ พอแล้ว” เธอห้ามหลังจากที่เขาสระผมให้สองครั้งและได้ยินเสียงเขาทำอะไรกุกกัก“ยังไม่ได้อาบน้ำเลย พอได้ยังไงหืมม” เขาประชิดตัวดึงเอวเธอไว้ให้แผ่นหลังเธอแนบกับตัวเขาเองมือใหญ่ลูบครีมอาบน้ำไปทั่วร่างขาวผ่อง ฟองครีมนุ่มลื่นทำให้สัมผัสของเขาปลุกเร้าเธอมากขึ้น ปลายนิ้วชี้ลูบไปที่ยอดถันที่ชูชันอยู่แล้ว ธาดาจูบใบหูบางแหย่ลิ้นเข้าไปในหูจนเธอเข่าอ่อนพิงเขาทั้งตัวสองมือพิชชาจิกต้นขาเขาแน่นข้างหนึ่ง อีกข้างจับข้อมือแข็งแ
“คุณใหญ่จะไปไหนคะ” เธอเลิกคิ้ว ตอนแรกนึกว่าเขาจะพามาที่นี่แล้วกลับเรือเสียอีก“เถอะน่าผมมีอะไรอยากให้พราวไปดู” ธาดาหยิบแว่นมาสวมให้จากนั้นเป็นการเดินทางไปอีกที่ พิชชาเดาว่าเขาคงพาไปอีกเกาะใกล้ๆ แต่ชายหนุ่มใช้ความเร็วมากกว่าเมื่อครู่และไม่ได้บอกอะไรเธออีก จนพิชชาเริ่มเห็นฝั่งไกลๆ มันเป็นเกาะขนาดใหญ่มาก ธาดาหยุดจอดหาพิกัดของอะไรสักอย่างจากนั้นเขาอ้อมไปอีกด้านของเกาะไปจอดที่ท่าจอดเจ็ตสกีที่มีลักษณะเหมือนทุ่นลอยน้ำ พิชชาลงมายืนบนพื้นทรายปนหินมองไปรอบๆ มันเหมือนร้านอาหารหรือที่พัก หรืออาจจะเป็นทั้งสองอย่างแต่ที่แน่ๆ คือวิวสวยมาก“เกาะล้านรีสอร์ทยินดีต้อนรับ” เธอเห็นป้ายชื่อสถานที่แล้วจึงถึงบางอ้อ มิน่าถึงคุ้นตาเพราะเธอเคยมาเกาะล้านนั่นเอง แต่ไม่ได้มาพักที่นี่ธาดาเปิดช่องที่เก็บของเขาหยิบกระเป๋าสะพายออกมาจากในนั้นแล้วล็อก เดินมาสมทบกับเธอที่รออยู่พิชชามองหน้าเขาแบบจับผิด“เราจะมาทำอะไรกันที่นี่คะ” เธอถอดเสื้อชูชีพออกถือไว้เมื่อแน่ใจแล้วว่าเขาจะแวะที่นี่“มากินข้าวกัน พราวบ่นเหนียวตัวไม่ใช่เหรอมีห้องพักนะล้างตัวได้” ธาดาโอบไหล่พิชชาพาเดินเข้าไปด้านในรีสอร์ท ทริปนี้
ทานอาหารรองท้องกันไปพอสมควรธาดาบอกให้สมาชิกเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสำหรับพร้อมลงน้ำ พิชชาพาลูกไปเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำของเด็กส่วนตัวเธอสวมชุดว่ายน้ำวันพีชทรงบอดี้สูทเสื้อแขนยาว “ไหนคะที่เช่าเจ็ตสกี” พิชชามองไปรอบๆ มีแต่ทะเล มีเกาะที่ยังอีกไกลแต่เธอไม่เห็นมีสิ่งก่อสร้างอะไรเลยสักอย่างธาดาเดินนำไปทางท้ายเรือเขากดปุ่มเปิดประตูการาจด้วยระบบไฟฟ้า พิชชาเริ่มเข้าใจเมื่อเห็นช่องเก็บของขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณนั้น ภายในมีเรือยางหนึ่งและเจ็ตสกีสองลำ“นี่ไงครับ เรามีร้านเช่าเจ็ตสกีของเราเอง” ฌานพูดขณะที่เดินไปลากเจ็ตสกีออกมา“ใครจะเล่นบ้าง” เด็กๆ ต่างชูมือยกขึ้นอยากขี่เจ็ตสกีกับอาฌาน “คุณเค้กจะลงไหมคะ” พิมาลาถามภรรยาของฌานที่มองสามีเล่นกับเด็กสามคน“ไม่ค่ะ เค้กไม่ถนัดลงน้ำเท่าไหร่” อรุณวตีส่ายศีรษะตอบโดยไม่ต้องคิด “แต่ไอ้ฌานมันถนัดเรื่องลากลงน้ำนะเค้ก” ธาดาตะโกนกลับมา เสียงกระแอมดังขึ้นทันทีจากคนที่อยู่ในหัวข้อสนทนา“คิดดีไม่ได้เลยคุณใหญ่ ไอ้คำว่าลากลงน้ำผมจำได้ว่านายก็อยู่ด้วยนะครับ” คำพูดของฌานทำให้พิชชามองสามี“อะไรเหรอคะคุณใหญ่ลากลงน้ำ” เธอไม่เข้าใจในขณะที่คนอื่นหัวเราะ“คุณฌานค
หนึ่งเดือนต่อมาบนเรือยอร์ชสุดหรูของครอบครัวเสขสุรักษ์ การออกจากท่าของ Cutie pie เที่ยวนี้เป็นทริปใหญ่กว่าเดิมมีผู้โดยสารมากถึงสามครอบครัวอันได้แก่ ครอบครัวเสขสุรักษ์ คุณเธียรและคุณเกตุวดี ธาดา พิชชาและลูกแฝดรวมหกคน ครอบครัวของฌานสามคนและครอบครัวของพิมาลาอีกสอง ชายหนุ่มไม่ได้ให้แม่บ้านที่บ้านตามมาเพราะคราวนี้เขาอยากมาส่วนตัว มีเพียงพนักงานประจำเรือสองคนที่มาด้วยเพื่อทำงานทั่วไปในเรือตามที่ฝึกมาและมีห้องพักแยกใกล้ห้องเครื่อง“คุณใหญ่ขับเองได้จริงแน่นะ” พิชชามองเขาแบบไม่ไว้ใจเท่าไรนัก ทำให้เขาหันมามอง“ผมว่าไม่น่ายากนะ รถยังลองขับมั่วๆ ได้เลย” “คุณใหญ่! นี่ไม่ใช่รถค่ะเราจะออกทะเลกันนะคะ” พิชชากรีดร้องทำให้ฌานหัวเราะ“คุณใหญ่เขามีใบรับรองครับว่าขับเรือยอร์ชออกทะเลได้ แล้วคุณใหญ่จะแกล้งคุณพราวทำไมเดี๋ยวคืนนี้ไม่ได้นอนในห้องผมไม่รู้นะ” ฌานแกล้งขู่“ผมเป็นผู้ชายมีใบเซอร์นะพราว ไม่ทำอะไรเล่นๆ หรอก” คนมีใบเซอร์ฯ ยิ้มกรุ้มกริ่ม ฌานหันหน้าไปอีกทางบ่นพึมพำกับตัวเอง 'อาการหนักแล้วว่ะ ขนลุก' “พ่อแม่เลือกห้องนอนเลยครับ” ธาดาบอกบิดามารดาหลังจากที่สมาชิกทยอยขึ้นเรือ“เที่ยวนี







