LOGIN“ว่าแล้วไง ว่าคนอย่างนายมันไม่เคยให้อะไรใครฟรีๆ”
“รู้ก็ดี จะได้รู้ว่าเวลาอยากได้อะไรจากฉัน มันต้องมีราคาที่เธอเองก็ต้องจ่ายคืนเหมือนกัน”
“ใบนี้5แสน เธอต้องจ่ายฉัน5น้ำ”
“วะ...ว่าไงนะ”
“ตามนั้น” ไหวไหล่อย่างไม่สะทกสะท้านก่อนที่จะเดินไปจ่ายตังค์
“เฮ้อ...ตั้งแต่รู้จักไอ้บ้านี่ เปลืองตัวชะมัดเลย” เดินไปก็บ่นไป
“เฟอร์...” สองเท้ากำลังจะก้าวไปหาพะพาย เสียงหนึ่งก็ดึงความสนใจให้เธอต้องหันไปมอง
“...” แต่เมื่อหันไปกลับเห็นเป็นสายขิมที่สภาพดูแทบไม่ได้ ใบหน้ามีแต่ร่องรอยช้ำๆ ดูอิดโรยแปลกๆ
หมับ!
ร่างเล็กยืนมองนิ่งไม่ได้พูดอะไร จนกระทั่งพะพายเดินมาหาและดึงตัวเธอออกไปจากตรงนั้น
“มานี่...จำไม่ได้หรือไงว่ายัยนั่นทำอะไรกับเธอไว้”
“แต่สายขิม...”
“เฟอร์...ไม่ว่ายัยนั่นจะเจออะไร...เธอก็ไม่ควรไปยุ่ง...” เขารู้ว่าเธอต้องใจอ่อนแน่ๆ แต่ที่เขาทำมันคือวิธีที่ดีที่สุดแล้ว เขาเป็นห่วง ไม่อยากให้เธอโดนเพื่อนไม่จริงใจหลอก มันอาจจะดูใจร้ายนะสำหรับใครหลายคน แต่ในเมื่อยัยนั่นทำกับคนของเขาก่อน เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องใจดีด้วย
“อืม...รู้แล้วน่า”
หลายวันต่อมา...
“วันนี้จะให้ฉันไปส่งที่คณะไหม” เอ่ยถามร่างเล็กที่กำลังแต่งตัวไปเรียน วันนี้เขาไม่มีเรียน และต้องเข้าบริษัทไปช่วยพ่อด้วย
“คิดค่าส่งไหม” ถามกลับอย่างไม่ค่อยไว้ใจ
“ไม่คิด นี่เธอระแวงอะไรฉันเนี่ย”
“ก็ดูนายสิ ไม่ให้ระแวงได้ไง ก็นายชอบฉวยโอกาสกับฉัน”
“กับเมียไม่เรียกฉวยโอกาสนะ” แล้วไอ้คำพูดห้วนๆ ของเขานี่ด้วย พูดอะไรออกมาแต่ละคำ ไม่อายเลยหรือไง
“ไปเร็วฉันรีบ...อ้อ...นี่...ฉันให้...อยากได้อะไรก็รูดเลยนะ” พะพายยัดแบล็กการ์ดใส่ในมือให้เฟอร์ ทำเอาเฟอร์ถึงกับอึ้งไปเลย ทั้งชีวิต ไม่เคยได้จับมันเลยสักครั้ง
“พะ...พาย...” มองหน้าเขาด้วยความปลื้มใจจนน้ำตาแทบไหล แล้วไอ้หน้าตาแบ๊วๆ ของเธอนี่สิเวลามองมา มันทำให้พะพายหลงแล้วหลงอีก
“นี่...ไม่ต้องมองฉันด้วยแววตาแบบนั้นเลยนะ...ฉันไม่มีอะไรให้เธอปล้นแล้วนะ...หมดตัวแล้ว...” พูดดักคอทีเล่นทีจริง แต่ก็นะเขาแพ้สายตาและความน่ารักของเธอทุกที
“ขอบคุณนะ...แต่ฉัน...เกรงใจอะ...”
