تسجيل الدخول“นายไปคุยอะไรกับป๊าตั้งนานสองนาน” ทันทีที่เข้ามาในรถเฟอร์ก็ถามด้วยความสงสัย แถมดูหน้าดูตาเขาดูไม่ทุกข์ร้อนใดๆ ราวกับไปทำอะไรไม่ดีมาจนเธอเริ่มหวั่นแล้ว
“ไปสร้างภาพมานิดหน่อย”
“สร้างภาพอะไร ไม่ใช่เผลอไปบอกเรื่องของเรานะพะพาย”
“ไม่ได้บอก...เอาน่า...ฉันไม่ทำให้เธอเดือดร้อนหรอกน่า”
“แน่นะ...” หรี่ตามองเขาอย่างจับผิด
“แน่!! ปะ...ไปหาอะไรกินนอกบ้านดีกว่า...วันนี้บ้านฉันมีนัดกับครอบครัวเธอ พี่ชายเธอคงจะมาทำคะแนนกับพ่อ ส่วนเรื่องของเราค่อยว่ากันอีกที” ว่าแล้วทั้งคู่ก็ไปหาที่กินข้าวใหม่ทันที ทั้งที่ตั้งใจว่าจะมากินมื้อค่ำที่บ้านเขา ก็ต้องล่มเพราะดันเจอพ่อเธอเสียก่อน แม้จะผิดแผนไปหน่อย แต่ก็นับว่าเขาแก้ไขสถานการณ์ได้ดีอยู่ไม่น้อย
“นายดู...อารมณ์ดีแปลกๆ นะ...แน่ใจนะว่าไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีมา...” เฟอร์ยังคงไม่ไว้ใจพะพาย เพราะเขาดูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดูอารมณ์ดีเกินความจำเป็น
“ไม่ได้ไปทำอะไรมาจริงๆ เชื่อกันบ้างสิ...” ตอบกลับแล้วตั้งหน้าตั้งตากินอาหารตรงหน้าต่อ
หลายเดือนต่อมา...
หลังจากที่เฟอร์เรียนจบ เธอก็กลับมาอยู่ที่บ้าน มาช่วยสานต่อธุรกิจกับครอบครัวระหว่างที่งงๆ ว่าชีวิตจะไปทิศทางไหน แต่ด้วยเพราะเธอชอบงานจิวเวลรี่ เลยเล็งๆ ว่าจะทำธุรกิจด้านนี้กับเพื่อนอย่างยูมิ ส่วนพะพายก็เรียนต่อปริญญาโท พร้อมกับทำงานในสายการบินของเขาไปด้วย
ความรักของเธอและเขาก็นับว่าไปได้เรื่อยๆ แต่จะเริ่มมีระยะห่างทำให้หลายครั้งหลายคราที่เธอและเขาจะมีปากเสียงกันตามประสาฟันกระทบลิ้น ทว่าก็ไม่ได้ทำให้ความรักของทั้งคู่ตัดขาดกันได้เลย
“หมวยเล็ก...วันนี้ไปกินข้าวกับครอบครัวอาเจียนะ...เห็นว่าเฟอร์เรียนจบแล้ว...อาเจียเลยมีเรื่องอยากจะคุยด้วย...” คำพูดของฟงทำเอาร่างเล็กหน้าเสียอยู่ไม่น้อย
เธอจำได้ดีว่าทางครอบครัวฝั่งนั้นเคยพูดว่าหากเรียนจบจะมาพูดเรื่องแต่งงาน หากทั้งสองครอบครัวตกลงปลงใจไปแล้วล่ะ เธอกับพะพายจะยังไงดี แล้วไหนเจียบอกว่าจะหลบทางให้พะพายไง ทำไมวันนี้ดันมากลับคำเสียได้
@ภัตตาคารอาหารจีน8ดาว
“สวัสดีค่ะอาแป๊ะจิน...สวัสดีค่ะเฮีย...” เมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารร่างเล็กก็ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ฝั่งนั้นด้วยท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตน ก่อนที่จะเดินไปนั่งข้างๆ เจียที่เว้นว่างไว้ให้เธอประหนึ่งวางแผนกันเอาไว้แล้ว
“สวัสดีหนูเฟอร์” จินตอบรับ ส่วนเจียก็ยกมือรับไหว้ พร้อมระบายยิ้มบางๆ ที่แสนอบอุ่นให้เธอ
