LOGIN"สวัสดีครับวันนี้มาพบกับผมหนุ่มกรรเชียงในรายการโหนกระสอบ เรื่องราวในวันนี้ค่อนข้างเป็นประเด็นร้อนในสังคมเยาวชนคนรุ่นใหม่กับคลิปที่แชร์ว่อนกระหนำ่ 'ไถเงินเพื่อนเพื่อความสนุก' และวอนให้ทางเราช่วยกันนะครับ"
พิธีกรหนุ่มพูดขึ้นขณะที่ผมกำลังจดจ้องบนหน้าจอโทรทัศน์กับเพื่อนๆหลังจากที่โพสไปได้เพียง3วันคลิปถูกแชร์ว่อนโซเชี่ยลทั้งยังใส่แฮทแท็กทำให้รายการได้เห็น
รายการโหนกระสอบเป็นเหมือนรายการทอล์กโชว์เชิงข่าวที่ไม่ว่าใครหน้าไหนได้ออกไปละก็ไม่รอดเพราะสังคมโซเชี่ยลสมัยนี้มันน่ากลัวที่สุดไงล่ะ
"แขกรับเชิญของเราในวันนี้คือคุณAนามสมมุติและคุณB เดี๋ยวเรามาฟังเรื่องราวของทั้งคู่กันว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไงกันครับ"
วันนี้คนที่ได้ออกอากาศAคือโจริญและพวกพ้องส่วนBคือบอล ทั้งคู่สวมหน้ากากอนามัยพร้อมกับหมวกเพื่อปกปิดใบหน้าเห็นแต่เพียงแววตาเท่านั้น
"เดี๋ยวเรามาถามคุณAกันก่อนเลยนะครับว่าเขาจะพูดถึงเหตุการณ์นี้ยังไง คุณAไหนลองเล่าเรื่องราวที่คุณทำไปสิครับว่าคุณทำแบบนั้นไปทำไมกัน สาเหตุมันเกิดมาจากอะไร"
"....อยากได้รถแต่พ่อไม่ซื้อให้เลยเรียกร้องความสนใจ"
"อุ้ย!! แต่คุณไปทำกับเขาแบบนั้นคือคุณผิดนะครับรู้ตัวไหม"
"ครับ รู้ครับ...เพราะงั้นพ่อช่วยมาดูแล้วซื้อรถให้ด้วยนะครับ"
"อุ้ย!! คุณมาบอกแบบนี้กลางรายการไม่ได้นะครับเรื่องของครอบครัวนะ รายการผมไม่เกี่ยว" พิธิกรหนุ่มสายหัว
"เดี๋ยวเรามาฟังทางด้านคุณB ผู้ถูกกระทำกันบ้างนะครับว่าเขารู้สึกยังไง ตอนนี้ความเห็นจากโซเชี่ยลดูเหมือนจะเดือดดาลกับคุณAกันมากเลยครับ ไอ่ประสาทกลับ ไอ่พ่อแม่ไม่สั่งสอน อุ้ย!!แรงมากผมจะขออ่านความคิดเห็นแค่นี้ก่อนเดี๋ยวเวลาจะหมดลง เชิญคุณBเล่าครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง"
"ตอนนั้นผมกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้อง พวกเขาก็เดินมาหาผมแล้วถามว่า....มึงรวยเหรอหลังจากนั้นก็กระชากผมไปหลังตึกล้างก่อนจะไถ่เงิน พอผมไม่ให้ก็กระทืบผมซ้ำๆครับ"
"แล้วคุณหนีมาได้ยังไงครับ?ทั้งๆที่ตัวคนเดียว"
"อ๋อ มีคนช่วยผมไว้ครับ"
"มีคนมาช่วยนี่เอง กี่คนครับ"
"คะ..คนเดียวครับ"
"หืมมคนเดียว เขามาช่วยยังไงครับเรียกคุณครูมาเหรอ"
"เปล่าครับ เขาต่อยคนพวกนี้"
พอดูถึงตอนนี้ในหัวสมองผมก็ประมวลได้คำว่า เวรแล้วไง ขึ้นมา
"โอ้ ดูเหมือนความคิดเห็นโซเชี่ยลจะอยากรู้ว่าเขาเป็นใครกันทั้งนั้นเลยนะครับฮีโร่ปริศนาบางคนกำลังแสดงความคิดเห็นว่า คนถ่ายคลิปแน่ๆ ......"
