เข้าสู่ระบบ“ยูมิ...เธอเรียนคณะอะไรเหรอ” ระหว่างตักขนมหวานเข้าปาก ก็ซักประวัติสาวสวยตรงหน้าไม่หยุด
“บริหาร” ตอบห้วนๆ พลางตักขนมเข้าปากเช่นกัน
“ไม่คิดจะถามฉันกลับบ้างเหรอ”
“ไม่อะ ไม่ได้อยากรู้จัก อีกอย่างไม่ต้องถาม...เธอก็คงจะบอกฉันเอง”
“หูย...รู้ใจซะด้วย...นี่แหละนิสัยของเพื่อนรัก” ไม่ว่ายูมิจะเลี่ยงเธอแค่ไหน เธอก็ไม่วายเตะเข้าโกลของตัวเองทุกที “ฉันชื่อเฟอร์นะ...”
“อืม...”
“พูดน้อยอะ...แต่ไม่เป็นไรนะเดี๋ยวฉันจะพูดแทนเธอเอง...”
“เฮ้อ...” ยูมิถอนหายใจ ทำทีเอือมๆ
“เฟอร์...” ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังทำความรู้จักกันอยู่นั้นเสียงของพะพายก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่สิ ต้องบอกว่ามีแค่เฟอร์ที่เป็นฝ่ายเข้าหายูมิอยู่ฝ่ายเดียวมากกว่า
“อะ...อ้าว...พะพาย...” หันไปทักทายแล้วกวักมือเรียกให้เขามานั่งข้างๆ
แต่พะพายจ้องมองยูมิอย่างไม่ค่อยไว้วางใจสักเท่าไหร่ พร้อมกับในหัวที่ถามกับตัวเองว่าใครอีกวะเนี่ย
“จะกลับเลยไหม” นั่งลงข้างๆ แล้วโอบไหล่เล็กตามด้วยถามขึ้น โดยที่ไม่ไกลนักก็ยังมีแก๊งของยัยคู่อริของเธอคอยจับตามองไม่ห่าง
“พะพาย...นี่เพื่อนรักฉัน...ชื่อยูมิ...” แนะนำด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
“ห๊ะ? เพื่อนรัก? รู้จักกันกี่วันถึงบอกว่ายัยทอมนี่เป็นเพื่อนรัก”
“รู้จักกันเมื่อกี้”
“เฟอร์! เธอเลิกแสวงหามิตรแท้ได้แล้ว...เธอไม่เห็นเหรอว่าที่ผ่านมาเป็นยังไง”
“เหอะๆ พูดต่อหน้ากันแบบนี้เลยเหรอ” ยูมิสบถขำออกมากับความห่ามๆ ตรงๆ ของพะพาย แต่ใช่ว่าจะไม่พอใจเสียที่ไหน แมนๆ แบบนี้แหละที่ชอบ
“เออดิ...ฉันไม่ให้เมียฉันคบกับเธอหรอกนะ ไม่ต้องมาหลอก...เมียฉันยิ่งโง่ๆ อยู่...ไปลุกขึ้นกลับได้แล้ว” พูดจบก็ดึงแขนเฟอร์ขึ้น วางเงินลงบนโต๊ะจ่ายค่าขนมหวาน ก่อนจะดึงเธอออกจากร้านไปอย่างไร้มารยาท
“มีคนคุมโหดซะด้วย แต่ก็โง่จริงแหละ” เอ่ยขึ้นกับตัวเองอย่างไม่จริงจังนัก แล้วเรียกพนักงานมาเช็กบิล ก่อนที่จะกลับคอนโด
“นี่พะพาย อะไรของนายเนี่ย...พูดจาเสียมารยาทกับเพื่อนฉันได้ยังไง” เฟอร์สะบัดแขนออกจากมือของพะพายจนหลุดออก แล้วโวยวายขึ้นเมื่อเขาทำตัวไม่น่ารักต่อหน้าเพื่อนเธอ
“นี่ยัยหมากระเป๋า เธอไม่ควรเรียกใครว่าเพื่อน ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่ชั่วโมง เธออย่าไว้ใจคนง่ายได้ไหมขอร้อง ไม่เข็ดไม่หราบหรือไง”
“พะพาย แต่คนนี้ฉันสัมผัสได้ว่าต้องเป็นเพื่อนที่ฉันตามหามานานแน่ๆ”
“เฟอร์...เชื่อฉันเถอะ เชื่อฉันหน่อย”
“พะพาย...นายก็รู้ว่าฉันอยากมีเพื่อน...นายมีเพื่อนนี่...นายเลยไม่เข้าใจฉันว่าฉันต้องพยายามแค่ไหน”
“เฟอร์...ถ้าเพื่อนจะให้ใจเราจริงๆ ...เธอไม่จำเป็นต้องพยายามเลย...”
