Share

ออกอุบาย

last update Tanggal publikasi: 2026-04-04 07:39:00

วันต่อมา...

“เฮ้อ...เมื่อไหร่จะได้ออกจากโรงพยาบาลวะเนี่ย...เบื่อจะแย่” พะพายบ่นขณะที่กำลังนั่งกินมื้อเที่ยงจืดๆ ที่พยาบาลเตรียมมาให้ เขี่ยไปเขี่ยมาจนเย็นหมดแล้ว

“พะพายรีบกินสักทีจะได้กินยา...”

“ก็มันเบื่อนี่...ข้าวอะไรโคตรจืด ไม่อร่อยเลย...ไม่เหมือนอยู่โรงบาลญาติฉันสักนิด” แน่ะว่าแล้วก็บัฟโรงพยาบาลอื่นเฉย “ทำเรื่องย้ายให้หน่อยดิ อยากย้ายไปที่โรงบาลเฮียปลื้มอะ” ด้วยเพราะแผลที่เขาโดนมันลึก การรักษาให้ฟื้นตัวเลยนาน ไม่ใช่แค่วันสองวันก็ออกจากโรงพยาบาลได้ เลยทำให้เขามีความรู้สึกเบื่อกับที่เดิมๆ อาหารจืดๆ ที่กำหนดไม่ได้

“กินนี่ให้หมดก่อน...แล้วจะไปจัดการให้” เฟอร์ยื่นข้อเสนอ

“สั่งชาบูมากินกันปะ” แทนที่จะยอมกินข้าวจืดๆ ตรงหน้า ทว่ากลับหาแนวร่วมชวนเธอกินอย่างอื่นซะอย่างนั้น

“กินนี่ให้หมดแล้วก็กินยา...ไม่งั้นฉันไม่ทำเรื่องย้ายให้” เธอยื่นคำขาด จนในที่สุดพะพายก็จำต้องทนกินเมนูจืดๆ ตรงหน้าแล้วกินยาตามที่เธอสั่ง

กว่าจะทำเรื่องย้ายจนกระทั่งย้ายเสร็จ ก็กินเวลาไปถึงเย็น แล้วตอนนี้เธอและเขาก็ได้มาอยู่ที่โรงพยาบาลในเครือญาติของพะพายแล้วเป็นที่เรียบร้อย เรียกได้ว่าสูบพลังงานของเธออยู่ไม่น้อยเลย เพราะเธอต้องขับรถมาเอง ซึ่งระยะทางจากปลายดอยมาถึงนี่ก็กินเวลาตั้งหลายชั่วโมง แอบแวะพักบ่อยอยู่เหมือนกัน เพราะเธอไม่ค่อยชินกับการขับรถไกลๆ สักเท่าไหร่ นี่นับเป็นครั้งแรก แต่โชคดีหน่อยที่มีบ้างที่พะพายก็ช่วยขับ แต่เธอก็ไม่ได้อยากจะให้เขาขับมากเพราะเขาเจ็บแผลอยู่นั่งนานไม่ได้

“เฮ้อ...ถ้าไม่รักไม่ทำให้หรอกนะ...เหนื่อยจะแย่...” เธอบ่นอุบอิบแล้วมองร่างสูงที่นอนหลับอยู่บนเตียงผู้ป่วย จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนหมดสภาพที่โซฟาตัวยาวทันที

กว่าจะตื่นก็กลางดึกเลย แถมตื่นมาก็หิวกระหายสุดๆ โชคดีที่โรงพยาบาลของเครือญาติเขามันมีร้านอาหารเปิด24ชั่วโมง เรียกได้ว่ามีบริการครบครันเลย จึงสะดวกในการสั่งซื้อ เอาจริงๆก็เข้าใจแหละว่าทำไมพะพายถึงอยากย้ายมา เพราะที่นี่ห้องวีไอพีเปรียบเสมือนโรงเเรม5ดาวเลยแหละ แอบติดหรูอยู่เหมือนกันนะ ซึ่งความจริงไม่ได้ติดหรูหรอก แอบใช้โควต้าของญาติจะได้ไม่เสียเงินให้โรงพยาบาลอื่น

“ขอกินด้วยได้ไหม...อันนั้นน่ะ” พะพายที่นั่งกินข้าวต้มปลาอยู่เอ่ยขึ้น พร้อมปรายตามองอาหารในมือของเธอที่ดูจัดจ้านกว่าของตัวเอง

“ไม่ได้...กินเผ็ดได้ไง...”

