เข้าสู่ระบบ“เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะแป๊ะ...เดี๋ยวเฟอร์ไปเองก็ได้ค่ะ...ขอบคุณค่ะเฮีย...งั้นเฟอร์ลานะคะ” ว่าแล้วก็ยกมือไหว้ทุกคนด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน จากนั้นก็รีบหนีออกจากห้องทันที
“มาช้า!! มัวทำอะไรอยู่” พอขึ้นมาปุ๊บก็โวยวายทันที นายบ้านี่ทำไมถึงได้เอาแต่ใจขนาดนี้นะ
“จิ๊!!”
“จิ๊จ๊ะใส่ผัวเหรอ”
กริ๊ก!!
“อ๊ะ...นายจะไปไหน...ขับออกไปเดี๋ยวนี้เลย” เมื่อเห็นพะพายเตรียมปลดเข็มขัดนิรภัยออก หวังข่มขวัญให้เธอขวัญเสียด้วยการแกล้งทำเป็นเหมือนจะลงจากรถไป ซึ่งมันก็ได้ผล เพราะเฟอร์รีบร้อนคว้าไปที่เข็มขัดที่เขาเพิ่งปลดออก แล้วดึงกลับมาเสียบตามเดิม
“อย่ามาหงุดหงิดใส่ฉัน ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน และจำไว้ว่าคนอย่างฉัน...มันทำอะไรเกินคาดมากกว่าที่เธอคิด...” ทำขู่ไปงั้นแหละ พอเจอลูกอ้อนเธอเข้าก็ไปไม่เป็น
“รู้แล้วๆ ...จะไม่จิ๊จ๊ะใส่แล้ว...”
“เปลี่ยนจากจิ๊จ๊ะ...เป็นจ๊วฟๆ ม๊วฟๆ จะดีมาก” พูดพร้อมกับตวัดสายตาไปที่ท่อนลำของตน ซึ่งเธอรู้ความหมายดีว่าเขาต้องการอะไร ก็แน่สิ ในหัวคนแบบเขามันมีแต่เรื่องอย่างว่า ชีวิตนี้ใจคอจะให้หรรมนำทางหรือไงก็ไม่รู้
“บนรถเนี่ยนะ?”
“อืม...หรือจะเข้าโรงแรม...แต่ถ้าเข้าโรงแรมยันเช้าเลยนะ”
“อะ...เออๆ ...บนรถก็ได้...แต่ใช้แค่ปากนะ...เพราะฉันเป็นประจำเดือน”
หมับ!!
“อ๊ะ...ไอ้บ้า...ทำอะไรของนายเนี่ย” ด้วยความไม่เชื่อ คิดว่าเธอจะโกหกเลยเอามือล้วงเข้าไปใต้กระโปรงของเธอ เพื่อเช็กดูว่าเธอเป็นประจำเดือนอย่างที่พูดจริงๆ ไหม
“ประจำเดือนอะไร ทำไมไม่มีผ้าอนามัย”
“ฉันใส่แบบสอด...”
“แบบสอด? คือยังไง”
“ก็มันเป็นแท่งๆ อะแล้วก็ยัดเข้าไป...แล้วนายจะอยากรู้ทำไมเนี่ย...ฉันอายเป็นนะ”
“แล้ว...มันไม่เสียวเหรอ...เสียวเท่าของฉันไหม”
“ไอ้บ้าเลิกเสียวก่อนเนอะ...ฉันเป็นเมนส์...ฉันไม่มีอารมณ์เสียวทั้งนั้นแหละ”
“อะ...เอ้าเหรอ...นึกว่าแบบสอดมันจะเสียว”
“เฮ้อ...”
