ログインเมื่อถูกรุ่นพี่ร่วมสถาบันกล่าวหาว่า “ซื่อบื้อ” คุณหนูคีพลุคอย่างเธอจึงตัดสินใจพิสูจน์ ว่าเธอไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างที่เขาคิด “ความสัมพันธ์นี้… มิขอให้เรารู้กันแค่สองคนนะคะ”
もっと見るสามเดือนก่อนหน้า
@ฮ่องกง ควันธูปลอยอ้อยอิ่งเหนือศีรษะผู้คน ลานวัดเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและคู่รักที่จับมือกันแน่นกว่าปกติ ที่นี่คือวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความรัก ที่ใคร ๆ ก็ต่างบอกว่า หากตั้งจิตอธิษฐานขอพรจริงจัง มักได้คำขอและคำตอบที่ชัดเจน และสามสาวอย่าง มิลิน ไนร่า และชิชา ก็เชื่อแบบนั้น พวกเธอจึงตัดสินใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาขอพร “แกแน่ใจนะมิ ว่าจะขออะไรแบบนั้น” ไนร่าเอ่ยถามด้วยความห่วงใย ในขณะที่สองมือกำลังจุดธูป “คำขอเสี่ยงมาก” “ขอให้แฟนรักแฟนหลงยังโอเคกว่า ขอแบบที่แกขอนี่มันเหมือนยื่นข้อสอบเลยนะ” มิลินไม่ตอบ เธอเพียงแค่มองไปยังองค์เทพที่ประดับด้วยโคมสีแดงเรียงรายอยู่ตรงหน้า สายลมพัดผ่าน ทำให้ริบบิ้นแดงที่ผูกไว้เคลื่อนไหวเบา ๆ เหมือนสัญญานับร้อยกำลังสั่นพร้อมกัน เธอรับธูปมาถือในมือ ลมหายใจนิ่งลงแล้วหลับตาตั้งจิตอธิษฐาน ‘ถ้าพี่เท็นคือคู่ชีวิตของหนู’ ‘ขอให้หนูได้แต่งงานกับเขาหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย’ ‘อีกห้าปีข้างหน้า’ ในขณะที่เธอกำลังตั้งจิตอธิษฐาน ภาพความรักที่เธอคุ้นเคยกับแฟนหนุ่มรุ่นใหญ่อายุห่างกันราวเจ็ดปีอย่างเท็นก็ลอยขึ้นมา ความสบายใจ ความผูกพัน ความเคยชิน แต่เธอไม่ได้หยุดอธิษฐานเพียงแค่นั้น ‘แต่ถ้าเขาไม่ใช่’ ‘ก็ขอให้เราเลิกกัน ในเร็ววัน’ ‘ไม่ต้องยื้อ ไม่ต้องเจ็บนาน’ ‘แล้วขอให้หนูได้พบคนที่ใช่จริง ๆ’ ‘คนที่หนูจะแต่งงานด้วย’ ‘ถ้าหนูได้ตามที่ขอ หนูจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง’ เมื่ออธิษฐานจบ ธูปในมือของเธอถูกปักลงในกระถางทรายอย่างมั่นคง ควันบาง ๆ ลอยขึ้นตรง ๆ ไม่เอนเอียงไปทางไหน “เอาจริงดิ คำขอแรงนะ แกไม่กลัวว่าแกต้องเลิกกับพี่เท็นเหรอ” ชิชามองหน้ามิลินอย่างคิดหนัก ก็เห็นว่าเธอรักแฟนเธอมากถึงกล้าเอ่ยทักท้วง “ก็โตแล้ว อีกแป๊บ ๆ ก็สี่ปี จบมหาลัย” “ไม่อยากขอแค่ให้รักหวานแล้ว” “แล้วถ้าพรที่ขอไปแล้วทำให้แกเลิกกับพี่เท็น แกพร้อมไหม” ชิชาปักธูปพลางถาม ก่อนมิลินจะมององค์เทพอีกครั้งแล้วกลืนน้ำลายลงคอราวกับคนตัดสินใจแล้ว “พร้อม” “ไม่พร้อมฉันคงไม่กล้าขอพรท่าน” เธอพูดเรียบ ๆ ดูตากลมใสยังคงมององค์เทพ และเธอไม่รู้เลยว่า คำว่า “พร้อม” ในวันนั้น จะพาเธอไปเจอใครบางคนที่ไม่อยู่ในภาพอนาคตเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว หลังจากปักธูปเสร็จ สามสาวเดินอ้อมไปอีกฝั่งของลานวัด เพื่อกลับขึ้นรถ แต่ในระหว่างเดินนั้น สองฝั่งทางกลับเต็มไปด้วยแผงขายเครื่องรางเรียงต่อกันยาวใต้ชายคาไม้ โคมแดงห้อยเป็นแถว เสียงกระดิ่งเล็ก