Beranda / รักโบราณ / ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก / ตอนที่ 13 เจ้าอาบน้ำบางหรือไม่

Share

ตอนที่ 13 เจ้าอาบน้ำบางหรือไม่

Penulis: Naiyana
last update Tanggal publikasi: 2026-03-18 22:22:12

ภายในรถม้า

บรรยากาศภายในรถม้าถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบหลังรถม้าออกเคลื่อนตัวจนเวลาผ่านไปเกือบ 1เค่อแล้ว ไม่มีใครเอ่ยปากก่อนได้ยินเพียงเสียงหายใจและเสียงของล้อรถม้าที่กระทบกับหินครั้งแล้วครั้งเล่า ดวงตางามเหลือบไปทางคนตัวโตที่แสดงหน้าเย็นชาเช่นเดิมอย่างเป็นประจำ ปากบางเม้มเข้าหากันอย่างรวบรวมความกล้า เพื่อที่จะเป็นฝ่ายเริ่มการสนทนานี้ก่อน

"ท่านเจ้าสำนักเหตุใดท่านถึงเงียบไป หากข้าทำเรื่องอันใดที่ผิดต่อกฎสำหรับท่านก็บอกข้ามาเถอะ ข้าจะจำไว้และจะไม่ทำมันอีก"

หญิงสาวเอ่ยออกมาในที่สุด นางเลือกเปิดบทสนทนาอย่างประนีประนอมก่อนถึงแม้จะรู้ว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นไม่ได้ผิดก็ตาม

"คนเช่นเจ้ารู้ตัวด้วยหรือว่าตัวเองนั้นทำผิด มิใช่กลับผิดเป็นถูกเสียทุกอย่าง"

เป็นเสียงเข้มที่เอ่ยออกมา และมองมาทางหญิงสาวอย่างคาดโทษ

"แต่ข้าจำได้มิใช่หรือเจ้าคะ ว่ากฎของสำนักมิได้ห้ามไม่ให้ไปทานอาหารร่วมกับผู้ใด"

"เถียงคำมิตกฟาก"

"เอ๊ะ! ท่าน..."

ก่อนที่หญิงสาวจะได้พูดอะไรต่อ ก็เจอสายพิฆาตมองมาเสียก่อนที่นางเผลอขึ้นเสียง

"อุ้ย! ขออภัยเจ้าค่ะข้าลืมตัวไปหน่อย ก็มันจริงนิเจ้าคะกฎของสำนักข้าจำมันได้ทุกข้อแต่ไม่เห็นว่าข้อไหนที่ข้าทำผิดไปเลยสักนิด"

"แล้วเจ้าใช่ศิษย์ของสำนักทั่วไปหรือไม่ เป็นสตรีเหตุใดถึงไปทานอาหารร่วมกับชายแปลกหน้าที่พึ่งพบกันเพียงครั้งแรก"

ชายหนุ่มเอ่ยเข้าประเด็นในที่สุด ทำให้หญิงสาวเข้าใจในทันที ข้ามิใช่ศิษย์ทั่วไปแต่เป็นถึงคุณหนูของสำนักอีกด้วย เขาคงห่วงหน้าตาสินะ นึกว่าเป็นห่วงที่อาจเจอคนไม่ดีหรือถูกหลอก

ใน

"แต่ถึงเช่นไรหากมิได้รู้จักกันคราแรก แล้วจะเรียกว่ารู้จักกันได้เช่นไร คนเรามันต้องมีครั้งแรกนะเจ้าคะ"

'เอ๊ะ! คำพูดมันดูแปลกๆนะข้ากำลังพูดอันใดอยู่เนี้ย' ประโยคหลังหญิงสาวเอ่ยกับตัวเองในใจ

"เจ้าก็คือเจ้าวันยังค่ำ"