ดูถึงตอนนี้เพื่อนก็ต่างพากันมองผมใหญ่ ว่าหนุ่มปริศนาที่ว่าคือผมใช่หรือเปล่า
"ไม่ใช่เรา บ้าป้ะใครจะบ้าคนเดียวต่อยคนได้เป็นสี่เป็นห้านั่นมันในหนังเล่า" ผมแก้ตัวนำ้ขุ่นๆกลับไป หวังว่าคงจะเชื่อกันไม่งั้นผมได้กลายเป็นไวรัลดังมากกว่าที่เป็นอยู่ชีวิตได้อยู่ไม่สุขแน่
"อืม ก็จริงกันต์ตัวแค่นี้เองจะไปสู้ไอ่พวกตัวใหญ่ขนาดนั้นได้ยังไง" แพรก็ช่วยผมแก้ต่างอีกแรงทั้งยังขยิบตามาให้ ผมยิ้มกว้างกลับไปขอบคุณครับหัวหน้าคุณคือนางฟ้าของห้องจริงๆ
จากนั้นแพรก็หันไปหากี้ที่กำลังมองพวกเขาอยู่ก่อนจะยักคิ้วให้ประมาณว่าเป็นไงฉันเหนือกว่า แล้วแสยะยิ้มมุมปากเหมือนกับกี้ที่ทำกับเขาวันก่อน
จู่ๆความเครียดก็ก่อเกิดขึ้นมาในจิตใจผม ถ้าเขาชวนผมไปออกรายการจะทำไง เดี๋ยวป๊าม้าเห็นได้เป็นเรื่องแน่พอคิดได้แบบนั้นก็รู้สึกหดหู่แทนที่จะดีใจ ที่ตัวเองสามารถลงโทษอันธพาลพวกนี้ได้
.
.
.
.
.
"เห้ออออ!!" ผมนั่งคอตกถอนหายใจอยู่บนสแตนด์เชียร์ของโรงเรียน
"เป็นไร" ไทม์ยื่นน้ำมาให้ ผมรับมันไว้แล้วกระดกดื่มอย่างรวดเร็วด้วยความกระหาย
"ทำไมทำหน้าแบบนั้น อ่ะนี่" นทีเดินมานั่งข้างๆพร้อมกับยื่นแซนวิชในมือมาให้ ก็นะเมื่อตอนพักเที่ยงยังกินไม่อิ่มเลย
"ขอบใจ"
วิชานี้เป็นชั่วโมงพละ หลังจากวอร์มร่างกายโดยการวิ่งรอบสนามเสร็จจารย์ก็ให้เรามาฝึกซ้อมวอลเลย์บอลกัน ส่วนผมนั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยจะมีเรี่ยวแรงเลย
"นี่ วันนี้ไปดื่มกันไหม" ผมถอนหายใจยาวๆก่อนหันหน้าไปหาไทม์และนทีเพื่อฟังคำตอบ
"โอเค ไป" นทีตอบกลับโดยไม่ได้คิดไร
"คออ่อนแล้วเสือกอยากดื่มอีก" ไทม์ส่ายหัวพูดอย่างเหนื่อยใจ
"เออก็มันเซ็งอ่ะ เขาบอกว่าถ้าเราเซ็งๆเหล้าขมๆก็จะหวานสรุปจะไปไม่ไป ถ้าไม่ไปจะไปดื่มกับนทีสองคนก็ได้" ผมเลิกคิ้วใส่ไทม์กับคำถามที่ต้องการความชัวร์
"เออๆไปก็ไป" ไทม์รู้สึกว่าการปล่อยให้กันต์อยู่กับนทีสองต่อสองเป็นอะไรที่ทำให้เขาหงุดหงิดใจอยู่หน่อยๆเลยจำใจตอบตกลง
หลังเลิกเรียนวันนี้เราเลยนัดกันที่ร้านพี่สาวร้องเกะวันก่อน แต่รอบนี้ไทม์บอกกับพี่สาวว่าขอเอาเครื่องดื่มมาดื่มด้วยทีแรกพี่สาวปฏิเสธ ไทม์เลยบอกว่าจะพาหนุ่มหล่ออีก2คนไปด้วยเท่านั้นแหละแกตกลงอย่างรวดเร็ว อิทธิพลคนหล่อก็งี้
.
.
.
.