“ฉันว่าจะซื้อของเล่นมาเล่นกับเธอ เล่นด้วยกันไหม”
“โตแล้วไม่เล่น”
“ของเล่นผู้ใหญ่” พูดไปก็ยิ้มกรุ้มกริ่มไป เพราะคิดว่ายัยเฟอร์บี้ตุ๊กตาผีก็คงจะไม่เข้าใจ ผู้หญิงอะไรโคตรน่าแกล้ง ตามอะไรใครไม่เคยทันเลย
“อย่ามาคิดทุเรศกับฉัน...ฉันรู้ย่ะ” ร่างเล็กกล่าวอย่างคนรู้ทัน ซึ่งน่าแปลกที่ครั้งนี้ยัยหมากระเป๋าดันรู้ทันเขาเสียอย่างนั้น
“แหมทีงี้รู้ทัน”
“ก็แน่นอนสิ อยู่กับคนอย่างนาย ถ้าไม่เรียนรู้ก็เสียเปรียบสิ จ้องแต่จะเอาเปรียบฉันตลอดเลย...นิสัยเสีย”
“หิวไหม...ไปหาข้าวกินกัน” เมื่อเริ่มอารมณ์ดีแล้วก็เอ่ยชวนเธอไปกินข้าวแทน ทิ้งเรื่องอย่างว่าไปได้อย่างง่ายดาย ถามว่าอยากไหม แน่นอนก็ต้องอยากอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้อยากบังคับเธอสักเท่าไหร่
“ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วไหม เมื่อกี้ฉันยังกินไม่อิ่มเลย ก็ต้องออกมากับนายเนี่ย”
“เดี๋ยว...นั่นอะไร...ของเธอเหรอ” แต่แล้วระหว่างขับรถอยู่ๆ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกำไลเพชรที่เจียให้มา ซึ่งเขาจำได้ว่าเขาไม่เคยเห็นเธอใส่เลย อีกอย่างตอนเช้าก่อนออกจากห้อง เขาก็ไม่เห็น แล้วกำไลนี่เอามาจากไหนกัน
“เอ่อ...คือ...เฮียเจียให้มา” ปลายเสียงพูดไม่ค่อยเต็มเสียงนัก ทว่าพะพายกลับได้ยินมันชัดทุกคำ
“ถอดออกเลยนะ...ไม่ให้ใส่...บนตัวของเธอต้องมีแค่ของฉัน...ของผู้ชายคนอื่นไม่มีสิทธิ์ใส่” จากอารมณ์ที่คิดว่ากำลังจะดีอยู่แล้วเชียว พอเห็นกำไลก็เกิดอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมาในทันที
“พะพาย...มันแพงฉันเสียดาย...”
“เท่าไหร่”
“หลักแสน”
“ถอด!! เลือกเอาจะถอดกำไลซังกระบวยนั่น หรือจะให้ฉันถอดเสื้อผ้าเธอแล้วจับเธอกระแทกตรงนี้” แม้ว่ามันจะแพงแค่ไหน แต่ถ้ามันคือของผู้ชายคนอื่น เขาจะไม่ยอมให้เธอใส่เด็ดขาด
“พะพาย...มันแพง...ไม่เอา...”
“ถอดแล้วเอาไปเก็บให้ไกลตา หรือจะให้ฉันปาทิ้งตอนนี้?” เสนอทางเลือกให้เธอ แม้จะอยากปาทิ้งให้มันพ้นๆ สายตาตอนนี้ก็เถอะ
“เออ...ถอดก็ถอด...” สุดท้ายเธอก็จำเป็นต้องถอดแล้วเก็บใส่กระเป๋าของตัวเองไว้ ไม่คิดเลยว่าอีตาบ้านี่มันจะเป็นเอามากได้ถึงขนาดนี้
“แล้วก็...” ตวัดสายตาไปที่เป้า เพื่อให้เธอจัดการมันซะ
“คะ...คนอื่นจะเห็นนะ ไหนบอกจะไปกินข้าวไง”
“ไม่ต้องมาอ้าง...ฟิล์มกระจกฉันมืด...แล้วอีกอย่างเธอทำฉันหงุดหงิดเอง...วิธีเดียวที่จะทำให้ฉันอารมณ์ดีคืออวยฉันนี่แหละ”
“อวย?”