“พะพาย...”
“เฮ้อ...แล้วอย่ามาร้องไห้ให้ฉันเห็นก็แล้วกัน...” สุดท้ายก็จำต้องยอมเธออีกตามเคย ผู้หญิงอะไรดื้อชะมัด แล้วเขาก็เหมือนกัน ทำไมต้องแพ้ลูกอ้อนเธอทุกทีเลยไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
“สัญญาเลยว่าถ้าคนนี้ฉันผิดหวังอีก ฉันจะไม่มีเพื่อนตลอดชีวิตเลยโอเคไหม...แล้วฉันก็จะเชื่อฟังนายทุกอย่างเลย จะไม่เถียงแล้ว”
“อืม...” พยักหน้าตอบรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ก่อนจะเดินไปยังรถยนต์คันหรูของตัวเอง
“นี่เชื่อฉันหน่อยสิพะพาย ฉันพูดจริงๆ นะ”
“อืมๆ เชื่อก็เชื่อ” ปากพูดเชื่อทั้งที่ในใจเขาก็ไม่ได้ไว้ใจใครคนไหนที่เข้ามาหาเธอทั้งนั้น
หลายวันต่อมา...
@อาคารเรียนรวม
วันนี้เฟอร์มีเรียนช่วงบ่าย เป็นวิชาบูรที่ต้องเรียนรวมกับสาขาอื่น ซึ่งจังหวะที่เธอกำลังจะเดินเข้าไปในห้องนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นยูมิที่นั่งอยู่ที่มุมห้องคนเดียว แบบว่าปลีกวิเวกแบบสุดๆ ไม่สุงสิงหรือนั่งใกล้ใครเลย ใครมาขอนั่งด้วยเธอก็ไม่ให้นั่ง แถมยังทำหน้าเบื่อโลกจนคนอื่นไม่กล้าคุยด้วยอีกต่างหาก
“เพื่อนรัก...ขอนั่งด้วยสิ” เฟอร์เอ่ยถามพร้อมกับระบายยิ้มกว้างๆ แทนที่เธอจะหันมาด่าเหมือนคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ ทว่าเธอกลับเอากระเป๋าเป้ที่วางกันไว้ออก แต่ก็ยังคงทำหน้าเอือมๆ อยู่
ท่าทีของเธอแอบจะดูขัดกับความรู้สึกเกินไปหน่อย แต่มันก็ทำให้เฟอร์รู้สึกดีอยู่ไม่น้อยเลย
“ลงวิชานี้เหมือนกันเหรอ”
“ไม่มั้ง” ตอบห้วนๆ ทั้งที่ตาก็จ้องมองไปที่หน้าห้อง
“งั้น...ฉันขอไลน์เธอหน่อยดิ...เวลามีเรียนตรงกันจะได้โทรหา”
“ไม่...ฉันชอบนั่งเรียนคนเดียว...เเล้วถ้าเธอจะมาชวนฉันคุยก็ไปนั่งที่อื่นเลย”
“อุ๊บส์...งั้น...ถ้าเรียนเสร็จ...ขอไลน์หน่อยนะ”
ติ้ง!
พะพาย : เฟอร์...เลิกเรียนตอนไหน
เฟอร์ : บ่าย3 มีอะไร
พะพาย : อยากกินทุเรียน
เฟอร์ : อยากกินก็ไปกินสิ มาบอกฉันทำไม?