ภายในห้องที่มีแสงไฟหลากสีสลัวไปมาให้ความคึกคะนอกกับตู้เพลงหยอดเหรียญและไมโครโฟน2อันวางอยู่บนโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าพร้อมกับเครื่องดื่มมึนเมาและกับแกล้มเป็นขนมกรุบกรอบพวกถั่วและเนื้อย่าง
ผม ไทม์ นทีเราสามคนที่มาในชุดสบายนั่งจ้องเครื่องดื่มตรงหน้าโดยที่ไม่มีใครเริ่มเปิดก่อนอยู่นานสองนานจนพี่สาวที่ยืนมองพวกเราตาหวานเยิ้มเดินเข้ามา
"พี่เปิดให้ไหมจ้ะหนุ่มๆ" เธอเดินเข้ามาพร้อมใช้มือยื่นใบหยิบขวดเหล้าบนโต๊ะก่อนที่จะค่อยๆง้างปากให้ฟันหน้ายื่นออกมาปิดขวดอย่างชำนาญ โอ้วแม่เจ้าสุดยอด
แปะๆๆ ผมยกนิ้วโป้งให้ก่อนจะปรบมือรัวๆแต่ดูเหมือนจะตื่นเต้นอยู่คนเดียวเพราะอีก2คนดูเฉยๆมาก
ส่วนไทม์กับนทีกำลังคิดว่าทำไมไม่ใช้มือ
พี่สาวยิ้มอย่างพอใจก่อนจะยื่นมือมาจับคางผมให้เงยขึ้นแล้วมองอย่างพิจารณา "ที่มาคราวก่อนใช่ไหมวันนี้หายดีแล้วสิท่า"
หืม ผมทำหน้าครุ่นคิดว่าพี่สาวพูดเรื่องอะไรก่อนจะถึงบางอ้อ อ๋อออ คราวก่อนไทม์โกหกไว้ว่าผมไม่สบาย
"ครับ หายดีแล้วครับ"
"โอเค งั้นวันนี้ดื่มกันเต็มที่เจ้จะไม่ยุ่งเพราะมีงานต่อ ไปนะหนุ่มๆจุ้ป" เธอส่งจูบมาก่อนเปิดประตูออกไปปล่อยผมกับเพื่อนๆไว้ในห้องนี้ตามลำพัง
เป็นห้องทึบส่วนตัวของเธอไว้สำหรับเธอกับเพื่อนๆมาฉลองสังสรรค์กัน ไม่ใช่ห้องกระจกสำหรับลูกค้าเหมือนรอบที่แล้วที่มาเพราะว่ารอบนี้เราเอาเครื่องดื่มมาด้วยถ้าเกิดคนอื่นเห็นเข้าคงดูไม่ดีเท่าไหร่
ไอ่สองคนนี้แม่งมันก็จ้องผมอย่างเดียวเลยผมเลยถามด้วยความสงสัย"มีไรติดหน้าเราหรอ จ้องกันอะไรขนาดนั้น"
"แค่คิดว่าเมื่อไหร่นายจะดื่ม" ไทม์ตอบกลับ
"เออๆ กำลังนี่แหละใจเย็นดิวะ" แม่งคนมันก็ตื่นเต้นนะเว้ย
มือที่สั่นเทายื่นไปตรงหน้าด้วยความตื่นเต้นก่อนจะจับขวดเขียวยกขึ้นและมองอย่างพิจารณาอีกครั้งแล้วเคลื่อนมาจ่อปากก่อนกระดกลงคออึกใหญ่จนเห็นลำคอกระเพื่อมไหวรัวๆ
ความรู้สึกแรกเริ่มหลังสัมผัสคือความขมร้อนในลำคอและกลิ่นไอของแอลกอฮอล์ที่ตีตื้นขึ้นมายังจมูกจนต้องขมวดคิ้วแต่พอคิดถึงเรื่องที่ทำให้เครียดอีกครั้งก็กระดกเหล้าในมือลงคออย่างไม่ลดละในใจคิดว่าถ้าได้ไปออกรายการจะทำยังไง ถ้าทุกคนรู้ว่าเป็นเขาแล้วเกิดมีแต่คนมองจนอึดอัดจะทำยังไงแค่คิดก็ทำให้เขาเครียดหนักกว่าเดิมแล้ว
อึกๆๆ ผมกระดกเหล้าในมือจนตอนนี้เหลือเพียงครึ่งขวด ไทม์และนทีเห็นดังนั้นก็รีบห้ามกันใหญ่
"เห้ยๆๆๆ" ไทม์เบิกตากว้างอย่างตกใจ
"หยุดก่อนๆ ใจเย็น" ส่วนนทีรีบจับขวดเหล้าในมือผมออก
สองคนมองหน้ากันแล้วทำหน้าสงสัย
"นี่ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าเล่าให้ฟังได้นะ" นทีถามสีหน้าดูเป็นกังวล
"อืม ไม่มี" เรื่องมันเศร้าเหล้าเลยหวาน หึ่ยย!! หึกเหิมๆ
"มาชน!!!! แด่ครั้งแรกที่แดกเหล้า" ผมยกขวดในมือตัวเองขึ้นวันนี้จะเอาให้ลืมความเครียดไปเล้ยไม่เมาไม่กลับ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้2คนข้างๆยกตาม
นทีใช้มือข้างหนึ่งจับขวดขึ้นก่อนจะใช้มืออีกข้างบิดฝาขวดออกอย่างง่ายดายและยกขึ้นมาชนกับผมในมือดัง ติ้ง!!
ผมก็มองดูแล้วแปลกใจ เอ้ะ!มันเป็นเหล้าฝาเกลียวดีกรี13%ที่สามารถใช้มือบิดได้อย่างง่ายแล้วทำไมพี่สาวถึงใช้ฟันหน้าด้วย ช่างมันเถอะ ก่อนจะรีบส่ายหัวกับความสงสัยไร้สาระ
"เหอะ มันต้องกินแบบนี้ไอ่พวกเด็กอมมือ" ไทม์หันมามองก่อนจะส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ
เขาหยิบแก้วขึ้นมา3ใบเรียงกันก่อนจะหยิบเหล้าขวดเขียวขึ้นมาเขย่าเบาๆด้วยมือเดียวจนมันเกิดฟองในขวดขึ้นเล็กน้อย หลังจากนั้นก็เปิดฝาขวดอย่างชำนาญแล้วเทใส่แก้วทั้ง3เรียงกันรวดเดียว
ตอนนี้เหล้าในแก้วทั้ง3มีปริมาณ1ส่วน4ของแก้วจากนั้นไทม์ก็หยิบขวดเบียร์ขึ้นมาเขย่าๆจนมันเกิดฟองขึ้นแล้วเจาะฝาขวดด้วยตะเกียบเหล็กรุ่นหนา
เบียร์เป็นฟองพุ่งกระจายออกมาจากฝาขวดผมนี่ตื่นเต้นใหญ่เลยได้แต่มองตาเป็นประกาย พอเบียร์พุ่งออกมาไทม์ก็ควำ่ขวดเบียร์เทใส่ในแก้วที่มีเหล้าอยู่เรียงกันเกือบปริ่มแก้ว
พอเห็นเขาดูช่ำชองนี่ก็ตาแวววาวตบมือรัวๆไปเลยสิครับ นทีเองก็ตบมือเช่นกัน
แปะๆๆๆ
"หยิบไปคนละแก้ว" ไทม์พูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าปกติดูไม่ได้ตื่นเต้นอะไร แต่กูเนี่ยตื่นเต้น
"โหหห ของจริงหวะ" ผมพูดพร้อมกับยื่นมือไปหยิบแก้วเหล้าที่ผสมพร้อมกับนทีมาไว้ในมือ
"ชน!!" แก้วทั้งสามชนกันดังติ้ง!!
และนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของค่ำคืนนี้
ผ่านไป1แก้ว 2แก้ว 3แก้วและแก้วต่อๆไป....สติ สตังของแต่ละคนเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนเกิดความฮึกเหิม คึกคะนองขึ้นมา
ใบหน้าที่ขาวถูกแต่งแต้มจากฤทธิ์สุราจนแก้มแดงไปถึงหู เปลือกตาที่หรี่ลงจนแทบจะปิดกันสติที่ค่อยๆเลือนลางลงไปเรื่อยๆจนแทบไม่หลงเหลือ สองมือกำลังหยิบไมโคโฟนร้องเพลงพร้อมกับโยกหัวไปตามจังหวะกับลำตัวที่โอนอ่อนเซไปเซมาอย่างไร้เรี่ยวแรง
"เต่างอย เต่างอย เต่าๆๆงอย" วันนี้ผมรับบทเป็นนักร้องส่วนอีก2คนรับบทเป็นแดนเซอร์กำลังเต้นกันอย่างเมามัน
นทีกำลังโยกเอวกระเด้งๆในมือถือแก้วเหล้าอย่างเพลินเพลินกับสายตาที่เคลิบเคลิ้มพร้อมหลับตลอดเวลาเมื่อหัวลงหมอน
ส่วนไทม์สองมือกำลังตั้งใจตั้งท่าเต่างอยเป็นท่าคล้ายกับทำท่างวงช้างโยกย้ายส่ายเอว ทำหน้านิ่งตีมึนเหมือนยังไม่เมา
"วุ้วฮู่วว" มันสุดๆไปเลยโว้ย สะบัดหัวทีมีมึน
รู้สึกตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไป4ชั่วโมงแล้ว
"สนุกสุดๆเลยว่าม้ะ" ผมพูดขึ้นขณะกำลังหย่อนก้นลงโซฟา
"ไอ่สนุกก็มันก็จริงแต่พรุ่งนี้จะไหวไหมตอนนี้ตี1ละนะ" นทีตามมานั่งข้างๆเราหันมาสบตากัน