"คำนี้อีกแล้วนะเจ้าค่ะ เมื่อหลายวันก่อนท่านก็เอ่ยคำนี้กับข้า ข้ามันเป็นเช่นไรกันเจ้าคะ เมื่อก่อนข้าอาจจะชมชอบท่านถึงขั้นทำเรื่องไม่ดี ขออภัยสำหรับเรื่องราวทั้งหมด ตั้งแต่นี้ไปข้าจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นอีก ท่านไม่ต้องห่วงหรอกเจ้าคะท่านในตอนนี้ไม่ใช่สเปค เอ้ย! ไม่ใช่ชายที่ข้าหมายปองอีกแล้วสบายใจได้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมข้าจะตกแต่งออกไปกับชายที่ท่านเลือกให้ด้วยความสบายใจ แต่ถ้าท่านจะกรุณาขอให้ข้าเป็นผู้เลือกชายที่ข้าจะอยู่กับเขาไปชั่วชีวิตด้วยตัวข้าเอง ซึ่งแน่นอนชายผู้นั้นไม่ใช่ท่านแน่นอน"

หญิงสาวเอ่ยออกมาเสียยืดยาวและเป็นจังหวะที่รถม้าจอดพอดี ฟางเหนียงลุกขึ้นเตรียมที่จะออกจากรถม้าก่อน แต่ขณะที่กำลังจะเปิดผ้าม่านก็คิดอะไรขึ้นมาได้ ก่อนที่จะหันมาทางชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเงียบอยู่กับที่

"อ้อ อีกอย่างที่ท่านบอกว่าสตรีมิควรอยู่กับชายสองต่อสอง เช่นนั้นก็ฝากบอกแม่นางเหลียนฮวาด้วยนะเจ้าคะ เห็นท่านสองคนสนิทกันข้าเป็นสตรีเช่นกันก็เป็นห่วงนาง เป็นชายรู้หน้ามิรู้ใจ"

ฟางเหนียงเอ่ยจบก็เดินลงจากรถม้าไป เหลือเพียงชายหนุ่มที่ยังคงนั่งอยู่กับที่ หญิงสาวหลอกด่าเขาเมื่อสักครู่เหตุใดเขาถึงจะมิรู้ แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดคำพูดของนางก่อนหน้านี้ที่บอกว่าจะไม่ยุ่งกับเขาอีก และจะแต่งออกไปทำให้เขารู้สึกอารมย์ไม่ดี ทั้งที่เป็นสิ่งที่เขาต้องการและรอมันมาตลอด

.

วันถัดมา ณ ตำหนักหลิวรุ่ย

บริเวณลานไม้กว้างทางด้านขวาของตัวตำหนัก บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความเครียดแค้น แต่เป็นเครีนดแค้นที่เรียกได้ว่าไม่สามารถทำอันใดได้มากกกว่า ดวงตางามกำลังจ้องมองหนิงเฟิ่งด้วยความสะบักสะบอม ใบหน้าของนางเลอะคาบดินเล็กน้อยจากการถูกโจมตี 'หน่อยแหน่ะ! ไหนท่านบอกว่าจะแค่ทดสอบพื้นฐานที่ข้ามีเท่านั้น แต่ที่ท่านทำอยู่นี่เรียกว่ารังแกข้าอยู่นะ

"ใครรังแกเจ้ากัน"

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ทันทีที่หญิงสาวได้ยินถึงกับทำตาโตเท่าไข่หาน และยกมือทั้งสองข้างป้องปากในทันทีด้วยความตกใจ

"ทะ ทะท่านได้ยินสิ่งที่ข้าคิดด้วยหรือเจ้าคะ"

"สิ่งที่เจ้าคิดอันใดกัน"

หนิงเฟิ่งเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความมึนงง 'เมื่อสักครู่นางเป็นผู้พูดออกมาเองไม่ใช่เหรอ เหตุใดถึงได้เอ่ยกับข้าเช่นนี้กัน' หนิงเฟิ่งเอ่ยกับตนเองในใจและจ้องมองหญิงสาวด้วยความสงสัย แต่ปฎิกริยาของหญิงสาวกลับทำให้เขาต้องตกใจอีกครั้งคือ นางอ้าปากและยิ่งเบิกตากว้างกว่าเดิมพร้อมเดินมาทางเขา

"มะ เมื่อสักครู่ท่านได้พูดว่า ข้าพูดออกมาเองแท้ๆ แล้วเหตุใดถึงได้ถามท่านเช่นนั้นใช่หรือไม่"

"ข้ายังมิท่านได้พูด..."

แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยจบเขาก็คิดได้ขึ้นมาท่านที หรือว่าเขาและนางจะได้ยินความคิดของกันและกัน

"ใช่หรือไม่เจ้าคะ"

ฟางเหนียงเอ่ยกลับชายหนุ่มด้วยความตื่นเต้น

"เหลวไหล"

หนิงเฟิ่งเอ่ยจบก็เก็บพลังวิญญาณของตนเอง และเดินไปพักที่โต๊ะม้านั่งก่อนที่จะรินชาและเตรียมยกดื่มอย่างให้ใจเย็น ก่อนที่ถ้วยชาจะจรดที่ริมฝีปาก ด้วงตาคมจ้องมองไปทางหญิงสาวที่กำลังเก็บพลังวิญญาณ 'มานั่งดื่มชาที่ตรงข้ามข้า' ชายหนุ่มเอ่ยกับตนเองในใจและมองไปทางหญิงสาวอีกครั้ง เขาอยากจะทดสอบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขาและนางเมื่อสักครู่มันคืออะไร เมื่อเขาเอ่ยในใจเป็นจังหวะที่นางเก็บพลังวิญญาณเสร็จพอดี หญิงสาวเดินมาหยุดที่หน้าของเขา แต่ชายหนุ่มยังคงจ้องหน้าหญิงสาวเมื่อกำลังรอคำตอบและดูปฎิกริยาของนางอยู่

"ท่านเจ้าสำนักมีอันใดหรือเจ้าคะ"

ฟางเหนียงเอ่ยถามด้วยความงงงวย เพราะเห็นชายหนุ่มเอาแต่จ้องมองนางแต่ไม่เอ่ยอันใดสักที

"เจ้าอาบน้ำบางหรือไม่"

ชายหนุ่มเอ่ยตอบหญิงสาวอย่างเปลี่ยนเรื่อง พลางยกชาขึ้นดื่ม

"นี่ท่าน!"

หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกลับหน้ายับด้วยความโมโห พลางก้มดมกลิ่นตัวเองอย่างสำรวจแต่กลับพบว่าก็ไม่ได้มีกลิ่นเหม็นอันใดนิ เพียงแค่เลอะคราบดินจากการฝึกเมื่อสักครู่เท่านั้น

"ข้าขอดื่มชานะเจ้าคะ ข้ากระหายน้ำมิไหวแล้วเจ้าคะ"

เอ่ยจบหญิงสาวก็รินชาใส่ถ้วยอีกใบที่คว่ำอยู่โดยที่ยังไม่ได้ทันที่จะได้รับอนุญาต และยกขึ้นดื่มอย่างรวดเร็วด้วยความกระหายและเหนื่อยล้า หนิงเฟิ่งมองปฏิกิริยาของหญิงสาวอย่างใช้ความคิด เมื่อสักครู่นางขอเขาก่อนเช่นนั้นแปลว่านางไม่ได้ยินสิ่งที่ข้าเอ่ยกับนางในใจ เช่นนั้นแล้วเหตุใดเมื่อตอนฝึกเมื่อสักครู่นางถึงได้ยินเสียงที่ข้าเอ่ยในใจ แต่ครานี้กลับไม่ได้ยินเสียแล้วเล่า แปลก!

"พลังของเจ้าต่ำเกินไป ต้องฝึกควบคุมพลังก่อน จำที่ข้าพาทำเมื่อก่อนประลองได้หรือไหม"

"จำได้เจ้าค่ะ"

"ดี เช่นนั้นสามวันนี้ เจ้าฝึกจนกว่าจะชำนาญ"

เอ่ยจบชายหนุ่มก็ล้วงเข้าไปในแขนเสื้อของตน หยิบตำราเล่นหนึ่งออกมาและวางมันที่ด้านหน้าของหญิงสาว มือบางเอื้อมไปหยิบขึ้นมาพลิกดูอย่างสนใจ แต่ก็ค่อนข้างเบามือเพราะดูจากสีของตำรา คาดว่าคงอยู่มานานนับร้อยปีเป็นแน่ ไม่ก็อาจจะถูกใช้งานมาอย่างหนัก เพราะมันทั้งเก่าและบางหน้าเริ่มมีรอยยับอย่างมาก

