Masukวันต่อมา...
“เฮ้อ...เมื่อไหร่จะได้ออกจากโรงพยาบาลวะเนี่ย...เบื่อจะแย่” พะพายบ่นขณะที่กำลังนั่งกินมื้อเที่ยงจืดๆ ที่พยาบาลเตรียมมาให้ เขี่ยไปเขี่ยมาจนเย็นหมดแล้ว
“พะพายรีบกินสักทีจะได้กินยา...”
“ก็มันเบื่อนี่...ข้าวอะไรโคตรจืด ไม่อร่อยเลย...ไม่เหมือนอยู่โรงบาลญาติฉันสักนิด” แน่ะว่าแล้วก็บัฟโรงพยาบาลอื่นเฉย “ทำเรื่องย้ายให้หน่อยดิ อยากย้ายไปที่โรงบาลเฮียปลื้มอะ” ด้วยเพราะแผลที่เขาโดนมันลึก การรักษาให้ฟื้นตัวเลยนาน ไม่ใช่แค่วันสองวันก็ออกจากโรงพยาบาลได้ เลยทำให้เขามีความรู้สึกเบื่อกับที่เดิมๆ อาหารจืดๆ ที่กำหนดไม่ได้
“กินนี่ให้หมดก่อน...แล้วจะไปจัดการให้” เฟอร์ยื่นข้อเสนอ
“สั่งชาบูมากินกันปะ” แทนที่จะยอมกินข้าวจืดๆ ตรงหน้า ทว่ากลับหาแนวร่วมชวนเธอกินอย่างอื่นซะอย่างนั้น
“กินนี่ให้หมดแล้วก็กินยา...ไม่งั้นฉันไม่ทำเรื่องย้ายให้” เธอยื่นคำขาด จนในที่สุดพะพายก็จำต้องทนกินเมนูจืดๆ ตรงหน้าแล้วกินยาตามที่เธอสั่ง
กว่าจะทำเรื่องย้ายจนกระทั่งย้ายเสร็จ ก็กินเวลาไปถึงเย็น แล้วตอนนี้เธอและเขาก็ได้มาอยู่ที่โรงพยาบาลในเครือญาติของพะพายแล้วเป็นที่เรียบร้อย เรียกได้ว่าสูบพลังงานของเธออยู่ไม่น้อยเลย เพราะเธอต้องขับรถมาเอง ซึ่งระยะทางจากปลายดอยมาถึงนี่ก็กินเวลาตั้งหลายชั่วโมง แอบแวะพักบ่อยอยู่เหมือนกัน เพราะเธอไม่ค่อยชินกับการขับรถไกลๆ สักเท่าไหร่ นี่นับเป็นครั้งแรก แต่โชคดีหน่อยที่มีบ้างที่พะพายก็ช่วยขับ แต่เธอก็ไม่ได้อยากจะให้เขาขับมากเพราะเขาเจ็บแผลอยู่นั่งนานไม่ได้
“เฮ้อ...ถ้าไม่รักไม่ทำให้หรอกนะ...เหนื่อยจะแย่...” เธอบ่นอุบอิบแล้วมองร่างสูงที่นอนหลับอยู่บนเตียงผู้ป่วย จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนหมดสภาพที่โซฟาตัวยาวทันที
กว่าจะตื่นก็กลางดึกเลย แถมตื่นมาก็หิวกระหายสุดๆ โชคดีที่โรงพยาบาลของเครือญาติเขามันมีร้านอาหารเปิด24ชั่วโมง เรียกได้ว่ามีบริการครบครันเลย จึงสะดวกในการสั่งซื้อ เอาจริงๆก็เข้าใจแหละว่าทำไมพะพายถึงอยากย้ายมา เพราะที่นี่ห้องวีไอพีเปรียบเสมือนโรงเเรม5ดาวเลยแหละ แอบติดหรูอยู่เหมือนกันนะ ซึ่งความจริงไม่ได้ติดหรูหรอก แอบใช้โควต้าของญาติจะได้ไม่เสียเงินให้โรงพยาบาลอื่น
“ขอกินด้วยได้ไหม...อันนั้นน่ะ” พะพายที่นั่งกินข้าวต้มปลาอยู่เอ่ยขึ้น พร้อมปรายตามองอาหารในมือของเธอที่ดูจัดจ้านกว่าของตัวเอง
“ไม่ได้...กินเผ็ดได้ไง...”