เปลือกตาที่ใกล้จะหรี่ลงทุกทีของกันต์ช่างดูเย้ายวนใจจนทำให้นทีใจสั่นหวั่นไหว ตึกตัก ตึกตัก เสียงหัวใจเต้นถี่ขึ้นไม่เป็นจังหวะมันเริ่มดังอย่างห้ามไม่ฟังราวกับจะระเบิดออกมา เขาโน้มหน้าเข้าใกล้เรื่อยๆอย่างไม่รู้ตัวอาจเป็นเพราะความมึนเมาหรืออาจเป็นเพราะความรู้สึกจากก้นบึ้งหัวใจเขาก็ไม่สามารถรับรู้ได้แต่สัญชาติตอนนี้คือคนตรงหน้าน่ารักจนห้ามใจไม่อยู่
ผมมองนทีด้วยสายตาที่เลื่อยลอยเหมือนเขาจะขยับเข้าใกล้ผมเรื่อยๆ.... เรื่อยๆจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดออกมา
"พรุ่งนี้อย่าสายล่ะ" ขณะนั้นเองที่พึ่งรู้สึกตัวนทีกระเด้งตัวกลับที่เดิมในตอนที่ไทม์หันมาพูด
"แม่งเริ่มง่วงแล้วหวะกลับก่อนนะ" นทีลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปเหมือนเขาจะสร่างเมาจากเมื่อครู่แล้ว
เขาไปโดยปล่อยให้ผมกับไทม์มองหน้ากัน อย่างงงๆ อะไรของมันคิดจะไปก็ไป
"เราก็กลับกันบ้างดีไหม ไปส่งด้วยนะ" ผมหันหน้าไปหาไทม์ที่กำลังจ้องหน้าผมอยู่ดูเหมือนเขาจะไม่เมาเท่าไหร่
"อืม ได้สิ" พูดก่อนจะลุกขึ้นแล้วยื่นมือมาเพื่อให้ผมจับพยุงตัวเอง
ฮึบบ!! พอลุกขึ้นก็เริ่มรู้สึกถึงการเวียนหัวอย่างแท้จริง ผมมองดูคนตรงหน้าเห็นภาพทับซ้อนกันเหมือนหัวหมุนติ้วไปหมดจนรู้สึกอยากอ้วกขึ้นมา
"ห้องน้ำ พาห้องน้ำที"
.
.
.
.
"อุแหวะะะ แค่กๆ" กับแกล้มและเหล้าที่กินไปทั้งหมดสำรอกออกมาไม่หยุดลงในโถส้วม
"อะนี่" ไทม์ยื่นน้ำมาให้
"ขอบใจ" ผมรับน้ำมาก่อนจะล้างปาก
พอทำธุระเสร็จก็รู้สึกตัวว่าดีขึ้นแต่ก็ยังคงมึน โครตๆก่อนจะขอตัวกลับแล้วบอกลาพี่สาว
"ขอบคุณมากครับเจ้" ผมก้มหัวลาในขณะที่มือพาดไหล่ไปที่บ่าของไทม์เพื่อประคองตัวเอง
"กลับก่อนนะครับ ขอบคุณมากครับ" ไทม์บอกลาพร้อมส่งยิ้มให้
"กลับกันดีๆนะหนุ่มๆ ไว้มากันอีกน้าา" พี่สาวโบกมือลา
บรื้นน บรื้นนน
มือบางโอบกอดช่วงเอวไทม์แน่นขณะกำลังซ้อนท้าย วันนี้ไทม์ขับไม่เร็วเหมือนอย่างทุกครั้งอาจเป็นเพราะคนตัวเล็กเมาเกรงว่าจะตกรถก็เป็นได้ ถึงอย่างนั้นก็ขับมาจนถึงหน้าบ้านอย่างปลอดภัย
ไทม์พยุงตัวคนตัวเล็กที่สติสตังเริ่มริบหรี่ให้ลงรถก่อนจะลากเข้าไปในบ้านแล้วเดินไปเปิดประตูห้องนอนที่พามาส่งคราวก่อนแล้ววางเขาลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา
สายตาของไทม์จดจ้องไปยังกันต์ที่กำลังหลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราว กันต์มันทำให้ใครคนหนึ่งแทบบ้าเพราะเสื้อเชิ้ตฮาวายที่ใส่สบายๆตอนนี้เลิกขึ้นจนเห็นเอวขาวบาง ไทม์กำลังอดทนแต่ยิ่งมองก็ยิ่งลุ่มหลงทั้งใบหน้าที่อ่อนหวานและแก้มที่แดงไปจนถึงหูแถมเนื้อตัวขาวแล้วยังนุ่มนิ่มอีก แม่งเป็นใครจะอดใจไหววะ
