Masukหมับ!!
“อ๊ะ...พะพาย...ทำอะไรเนี่ย”
“เธอทำฉันมีอารมณ์แล้ว...เพราะงั้นเธอต้องรับผิดชอบ”
“เป็นฉันได้ไง...ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย...”
“ไม่รู้ล่ะ...เธอเป็นต้นเหตุ...เพราะงั้น...เธอต้องรับผิดชอบฉันเดี๋ยวนี้” ดูความเอาแต่ใจของเขาสิ มาโทษว่าเป็นเพราะเธอได้ยังไง ในเมื่อเขาเองที่คิดแต่เรื่องพันนั้น
แต่แล้วยังไง คนหน้ามึนอย่างพะพายมีหรือที่จะสนใจ ชีวิตนี้ใช้ความต้องการนำทางชีวิตเลยมั้ง ถึงได้จ้องแต่จะจับเธอกินตลอดเวลาแบบนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าไปทำเวรทำกรรมอะไรกับเขาไว้นักหนา ถึงได้เหวี่ยงคนที่ไม่ใช่สเปคมาหา ทั้งที่สเปคของเธอมันคือนักเรียนแพทย์ที่แสนสุภาพ แล้วนี่อะไร อะไรกันครับเนี่ย!!!!
“โทษฉันได้ไง โทษความหื่นกามของนายสิ”
“เออ...โทษความหื่นกามของฉันก็ได้...งั้น...ไหนๆ ฉันก็เป็นคนหื่นแล้ว...แล้วเธอก็เป็นเมียฉัน...ช่วยสนองความต้องการให้ฉันหน่อยดิ...นะๆ ...เดี๋ยวอยากได้อะไรจะเปย์ให้หมดเลย” ดูความหน้ามึนของเขาสิ ขอกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?
หมับ!!
สองมือของเฟอร์ยกขึ้นดันหน้ามึนๆ ของพะพายออกด้วยความหงุดหงิด ถามว่าเซ็กซ์ของเขามันดีไหม ก็ดีแหละ แต่เอากันทุกวันใครมันจะไปไหวเนี่ย
“โอ๊ย...ไอ้บ้า...พักบ้างเหอะพะพาย...”
“โอ๊ยเฟอร์...ช่วยกันหน่อยดิ...ทนไม่ไหวแล้วเนี่ย”
“ไม่เอา...ถ้านายทำตัวหื่นกามไม่เลิก ฉันจะกลับไปนอนที่บ้าน...”
“ไปด้วย~” นอกจากไม่กลัวคำขู่ เขาก็ยังไม่คิดที่จะสลดเลย ยังตีมึนตอบด้วยความกวนอีก ไม่รู้ว่าประสาทจะกินเธอเมื่อไหร่ หรือกินไปแล้วอันนี้ก็ไม่รู้
“หึ่ย!! ฉันขอออกไปสูดอากาศที่ดาดฟ้านะ...” พูดจบก็ลุกพรวดออกจากที่นอนแล้วชิ้งหนีขึ้นไปบนดาดฟ้าทันที แต่ก่อนจะออกไปก็ไม่วายแต่งตัวให้เรียบร้อยเสียก่อน
ส่วนเขา เมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ก็ต้องไปจัดการกับอารมณ์ของตัวเองที่มันคลั่งค้างอยู่ออกไป จากนั้นก็ออกมาเปิดทุเรียนที่สั่งไปก่อนหน้านี้กิน
กึก!!
“โอ๊ย!! สั่งกรอบนอกนุ่มใน...นี่อะไรวะเนี่ย” คำแรกที่กัดเข้าไปฟันเกือบแตก นี่มันแทบจะเป็นทุเรียนดิบเลยมั้ง
“สั่งกรอบนอก แต่นุ่มอยู่ไหน...แม่งเอ๊ยจะกินของโปรดก็เสียอารมณ์เลย สรุป8พันกู...เสียให้ยัยโจรตัวเล็กนั่นอีกแล้ว...แสบนักนะยัยเฟอร์...เย็บก็ไม่ได้เย็บ แถมของที่สั่งก็ไม่ได้ดั่งใจอีก...วันนี้มันวันซวยอะไรของกูเนี่ย!!!” ยกมือขึ้นทึ้งผมตัวเองเพื่อระบายความหงุดหงิด จากนั้นก็เดินไปเปิดตู้เย็นแล้วหยิบน้ำอัดลมมากินแทน
ด้านเฟอร์...
ฟึ่ด!