“วันนี้คงจะมาพูดข่าวดีสินะเพื่อนรัก...” ฟงเอ่ยขึ้น พร้อมกับนั่งลงด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความปีติ
“ผมว่า...ทานข้าวกันดีกว่าครับ...” เจียเลี่ยงจากความอึดอัด ไม่ให้เฟอร์กดดันจนเกินไป ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เธอไม่ได้สบายใจขึ้นเลยแม้สักนิดเดียว
ใครมันจะบ้ากินข้าวอย่างสบายใจได้ล่ะ เธอกำลังจะถูกมัดมือชกให้แต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รักนะ
“อาหนูเฟอร์...ทำไมกินน้อยนักล่ะ...อาหารไม่ถูกปากเหรอ” จินเอ่ยถามว่าที่ลูกสะใภ้ ด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย ก่อนที่จะส่งสายตาไปให้ลูกชายอย่างรู้กัน
เจียเอื้อมไปตักของโปรดของเธอมาใส่จานให้เธอแล้วระบายยิ้มอ่อนโยนให้เธอ
“กินก่อนนะครับ...แล้วหลังจากนี้ค่อยว่ากัน” คำพูดของเขาที่ทิ้งไว้เป็นปริศนา ทำร่างเล็กฉงนอยู่ไม่น้อย
และเพียงไม่นานความอึดอัดเมื่อครู่ก็เริ่มอึดอัดยิ่งกว่าเดิม หลังจากที่ทานอาหารกันเสร็จ เจียก็เริ่มเป็นคนเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก เขาเอี้ยวตัวไปหยิบของกำนัลในถุงกระดาษแบรนด์ดังมาวางไว้บนโต๊ะ พร้อมกับเปิดไว้ตรงหน้าเฟอร์และครอบครัว
รอยยิ้มของฟงปรากฏขึ้นบนใบหน้า ทว่าเหม่ยจิงแม่ของเฟอร์กลับรับรู้ได้ว่าลูกสาวของตัวเองกำลังอึดอัด จึงทำได้แค่เอื้อมไปบีบมือเฟอร์เบาๆ เพื่อให้กำลังใจ
“ของกำนัลพวกนี้...เป็นของแทนใจผมและครอบครัว...” แค่เปิดประเด็นมาก็รู้เลยว่าเฟอร์เลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน
เจียไล่สายตามองพ่อของเธอที่เอาแต่นั่งยิ้มหน้าบาน ตามด้วยมองที่แม่ของเธอที่นิ่งเรียบแต่ทว่ากลับแฝงความอึดอัดเพราะเห็นลูกสาวไม่ได้ยินดีปรีดากับอะไรแบบนี้เลย และสุดท้ายมองไปที่เจ้าของใบหน้าแสนงดงามของเธอที่มองหน้าเจียอย่างอ้อนวอน สายตาที่เว้าวอนของเธอนั้นทำให้เจียรู้สึกปวดหนึบตรงกลางใจ แต่ก็ระบายยิ้มบางๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปกุมมือเฟอร์เอาไว้ โดยท่าทีของเจียนั้นมีบรรดาผู้ใหญ่คอยลุ้นอยู่ใกล้ๆ
“ผมต้องขอโทษแป๊ะฟงด้วยนะครับ...ที่ผมไม่สามารถดูแลเฟอร์ได้...” คำพูดของเจียทำฟงและจินถึงกับอึ้ง
ฟงไม่เข้าใจว่าท่าทีเมื่อกี้มันคืออะไรกันแน่ เขาจะล้อเล่นอะไรกับครอบครัวตนหรือเปล่า ทำไมถึงได้พูดอะไรออกมาแบบนั้น
“ลื้อหมายความว่ายังไง” ฟงเอ่ยถามเสียงแข็ง ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเมื่อครู่จางหายไป
“ขอโทษครับแป๊ะ...ผมมีเมียอยู่แล้ว...”