กลับมาปัจจุบันนทียังคงจ้องผมเนิ่นนานโดยเฉพาะดวงตาเขามองอย่างพิจารณาก่อนจะเบิกตากว้างทำหน้าเหมือนนึกอะไรออกแล้วโผล่เข้ากอดผมจนผมตกใจ"เจอสักที...ขอโทษ..ขอโทษที่ทำตัวเย็นชาใส่มาตลอด..ขอโทษที่ทอดทิ้งนายไว้ลำพังนะต่อไปฉันจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว" ตอนแรกคิดว่าเขาจะตกใจแต่ไม่ใช่ เขากลับโผล่เข้ากอดด้วยหัวไหล่ที่สั่นไหวเบาๆเหมือนกำลังร้องไห้ราวกับสำนึกผิดและบอกเหตุผลถึงการย้ายมาเรียนที่นี่เพราะอยากจะพูดว่าคำว่าขอโทษให้ได้ "จะโกรธจะเกลียดก็ได้แต่ฉันขอโทษนายด้วยจริงๆกับสิ่งที่ฉันเคยทำ" ในตอนนั้นที่นทีเจออีกฝ่ายครั้งแรกคือเขากำลังโดนกลั่นแกล้งอย่างหนักตอนแรกก็ยืนมองอยู่เฉยๆแล้วคิดว่า 'ทำไมไอ่คนซื่อบื่อนั่นถึงไม่ยอมตอบโต้อะไรเลยสักที' จนตนทนไม่ไหวจึงต้องเข้าไปช่วย แต่ฝ่ายที่โดนต่อยยับกลับเป็นตัวเขาเองเพราะพวกนั้นคนเยอะกว่า แต่ตลกที่ว่าไอ่คนที่เขาบอกว่าซื่อบื่อกลับเป็นคนมาอุ้มเขาหนีไปเสียดื้อๆ ทั้งๆที่ต่อยยังไม่หนำใจเลยด้วยซ้ำ'ฮิๆ ขอบคุณนะ' ในตอนที่กันต์กล่าวขอบคุณ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาพึ่งเห็นคนที่มีแววตาสวยและยิ้มสดใจเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพู และเขาก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่โดนรังแกม
จิ๊บๆ เสียงนกร้องเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่กึกก้องเข้ามาในโสตประสาทขณะที่ผมกำลังเคลิ้มหลับในห้วงแห่งความฝันเฮือกก ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันน่าอดสู นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย ก่อนจะส่ายหัวอย่างไม่น่าเชื่อ"ไม่จริงๆๆ มันไม่ใช่ความจริงใช่ไหม บอกทีว่ามันไม่จริ้งง ฮือๆๆ"ผมกระชากหมอนตบ ป้าบๆๆ ลงบนเตียงอย่างบ้าคลั่ง ไอ่บ้าๆๆๆตายซะ ตายซะะะ กูเนี่ยตายซะฮืออแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะทีนี้ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนส่องกระจกดูสารรูปตัวเอง คอมีรอยจ้ำแดงจิ๊ดนึง ส่วนหัวนมมีรอยฟันกัด ถ้าหลบหน้าหมอนั่นก็ต้องรู้อีกแล้วตามมาอีกตามเคย สรุปไม่มีประโยชน์อยู่ดี แล้วทำไมตอนทำไม่คิดเยอะๆให้ตายเถอะ เรื่องจูบในห้องน้ำก็ยังไม่ได้ถามนี่ยังจะมาซาบาเฮ้กันอีกกูจะบ้า"หวัดดีไทม์พอดีเมื่อคืนเราเมามากก็เลยเผลอตัวไปหน่อย" ไอ่บ้าเมาเหี้ยไร แดกแต่นม"ไม่ได้ๆเอาใหม่...หวัดดี เรื่องเมื่อคืนขอโทษนะ" แล้วจะขอโทษเรื่องอะไร กูไม่ผิด "โอ้ยๆๆ ไม่รู้ๆๆๆ ถ้าเจอหน้าก็แค่หวัดดีแค่นั้นพอ จบ! อย่าคิดมากทำตัวให้เป็นธรรมชาติ"ร่างเล็กกำลังทะเลาะกับตัวเองในกระจกมองดูลำคอและร่างกายก่อนจะเหลือบไปมองปากที่บวมเจ่อของตัวเองและใช้มือแ