“เฮ้อ...ค่อยยังชั่วหน่อย...ออกมาสูดอากาศแบบนี้รู้สึกดีขึ้นมาชะมัด” สองแขนอ้ารับลม พร้อมกับสูดอากาศที่บริสุทธิ์เข้าปอด
สายลมอ่อนๆ ที่พัดมากระทบผิวกายของเธอนั้น ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้เธอเรื่องให้ต้องเครียด ทั้งเรื่องเพื่อนเอย เรื่องพะพายเอย
“เธอ...มาทำอะไรที่นี่” เสียงเรียบนิ่งของใครบางคนเอ่ยถามเธอจากทางด้านหลัง ก่อนที่เธอจะรีบหันไปมองตามเสียง แล้วคลี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“ยูมิ...เธอจริงๆ ด้วย”
“ก็ใช่น่ะสิ...แล้วคิดว่าใคร...” ไหวไหล่ใส่เธอเบาๆ แล้วเดินไปนั่งที่ม้านั่งตัวยาว มือเล็กหยิบเครื่องสี่เหลี่ยมราคาแพงออกมากดๆ แล้วก็เชื่อมต่อบลูทูธเพื่อเปิดเพลงฟัง หวังให้ช่วยบรรเทาความตึงเครียดที่มันสะสมมานานของเธอ โดยมีเฟอร์ที่เดินเข้ามาแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ อย่างถือวิสาสะ ทว่ายูมิเองก็ไม่ได้ว่าอะไร
“นี่...ฟังเพลงอะไรอยู่เหรอ...ขอฟังด้วย...”
“นี่...อะไรของเธอเนี่ย...ทำไมถึงได้ยุ่งวุ่นวายขนาดนี้” แม้หน้าตาและน้ำเสียงจะดูโวยวาย แต่ก็ไม่ได้คิดที่จะดึงหูฟังไร้สายอีกข้างของตัวเองคืนเลยสักนิด
“เพลงนี้ฉันก็ชอบ...ฉันชอบฟังก่อนนอน...ผ่อนคลายดีนะ” ส่วนเฟอร์เองเมื่อได้ฟังเพลงที่ตัวเองชอบ ก็ไม่วายเอ่ยบอก
“ฉันไม่ได้ชอบเพลงนี้...มันรันมาเอง” ยูมิแก้ตัว พอเฟอร์ได้ยินดังนั้นก็เคาะไปที่หน้าจอมือถือของยูมิที่ดับให้จอแสดงผลขึ้นมา หวังพิสูจน์ว่าสิ่งที่ยูมิพูดมาจริงหรือเปล่า
“ไม่ชอบ...แต่บันทึกไว้เป็นรายการโปรด...อืมๆ ...ไม่ชอบจริงๆ นั่นแหละ” เธอแอบแซวคนข้างๆ ที่ดันปากแข็ง
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งฟังเพลงด้วยกันไปเรื่อยๆ จวบจนฟ้าเริ่มมืด ก็ได้เวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ด้วยเพราะเป็นบนดาดฟ้า เลยทำให้เธอได้เห็นวิวชัดเจน แถมทิศทางที่ตะวันจะลาลับขอบฟ้าก็อยู่ตรงหน้าของทั้งคู่พอดี
“สวยเนอะ...ครั้งแรกเลยที่ฉันได้นั่งดูพระอาทิตย์ตกดินกับเพื่อน”
“...” ยูมิเหลือบมองเฟอร์เพียงนิดเมื่อได้ยินเช่นนั้น โดยที่ไม่พูดอะไรออกมา จากนั้นก็มองไปที่เบื้องหน้า มองดูภาพตะวันตกดินไปพร้อมๆ กับเธอเงียบๆ
“อาทิตย์หน้า...มีเลือกชมรม...เราเข้าชมรมเดียวกันไหมยูมิ”
“เธออยากเข้าชมรมอะไร”
“จิตอาสา...เห็นว่าปีนี้จะได้ขึ้นเขาไปช่วยเด็กๆ บนดอย...ฉันอยากไปกางเต้นท์สักครั้งในชีวิต...อีกอย่างฉันได้ยินมาว่าใครที่ได้ไปที่นั่นด้วยกัน...กลับลงมาจะคบกันตลอดไป”
“...” ยูมินิ่งไปครู่หนึ่ง ในใจของเธอเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งท่าทีของเธอมันทำให้เฟอร์หันมามองด้วยความสงสัย บวกกับเฝ้ารอคำตอบจากเธอ
“ยูมิ...เราไปด้วยกันไหม” เธออ้อนวอนและชักชวนอีกครั้ง
“อื้ม...”