“ก็เธอกินยั่วฉัน...ฉันก็อยากกินด้วยดิ...นะๆ ขอกินคำนึง” พะพายยังคงรบเร้าที่จะกินให้ได้ สุดท้ายเฟอร์ก็ใจอ่อนยอมให้เขาชิม

แต่ไม่รู้ชิมอีท่าไหน ชิมจนหมด แล้วด้วยเพราะมันอร่อยแถมกล่องนี้ก็กล่องสุดท้ายแล้วด้วย มันเลยทำให้คนโมโหหิวโวยวาย ฟาดงวงฟาดงาใส่เขา

“ชิมบ้าอะไรของนายเนี่ย ขอให้คืนนี้ปวดท้อง แล้วคอยดูนะ ฉันจะไม่ดูดำดูดีนายเลย!!” พูดจบก็ เก็บจานไปเก็บอย่างหงุดหงิด จากนั้นก็เดินไปนั่งที่ประจำตัวเองโดยที่ไม่พูดไม่จากับเขา

“เฟอร์...มานอนกอดหน่อย...”

“ไม่...นายกินของฉันหมดยังมีน่ามาเรียกร้องอีก...ฝันไปเถอะ...”

“โธ่...แค่นั้นเอง...ไว้ฉันออกจากโรงพยาบาลก่อนจะทำให้กินอร่อยกว่านั้นเลย”

“ฉันจะกินตอนนี้เข้าใจไหม แล้วนายมาแย่งฉันกินทำไม!!”

“โธ่...แค่นี้เองเฟอร์ อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ ...ฉันป่วยอยู่นะตามใจกันหน่อยสิ”

“ป่วย แต่มาทำตัวน่าหมั่นไส้ หึ่ย...หงุดหงิดชะมัด”

“โอ๊ย...” เสียงร้องโหยหวนของพะพายดังขึ้น หลังจากที่เฟอร์เอาผ้าห่มคลุมโปงตัวเองเพื่อจะนอน

“ไม่ต้องมาแกล้ง” เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ทว่าเมื่อไร้เสียงตอบกลับของเขาก็เลยดึงผ้าห่มออก แล้วหันไปมองพะพายที่นอนตัวงอหน้านิ่วอยู่ที่เตียง

“พะ...พาย...นายเป็นอะไรน่ะ” ลุกพรวดขึ้นแล้วเดินตรงไปยังเตียง มองใบหน้าเขาที่มีเหงื่อชื้นขึ้นเต็มใบหน้าด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่จะรีบกดกริ่งเรียกพยาบาลให้เข้ามาดูอาการของเขาในทันที

“ไปกินอะไรมาเนี่ย ถึงได้ปวดท้องแบบนี้ แล้วกินเสร็จนอนเลยใช่ไหม ทีหลังกินเสร็จต้องรอให้ย่อยก่อนนะพะพาย ไม่งั้นจะเป็นกรดไหลย้อนแบบนี้” ปันปันเอ่ยบอกญาติอย่างพะพายด้วยน้ำเสียงดุๆ โชคดีที่วันนี้ปันปันขึ้นเวร เลยได้มาดูอาการและจัดยาลดกรดให้เขา

“โธ่เจ้...ก็มันง่วงไง...อีกอย่างเมียพายงอน กินเสร็จก็ไม่ชวนทำกิจกรรม...พายไม่มีไรทำเลยนอนไง” แล้วก็พาลไปโทษเธอเสียอย่างงั้น คนอะไรน่าตีจริงๆ

“นี่โทษฉันได้ไง” เฟอร์แทรกขึ้นอย่างหัวเสีย แต่ก็ถูกปันปันห้ามทัพเอาไว้ก่อน

“พอเลย...ทั้งคู่...แล้วกินยาเข้าไปดีขึ้นไหม...ถ้ามีอะไรก็เรียกแล้วกันพี่อยู่เวรถึง8โมงเช้า”

“ครับ...ขอบคุณเจ้ปันนะครับ...”

“อื้ม...เจ้ไปและ...ดูแลกันดีๆ ล่ะอย่าตีกัน” ปลายประโยคหันมาบอกเฟอร์แล้วเดินออกจากห้องไป

ปุ๊ ปุ๊!