บทสนทนาระหว่างเธอกับเขานับวันเริ่มจะเหมือนผัวเมียเข้าไปทุกทีแล้ว แค่นิดๆ หน่อยๆ ก็ทักมาบอก
พะพาย : ฝากซื้อเข้าห้องหน่อยดิ...นะ...เอาแบบกรอบนอกนุ่มในนะ
“จิ๊ จะมาอยากกินทุเรียนอะไรวันนี้เนี่ย” ร่างเล็กสบถเบาๆ กับตัวเอง ก่อนที่จะรัวนิ้วตอบกลับไปโดยที่ตลอดเวลาเรียนแทบจะไม่ได้สนใจวิชานี้เลยด้วยซ้ำ
เฟอร์ : อืมๆ เดี๋ยวซื้อไปให้ โอนเงินมาด้วยค่าทุเรียนแปดพัน
พะพาย : ทุเรียนบ้าอะไรแปดพัน
เฟอร์ : เกรดพรีเมี่ยมไง
พะพาย : กินหมอนทองธรรมดา แกะมาด้วยนะ
เฟอร์ : เออๆ
“อ๊ะ...เลิกเรียนแล้ว...ขอไลน์หน่อยดิ”
“เฮ้อ...” ยูมิถอนหายใจ ก่อนที่จะแบมือขอโทรศัพท์จากเธอมากดๆ จากนั้นก็ยัดมันใส่มือเธอแล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป
“คิคิ ขอบใจนะ...เพื่อนรัก” ตะโกนบอกเธอจากนั้นก็รีบเก็บของ ของตัวเองโกยลงกระเป๋าแล้วไปเลือกซื้อทุเรียนให้พะพายตามที่สั่ง
“ไหนทุเรียนฉัน” พอเปิดประตูเข้าห้องมาก็ถามหาทุเรียนก่อนเลย แต่พอเธอพยักหน้าไปที่ตู้เย็น เขาก็อดแปลกใจไม่ได้ ทำไมยัยนี่ดูไม่สนใจเขาเลย เอาแต่ก้มหน้ากดๆ ตอบแชทใครก็ไม่รู้ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว
“เฟอร์...”
“...คิคิ”
“เฟอร์...”
“หืม...นายก็กินไปดิ...จะเรียกอะไรนักหนา” คนถูกขัดรู้สึกหงุดหงิด จากนั้นก็เดินไปหยิบแตงกวาที่ซื้อมาในตู้เย็น แล้วเดินผ่านหน้าเขาไปยังห้องน้ำ
“เมินฉันได้ไง...แล้วหยิบแตงกวาเข้าห้องน้ำไป หมายความว่าไงวะ” ร่างสูงพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะจับทุเรียนยัดกลับเข้าไปในตู้เย็นดังเดิม จากนั้นก็เดินไปที่หน้าห้องน้ำแล้วรัวคาะประตูเสียงดัง
ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง!!
“เฟอร์!!”
“ห๊ะ...ว่าไง...อ๊ะ...” เสียงของคนด้านในขานตอบรับ แต่ทว่าปลายเสียงนั่นกลับกระเส่าราวกับว่าเธอ... บ้าเอ๊ยนี่เธอเมินเขาเพื่อไปใช้แตงกวางั้นเหรอ คิดได้เช่นนั้นก็กระหน่ำเคาะไปรัวๆ อีกครั้ง
“เฟอร์เปิด!!”
“โอ๊ย...อะไรของนายเนี่ย...ขัดจังหวะหมดเลย” ขัดจังหวะ หมายความว่าไงวะ ไอ้แตงกวานั่นมันทำให้เธอมีความสุขกว่าเขางั้นเหรอ ร่างสูงคิด
แกร๊ก แอ๊ด!!
“อะไร...” แต่แล้วคนด้านในก็เปิดประตูออกมาด้วยความอารมณ์เสีย ร่างเล็กที่บัดนี้เปลี่ยนไปสวมใส่เพียงชุดคลุมอาบน้ำ ทำให้เขาคิดดีไม่ได้เลย แต่ตอนนี้เธอโมโหเพราะไปขัดจังหวะความสุข เห็นทีว่าถ้าเขาไปหงุดหงิดใส่เธอ ต้องไปกันใหญ่แน่ๆ
“ให้ฉันช่วยไหม?” เสนอตัวเองพร้อมกับใช้สายตาโลมเลียเธอเล็กน้อย
“ช่วยอะไร...ไม่ต้อง!!” พูดจบก็เตรียมจะปิดประตู แต่มือหนากลับคว้าประตูแล้วดันมันไว้ซะก่อน
“ก็ช่วยทำแทนแตงกวาไง” คำพูดแปลกๆ บวกท่าทีแปลกๆ ทำให้เฟอร์ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่ค่อยเข้าใจ
“ทำเป็นหรือไง?”