"ขอนะ" สิ้นเสียงประโยคไทม์โน้มใบหน้าเข้ามาหาผมเรื่อยๆ นัยน์ตาคู่คมยังคงสบตาผมอยู่ตลอดจนกระทั่งริมฝีปากของเราสัมผัสกันผมตะลึงค้างตัวเกร็งแข็งทื่อไปหมดก่อนจะหลับตาปี๋ไม่กล้าสบตาหัวใจเต้นแรงโครมครามแทบจะระเบิดออกมา"อ้าปากหน่อย" เขาพูดทั้งที่ปากของเรายังคงสัมผัสกันอยู่แบบนั้น ผมเผยอปากตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัวจู่ๆเรียวลิ้นก็สอดแทรกมาในโพรงปากตวัดโลมเลียจนเกิดเสียงเฉอะแฉะไปทั่วห้อง นิ้วทั้งห้าถูกกำเข้าหาฝ่ามือตัวเองแน่นด้วยความเกร็งสัมผัสที่ส่งมาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆเรียวลิ้นไล่ต้อนตวัดเลียด้านในปากจนผมหายใจไม่ทันได้แต่นิ่งครางอื้ออึงในลำคอพอเห็นว่าตัวเองเคลื่อนไหวอยู่ฝ่ายเดียวก็ทำให้รู้ว่านี่เป็นจูบแรกของอีกฝ่าย ไทม์ใช้มือประคองคออย่างเบามือและเอียงคอหาองศาที่จูบถนัดก่อนค่อยๆเปลี่ยนจากสัมผัสรุนแรงเมื่อครู่เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลอ่อนโยนแทนให้คนตรงหน้าตามทันร่างเล็กยังคงแข็งทื่อแต่พอสัมผัสเปลี่ยนไปเขาก็เริ่มตามทันและหาจังหวะตวัดลิ้นกลับไป เขาเริ่มดุนดันลิ้นตัวเองให้สำรวจในปากของฝ่ายตรงข้ามบ้างอีกฝ่ายตกใจเล็กน้อยแต่ก็ตอบรับสัมผัสที่ร่างเล็กมอบให้และสอดประสานกลับไปพอเห็นว่าอีกฝ่ายเรียนรู้เร็วร่า
ปริบๆเปลือกตานวลเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะเห็นภาพคนตรงหน้าที่จดจ้องตาไม่กระพริบ"ไทม์!!" ผมตกใจรีบกระเด้งตัวขึ้นอุส่าหลบหน้ามาทั้งวัน มาอยู่นี่ที่ได้ไงเนี่ย"หลบหน้าฉันทำไม" พูดด้วยน้ำเสียงดุ"ปะ...ป่าวไม่ได้หลบ" ผมเฉไฉรีบส่ายมือ"โกหก" เห็นอยู่ชัดๆว่าหลบ"ก็นาย..." จะให้พูดว่าไรอ่ะ ก็เขาจูบผมที่ห้องน้ำแล้วจะให้มองหน้ากันติดได้ไง"โกรธที่ฉันทำแบบนั้นกับนายเหรอ""ไม่ได้โกรธก็แค่..." "แค่?""รู้สึกแปลกๆ" ผมหลบตาพูดในหัวปรากฏภาพในห้องน้ำขึ้นมาอีกครั้งจนรู้สึกเขินสองแก้มค่อยๆขึ้นสีแดงระเรื่อไปจนถึงใบหูผิวหน้าที่ขาวยิ่งทำให้เห็นชัดว่าคนตัวเล็กกำลังเขิน ไทม์เห็นอย่างนั้นก็แอบยิ้มในใจแล้วแกล้งแหย่เล่น"แปลกยังไงหรอ?" เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้"..." ผมไม่กล้าสบตาจะให้บอกได้ยังไงว่าหัวใจมันเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมาแล้วเอาแต่คิดถึงเรื่องนั้นซ้ำๆน่ะ เดี๋ยวได้โดนหาว่าเป็นโรคจิตพอดี ผมเลยบ่ายเบี่ยงกลับไปโดยการเอามือสองข้างปิดหูแล้วพูดว่า"ไม่รู้ๆๆๆๆๆ" จากนั้นก็เนียนๆลุกขึ้นเดินออกมา'ขืนอยู่ต่อมีหวังหัวใจได้ระเบิดจริงๆแน่'แต่เขาดันลุกเดินตามมาด้วยนี่สิทั้งยังพยามจะมากอดคอผมอีก ผมเลยได้แต่เบี่ยงตัวหลบไปม