“ขึ้นมานี่...” มือหนาตบไปที่เตียงเชิงเรียกให้เธอขึ้นมานอนกับเขา

“ไม่เอา...เดี๋ยวฉันนอนดิ้นแรงแล้วทับแผลนาย”

“ขึ้นมาเถอะน่า...ขอนอนกอดหน่อย...ไม่งั้นนอนไม่หลับ” เขาไม่สนใจว่าตัวเองจะเจ็บแผลหรือไม่ “เฟอร์...ขึ้นมา...” กดเสียงต่ำย้ำอีกครั้ง

“ไอ้บ้า...ทำไมชอบบังคับฉันนัก”

“แล้วจะยอมไหม” เลิกคิ้วถาม ใบหน้ากวนๆ จนน่าหมั่นไส้

“ก็ต้องยอมไหม ไม่ยอมเดี๋ยวก็งอนฉันอีก...ขี้เกียจง้อ” บ่นกระปอดกระแปดแล้วถอดรองเท้าสลิปเปอร์ จากนั้นก็ปีนขึ้นเตียงไปนอนข้างๆ เขา

หลายวันต่อมา...กว่าพะพายจะได้ออกจากโรงพยายามก็เล่นเอาซะเฉาเลย ก็นะด้วยเพราะอยากออกเร็วๆ เลยจำเป็นต้องทำตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด แล้วก็งดเรื่องอย่างว่าจนเขาที่เสพติดเกือบจะขาดใจเลย

“ได้ออกสักที...วันนี้ไปกินข้าวบ้านแม่ไหม...แม่ฉันทำกับข้าวอร่อยนะ” อยู่ๆ มาชวนไปบ้านแบบนี้ก็เขินน่ะสิ เฟอร์คิดพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มแดงซ่านไปด้วยความเขิน

“ไม่น้อยใจเหรอ ที่นายกล้าเปิดตัวกับพ่อแม่ แต่เป็นฉันที่ไม่กล้า” ว่าแล้วก็อดที่จะละอายใจไม่ได้

“เรื่องพ่อของเธอช่างมันเถอะ...เดี๋ยวฉันหาทางของฉันเอง...วันนี้ไปกินข้าวกับแม่ฉันนะ...ช่วงนี้แม่อยู่บ้านคนเดียวแม่เหงาๆ ...”

“อื้ม...” พยักหน้าตอบรับ แอบรู้สึกละอายใจอยู่หน่อยๆ เหมือนกัน เขากล้าเปิดตัว กล้าชัดเจนกับเธอขนาดนี้แล้ว แล้วเธอล่ะยังใจกากปอดแหกเนี่ยนะ

“ไม่ต้องคิดมาก...ฉันเชื่อว่าเดี๋ยวสักวันสถานการณ์ก็ต้องบังคับให้เธอกล้าพอเองนั่นแหละ...ฉันไม่ซีเรียสหรอก...บอกแล้วไง...แค่เธอไม่ปล่อยมือฉัน...ฉันพร้อมจับมือเธอเสมอ”

ตกเย็น...

@บ้านบวรเวชาเวศน์

เฟอร์และพะพายขับรถเข้ามาในบ้าน แต่จังหวะที่กำลังจะลงจากรถสายตาของเฟอร์กลับหันไปเห็นรถตู้สีดำคันหรูที่แสนคุ้นตาขับเข้ามาก่อน และใช่มันคือรถของที่บ้านเธอนั่นเอง

“เชี่ย!! ปะ...ป๊า...” เฟอร์ถึงกับเบิกตาโต พร้อมกับอุทานออกมาเสียงดัง “ไหนนายบอกแม่อยู่บ้านคนเดียวไง...นี่อะไร...พ่อแม่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง”

“ฉันจะไปรู้ไหมล่ะเนี่ย...งั้น...นั่งรอที่รถนะ...แอบอยู่ในนี้ก่อน...เดี๋ยวฉันไปถามแม่เดี๋ยวเดียว” พูดจบก็เปิดประตูรถแล้ววิ่งเข้าไปในบ้านเสียก่อน ทว่าจังหวะที่กำลังจะเข้าบ้าน กลับถูกฟงกวักมือเรียกให้พะพายมาช่วยถือของเสียอย่างนั้น ส่วนเฟอร์ที่แอบดูทุกอย่างอยู่ในรถก็ลุ้นจนตัวเกร็งเลย กลัวว่าป๊าของเธอจะรู้ เพราะเอาแน่เอานอนกับคนแบบพะพายไม่ได้เลยจริงๆ

ด้านพะพาย...