“จะไม่เอาเหรอ?” ทำท่าจะยึดคืน แต่เธอก็รีบยัดมันลงไปในกระเป๋าแทบจะทันที
“นี่...ให้แล้วให้เลยสิ...จะมาเอาคืนได้ไง”
“ก็ทำเหมือนไม่อยากได้”
“ชิ ไปได้แล้วสายแล้วเนี่ย” รีบเดินออกจากห้องไป
พอพะพายมาส่งเธอที่คณะ เขาก็มุ่งตรงไปยังบริษัท ส่วนเธอก็นั่งเรียนที่ห้องตามปกติ และน่าแปลกที่วันนี้เพื่อนรักของเธออย่างสายขิมไม่เข้าเรียน แอบคิดเหมือนกันว่ายัยแก๊งนั้นกับเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของเธอ จะแตกคอกันหรือเปล่า
“ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องคิดสักหน่อย” พูดกับตัวเองเบาๆ แล้วตั้งหน้าตั้งตาสนใจเนื้อหาที่อาจารย์สอนอยู่หน้าห้อง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเคยชินที่ช่วงนี้เธออยู่คนเดียวบ่อยหรือเปล่า ทำให้รู้สึกว่าการมานั่งเรียนคนเดียวมันไม่ได้รู้สึกแย่เหมือนก่อนหน้านี้
“ขอโทษครับ...ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น และยังไม่ทันที่เธอจะได้ตอบตกลงเลยด้วยซ้ำ ผู้ชายร่างสูงหน้าตี๋คนนั้นก็นั่งลงข้างๆ เธอแล้ว
“เธอ...เธอชื่ออะไรน่ะ” ผู้ชายข้างๆ เอ่ยถามเธอ พร้อมกับเอียงตัวเข้ามาหาเธอ แต่เธอก็ขยับโต๊ะออกห่าง ตามด้วยมองไปที่หน้าชั้นเรียน ทำเป็นไม่สนใจ
“เธอ...ได้ยินเราปะ...เราโจ้นะ” เขายังไม่ละความพยายาม แนะนำชื่อกับเธออีก
“อืม” ยิ้มแห้งๆ แล้วตอบกลับเพียงแค่นั้น จนในที่สุดเวลาเรียนเกือบ3ชั่วโมงก็สิ้นสุดลง
“เธอ...มีรถกลับไหม...ให้เราไปส่งปะ” นายโจ้อะไรนั่นยังคงเดินตามเธอออกมานอกห้อง ไม่พอยังมาเสนอตัวจะไปส่งเธออีก นี่ถ้าพะพายมาเห็น ไอ้บ้านี่คงไม่รอดแน่ๆ เลย รีบหนีดีกว่า ว่าแล้วก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกไปจากบริเวณนั้น โชคดีที่เขาก็ไม่ได้พยายามต่อ เธอเลยไปนั่งในร้านกาแฟ เพื่อฆ่าเวลารอให้พะพายมารับ
“อุ๊ย...นั่นเพื่อนรักอีขิมนี่นา...มาคนเดียวซะด้วย...วันนี้พะพายไม่มาด้วยเหรอ” น้ำเสียงแหลมๆ ที่ลอยมากระแทกหูเฟอร์ระหว่างที่รอเครื่องดื่มอยู่ที่โต๊ะหนึ่งตรงมุมร้าน ทำให้เธอหันไปมองด้วยสายตาตำหนิ แต่ก็ไม่คิดที่จะตอบโต้เลยสักนิด สร้างความหัวเสียแก่กะทิอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังคงไม่ละความพยายามแขวะต่อ
“น่าสงสารเนอะ เพื่อนก็ไม่มี เหงาแย่เลย” จี๊ดมาก คำนี้มันทำให้เธอจุกอยู่ในอก แต่ก็ยังคงนิ่งอยู่
“นี่...ถ้าเหงามากก็ไปเห่านอกร้านนู้น...น่ารำคาญจริงๆ” จังหวะที่กะทิและเพื่อนๆ กำลังจะอ้าปากแขวะเฟอร์อีกครั้ง เสียงผู้หญิงคนหนึ่งก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน ดึงความสนใจแก่เฟอร์ให้หันไปมองแทบจะทันที พร้อมกับอุทานกับตัวเองด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่ด่าแทนเธอคือผู้หญิงบนดาดฟ้าวันนั้น
“ผ...ผี!!”
พรึ่บ!!
“นี่ยัยเตี้ย ไม่มีปากหรือไง ทำไมไม่รู้จักด่า”
“ฮือ...อย่าเข้ามาใกล้ฉัน...ออกไปเลยนะ...ฉันไม่อยากตาย...ถ้าจะมาเอาตัวฉันไป ก็ไปเอาตัวยัยพวกนั้นแทนเถอะ” เฟอร์หลับตาปี๋แล้วยกมือไหว้สาวสวยตรงหน้า ตามด้วยชี้ไปที่แก๊งของกะทิด้วยความกลัว ทำให้คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีงวยงงกับท่าทีของเธออยู่ไม่น้อย
“ทำบ้าอะไรของเธอ” เลิกคิ้วแล้วมองเฟอร์อย่างไม่ค่อยเข้าใจ
“ฮือ...เดี๋ยวฉันจะทำบุญไปให้นะ...ขอล่ะอย่ามาเอาชีวิตฉันเลย” ด้วยเพราะเรื่องราวที่พะพายกุมาหลอกเธอก่อนหน้านั้น ทำให้เธอยิ่งคิดไปไกล ไม่คิดเลยว่าผีเดี๋ยวนี้อิทธิฤทธิ์จะแรงกล้าได้ขนาดนี้ ถึงขั้นออกนอกสถานที่ได้ด้วยเหรอเนี่ย
“นี่ยัยเตี้ย เธอเป็นบ้าอะไร แล้วก็เลิกทำตัวแบบนี้ได้แล้วฉันอายคน” จับศีรษะเธอพยายามขืนให้เธอเงยหน้ามามองเธอดีๆ
“อ๊ะ...ธะ...เธอ...ไม่ใช่ผีหรอกเหรอ” เมื่อถูกสาวตรงหน้าที่คิดว่าเป็นผีสัมผัสโดนตัว จึงถามกลับด้วยความสงสัย
“ก็เออน่ะสิ...”
