Masuk“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร”เลิกคิ้วมอง แล้วถามขึ้น
ภายในใจก็แอบนึกหวั่นๆอยู่เหมือนกัน กลัวว่าเขาจะคิดทำอะไรพิเรนทร์กับเธอ ลำพังแค่เรื่องครั้งแรกของเธอก็แย่พอทน ดีที่เธอไม่ได้เป็นพวกหวงบริสุทธิ์อะไรขนาดนั้น ไม่งั้นป่านนี้กัดลิ้นตัวเองตายแล้ว แค่ไม่ประทับใจที่คนแรกเป็นคนที่ไม่ได้เลือกเอง
“คืนนี้ เธอจะต้องเป็นของฉัน”
“คะ...คืนนี้งั้นเหรอ”
“ใช่...เธอให้ฉัน ฉันให้ในสิ่งที่เธอต้องการ แฟร์ๆ”แฟร์กับผีน่ะสิเธออุทานในใจ
“ว่าไง...ถ้าไม่...ฉันจะลุก”
“อ๊ะๆๆ...เดี๋ยวสิ...ใจร้อนไปได้”รีบคว้าแขนเขาเอาไว้ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นแล้วเดินหนีไปเสียก่อน ตอนนี้ยัยเพื่อนรักของเธอ และเดอะแก๊งกำลังจับตามองเธอกับเขาอยู่ ขืนไอ้บ้านี่ลุกไป เสียหน้ากันพอดี
ไหนๆก็ส่งไอ้บ้านี่มาหลอกฟันเธอแล้ว งั้นถ้าเธอเอาไอ้เสาไฟฟ้านี่มาบังหน้า ควงไปเรื่อยๆมีหวังกระอักเลือดตายกันแน่ๆ
“งั้นแปลว่าตกลงใช่ไหม”
“อืม...ตกลงก็ได้”
“งั้นว่ามาสิ ว่าอยากให้ฉันช่วยอะไร”ไม่พูดเปล่า คนหน้ามึนกลับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เธอ พร้อมยกยิ้มร้าย
“นายต้องทำเหมือนสนใจฉัน และตามตื๊อฉันให้ยัยพวกนั้นเห็น ฉันไม่อยากโดนมองว่านายฟันฉันแล้วทิ้ง”
“อะ...อ๋อ...กลัวเสียหน้างี้”ลอยหน้าลอยตาถาม คนอะไรหน้าจิ้มให้ตาบอด
“อื้อ...”
“ถ่ายรูปลงสตอรี่ด้วยไหมล่ะ”
“ทำงั้นได้ด้วยเหรอ”ดวงตาเป็นประกายมองเขาอย่างมีความหวัง
“ได้สิ...รูปละน้ำ”
“จิ๊!! บ้ากามหรือไง ทำไมจะเอาฉันท่าเดียวเลย”
“อืม...จะว่างั้นก็ได้ ไม่เถียง...”
“แต่ต้องลงสตอรี่ของนายนะ”
“ไม่มีปัญหา...มานั่งตักฉันสิ”ดึงแขนเธอให้ขึ้นมานั่งตัก แล้วล้วงโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา ซึ่งการกระทำที่ดูเหมือนคู่รักของเธอและเขา ล้วนตกเป็นเป้าสายตาของคนกลุ่มหนึ่งด้วยความริษยา
หมับ!
“อื้ม...”
“อือ”
แชะ แชะ!