"พลังภายในเป็นศูนย์"

"ใช่"

"ท่านเอ่ยว่า 3 วัน เช่นนั้นหรือ สามวันนี้ท่านจะไม่อยู่หรือเจ้าคะ"

หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัยพลางสายตาหันไปเห็นที่นิ้วยาวของเขา ที่นิ้วชี้สวมแหวนหยกสีครามเอาไว้ที่ด้านขวา มีเจ้าของแล้วแท้ๆ แต่ยังสวมแหวนไว้ที่นิ้วชี้คงเป็นพวกหลอกหญิงงามไปทั่วสินะ 'จะบอกเขาเรื่องอาจารย์มู่ดีไหมนะ' หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจ เมื่อนึกได้ว่าเมื่อหลายวันก่อนตนเองได้แอบไปยินอะไรมา สีหน้าของนางลังเลเล็กน้อยขณะที่มองหน้าชายหนุ่ม

"มีอันใด"

หนิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของนางแปลกๆ แต่ทำท่าเหมือนไม่กล้าที่จะเอ่ยออกมาตรงๆ

"เออ...คือว่า...เรื่องนี้ข้าก็มิรู้ว่าจะเอ่ยบอกท่านเช่นไร เพราะข้าเองก็ไม่รู้อันใดมาก"

"มีอันใดที่ข้าควรรู้เช่นนั้นหรือ"

"เจ้าค่ะ ข้าอยากให้ท่าระ...."

"ท่านเจ้าสำนักจดหมายจาก..."

ฟางเหนียงยังเอ่ยไม่ทันจบก็ถูกเสียงหนึ่งขัดขึ้นเสียก่อน เป็นเสียงของอาเหยาที่รีบวิ่งมาด้วยความรีบร้อน แต่เมื่อเห็นว่าเจ้าสำนักมิได้อยู่เพียงผู้เดียวก็รีบเงียบปากในทันที หนิงเฟิ่งเหลือบมองจดหมายที่ผู้ช่วยของเขาถือมาด้วย มีสัญลักษณ์ที่ด้านบนถูกประทับด้วยตราของวังหลวงก็พยักหน้าให้ชายหนุ่มทันที

"เอาหล่ะวันนี้เจ้ากลับไปก่อน ข้ามีธุระที่ต้องจัดการ"

ชายหนุ่มเอ่ยจบก็ลุกขึ้นเดินเข้าตำหนักของตนเองทันที ส่วนอาเหยาเองก็รีบตามผู้เป็นนายเข้าไป โดยที่ไม่ได้หันมาสนใจหญิงสาวอีกเพราะมีเรื่องสำคัญเร่งด่วนเกินกว่าที่จะสนใจเรื่องที่นางจะเอ่ยบอก ฟางเหนียงได้แต่อ้าปากค้างเพราะเรื่องที่นางจะบอกเขาเองก็สำคัญเช่นกัน 'ชั่งเขาเถอะความสามารถเช่นเขา คงไม่มีผู้ใดลอบทำร้ายได้หรอก' เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็ลุกและเดินไปที่หอตำราเช่นทุกวัน ระหว่างทางหญิงสาวรู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวนางไม่ปกติ บรรยากาศในสำนักดูครึ้มๆไม่ชอบมาพากลคล้ายจะเกิดเรื่องไม่ได้ขึ้น แต่ความคิดนั้นก็ต้องถูกผลักออกไปจากความคิด และคิดว่าตนเองอาจจะคิดมากเกินไป นางกำชับตำราที่หนิงเฟิ่งในมือแน่น ก่อนที่จะเข้าไปในหอตำรา

ภายในตำหนัก

"ทำเช่นไรดีขอรับเจ้าสำนัก ท่านรองเจ้าสำนักก็ต้องไปทำธุระแทนท่านเรื่องการแข่งขัน ตอนนี้ท่านเองก็ต้องเข้าวังหลวง หากเกิดเหตุการณ์คนร้ายลักลอบเข้ามาอีกจะทำเช่นไร"

อาเหยาเอ่ยด้วยความเป็นห่วง หนิงเฟิ่งมีสีหน้าหนักอึ้ง เพราะทุกอย่างมีเรื่องให้เขาต้องคิดมากไปหมดช่วงนี้ 