“ก็เธอกินยั่วฉัน...ฉันก็อยากกินด้วยดิ...นะๆ ขอกินคำนึง” พะพายยังคงรบเร้าที่จะกินให้ได้ สุดท้ายเฟอร์ก็ใจอ่อนยอมให้เขาชิม
แต่ไม่รู้ชิมอีท่าไหน ชิมจนหมด แล้วด้วยเพราะมันอร่อยแถมกล่องนี้ก็กล่องสุดท้ายแล้วด้วย มันเลยทำให้คนโมโหหิวโวยวาย ฟาดงวงฟาดงาใส่เขา
“ชิมบ้าอะไรของนายเนี่ย ขอให้คืนนี้ปวดท้อง แล้วคอยดูนะ ฉันจะไม่ดูดำดูดีนายเลย!!” พูดจบก็ เก็บจานไปเก็บอย่างหงุดหงิด จากนั้นก็เดินไปนั่งที่ประจำตัวเองโดยที่ไม่พูดไม่จากับเขา
“เฟอร์...มานอนกอดหน่อย...”
“ไม่...นายกินของฉันหมดยังมีน่ามาเรียกร้องอีก...ฝันไปเถอะ...”
“โธ่...แค่นั้นเอง...ไว้ฉันออกจากโรงพยาบาลก่อนจะทำให้กินอร่อยกว่านั้นเลย”
“ฉันจะกินตอนนี้เข้าใจไหม แล้วนายมาแย่งฉันกินทำไม!!”
“โธ่...แค่นี้เองเฟอร์ อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ ...ฉันป่วยอยู่นะตามใจกันหน่อยสิ”
“ป่วย แต่มาทำตัวน่าหมั่นไส้ หึ่ย...หงุดหงิดชะมัด”
“โอ๊ย...” เสียงร้องโหยหวนของพะพายดังขึ้น หลังจากที่เฟอร์เอาผ้าห่มคลุมโปงตัวเองเพื่อจะนอน
“ไม่ต้องมาแกล้ง” เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ทว่าเมื่อไร้เสียงตอบกลับของเขาก็เลยดึงผ้าห่มออก แล้วหันไปมองพะพายที่นอนตัวงอหน้านิ่วอยู่ที่เตียง
“พะ...พาย...นายเป็นอะไรน่ะ” ลุกพรวดขึ้นแล้วเดินตรงไปยังเตียง มองใบหน้าเขาที่มีเหงื่อชื้นขึ้นเต็มใบหน้าด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่จะรีบกดกริ่งเรียกพยาบาลให้เข้ามาดูอาการของเขาในทันที
“ไปกินอะไรมาเนี่ย ถึงได้ปวดท้องแบบนี้ แล้วกินเสร็จนอนเลยใช่ไหม ทีหลังกินเสร็จต้องรอให้ย่อยก่อนนะพะพาย ไม่งั้นจะเป็นกรดไหลย้อนแบบนี้” ปันปันเอ่ยบอกญาติอย่างพะพายด้วยน้ำเสียงดุๆ โชคดีที่วันนี้ปันปันขึ้นเวร เลยได้มาดูอาการและจัดยาลดกรดให้เขา
“โธ่เจ้...ก็มันง่วงไง...อีกอย่างเมียพายงอน กินเสร็จก็ไม่ชวนทำกิจกรรม...พายไม่มีไรทำเลยนอนไง” แล้วก็พาลไปโทษเธอเสียอย่างงั้น คนอะไรน่าตีจริงๆ
“นี่โทษฉันได้ไง” เฟอร์แทรกขึ้นอย่างหัวเสีย แต่ก็ถูกปันปันห้ามทัพเอาไว้ก่อน
“พอเลย...ทั้งคู่...แล้วกินยาเข้าไปดีขึ้นไหม...ถ้ามีอะไรก็เรียกแล้วกันพี่อยู่เวรถึง8โมงเช้า”
“ครับ...ขอบคุณเจ้ปันนะครับ...”
“อื้ม...เจ้ไปและ...ดูแลกันดีๆ ล่ะอย่าตีกัน” ปลายประโยคหันมาบอกเฟอร์แล้วเดินออกจากห้องไป
ปุ๊ ปุ๊!