มือหนาแพลนกล้องให้ใบหน้าของทั้งคู่เข้ามาในเฟรม พร้อมกับใช้จังหวะที่เธอเผลอคว้าหมับไปที่ลำคอระหง ตามด้วยใช้นิ้วดันคางของเธอเพื่อให้ใบหน้าเธอหันมารับจูบของเขา
“นะ...นี่...ถ่ายเป็นคลิปลงเลยเหรอ...”ร่างเล็กตาโตเมื่อเห็นว่าสตอรี่ที่เขาอัพโหลดลงไปนั้นเป็นแบบคลิปไม่ใช่รูปภาพ ไม่พอ ยังเป็นฉากจูบอีกด้วย
นอกจากยัยพวกนั้นกรี๊ด เธอเองก็กรี๊ด ไม่ได้ดีใจที่ถูกเขาจูบเลยแม้สักนิดเดียว แต่อับอายมากกว่า แต่เอาเถอะ ทำให้คนพวกนั้นดิ้นได้ ก็นับว่าคุ้ม
“สตอรี่ฉัน ฉันจะลงอะไรก็ได้...คลิปเมื่อคืนเอาลงด้วยเลยไหมล่ะ”
“ไอ้ทุเรศ...อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะ”ร่างเล็กจ้องหน้าเขาตาเขม็ง
“มึง...อีกะทิ มึงเห็นไหม!! อีขิม ไหนมึงบอกว่ารับเงินจากพะพายมาไง อีนั่นทำไมไม่โดนเขี่ยทิ้งอีก”ทุเรียนกล่าว เมื่อเห็นฉากจูบสุดเร่าร้อนกันเต็มสองตา
“รับมาจริงๆ นี่ไงสามแสน สลีปการโอนยังอยู่เลย ชื่อพะพายด้วยเนี่ย...แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมพะพายกับอีเฟอร์ถึงยังสานต่อ”ขิมกล่าว
“จิ๊...แล้วมันได้ของดีอีกแล้ว”กะทิกระทืบเท้าเร่าๆด้วยความหงุดหงิด ที่เฟอร์ได้ของดีของคณะการบินไป ก่อนหน้านี้หนุ่มๆหล่อๆก็แวะมาขายขนมจีบเป็นขบวน เห็นแล้วก็หมั่นไส้
“แล้วน้องตี๋ที่มึงควงล่ะ ไปไหนแล้ว”สายขิมถาม
“กูจ้างมา น้องแม่งร้อนเงิน แต่ได้แค่ควงแหละมันไม่ยอมให้แตะตัวเยอะ แตะเยอะก็ไม่ได้ แม่งอัพค่าตัวอีก”
ด้านเฟอร์...
“ฉันจะไปหาเพื่อนแล้ว...จะไปด้วยไหม...”
“ไม่อะ...ฉันจะดื่มอยู่นี่...”
“อืม...งั้นมีอะไรก็โทรมาแล้วกัน เมมเบอร์ให้แล้ว”ปรายตาแสนร้ายนั่น ไปที่มือถือของเธอ ส่วนเธอก็พยักหน้าตอบรับแล้วหันมาดื่มแอลกอฮอล์ตรงหน้าต่อ แสร้งเป็นไม่เห็นพวกนั้น ทำราวกับว่าสายขิมและฝูงเพื่อนใหม่เป็นอากาศที่ไร้ตัวตน
นั่งดื่มอยู่เพียงลำพังไปพักใหญ่ ร่างบอบบางก็เริ่มที่จะมึนๆหน่อยๆแล้ว จึงควานหาโทรศัพท์ เพื่อโทรบอกให้พะพายมารับ แต่ทว่าเลื่อนหารายชื่อของเขาเท่าไหร่ก็เลื่อนหาไม่เจอ จนตาเธอลายไปหมดแล้ว
“นี่ก็พ.พานนี่นา...ทำไมไม่เจอล่ะ”เฟอร์บ่นกระปอดกระแปดกับตัวเอง พร้อมกับเอามือค้ำศีรษะที่แทบจะทรงไม่อยู่เอาไว้ นี่ถ้าเธอไม่ค้ำเอาไว้หน้าเธอต้องไถลไปกับเคาน์เตอร์บาร์แน่ๆ
“ทำไม่ไม่เจอเนี่ย...”ด้วยความโมโหจริงพิมพ์ แต่ไม่ว่าจะพิมพ์เป็นภาษาไทยหรืออังกฤษก็ไม่เจอ เธอก็เลยพยายามตั้งสติตัวเองแล้วเลื่อนตั้งแต่ก. แล้วไล่ลงมาเรื่อยๆอย่างเชื่องช้าและอ่านให้หมดทุกตัว จนกระทั่งเลื่อนไปถึงตัวอักษร ท.ทหาร ก็เห็นคำว่าที่รักของเฟอร์ เด่นหราอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์
สาบาน ว่านั่นคือชื่อที่ไอ้บ้านั่นเมมให้เธอ แทบกรี๊ด อยากจะปาโทรศัพ์ทิ้งก็เสียดาย กล้ามาก ที่เมมชื่อตัวเองแบบนั้น อยากจะบ้าตายรายวัน นี่เธอกำลังเจอกับคนประเภทไหนกัน หน้าด้านหน้าทนเกินเบอร์ ไม่อยากจะนึกเลยว่าไอ้บ้านั่นจะบันทึกชื่อเธอในมือถือเขาเป็นอะไร
ก่นด่าไปก็เท่านั้นแหละ ตอนนี้สติเธอแทบจะวูบอยู่แล้ว ก็เลยต้องจำใจกดเบอร์เขาแล้วโทรออก ขืนยังนั่งอยู่ที่นี่ เธอต้องน็อกกลางอากาศแน่
[ครับที่รัก...]