"เพิ่มกำลังดูแลสำนักและคนคุมกันเพิ่มเป็น 2 เท่า ข้าจะออกเดินทางคืนนี้ทันที"

"ขอรับ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 64 จบบริบูรณ์

    สิบปีผ่านไปฤดูเหมันต์วนกลับมาอีกครั้ง ละอองหิมะร่วงหล่นลงมาทับถมจนพื้นดินและบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยพื้นสีขาว วันนี้อากาศดีในรอบหลายวัน เนื่องด้วยมีดวงอาทิตย์โผล่พ้นเมฆหนาเพิ่มความอบอุ่นเล็กน้อย แสงแดดสีทองอร่ามในช่วงยามปลายยามเซินกระทบกับพื้นหิมะสีขาวงดงามยิ่งนัก ฟางเหนียงนอนดูทิวทัศน์ที่เก้าอี้ไม้โยกด้วยจิตใจที่ผ่อนคลาย สิบปีมานี้มีเรื่องมากมายเกิดขึ้น แต่ทุกเรื่องก็ล้วนจบลงได้อย่างรวดเร็วแคว้นแห่งนี้ได้เปลี่ยนมือแล้ว ฮ่องเต้น้อยที่นางเก็บได้จากตลาดกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ หลังจากรัชทายาทสิ้นพระชนม์ได้เพียงเดือนเดียว หนิงเฟิ่งก็ร่วมกับวังหลวงยกทัพช่วงชิงตำรายุทธวิฐีอีกสองเล่มมาได้สำเร็จ ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับฮั่วหยวนจาง ฮ้องเต้องค์ก่อน นางมิแปลกใจเลยว่าเหตุใดเขาในตอนนั้นถึงอยากได้ผู้สืบทอดเสียขนาดนั้น แผ่นดินนี้เสียผู้ที่ทำคุณให้แก่แคว้นไปสองคนติด รัชทายาทจากไปได้เพียงไม่นาน หนึ่งปีต่อจากนั้นฮั่วหยวนจางก็สิ้นพระชนม์ด้วยโรคหัวใจ ตำแหน่งจึงถูกส่งมาให้เจียวหมิงเฉินหรือองค์ชายสาม แต่เขากลับปฏิเสธ และโยนมันให้ฮั่วชวีเหยาหรือเฟยหมิง ด้วยความสามารถของเด็กชายในตอนนั้น อายุเพียงสิบสี่ปีก็ชนะในส

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 63 ของขวัญสหายทำให้เกิดเรื่อง (NC)

    แสงอาทิตย์ช่วงปลายยามซื้อส่องเข้ามาทางหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท ปลุกให้คนทั้งคู่รู้สึกตัว สายจนใกล้เที่ยงแล้วในตำหนักแห่งนี้กลับยังไม่มีผู้ใดออกไป ทุกคนในสำนักเองก็รู้หน้าที่ตนเองดี คืนเข้าหอเช่นนี้มิอยากเข้ามาปลุกคนทั้งสอง ทั้งคู่ร่างกายเปลือยเปล่า มีเพียงผ้าห่มผืนหนาที่เท่านั้นที่ปิดบังร่างกาย หนิงเฟิ่งตื่นก่อนหญิงสาวแต่ไม่คิดจะลุกไปที่ใด เนื่องด้วยนางนอนหนุนแขนเขาอยู่ตอนนี้ ร่างใหญ่กระชับอ้อมกอดนางมากขึ้น และจูบไปที่ไหล่เนียนเบาๆ อื้ม~ร่างเล็กในอ้อมกอดของเขาเริ่มรู้สึกตัว หญิงสาวบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆกระพริบตาลืมขึ้น "อรุณสวัสดิ์"หนิงเฟิ่งเอ่ยขึ้นก่อนจะจุบพิตไปที่หน้าผากเนียนอีกครั้ง"อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ"ฟางเหนียงเอ่ยพลางยื่นหน้าไปหอมแก้มเขาตอบ"ข้าทำเจ้าตื่นหรือไม่"ฟางเหนียงส่ายหน้าปฏิเสธ และกำชับกอดร่างใหญ่ ตอนนี้นางระบมไปทั้งตัว ไม่ต้องก้มมองตนเองใต้ผ้าห่มก็รู้ได้ว่ารอยรักที่เขาฝากไว้นั้นมากมายเพียงใด โดยเฉพาะบริเวณนั้นยังเจ็บระบมมากๆอยู่เลย แล้วเช่นนี้นางจะเดินอย่างไร เกรงกว่าวันสองวันนี้นางต้องคลุกตัวอยู่ในตำหนักแห่งนี้ ไม่กล้าออกไปเดินด้วยท่าทางแปลกๆให้ต้องอับอายผู้