“ขึ้นมานี่...” มือหนาตบไปที่เตียงเชิงเรียกให้เธอขึ้นมานอนกับเขา
“ไม่เอา...เดี๋ยวฉันนอนดิ้นแรงแล้วทับแผลนาย”
“ขึ้นมาเถอะน่า...ขอนอนกอดหน่อย...ไม่งั้นนอนไม่หลับ” เขาไม่สนใจว่าตัวเองจะเจ็บแผลหรือไม่ “เฟอร์...ขึ้นมา...” กดเสียงต่ำย้ำอีกครั้ง
“ไอ้บ้า...ทำไมชอบบังคับฉันนัก”
“แล้วจะยอมไหม” เลิกคิ้วถาม ใบหน้ากวนๆ จนน่าหมั่นไส้
“ก็ต้องยอมไหม ไม่ยอมเดี๋ยวก็งอนฉันอีก...ขี้เกียจง้อ” บ่นกระปอดกระแปดแล้วถอดรองเท้าสลิปเปอร์ จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงไปนอนข้างๆ เขา
หลายวันต่อมา...กว่าพะพายจะได้ออกจากโรงพยายามก็เล่นเอาซะเฉาเลย ก็นะด้วยเพราะอยากออกเร็วๆ เลยจำเป็นต้องทำตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด แล้วก็งดเรื่องอย่างว่าจนเขาที่เสพติดเกือบจะขาดใจเลย
“ได้ออกสักที...วันนี้ไปกินข้าวบ้านแม่ไหม...แม่ฉันทำกับข้าวอร่อยนะ” อยู่ๆ มาชวนไปบ้านแบบนี้ก็เขินน่ะสิ เฟอร์คิดพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มแดงซ่านไปด้วยความเขิน
“ไม่น้อยใจเหรอ ที่นายกล้าเปิดตัวกับพ่อแม่ แต่เป็นฉันที่ไม่กล้า” ว่าแล้วก็อดที่จะละอายใจไม่ได้
“เรื่องพ่อของเธอช่างมันเถอะ...เดี๋ยวฉันหาทางของฉันเอง...วันนี้ไปกินข้าวกับแม่ฉันนะ...ช่วงนี้แม่อยู่บ้านคนเดียวแม่เหงาๆ ...”
“อื้ม...” พยักหน้าตอบรับ แอบรู้สึกละอายใจอยู่หน่อยๆ เหมือนกัน เขากล้าเปิดตัว กล้าชัดเจนกับเธอขนาดนี้แล้ว แล้วเธอล่ะยังใจกากปอดแหกเนี่ยนะ
“ไม่ต้องคิดมาก...ฉันเชื่อว่าเดี๋ยวสักวันสถานการณ์ก็ต้องบังคับให้เธอกล้าพอเองนั่นแหละ...ฉันไม่ซีเรียสหรอก...บอกแล้วไง...แค่เธอไม่ปล่อยมือฉัน...ฉันพร้อมจับมือเธอเสมอ”
ตกเย็น...
@บ้านบวรเวชาเวศน์
เฟอร์และพะพายขับรถเข้ามาในบ้าน แต่จังหวะที่กำลังจะลงจากรถสายตาของเฟอร์กลับหันไปเห็นรถตู้สีดำคันหรูที่แสนคุ้นตาขับเข้ามาก่อน และใช่มันคือรถของที่บ้านเธอนั่นเอง
“เชี่ย!! ปะ...ป๊า...” เฟอร์ถึงกับเบิกตาโต พร้อมกับอุทานออกมาเสียงดัง “ไหนนายบอกแม่อยู่บ้านคนเดียวไง...นี่อะไร...พ่อแม่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง”
“ฉันจะไปรู้ไหมล่ะเนี่ย...งั้น...นั่งรอที่รถนะ...แอบอยู่ในนี้ก่อน...เดี๋ยวฉันไปถามแม่เดี๋ยวเดียว” พูดจบก็เปิดประตูรถแล้ววิ่งเข้าไปในบ้านเสียก่อน ทว่าจังหวะที่กำลังจะเข้าบ้าน กลับถูกฟงกวักมือเรียกให้พะพายมาช่วยถือของเสียอย่างนั้น ส่วนเฟอร์ที่แอบดูทุกอย่างอยู่ในรถก็ลุ้นจนตัวเกร็งเลย กลัวว่าป๊าของเธอจะรู้ เพราะเอาแน่เอานอนกับคนแบบพะพายไม่ได้เลยจริงๆ
ด้านพะพาย...