“แหม...คุณพ่อนี่หล่อเหลาเอาการจริงๆ เลย...ถ้ามีลูกสาวต้องสวยแน่ๆ เลยใช่ไหมครับ” พะพายเอ่ยชวนฟงคุย แอบเนียนระหว่างช่วยฟงถือของเข้าบ้าน

“ไอ้หนุ่มนี่มันปากหวานจริงๆ แน่นอนสิว่าลูกสาวก็ต้องสวยได้พ่อ...เสียดายจริงๆ ที่ลูกสาวของป๊าเนี่ยมีคู่หมั้นแล้ว” คำว่ามีคู่หมั้นแล้วทำเอาพะพายอยากจะโยนของที่ช่วยถือทิ้งลงพื้นเสียเดี๋ยวนี้ แต่ไม่ได้ ต้องทำตัวดีๆ ต่อหน้าว่าที่พ่อตา ที่ในอนาคตจะต้องเจอกันอีกอย่างแน่นอน

“ว้า...เสียดายแย่เลยครับ...แล้วถ้าไม่มีคู่หมั้น...ป๊าจะพิจารณาผมสักคนไหมครับ” แอบเนียนขายตัวเองไปในตัว

“เสียดายจริงๆ แต่ป๊าไม่ค่อยชอบหน้าไอ้พ่อตาของลูกชายป๊าสักเท่าไหร่...แค่ให้ฟร้องค์มาดองคนเดียวก็ปวดหัวพอแล้ว...อย่าต้องดองด้วยอีกคนเลย” เป็นการปฏิเสธเป็นนัยน์ๆ ว่าไม่เอาเขาอย่างแน่นอน แล้วแบบนี้ควรจะเข้าทางไหนดีล่ะเนี่ย พะพายคิด

“ป๊าครับ...ผมว่านะ...ป๊าคิดน้อยไป...แหม...ป๊าลองคิดตามผมสิครับว่าเฮียฟร้องค์มาแต่งงานกับฟ้าก็ต้องเสียเงินค่าสินสอด...แล้วป๊า...ไม่คิดจะเอาสินสอดคืนบ้างเหรอ...ถ้าเอาผมเป็นเขย...ผมจ่ายสองเท่าของสินสอดเฮียฟร้องค์เลยนะ...ป๊าคิดดูดีๆ ...เนี่ยคุ้มเห็นๆ” พะพายเริ่มออกอุบาย ซึ่งมันก็ทำให้ฟงคิดตามที่เขาพูดและก็รู้สึกว่ามันเข้าท่าอยู่ไม่น้อยเลย

“ไว้ถ้า...ลูกสาวป๊าไม่ชอบพอกับฝั่งนั้น...ป๊าจะพิจารณาพ่อหนุ่มแล้วกัน...ว่าแต่ชื่ออะไรล่ะ...”

“พะพายครับ...อุ๊ย...เดี๋ยวผมต้องไปแล้ว...มีนัดคุยเรื่องธุรกิจกับเพื่อนต่อ”

“อายุแค่นี้มีธุรกิจแล้วเหรอ...แหม...เอาการเอางานจริงๆ ...” ฟงออกปากชมพะพาย โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาพยายามทำโปรไฟล์ของตัวเองให้ดูดีหวังหว่านล้อมให้ฟงสนใจเขาแล้วหมายหัวเขาไปเป็นเขย

“ครับ ธุรกิจเล็กๆ ครับ...หลักร้อยล้าน...” ว่าแล้วก็ขี้โม้เข้าไปอีกหน่อย และได้ผลเพราะเมื่อพูดถึงตัวเงินฟงก็ตาลุกวาวเลยทีเดียว

“อาจิง ไปถอนหมั้นกับอาเจียดีไหม” หันไปกระซิบเมียเบาๆ ทว่าท่าทีของฟงที่ดูโลภชัดเจนถึงกับทำพะพายแอบอมยิ้ม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลวงรักฉบับวิศวะการบิน   จบ+End Credits

    3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู

  • ลวงรักฉบับวิศวะการบิน   อัศวินขี่ม้าขาว

    งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต

  • ลวงรักฉบับวิศวะการบิน   ผิดไปแล้วคนดี

    ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม

  • ลวงรักฉบับวิศวะการบิน   ผิดหวัง

    ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง

  • ลวงรักฉบับวิศวะการบิน   คนที่เข้าใจเธอมากที่สุด

    แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม

  • ลวงรักฉบับวิศวะการบิน   หอมเกินต้านNC+++

    หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status