“จริงนะ...เย่ๆ ...เธอน่ารักที่สุดเลย” ด้วยความดีใจก็โผลเข้ากอดยูมิในทันที
“นี่...อย่ามากอดฉัน” ความใกล้ชิด บวกกับเธอไม่ค่อยชินที่คนเพิ่งรู้จักจะมาถึงเนื้อถึงตัว จึงดันเฟอร์ให้ออกห่าง
“เฟอร์!!” แต่แล้วจังหวะที่เฟอร์ดื้อด้านไม่ยอมถอนกอดออกจากยูมิ เสียงเข้มๆ ของพะพายก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง เรียกความสนใจให้ยูมิและเฟอร์หันไปมองตามเสียงพร้อมกัน
“แฟนเธอมาตามแล้ว...งั้นฉันกลับห้องก่อนนะ” ยูมิรีบลุกขึ้น
“อ้าว...โอเคแล้วเจอกันตอนสมัครชมรมนะ” เงยหน้าบอกกับยูมิด้วยรอยยิ้ม ส่วนยูมิก็พยักหน้าตอบรับแล้วเดินกลับออกไป
ตึก ตึก ตึก!!
“เมื่อกี้...เธอกอดกับยัยนั่นเหรอ” พะพายเดินมานั่งข้างเธอด้วยท่าทีตึงตัง ดูไม่ค่อยพอใจกับสิ่งที่เห็นเท่าไหร่ ทำไมอยู่ๆ เขาก็รู้สึกได้กลิ่นตุๆ กับเรื่องนี้ขึ้นมา
“ทำไม...กอดเพื่อนไม่ได้เหรอ...”
“เฟอร์...เมื่อไหร่เธอจะฟังที่ฉันเตือนบ้าง...เธอรู้จักยัยนั่นกี่วัน...ทำไมถึงกล้าเรียกว่าเพื่อน”
“นี่พะพาย...เราคุยเรื่องนี้กันแล้วไง...”
“ฉันรู้...ว่าเราคุยเรื่องนี้กันแล้ว...แต่ฉันไม่ชอบยัยนั่นเธอเข้าใจไหม...”
“อย่ามาอคติกับเพื่อนฉันนะ...” ยกมือชี้หน้าคาดโทษเขา
“งั้นฉันจะคอยดูก็แล้วกัน...ว่าคนที่เธอมองว่าเป็นเพื่อน...จะคิดกับเธอเป็นเพื่อนหรือเปล่า” พูดจบก็ลุกขึ้น โดยที่ไม่ลืมดึงร่างเล็กขึ้นไปด้วย จากนั้นก็ลากเธอเดินกลับห้องไป ซึ่งทุกการกระทำของทั้งคู่นั้น ยูมิที่แอบดูอยู่อีกมุมหนึ่งก็เห็นมันทั้งหมด โดยที่เฟอร์และพะพายเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังถูกจับตามองอยู่
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
1อาทิตย์ต่อมา...“ม๊าคะ...วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ” ร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานเดินลงมาถามหาอาหารกับแม่ ในช่วงสายของวัน“ข้าวผัดกุ้งจ้ะ...แล้วนี่จะไปไหน...” เอ่ยตอบ ก่อนที่จะถามกลับเมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ในชุดนอนอย่างเช่นทุกวันช่วงหลังๆ มานี้ เวลาที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะใส่ชุดนอนทั้งวัน ถ้าวันไหนไม่
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งรอ แต่ระหว่างที่รอก็นั่นหยอกเย้ากันอยู่ที่โซฟา ผลัดกันดูคลิปตลก หัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข ราวกับไม่เคยผ่านความทุกข์ใจมาเลย“พะพาย...ดูนี่ดิ...คิคิ...ตลกเนอะ” คนตัวเล็กที่นอนหนุนตักแฟนหนุ่มอยู่ยื่นมือถือให้เขาดู แล้วระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน รอยยิ้ม แววตาที่เปล่งประกายความส
พรึ่บ!มือที่กุมกันอยู่ก่อนหน้านั้นรีบปล่อยออกจากกัน และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฟงเห็นหน้าพะพายชัดเจน“ไอ้หนุ่มนี่มัน...” ฟงเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาพะพาย “ลูกไอ้ฝุ่นวันนั้นใช่ไหม?”“อุ๊ย...สวัสดีครับป๊า...เจอกันซะแล้วนะครับ”“นี่แกอย่าบอกนะว่า...เป็นแฟนลูกฉันน่ะ”“ครับคุณป๊า...ผมขอแนะนำตัว
“ถึงแล้ว...” หลังจากที่นั่งรถมาเกือบ20นาที พะพายก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับดึงเบรกมือขึ้น ตามด้วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอและเขา จากนั้นก็กำชับเธอว่าอย่าเพิ่งเอาผ้าปิดตาออกส่วนเขาก็รีบลงจากรถ อ้อมไปเปิดประตูให้เธอ แล้วดึงแขนเธอออกมาจากรถ โดยใช้มือบังศีรษะของเธอเอาไว้เพราะกลัวว่าหัวเธอจะชน ทุกอย่างที่เขาตั้งใ