“แหม...คุณพ่อนี่หล่อเหลาเอาการจริงๆ เลย...ถ้ามีลูกสาวต้องสวยแน่ๆ เลยใช่ไหมครับ” พะพายเอ่ยชวนฟงคุย แอบเนียนระหว่างช่วยฟงถือของเข้าบ้าน
“ไอ้หนุ่มนี่มันปากหวานจริงๆ แน่นอนสิว่าลูกสาวก็ต้องสวยได้พ่อ...เสียดายจริงๆ ที่ลูกสาวของป๊าเนี่ยมีคู่หมั้นแล้ว” คำว่ามีคู่หมั้นแล้วทำเอาพะพายอยากจะโยนของที่ช่วยถือทิ้งลงพื้นเสียเดี๋ยวนี้ แต่ไม่ได้ ต้องทำตัวดีๆ ต่อหน้าว่าที่พ่อตา ที่ในอนาคตจะต้องเจอกันอีกอย่างแน่นอน
“ว้า...เสียดายแย่เลยครับ...แล้วถ้าไม่มีคู่หมั้น...ป๊าจะพิจารณาผมสักคนไหมครับ” แอบเนียนขายตัวเองไปในตัว
“เสียดายจริงๆ แต่ป๊าไม่ค่อยชอบหน้าไอ้พ่อตาของลูกชายป๊าสักเท่าไหร่...แค่ให้ฟร้องค์มาดองคนเดียวก็ปวดหัวพอแล้ว...อย่าต้องดองด้วยอีกคนเลย” เป็นการปฏิเสธเป็นนัยน์ๆ ว่าไม่เอาเขาอย่างแน่นอน แล้วแบบนี้ควรจะเข้าทางไหนดีล่ะเนี่ย พะพายคิด
“ป๊าครับ...ผมว่านะ...ป๊าคิดน้อยไป...แหม...ป๊าลองคิดตามผมสิครับว่าเฮียฟร้องค์มาแต่งงานกับฟ้าก็ต้องเสียเงินค่าสินสอด...แล้วป๊า...ไม่คิดจะเอาสินสอดคืนบ้างเหรอ...ถ้าเอาผมเป็นเขย...ผมจ่ายสองเท่าของสินสอดเฮียฟร้องค์เลยนะ...ป๊าคิดดูดีๆ ...เนี่ยคุ้มเห็นๆ” พะพายเริ่มออกอุบาย ซึ่งมันก็ทำให้ฟงคิดตามที่เขาพูดและก็รู้สึกว่ามันเข้าท่าอยู่ไม่น้อยเลย
“ไว้ถ้า...ลูกสาวป๊าไม่ชอบพอกับฝั่งนั้น...ป๊าจะพิจารณาพ่อหนุ่มแล้วกัน...ว่าแต่ชื่ออะไรล่ะ...”
“พะพายครับ...อุ๊ย...เดี๋ยวผมต้องไปแล้ว...มีนัดคุยเรื่องธุรกิจกับเพื่อนต่อ”
“อายุแค่นี้มีธุรกิจแล้วเหรอ...แหม...เอาการเอางานจริงๆ ...” ฟงออกปากชมพะพาย โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาพยายามทำโปรไฟล์ของตัวเองให้ดูดีหวังหว่านล้อมให้ฟงสนใจเขาแล้วหมายหัวเขาไปเป็นเขย
“ครับ ธุรกิจเล็กๆ ครับ...หลักร้อยล้าน...” ว่าแล้วก็ขี้โม้เข้าไปอีกหน่อย และได้ผลเพราะเมื่อพูดถึงตัวเงินฟงก็ตาลุกวาวเลยทีเดียว
“อาจิง ไปถอนหมั้นกับอาเจียดีไหม” หันไปกระซิบเมียเบาๆ ทว่าท่าทีของฟงที่ดูโลภชัดเจนถึงกับทำพะพายแอบอมยิ้ม
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า