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 62 คืนเข้าหอ (NC)

    ภายในเรือนหอที่ถูกตกแต่งด้วยผ้ามงคล การตกแต่งดูเหมือนธรรมดาเรียบง่ายแต่ราคาแต่ละชิ้นไม่ธรรมดาเอาเสียเลย ฟางเหนียงนั่งหลังตรงอยู่บนเตียงในมือถือพัดเช่นเคย มือเรียวชื้นไปด้วยเหงื่อจากความตื่นเต้น เขาว่ากันว่างานแต่งของสตรีเป็นครั้งเดียวในชีวิต การได้แต่งงานกับคนที่ตนรักปราศจากการจัดแจงโดยผู้ใหญ่และความเหมาะสม เกิดขึ้นได้ยากในแผ่นดินที่นางอยู่แก๊ก!เสียงประตูไม้ถูกเปิดออกทำให้รับรู้ถึงการมาของเขา กลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวทำให้นางรู้ได้ทันทีว่าเป็นเขามิใช่ผู้อื่น หนิงเฟิ่งเดินไปหยุดที่ตรงหน้านาง ฟางเหนียงค่อยๆเลื่อนพัดบังหน้าออก เผยให้เห็นการแต่งแต้มใบหน้าที่ประณีตกว่าทุกครา ปากเรียวสีแดงสดช่วยเสริมให้นางดูงดงามตราตรึงใจ รอยยิ้มหวานที่ส่งให้เขานั้นทำเขาอดที่จะจุมพิตลงไปที่หน้าผากเนียนไม่ได้"รอข้านานหรือไม่เสียงทุ้มเอ่ยถามนางเบาๆ"ท่านเจ้าสำนัก ที่นี่ยังมีผู้อื่นอยู่นะเจ้าคะ"ฟางเหนียงเอ่เตือนชายหนุ่ม หนิงเฟิ่งหันไปเห็นจ้าวเย่วที่ยังยืนอยู่ จ้าวเย่วส่งยิ้มเจือนๆให้เจ้าสำนักตอบกลับไป"วันนี้ข้าขอเป็นสักขีพยานรักในคืนเข้าหอของพวกท่านเจ้าค่ะ"จ้าวเย่วเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น"อ่ะแฮะแฮ่ม!"นางส่งเ

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 61 พระราชทานสมรส

    จี้ชุน.ยามชื่อ (ต้นฤดูใบไม้ผลิเดือนสาม) แสงอาทิตย์ยามสายทอแสงเป็นประกายเพิ่มความอบอุ่นช่วงต้นฤดูวสันต์ บนเขาสูงยามนี้ถูกประดับประดาไปด้วยโคมไฟหลากหลายสีสันตลอดเส้นทางขึ้นเขา ผ้ามงคลสีแดงถูกตกแต่งบนเกี้ยวไม้เพิ่มความเป็นสิริมงคล เมื่อได้เวลามงคล ขบวนเจ้าสาวยาวนับลี้เคลื่อนตัวมาหยุดที่ทางเข้าสำนัก สองข้างทางมีชาวบ้านมารอเชยชมเจ้าสาวผู้ขึ้นชื่อว่างามล่มเมือง บุรุษสวมชุดมงคลดูงามสง่าใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มรอรับเจ้าสาวอยู่ก่อนแล้ว ม่านมุกถูกเปิดออกร่างบางค่อยๆ ออกมาจากเกี้ยวช้าๆ มือเรียวข้างหนึ่งถือพัดมงคลปิดบังใบหน้า ตามธรรมเนียมแล้วเจ้าสาวห้ามเท้าแตะพื้นจนกว่าจะได้เข้าจวน หนิงเฟิ่งมารอนางก่อนแล้วเช่นกัน จากนั้นจึงเข้าไปอุ้มนางมาไว้ในอ้อมก่อน ทุกคนต่างปรบมือส่งเสียงให้กำลังใจกันทั่วหน้า เมื่อผ่านพ้นประตูสำนักแล้วจึงได้วางนางลงช้าๆมือหนากุมมือของฟางเหนียงให้เดินไปตามทางเข้าสำนัก สองข้างทางมีเหล่าศิษย์ในสำนักถือโคมไฟสีแดงตลอดสองข้างทาง ยาวไปจนถึงตำหนักที่ทำพิธี อันแสดงถึงเส้นทางของคู่รักที่เปี่ยมไปด้วยความราบรื่นและสว่างไสว "ยินดีกับท่านเจ้าสำนัก ยินดีกับแม่นางฟางเหนียง ยินดีกับศิษย์