“อืม...อวยคม...” ดูมันพูดเข้าสิ ลามกจกเปรตที่สุด ยัยเฟอร์รับไม่ได้อย่างแรง เฟอร์ก่นด่าเขาในใจ
“จิ๊...ไอ้หื่นกามเอ๊ย...เมื่อไหร่ฉันจะหลุดพ้นจากคนแบบนายสักที”
“จิ๊จ๊ะเหรอ...บอกแล้วไงว่าไม่ชอบจิ๊จ๊ะ...จ๊วฟๆ เดี๋ยวนี้...” คนอะไรยิ่งพูดก็ยิ่งกวนประสาท หน้ามึนสุดๆ ไปเลย ไม่อายผีสางเทวดากันบ้างหรือไง หรือเขามันเป็นลูกรักซาตานเหรอ หรือยังไง? ถึงได้ดลจิตดลใจให้ทำแต่เรื่องแบบนี้
“...” มือเล็กค่อยๆ เอื้อมไปปลดเข็มขัดของเขาออกอย่างจำใจ นึกว่าจะหลุดพ้นแล้วเชียว ไม่น่าหันมาเห็นกำไลของเธอเลย ไม่งั้นก็คงไม่ได้ทำเรื่องแบบนี้แล้ว
พอปลดเข็มขัดออก ก็เริ่มรูดซิปกางเกงลง ส่วนพะพายก็เลื่อนเบาะ แล้วเปลี่ยนโหมดควบคุมรถแบบอัจฉริยะแทน
“พะ...พาย...ทำอะไร...ขับรถเดี๋ยวนี้” ด้วยความตกใจที่เห็นเขาปล่อยพวงมาลัยรถ จึงร้องลั่นขึ้นมา
“นี่ยัยโง่...รถฉันมันมีระบบขับเองจ้ะ...อย่ามาเนียน...รีบทำเร็วๆ เข้า”
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...ฉันกลัว...นายอย่าเอาเรื่องอย่างว่านำทางได้ไหม เกิดระบบมันรวนขึ้นมาทำยังไง...ฉันไม่อยากตายเพราะความหื่นกามของนายนะ...” ว่าแล้วก็บ่นจนพะพายต้องยอมขับไปจอดข้างทางแทน
“พอใจหรือยัง...” แต่ในเมื่อจอดแล้วก็มานี่ กระดิกนิ้วให้เธอขึ้นไปนั่งตักเขา
“ก็บอกว่าเป็นประจำเดือนไง”
“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าฉันจะเอาลูกชายฉันมุดเข้าไปในนั้นของเธอสักหน่อย”
“ละ...แล้วจะให้ฉันไปนั่งตักนายทำไม”
“ดูดนม...” อยากจะบ้าตาย แหย่เข้าไปไม่ได้ แต่แค่ดูดนมก็ยังดีแบบนั้นเหรอ โอ๊ย ไอ้บ้านี่มันหื่นเกินเยียวยาจริงๆ เลย ยอมแล้วกับความหื่น ความห่าม ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอคนแบบนี้เลยนะในชีวิต ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเจอคนแบบเขา ชาติที่แล้วไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้เนี่ย ถึงได้มาเกี่ยวพันกับคนแบบนี้!!
ส่วนเธอน่ะเหรอ ก็ทำได้แค่ทำใจยอมรับ ยอมถอดรองเท้าส้นสูงแล้วปืนไปนั่งคร่อมบนตัวเขา และทันทีที่เธอขึ้นมานั่งคร่อม รอยยิ้มร้ายของคนเจ้าเล่ห์ระบายขึ้นบนใบหน้า ดวงตาแสนร้ายกาจจ้องมองร่างเล็กบนตักราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว ตามด้วยใช้มือข้างหนึ่งเชยคางเธอขึ้นเล็กน้อย แล้วป้อนจูบที่แสนดูดดื่มให้กับเธอเวลาต่อมา
จ๊วฟ!