“ไอ้เจีย!!” ครั้งนี้เป็นพ่อของเจียที่ฉุนขาดลุกขึ้นจากเก้าอี้ หวังดึงสติของลูกชายไม่ให้พูดอะไรแบบนั้นออกไป
“ขอโทษครับป๊า...ขอโทษครับแป๊ะ...ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้...แต่ผมไม่อยากทำผิดต่อเฟอร์...และเพื่อเป็นการขอโทษถือซะว่าของกำนัลพวกนี้แทนคำขอโทษจากผมเถอะนะครับ” ตอนนี้ทุกคนในที่นี้ได้แต่ตำหนิเจีย ส่วนร่างเล็กก็โล่งใจที่เจียไม่ได้มามัดมือชกเธอแต่อย่างใด
และอดที่จะเห็นใจเจียอยู่ไม่น้อยจึงรีบหาทางแก้ต่างให้พี่ชาย ใช่เธอเห็นเขาเป็นพี่ชายที่แสนดี และเธอก็ไม่รู้หรอกนะว่าที่เจียพูดมาแต่งเรื่องเพื่อไม่ให้เธอแต่งงานกับเขา หรือมันคือเรื่องจริงกันแน่
“ป๊าคะ...ไม่เป็นไร...แป๊ะ...อย่าไปว่าเฮียเจียเลยนะคะ...”
“ไอ้ลูกไม่รักดี...ฉันอุตส่าห์ทาบทามคนดีๆ ให้แก...ทำไมแกทำฉันเสียหน้าแบบนี้” จินโวยวายใส่ลูกชายเสียยกใหญ่ ซึ่งเจียก็ทำได้แค่นิ่ง ก้มหน้ายอมรับคำตำหนิต่างๆ
“ขอโทษครับแป๊ะ...ขอโทษครับน้องเฟอร์”
“ไม่เป็นไรค่ะเฮีย...ป๊าพอแล้ว...อย่าว่าเฮียเลยค่ะ...เฟอร์กับเฮีย...เราไม่ได้รักกันตั้งแต่แรก...อย่าดุเฮียกันเลยนะคะ” เธอออกโรงปกป้องเจียบ้าง พยายามรบเร้าไม่ให้ผู้ใหญ่ด่าทอเจียที่ทำให้แผนการจับคู่พัง
“กลับบ้าน...เรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน...” จินกล่าวเสียงแข็ง ไม่วายหันไปขอโทษเพื่อนรักอย่างฟงและเหม่ยจิงด้วย
“กูผิดหวังในตัวมึงมาก” ฟงกล่าว และมองเพื่อนรักอย่างจินด้วยสายตาตัดพ้อ ส่วนจินก็รีบดึงตัวลูกชายลุกขึ้น “เดี๋ยว...” แต่จังหวะที่จินกับลูกชายกำลังจะเดินออกจากห้องไป ฟงก็รั้งเรียกเอาไว้เสียก่อน
ทั้งคู่หันมามองหน้าเจ้าของเสียง และรอฟังคำพูดต่อจากนี้ที่ฟงกำลังจะพูดออกมาอย่างใจจดใจจ่อ ในใจของจินก็รู้สึกผิดที่ลูกชายของตนทำงามหน้าจนไม่รู้ว่าจะทำให้เพื่อนรักอย่างฟงตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาหรือเปล่า
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า