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 60 ข้อแลกเปลี่ยน

    ฟางเหนียงตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักหัวจนต้องยกขึ้นกุมขมับ เมื่อคืนภาพตัดไปตั้งแต่อยู่บนเรือแล้ว เมื่อคืนกลับถึงสำนักด้วยสภาพเช่นไรยังมิรู้ด้วยซ้ำ แต่เพราะรู้ว่ามีท่านเจ้าสำนักอยู่ข้างกายนางจึงไม่เป็นกังวลมากนัก ความเย็นจากอากาศที่สัมผัสตัว บวกกับความรู้สึกโล่งทำให้นางก้มมองสภาพตนเองที่อยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้างามทำตาโตรีบดึงผ้าห่มขึ้นปิดตัวเองทันที เมื่อบนตัวนางไม่มีอาภรณ์แม้เพียงสักชิ้น ชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็มิมีแก๊ก!เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้นางยิ่งถอยล่นไปด้านหลังชิดหัวเตียง เพราะนางยังเปลือยกายใต้ผ้าห่มอยู่ เกรงว่าจะมีผู้อื่นมาเห็นในสภาพที่ไม่เรียบร้อย แต่เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดก็ถอนหายใจ หนิงเฟิ่งเดินเข้ามาพร้อมกาน้ำร้อน กลิ่นชาหอมลอยลิ่วมาเตะจมูก "เหตุใดถึงได้มองข้าเช่นนั้น"หนิงเฟิ่งเดินมาวางกาน้ำร้อนที่หัวเตียง ก่อนจะรินชาส่งให้นาง แววตาที่เหมือนกระต่ายตื่นตูมนั้นทำให้เขาเดาได้ไม่ยาก สมองน้อยๆของนางคงกำลังก่นด่าเขาในใจเป็นแน่"เมื่อคืน....ตอนข้าเมา ท่านเจ้าสำนักขืนใจข้าหรือเจ้าคะ"ฟางเหนียงเอ่ยถามเขาไปตามตรง"แล้ว......"เสียงทุ้มเอ่ยอย่างยียวน พร้อมไล่สายตาตั้งแต่ใบหน้าไปจนปล