“อ๊ะ...อื้ม...”
จากเชยคางก็ลากไล้ลงมาบีบไปที่ลำคอเล็กเบาๆ มือหนาอีกข้างสอดเข้าไปที่ใต้กระโปรงทรงเอแสนสั้น ลูบไล้และบีบมันเบาๆ หวังเร้าอารมณ์ที่แสนวาบหวามให้เธอได้มีอารมณ์ร่วมไปด้วย
ความวูบหวามจากทุกสัมผัสของเขาที่สัมผัสเธอ มันทำให้เธอรู้สึกวาบหวิว หายใจแทบไม่ทั่วท้อง มันปั่นป่วนมวลท้องราวกับมีมวลแมลงนับล้านบินวนอยู่ในนั้น เสียงจูบแลกลิ้นเล่นน้ำลายดังจ๊วฟจ๊าฟอยู่ในรถ พลังความร้อนที่มันแผ่ซ่านไปทั่วตัวของคนทั้งคู่ มันเร่าร้อนจนแอร์ในรถเอาไม่อยู่
“อื้ม...พะ...พาย...”
“เฟอร์จ๋า...พายไม่ไหวแล้ว...เฟอร์หอมไปทั้งตัวเลย...” เสียงหวานทุ้มที่เธอไม่เคยได้ยินจากปากคนห่ามอย่างเขา บัดนี้ทำให้หัวใจของเธอมันสั่นไหวขึ้นมาอย่างประหลาดใจ
“อื้ม...” เสียงครางแสนหวานหูของเธอปลุกเร้าอารมณ์ของเขาได้ดี บวกกับการจูบตอบของเธอก็ยิ่งทำให้เขายิ่งหลงใหลเธอเข้าไปอีก
จ๊วฟ!
หลังจากตวัดรัดเกี่ยวเรียวลิ้นในโพรงปากนุ่มลื่นของเธอจนอิ่มหนำสำราญแล้วก็ทิ้งท้ายด้วยการดูดเบาๆ ที่ปลายลิ้นเล็ก จากนั้นก็ลากไล้ปลายจมูกโด่งๆ คลอเคลียไปตามกรอบหน้าสวยของเธอ ตามด้วยพรมจูบไปทั่วลำคอระหง และไม่วายทิ้งรอยแดงจางๆ เอาไว้ ราวกับพยายามแสดงความเป็นเจ้าของ
ขณะที่ด้านบนนัวร์กันอยู่ มือข้างที่บีบคอเธอเบาๆ ก็เลื่อนลงมาปลดกระดุมชุดนักศึกษาของเธอออกทีละเม็ด แล้วบีบเคล้นเต้าอวบอิ่มล้นมือนั้นอย่างเมามัน ไม่พอเพียงเท่านั้น คนหื่นยังใช้หน้าซุกไปที่ร่องอกและใช้ปากและลิ้นทำรักกับเธออย่างหื่นกระหาย เป็นกระกระทำที่ทำให้เธอนั้นอ่อนระทวยเกินกว่าจะควบคุมตัวเองได้
“อื้ม...พะ...พาย...”
“อื้ม...วันนี้หน้าอกเธอใหญ่จัง...”
“อ๊ะ...” เมื่อโดดพะพายกัดไปที่เต้าอวบอิ่มด้วยความมันเขี้ยว เฟอร์ก็ร้องออกมาลั่นรถ และด้วยเพราะเป็นประจำเดือน มันเลยทำให้เธอเจ็บมากกว่าเดิมเป็นพิเศษ
“โทษ...เจ็บเหรอ...” เงยหน้า แล้วช้อนสายตาหวานเชื่อม พร้อมกับถามออกไป
“อ๊ะ...อื้ม...แต่ทนได้” ท้ายประโยคทำให้พะพายถึงกับอมยิ้มออกมาด้วยความถูกใจ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปแล้วหอมแก้มเธอด้วยความเอ็นดู ผู้หญิงอะไรเนี่ย ยิ่งมองก็ยิ่งน่ารัก แบบนี้ไอ้พายจะไปอยู่รอดได้ยังไง พะพายคิด
“น่ารักแบบนี้...อยากได้อะไรก็พร้อมเปย์แล้วแหละ...”