ตึก ตึก ตึก ฝีเท้ารีบเร่งจูงข้อแขนไว้เน้นให้สาวเท้าเดินตามไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม แต่ถึงอย่างนั้นก็มาถึงจุดหมายที่คิดไว้ นั่นคือป่าหลังโรงเรียนเป็นที่ที่ต้องผ่านตึกล้างเข้าไปลึกๆถึงจะเจอ ด้านในเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เขียวขอุ่มและยุงชุมเต็มไปหมดโดยรอบมีเสียงนก เสียงแมลงบินก้องไปทั่วให้ความรู้สึกค่อนข้างหลอนเลยทีเดียว เป็นที่ที่ปกติจะไม่ค่อยมีใครย่างกรายเข้ามาเว้นแต่พวกหนีเรียนที่มักจะมาปีนกำแพงข้ามไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ เพราะถ้าเดินตรงไปอีกเรื่อยๆลึกเข้าไปจนสุดป่าก็จะเจอกำแพง สามารถปีนออกนอกโรงเรียนไปเที่ยวและกลับเข้ามาโดยที่ไม่มีใครรู้ได้ แต่ติดที่ว่าต้องทายากันยุงมาด้วยเพราะที่นี่ยุงชุมมาก"ปล่อย มันเจ็บ" ผมพยายามสะบัดมือที่อีกฝ่ายจับไว้แน่นแต่ก็ไม่ยอมหลุดสักที"รู้ไหมฉันรอนายหลังตึกล้างทุกวันเลย" โจพูดขึ้นทั้งยังยกยิ้มเจ้าเล่ห์"แม่นาคก็ไม่ใช่ จะรอทำไม" ผมตอบกลับแบบไร้ อารมณ์สุดๆ"ก็เพราะมึงทำกูแสบมากเลยไงคนสวย" เขาแสยะยิ้มก่อนจะกระชากมือที่จับไว้อย่างแรงจนผมเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดตามด้วยการรัดผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย"กูทำไรมึง ปล่อยยย!!" ผมตะคอกใส่พยามยามดีดดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่ดูเหมือนย
ผลั่ก!! ไทม์ผลักผมเข้ามาในห้องน้ำสาธารณะที่โรงเรียนก่อนที่ตัวเองจะเข้ามาแล้วจัดการปิดประตู"เดี๋ยวจะทำอะ..อุบ" ไม่ทันได้พูดจบริมฝีปากเขาก็เข้าครอบงำจนผมตกตะลึงเบิกตากว้างลำตัวเกร็งจนไม่กล้ากระดิกไปไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนผมไม่ทันตั้งตัว สมองผมกำลังประมวลสถานการณ์ตอนนี้แล้วได้คำตอบว่า 'นี่มันเกิดอะไรขึ้น'เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆก่อนจะจ้องหน้าผมที่ตอนนี้นิ่งเงียบเป็นเป่าสาก"อืม อร่อยจริงด้วย" แล้วเขาก็พูดออกมาหน้าตาเฉยในขณะที่ผมกำลังสับสนวุ่นวายทะเลาะกับสมองตัวเองอยู่เงียบๆ 'เมื่อกี้อะไร จูบเหรอ ไม่มันเรียกแตะปาก ทำทำไม เขาแค่อยากลิ้มรสไอติม หรือไม่มีเงินซื้อเลยต้องทำแบบนี้ ห๊ะ ไม่จริงมั้งแท่ง15บาทเอง'"นะ..นายจนเหรอ" พูดอะไรออกไปวะเนี่ย"หืม" เขาเลิกคิ้วเหมือนกำลังงงว่าผมกำลังพูดอะไรที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้เอาซะเลย"ฮ่ะๆ..เดี๋ยว..ไปซื้อ..ไอติมให้นะ..ฮ่ะๆ" ผมแค่นเสียงหัวเราะพูดจาตะกุกตะกักเป็นคำๆเกร็งจนทำตัวไม่ถูก นี่พูดไรออกไปวะ หยุดดิ้ก่อนจะยื่นมือไปเพื่อปลดกลอนประตูแต่ยังไม่ทันได้ทำก็ถูกไทม์จับมือไว้เสียก่อนอึก..น้ำลายอึกใหญ่กลืนลงคอ นี่เขาจะทำอะไร"อยากลองกินไอติมรสอื่นไ