“โอ้โห...พูดงี้เดี๋ยวมีจุกเลย” ยัยบ้านี่กล้าดูถูกเขาแบบนี้ได้ไงกัน ทำกันไปต้องหลายรอบแล้ว ยังจะกล้าพูดแบบนี้กับเขาอีกเหรอ
“พูดบ้าอะไรของนาย...ออกไป...เกะกะ...”
“เธอกล้าเมินฉัน แล้วเลือกแตงกวาเหรอเฟอร์?” ร่างสูงตัดพ้อ ทั้งที่แตงกวาในมือเธอมันเล็กกว่าของเขาตั้งเยอะ
“...?” ร่างเล็กยิ่งงงเข้าไปใหญ่กับคำพูดคำจาของเขา
“ของฉัน ใหญ่แล้วก็ยาวกว่าแตงกวานี่ตั้งเยอะ ทำไมถึงเมินฉันแล้วเลือกแตงกวา”
“คิดบ้าอะไรของนายเนี่ย”
หมับ พรึ่บ!!
“ว้าย...พะพาย...ไอ้บ้า...ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” ร่างเล็กโวยวายเมื่อถูกคนตัวโตกว่าพุ่งเข้าไปอุ้มเธอขึ้นพาดเอว ตามด้วยเดินดุ่มๆ ไปที่เตียง จากนั้นก็โยนเธอลงบนที่นอนนุ่มๆ แล้วขึ้นไปคร่อมบนร่างเธอเอาไว้
“ก็ทำหน้าที่แทนแตงกวาไง...”
“ทำแทนอะไร...แตงกวาของนายมันมาสก์หน้าฉันได้หรือไงไอ้บ้าเอ๊ย!!”
“วะ...ว่าไงนะ”
พรึ่บ!!
“ลุกออกไป...ฉันจะไปมาสก์หน้า” ดันหน้าอกเขาออกแล้วลุกออกจากเตียงไปด้วยความหัวเสีย ทำเอาพะพายถึงกับเหวอ นี่เขา...เขาคิดบ้าอะไรของเขาอยู่วะเนี่ย เมื่อกี้เธอแค่จะมาสก์หน้าโว้ย ไอ้บ้าพะพาย
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
1อาทิตย์ต่อมา...“ม๊าคะ...วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ” ร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานเดินลงมาถามหาอาหารกับแม่ ในช่วงสายของวัน“ข้าวผัดกุ้งจ้ะ...แล้วนี่จะไปไหน...” เอ่ยตอบ ก่อนที่จะถามกลับเมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ในชุดนอนอย่างเช่นทุกวันช่วงหลังๆ มานี้ เวลาที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะใส่ชุดนอนทั้งวัน ถ้าวันไหนไม่
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งรอ แต่ระหว่างที่รอก็นั่นหยอกเย้ากันอยู่ที่โซฟา ผลัดกันดูคลิปตลก หัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข ราวกับไม่เคยผ่านความทุกข์ใจมาเลย“พะพาย...ดูนี่ดิ...คิคิ...ตลกเนอะ” คนตัวเล็กที่นอนหนุนตักแฟนหนุ่มอยู่ยื่นมือถือให้เขาดู แล้วระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน รอยยิ้ม แววตาที่เปล่งประกายความส
พรึ่บ!มือที่กุมกันอยู่ก่อนหน้านั้นรีบปล่อยออกจากกัน และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฟงเห็นหน้าพะพายชัดเจน“ไอ้หนุ่มนี่มัน...” ฟงเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาพะพาย “ลูกไอ้ฝุ่นวันนั้นใช่ไหม?”“อุ๊ย...สวัสดีครับป๊า...เจอกันซะแล้วนะครับ”“นี่แกอย่าบอกนะว่า...เป็นแฟนลูกฉันน่ะ”“ครับคุณป๊า...ผมขอแนะนำตัว
“ถึงแล้ว...” หลังจากที่นั่งรถมาเกือบ20นาที พะพายก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับดึงเบรกมือขึ้น ตามด้วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอและเขา จากนั้นก็กำชับเธอว่าอย่าเพิ่งเอาผ้าปิดตาออกส่วนเขาก็รีบลงจากรถ อ้อมไปเปิดประตูให้เธอ แล้วดึงแขนเธอออกมาจากรถ โดยใช้มือบังศีรษะของเธอเอาไว้เพราะกลัวว่าหัวเธอจะชน ทุกอย่างที่เขาตั้งใ