“อ๊ะ...พะ...พาย...”
“ครางเสียงหวานๆ ...”
“มะ...ไม่ใช่...” ใบหน้าที่ดูตื่นตระหนกของเฟอร์ บวกกับท่าทีแปลกๆ ทำให้พะพายหันไปมองตามที่เธอมอง
“จิ๊!! ไอ้เวรเอ๊ย” พะพายสบถออกมาด้วยความหัวเสีย เมื่อเห็นคุณตำรวจเดินมาแล้วพยายามเคาะที่กระจกรถของเขา และด้วยเพราะเครื่องมันเงียบมาก และรถกระจกก็มืด ทำให้ตำรวจไม่รู้ว่าด้านในรถมีคนอยู่ จึงหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนๆ แล้วแนบกระดาษที่คาดว่าน่าจะเป็นใบสั่งไว้ตรงที่ปัดน้ำฝนของเขา
“ห้ามออกไปตอนนี้นะ...ฉันอาย...” เฟอร์กล่าว ก่อนที่จะรีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองแล้วเตรียมจะติดกระดุมเสื้อกลับ
แต่แล้วก็ถูกพะพายห้ามเอาไว้ก่อน ไม่พอระดมจูบเธอ ไม่สนใจว่าตำรวจนั่นจะทำอะไรกับรถเขาเลยแม้สักนิดเดียว ดูสิเนี่ย ขนาดหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ เขายังไม่หยุดเลย คนคนนี้บอกเลยว่าต่อให้แผ่นดินจะถล่มตรงหน้าก็คงไม่คิดจะหยุดหื่น
“โอเคถ้าไม่ไปก็ทำกันต่อ...” ความหน้ามึนของเขามันขั้นสุดจริงๆ
และแล้วแม้จะเกิดเหตุจลาจลเพียงใด ก็ไม่สามารถฉุดรั้งความต้องการของเขาได้ทั้งนั้น เขายังคงนัวร์กับเธอต่อไม่สนโลก เมื่อพอใจแล้วก็ดันร่างเล็กลงไปนั่งที่พื้น จากนั้นก็ให้เธอใช้ปากให้กับเขา
มือเล็กชักสาวท่อนลำขนาดใหญ่ตรงหน้าเธอขึ้นลงเบาๆ ตามด้วยใช้เรียวลิ้นลากเลียตั้งแต่โคนจรดปลาย ไม่วายดูดและอมมันราวกับว่าเป็นไอติมแท่งโปรด ทุกท่วงท่าทำนองรักที่เธอทำด้วยปาก มันเย้ายวนใจพะพายจนไม่อาจละสายตาไปมองอย่างอื่นได้เลย
จ๊วฟ จ๊วฟ ม๊วฟ ม๊วฟ
“ซี๊ด...อ๊าส์...ดี...อื้ม...เฟอร์...” ใบหน้าหล่อเชิดขึ้นฟ้า ก่อนที่จะทิ้งกายไปที่เบาะ ขาทั้งสองข้างอ้าออกกว้างขึ้นกว่าเดิม มือหน้าลูบไล้ ขย้ำผมเธอเบาๆ เคล้าคลอไปหวังระบายความเสียวซ่านที่เกิดจากเธอ และทุกครั้งที่เขาครางออกมา เธอก็ยิ่งเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ หวังแกล้งให้เขาทรมานเล่นๆ ทิ้งลิ้นที่ตวัดวนหัวหยัก ทั้งดูดและอม จนในที่สุดความเป็นชายของเขาก็กระตุก พร้อมกับปลดปล่อยน้ำกามสีขาวขุ่นออกมาเต็มปากของเธอ ไม่พอยังเลอะไปที่มุมปากของเธออีกด้วย
แต่แทนที่เธอจะคายมันทิ้ง เธอกลับกลืนมันลงคอไป สร้างความประทับใจแก่ร่างสูงที่มองเธอตลอดเวลาอยู่ไม่น้อย
“น้ำฉัน...อร่อยไหม” ถามด้วยน้ำเสียงกวนๆ ก่อนที่จะจับเธอขึ้นมานั่งคร่อมเขาอีกครั้ง
“ไม่อร่อย...” ก้มหน้าแล้วตอบไม่ตรงกับใจ
“ไม่อร่อยแล้วหน้าแดงทำไม”
“มันจุกคอ...แถมในรถตอนนี้มันก็ร้อน...”