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 59 แต่งงานกับข้านะ

    ตลาดในช่วงต้นยามห้ายนั้นวายหมดแล้ว ฟางเหนียงรู้สึกเสียดายที่ยังเดินได้ไม่กี่ร้านเท่านั้นเอง ขนมบางอย่างที่คิดก่อนที่จะมาก็ยังมิได้ซื้อเลย แต่ถึงอย่างนั้นนางก็เข้าใจได้ ตลาดอยู่เพียงตีนเขาเท่านี้เอง ค่อยขอท่านเจ้าสำนักมาเมื่อใดก็ได้ เดี๋ยวนี้ชายหนุ่มใจอ่อนกับนางบ้างแล้ว ขณะที่หญิงสาวกำลังทำหน้ามุ้ยอยู่นั้น ถังหูลู่ก็ถูกยื่นมาที่หน้าของหญิงสาว"รางวัลปลอบใจสำหรับผู้แพ้"เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างปลอบใจหญิงสาว ใบหน้างามที่หม่นหมองก่อนหน้านี้ แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างทันทีเมื่อเห็นขนมหวานที่ถูกใจ "ขอบคุณนะเจ้าคะ"ฟางเหนียงเอ่ยพลางรับมาถือไว้ทั้งสองไม้"เหตุใดคราแรกถึงยอมให้กับไฉ่รั่วเฉิน"จู่ๆหนิงเฟิ่งก็ถามขึ้น "คราแรกที่พบเขาเมื่อหลายเดือนก่อน มิว่าจะอาภรณ์ที่สวมใส่ล้วนเป็นผ้าเนื้อดี เครื่องประดับ อีกทั้งใบหน้าของเขายังเปี่ยมไปด้วยสง่าราศี แต่พบกันครานี้เขากลับดูมิได้เลย อาภรณ์มีรอยปะเต็มไปหมด มิสวมเครื่องประดับแม้สักชิ้น ใบหน้าก็เหมือนคนมีแต่ทุกข์ ข้าจึงเดาว่าการพ่ายแพ้ของเขาครานั้น คงทำให้เขาลำบากมิน้อย ข้ายังมีสิ่งที่อยากทำมากมาย การเดินหมากมิใช่เป้าหมายหลักในชีวิตของข้า ต่างจากเขาที่การ

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 40 พลังวิญญาณเจ้าอยู่ระดับใด

    แววตาที่เต็มไปด้วยความน่าสงสารจ้องมองเจียวหมิงเฉิน ที่กำลังเดินเข้ามาหาตนเองเรื่อยๆ ในใจเจ็บปวดเพราะความผิดหวัง ชายที่ตนเองรักและเฝ้ารอคอยมาเนินนานกลับมิใยดีกับนางเลยแม้แต่น้อย แล้วที่ผ่านมาเป็นนางที่เข้าใจผิดเข้าข้างตนเองในการกระทำของชายหนุ่ม หรือเขาเองก็เคยมีใจให้นางเช่นกัน สิ่งที่เขาเคยทำให้นางน

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 14 สำนักถูกลอบโจมตี

    สายลมอ่อนๆในช่วงเย็นของวันพัดกิ่งไม้ให้เคลื่อนไหวไปตามแรงลม ทำให้นกน้อยทรงตัวไม้อยู่และบินออกไปในที่สุด การเคลื่อนตัวของสิ่งมีชีวิตตัวน้อยเมื่อสักครู่ไม่ส่งผลหรือทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบของที่นี่เลยแม้แต่น้อย ใบไม่สีเขียวจากการจากไปของนกน้อยคล่อยๆล่วงล่นลงมาตามสายลม มือเรียวบางยื่นมือไปกลางอากาส ใช

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่12 ข้ามีนามว่าถิงถิงเจ้าค่ะ

    "ฟางเหนียงเจ้าเสร็จหรือยัง"จ้าวเย่วเอ่ยเรียกหญิงสาวด้วยท่าทีรีบร้อนอยู่ที่หน้าห้อง"เสร็จแล้วๆ""เร็วๆ เข้า สายแล้วนะ"จ้าวเย่วยังคงบ่นให้สหายของตนเล็กน้อยทั้งที่ฟางเหนียงออกมาจากห้องแล้ว"ไปกันเถอะ"วันนี้ทั้ง 2 แต่งตัวสวยงามมากกว่าทุกวัน เพราะ 1-3 วันนี้เป็นช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ คนนี้ที่นี่เฉล

  • ลิขิตฟ้า ข้ามภพให้มารัก   ตอนที่ 11 บทลงโทษเบาไปเช่นนั้นหรือ

    ช้าวันถัดมาณ เรือนหลิวรุ่ย บรรยากาศในช่วงสายของวันแม้แสงอาทิตย์จะโพล่พ้นหน้าผาด้านหลังตำหนักแล้ว แต่บรรยากาศโดยรอบยังสดชื่นอย่างเช่นเช้าตรู่ ที่โต๊ะม้านั่งหน้าตำหนัก หนิงเฟิ่งกำลังนั่งจิบชาด้วยใบหน้าเคร่งครึมเช่นเคย มือเรียบจับที่แก้วชาใช้นิ้วชี้เคาะที่ปากถ้วยช้าเบาๆ อย่างใช้ความคิด แต่ไม่นานก็ออก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status