หมับ หมับ หมับ!
“จะ...จริงด้วย...เธอเป็นคนนี่” จับแขน จับหน้าเพื่อสัมผัสว่าเธอมีเนื้อหนังเหมือนคนจริงๆ เพื่อความมั่นใจ จนคนตรงหน้างง
“ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย” ชักมือออก แล้วลุกขึ้นจากโต๊ะอย่างหัวเสีย
“นะ...นี่...จะไปไหนน่ะ...ไม่นั่งกินด้วยกันก่อนเหรอ” ลุกตามไปแล้วถามขึ้น โดยที่ไม่สนใจ กะทิ ข้าวเหนียว และทุเรียนที่ลอบมองอยู่เลยสักนิดเดียว
“ฉันจะไปเอาน้ำ พนักงานเรียกแล้ว”
“เอ้าเหรอ...งั้นก็ไปเอาสิ” ยิ้มกว้างๆ ให้ แล้วนั่งลงดังเดิม และเพียงไม่นานสาวสวยคนนั้นก็มานั่งที่โต๊ะเดียวกับเธอ
“มองอะไรนักหนา ไม่กินหรือไง แล้วสั่งอะไรมาเยอะแยะ” เลิกคิ้วมองเฟอร์ที่เอาแต่นั่งอมยิ้มราวกับคนเสียสติ แถมยังสั่งเค้กมาเต็มโต๊ะ
“นี่เธอชื่ออะไร”
“ยูมิ”ตอบส่งๆ
“ชื่อน่ารักจัง ชื่อแบบนี้เหมาะจะเป็นเพื่อนฉันมากๆ เลยนะ”
“ใครจะเป็นเพื่อนกับเธอมิทราบ”
“ก็เธอไง ไม่รู้ล่ะ นั่งโต๊ะเดียวกันแล้วแปลว่าเราเป็นเพื่อนกันแล้ว”
“ห๊ะ?” พูดเองเออเองจนยูมิถึงกับเหวอ
“นี่ๆ กินนี่สิ แด่มิตรภาพของเรา” ไม่วายเลื่อนชีสเค้กไปให้ยูมิ เป็นการมัดมือชกแบบกลายๆ
“นี่ถ้าโต๊ะไม่เต็ม ฉันไม่มานั่งกับเธอหรอกนะ” ทำเป็นถอนหายใจอย่างเอือมๆ ทว่ากลับตักเค้กที่เฟอร์เลื่อนมาให้เข้าปากไป
“มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง อยากได้อะไรอีกไหม...สั่งได้เลยนะ” ร่างเล็กเอ่ยถาม ส่วนยูมิก็ได้แต่ทำหน้าเบื่อโลก แต่ก็แอบเอ็นดูยัยนี่ที่ดูจะต้องการเพื่อนอยู่ไม่น้อย
“นี่ใช้เงินซื้อเพื่อนไปเท่าไหร่แล้ว”
“ก็...”
“กินด้วยกันก็ต้องจ่ายด้วยกัน จะมาเลี้ยงอะไร” คำพูดของยูมิทำเฟอร์รู้สึกประหลาดใจมาก ตั้งแต่เกิดมาเธอจ่ายตลอดเลย ไม่มีเพื่อนคนไหนที่บอกว่าจะช่วยเธอจ่ายสักคน
“...”
“นี่เธอเลิกทำหน้าแบบนั้นได้ไหมยัยเตี้ย”
“นี่แหละใช่เลย เพื่อนรักที่ฉันตามหามานาน” ทำท่าเพ้อฝันพร้อมกับรอยยิ้มประทับใจในตัวเพื่อนใหม่ที่เธอบังคับให้มาเป็น
“เฮ้อ...จะบ้า...” ส่ายหน้าเอือมๆ ไม่ได้จริงจังนัก แสร้งตีหน้านิ่ง ทั้งที่ในใจแอบเอ็นดูยัยนี่อยู่ไม่น้อย จนหลายครั้งก็เผลออมยิ้มกับความน่ารักปนโก๊ะๆ ของเฟอร์อยู่บ่อยๆ
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า