ถึงแม้ว่าเธอจะปฏิเสธ เขาก็ไม่คิดจะโกรธ ก็นะทำดีขนาดนี้ก็ต้องมีรางวัลให้สิ ยกยิ้มร้ายเบาๆ ก่อนที่จะยกมือขึ้นใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดคราบน้ำกามที่มุมปากของเธอออก แต่แทนที่เขาจะทำลายมันทิ้ง เขากลับใช้นิ้วที่เช็ดเสร็จค่อยๆ สอดเข้าไปในปากของเธอ ส่วนเธอก็อ้าปากออกตามด้วยดูดนิ้วของเขาอย่างเอาใจด้วยท่าทียั่วยวนเขา วินาทีนี้แหละ ทำพะพายแทบไม่เป็นตัวเอง ไม่คิดเลยว่าเธอจะยั่วเยได้ขนาดนี้
“อึก” กะจะแกล้งเธอ ทำไมกลับเป็นเขาเสียเองล่ะที่เสียการทรงตัวแบบนี้ “ถ้าไม่ติดที่ว่าเป็นประจำเดือนนะเฟอร์ ฉันจะจับเธอกระแทกในรถนี่แหละ”
“ชอบไหม” ช้อนตามองด้วยสายตายั่วๆ ทั้งยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขา และเอียงคอเล็กๆ ถาม
“ชอบสิ...”
“ถ้าชอบ...ก็จ่ายมาหนึ่งแสน...”
“ห๊ะ! นี่เธอปล้นฉันเหรอ...”
“แล้วได้ไหม...” กะพริบตาปริบๆ ออดอ้อนเขา และแน่นอน ว่าพะพายแพ้อย่างราบคาบ วินาทีนี้บอกเลยว่าแทบจะถวายชีวิตให้เธอเลย ตั้งแต่ผ่านผู้หญิงมาคนนี้คนแรกที่ทำให้เขาติดตราตรึงใจจนอยากจะครอบครองตลอดไป
“ได้...เธออยากได้อะไรฉันให้ได้หมด...”
“พูดแล้วนะ...”
“อื้ม...”
“รถคันนี้ฉันขอได้ไหม”
“ห๊ะ?”