“หึ่ย!! นี่ถ้าไม่ติดว่าเมานะ ฉันด่านายแน่”
[หึหึ กลับไหวก็เอาสิ คิดว่ามีทางเลือกมากหรือไง]
“ฉันเมา...นั่งไม่ไหวแล้ว...มารับหน่อย”
[ยังดื่มกับเพื่อนไม่เสร็จ...มานั่งในห้องวีไอพีก่อนได้ไหม ขอเวลาไม่เกินชั่วโมงเดี๋ยวพากลับ]
“อืม...มารับหน่อย”พูดจบก็กดวางแล้วฟุบหน้าลงกับเคาน์เตอร์บาร์ รอให้เขามารับ
ซ่าส์!!
“กรี๊ดดดดดด...”ระหว่างที่เธอฟุบหน้าเพื่อพักสายตาระหว่างรอพะพาย อยู่ๆน้ำเย็นๆก็ถูกสาดใส่แผ่นหลังของเธอจนร่างเล็กนั้นสะดุ้งแล้วกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ
พอหันไปดูต้นสายปลายเหตุ ก็เห็นว่าเป็นกะทิและผองเพื่อนที่เป็นคนสาดเหล้าใส่เธอ ไม่พอเพียงเท่านั้น ยังจีบปากจีบคอ ทำหน้าซื่อใส่เธออีก
“ขอโทษนะเฟอร์...พอดีว่าอีข้าวเหนียวมันสกัดขาฉันอะ...ฉันเลยล้ม...แล้ว...อุ๊ยเปียกหมดเลย”ความน่าหมั่นไส้ทำให้เธอรีบลุกพรวดจากเก้าอี้บาร์ หวังจะพุ่งเข้าไปสั่งสอนกะทิ แต่ด้วยเพราะถูกความมึนเมาจากฤทธิ์แอลกอล์ฮอล์เล่นงานเข้าอย่างจัง จนหน้ามืด เลยเซไปเล็กน้อย
หมับ!! ซ่าส์!!
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด”ขณะที่ร่างเล็กเกือบจะล้ม ฝ่ามือหนาของพะพายก็คว้าเอวบางของเฟอร์เอาไว้ จนเจ้าของร่างปะทะแผลงอกของเขา พร้อมกับใช้มืออีกข้างคว้าแก้วเหล้าที่อยู่บนเคาน์เตอร์ แล้วสาดไปที่กะทิและเพื่อนแบบเต็มๆ เรียกได้ว่าโดนกันครบทุกคนภายในแก้วเดียว ออลอินวัน พะพายจดให้แบบจุกๆไม่มีใครน้อยหน้าใครเลย
“เอาคืนให้แล้วนะที่รัก...ปะ...”พะพายเอ่ยบอกเฟอร์ ตามด้วยลากตัวเธอออกมา ส่วนกะทิ ข้าวเหนียว ทุเรียน และสายขิมก็กรีดร้องโหยหวนด้วยความหัวเสีย ไม่คิดว่าพะพายจะเล่นพวกเธอแบบนี้ เล่นเอาซะเปียกชุ่มไปทั้งหน้าเลย จนมาสคาร่าที่ปัดมาไหลเยิ้มเป็นหมีแพนด้า สร้างความอับอายให้แก่แก๊งของเธออยู่ไม่น้อย
“มึงเห็นไหม อีเฟอร์ถูกพะพายปกป้องด้วย”ข้าวเหนียวสุมไฟกองโตให้เพื่อน ยิ่งทำให้กะทิที่ไม่ชอบเป็นรองใคร โดยเฉพาะเฟอร์ ยิ่งพานแค้นเข้าไปใหญ่
“กูเห็นแล้ว...เพื่อนรักมึงอะอีขิม...ทำไมมึงไม่ช่วยกู...หรือมึงอยากกลับไปคบกับมัน?”
“เอ่อ...กูตกใจอยู่...อีกอย่างถ้าเราทำอะไรไปตอนที่พะพายอยู่...เราจะโดนมองยังไง”สายขิมออกความเห็น ซึ่งมันก็จริง การตอบโต้มันจะทำให้ภาพพจน์เธอยิ่งเสีย แต่ไม่ว่าเธอและเพื่อนจะพยายามรักษามันแค่ไหน ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อพะพายหรอก รายนี้ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น สนใจก็แค่ความต้องการของตัวเองเป็นหลัก
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า