“ก็นายพูดแล้ว...ทำไม...ให้ไม่ได้เหรอ”
“แต่นี่มันรถที่ฉันรักเลยนะเฟอร์”
“ก็ไหนบอกว่าให้ได้หมดไง” ทำหน้างอ แล้วมองหน้าเขาด้วยสายตาอ้อนๆ
“ก็ได้...” สุดท้ายเขาก็ต้องจำยอมให้รถเธอไป
“เย่...” ส่วนเธอเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ก็ดีใจจนออกนอกหน้า จากนั้นก็รีบจัดการเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ส่วนพะพายก็ต้องออกไปจัดการเรื่องรถด้านนอก เพราะไอ้ตำรวจบ้านั่นดันล็อกล้อเขาเอาไว้
“แล้วอย่างนี้จะทำยังไง” เฟอร์เปิดกระจกรถแล้วเอ่ยถามพะพายที่เดินวนรอบรถ
“หยิบเครื่องมือท้ายรถให้หน่อย”
“อื้มๆ” พยักหน้าตอบรับแล้วรีบลงไปเอากล่องเครื่องมือให้เขา และสิ่งที่น่าทึ่งคือ แทนที่เขาจะโทรให้ตำรวจมาจัดการปลดล็อกให้ แต่เขากลับถอดล้อรถตัวเองออก แล้วเปลี่ยนล้ออะไหล่ของตัวเองใส่เข้าไปแทน จากนั้นก็โยนล้อที่มีที่ล็อกของเจ้าหน้าที่ทิ้งไป แล้วขับรถกลับคอนโดแบบมึนๆ
“ทำบ้าอะไรของนายเนี่ยพะพาย”
“ทำไมอะ...”
“ทำไมไม่ไปทำตามขั้นตอนดีๆ”
“เออน่า...ทำแบบนี้แหละ...” ดูเขาตอบสิ...ไม่ได้มีความสลดอะไรเลยกับสิ่งที่เขาทำ เขาจะรู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่าตอนนี้เขาดูไม่ปกติเหมือนชาวบ้านชาวเมืองเขาเลย
“เฮ้อ...จะบ้าตาย...”
“บอกเลยว่าต่อให้เธอไปพลิกแผ่นดินหา เธอก็ไม่มีวันเจอคนฉลาดๆ แบบฉันหรอก”
“คนประหลาดน่ะสิไม่ว่า” เธอบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“ว่าไงนะ?”
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
1อาทิตย์ต่อมา...“ม๊าคะ...วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ” ร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานเดินลงมาถามหาอาหารกับแม่ ในช่วงสายของวัน“ข้าวผัดกุ้งจ้ะ...แล้วนี่จะไปไหน...” เอ่ยตอบ ก่อนที่จะถามกลับเมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ในชุดนอนอย่างเช่นทุกวันช่วงหลังๆ มานี้ เวลาที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะใส่ชุดนอนทั้งวัน ถ้าวันไหนไม่
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งรอ แต่ระหว่างที่รอก็นั่นหยอกเย้ากันอยู่ที่โซฟา ผลัดกันดูคลิปตลก หัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข ราวกับไม่เคยผ่านความทุกข์ใจมาเลย“พะพาย...ดูนี่ดิ...คิคิ...ตลกเนอะ” คนตัวเล็กที่นอนหนุนตักแฟนหนุ่มอยู่ยื่นมือถือให้เขาดู แล้วระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน รอยยิ้ม แววตาที่เปล่งประกายความส
พรึ่บ!มือที่กุมกันอยู่ก่อนหน้านั้นรีบปล่อยออกจากกัน และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฟงเห็นหน้าพะพายชัดเจน“ไอ้หนุ่มนี่มัน...” ฟงเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาพะพาย “ลูกไอ้ฝุ่นวันนั้นใช่ไหม?”“อุ๊ย...สวัสดีครับป๊า...เจอกันซะแล้วนะครับ”“นี่แกอย่าบอกนะว่า...เป็นแฟนลูกฉันน่ะ”“ครับคุณป๊า...ผมขอแนะนำตัว
“ถึงแล้ว...” หลังจากที่นั่งรถมาเกือบ20นาที พะพายก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับดึงเบรกมือขึ้น ตามด้วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอและเขา จากนั้นก็กำชับเธอว่าอย่าเพิ่งเอาผ้าปิดตาออกส่วนเขาก็รีบลงจากรถ อ้อมไปเปิดประตูให้เธอ แล้วดึงแขนเธอออกมาจากรถ โดยใช้มือบังศีรษะของเธอเอาไว้เพราะกลัวว่าหัวเธอจะชน ทุกอย่างที่เขาตั้งใ



![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