ๆ กระทบกันเบา ๆ ตามแรงลม กำไล เชือกแดง จี้รูปพระจันทร์ สร้อยหินสีชมพูที่คนขายบอกว่า ‘เรียกคู่แท้’ ห้อยระโยงระยาง “มิ! เอาไหมแก ดูสิหินโรสควอตซ์” ไนร่าจอดที่ร้าน ๆ หนึ่ง แล้วหยิบสร้อยขึ้นมาส่อง “เขาบอกว่าดึงดูดความรักนะ” “เสริมดวง ความรักดีอยู่แล้วจะหวานขึ้น แฟนรักแฟนหลง” มิลินไม่ได้สนใจสร้อยที่ไนร่าส่องเลยสักนิด สายตาเธอไปหยุดที่ถาดกำมะหยี่สีแดงใบเล็ก แหวนสีเงินเรียบ ๆ วางอยู่หลายวง ไม่มีลวดลายหวือหวา มีเพียงเม็ดหินสีชมพูอ่อนเม็ดจิ๋วฝังตรงกลาง ไม่เด่น แต่สะอาดตา “แหวนเหรอ” “ใช่” “ดูวงนี้ถูกชะตากับฉันดี” มือเรียวสวยยื่นไปรับแหวนมาลองสวมเข้ากับนิ้วกลางข้างขวาพอดีราวกับวัดขนาดไว้แล้ว “ทำไมต้องใส่นิ้วกลาง” “นิ้วนางรอคนมาขอแต่งไง” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มสดใส มิลินมองมือของตัวเอง แสงแดดสะท้อนเม็ดหินเป็นประกายจาง ๆ “สวยนะ” “เดี๋ยวซื้อวงนี้” เธอเอ่ยบอกเจ้าของร้านอย่างไม่ลังเล เมื่อจ่ายเงินเสร็จ เธอจึงรีบนำแหวนกลับใส่นิ้วกลางนิ้วเดิมอีกครั้ง “มิ แกดูจริงจังกับชีวิตมากเลยนะ” ชิชามองหน้า ซึ่งก็เป็นอย่างที่เพื่อนสาวบอก มิลินดูจริงจังกับชีวิตมากขึ้นจริง ๆ “ก็ต้องจริงจังสิ” “มันคืออนาคตฉัน” เรียวปากสีหวานพูดพลางยกมือขึ้นมองแหวนอีกครั้ง ปลายนิ้วหมุนแหวนสีเงินช้า ๆ หินสีชมพูสะท้อนแสงแดดเป็นประกายบาง ๆ เหมือนกำลังรับคำอธิษฐานไว้ มิลินยิ้มเล็กน้อยกับตัวเอง ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเพื่อเรียกไนร่าที่กำลังดูสร้อย และในขณะที่เธอหมุนตัวกลับไปนั้น ร่างเธอก็ชนเข้ากับใครบางคนเต็มแรง ปั๊ก! “อ๊ะ!” เธอเผลอร้องด้วยความตกใจ ร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหน้าใช้มือข้างหนึ่งของเขายกขึ้นดึงแขนเธอไว้ไม่ให้เสียหลักโดยสัญชาตญาณ หมับ! มือเขาคว้ามิลินแน่น ดวงตาเธอจ้องมองเขาเขม็ง เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทตัดกับผิวขาวของเขา กลิ่นน้ำหอมเย็นลึกแบบผู้ชายที่ไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ ใบหน้าครึ่งล่างถูกบดบังด้วยหน้ากากอนามัยสีเข้ม หมวกแก๊ปกดต่ำ เห็นชัดเพียงดวงตาคมที่มองลงมา “ขอโทษครับ” เขาเอ่ยเป็นภาษาจีนสั้น ๆ ก่อนมิลินจะรีบดึงแขนตัวเองกลับอย่างรวดเร็ว “ขะ ขอโทษค่ะ” เธอตอบกลับอัตโนมัติเป็นภาษาจีนเช่นกัน แล้วพูดซ้ำเป็นภาษาไทยอย่างสุภาพ แม้จะรู้ดีกว่าว่า คำพูดที่เธอเอ่ยไปนั้น เขาอาจจะไม่เข้าใจภาษาไทยที่เธอพูดก็ตาม “ขอโทษค่ะ” “ฉันมัวแต่ดูแหวน” ชายหนุ่มไม่ได้ตอบทันที แต่สายตาคมของเขากลับเลื่อนลงมาที่มือข้างขวาของเธอแล้วหยุดอยู่ที่นิ้วกลาง ที่มีแหวนเงินวงบางสะท้อนแสง เพียงเสี้ยววินาที ก่อนเขาจะเงยใบหน้าสบตาเธออีกครั้ง “เดินระวังทางด้วย” สิ้นเสียงภาษาจีน ใบหน้าสวยรีบพยักหน้าอย่างคนฟังภาษาจีนออกอยู่บ้าง ชายชุดดำขยับตัวเดินผ่านไป ฝีเท้ามั่นคง ไม่หันกลับมา แต่ทันทีที่เขาเดินพ้นระยะ ปลายนิ้วของเขาข้างหนึ่งขยับเล็กน้อย เหมือนเพิ่งรับรู้ถึงบางอย่าง “เป็นอะไรไหมแก” “เจ็บตรงไหน” “ไม่เป็นไร” มิลินส่ายหน้า “ฉันไม่ได้ดูทางเองแหละ” “สูงชะมัดเลย หน้าตาหล่อไหม” ชิชาอดไม่ได้เลยที่จะถาม เพราะมองเผิน ๆ แล้ว ชายคนนั้นรูปร่างสูงขาวราวกับดารา “ไม่เห็นหน้า” มิลินเอ่ยตอบ “ฉันเห็นแต่ตา” “เป็นไง” “คม ถอดแมสน่าจะหล่อมาก” “คงจะดาราจีน ที่แอบมามูขอความรัก” ******************************** ขออนุญาตเปิดนิยายเรื่องใหม่ค่ะ “ล่ารักลูกสาวมาเฟีย” นิยายรุ่นลูกของ มิเรย์ X แม็กซ์เวล เรื่อง ปราบเซียนมาเฟียแม็กซ์เวล เรื่องนี้เป็นนิยายรักวัยรุ่นใส ๆ แต่ไม่ใส มีฉาก NC 🔞 เร้าร้อน ใครไม่ชอบผ่านได้เลยน๊า ไม่มีปมมากมาย ไม่มีอะไรให้ปวดหัวค่ะ มีแต่ความฟินล้วน ๆ ✅ นางเอกสู้มือ แรดพอควร แต่แรดกับคนที่ตัวเองอยากเล่นด้วย ข้างนอกนิสัยอีกโลก บนเตียงนิสัยอีกโลก และเธอ ขี้อ้อนเหมือนลูกแมว ✅ พระเอกขี้เซี่ยนชวนน้องขึ้นเตียงได้ตลอดเวลา เป็นเฮียสายเปย์ เสือผู้หญิง เอาใจเก่ง รู้จักวิธีเข้าหาสาว ๆ และ คลั่งรักหนักมากกกกกกกกกกอไก่ล้านตัว… ⚠️ คำเตือน ⚠️ นิยายเรื่องนี้สร้างจากจินตนาการ และความเชื่อส่วนบุคคล ผู้แต่งไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินสิ่งที่มองไม่เห็นแต่อย่างใด #สายมูอย่าพลาดนะคะ“อื้ออ”มิลินหอบหายใจหนัก มือที่จับท้ายท้ายวิกเตอร์ขยับแน่นกว่าเดิม ลิ้นเล็กเลียริมฝีปากตัวเองก่อนจะกัดขบเม้มลงด้วยความฟินเรียวขามิลินอ้ากว้าง วิกเตอร์แทรกกายหนาเข้ามาแนบชิด ชิดจนหน้าท้องแกร่งสัมผัสกับกลีบกุหลาบเฉอะแฉะ“เยิ้มง่ายนะเรา”เขาแซวมิลินทันที ขณะริมฝีปากยังขบเม้มเต้า เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอช้า ๆ และสายตานั้นก็ทำให้มิลินรู้ว่าวิกเตอร์รู้ทันเธอหมดแล้ว“เยิ้มขนาดนี้… ต้องโดนอะไรจากเฮียน๊า”วิกเตอร์พูดไปพลางดูดเลียเต้าไป สองมือใหญ่นวดคลึงเต้าเบา ๆ ทุกสัมผัสละมุนละไมไปหมด ซึ่งแน่นอนว่ามิลินยิ่งชอบเพราะมันดูถนุถนอมเธอยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ“อ๊าส์ เฮีย”“หืออ” คิ้วหนากระตุก แต่ไม่ได้หยุดการกระทำ“มิเคลิ้มเลยนะเนี่ย อื้อ”เสียงดูดเลียดังขึ้นตามจังหวะที่วิกเตอร์ควบคุม จากเดิมที่ไหล่เล็กห่อเข้าหากันเหมือนพยายามหนี ตอนนี้เธอนอนนิ่งราวกับคุ้นชินแต่ก็ไม่แปลกเพราะห่างนาน…วิกเตอร์ใช้ลิ้นสากปรนเปรอเต้ามิลินอยู่พักหนึ่งจนหายคิดถึง ก่อนจะจูบไล่ลงตามร่องสิบเอ็ดของน้องไล่ลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงจุดที่ต่ำที่สุด“หือ น้ำเยอะมาก”เขาพูดแล้วใช้มือใหญ่ทั้งหน้านิ้วแตะลงกลีบกุหลาบไร้ขนของน้องมิลินลืมตาทัน
วิกเตอร์ใช้มือโอบรอบเอวมิลินแน่นขึ้นทันที ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นจากอ่างออนเซ็นอย่างไม่ให้ตั้งตัว จนน้ำกระเซ็นเบา ๆ แตกเป็นวงกว้าง“เฮีย!” เสียงเรียกเหมือนตกใจ แต่ดวงตาเธอไม่ได้ตกใจเลยสักนิด แถมยังยิ้มอีก ยิ้มกรุบ ๆ แบบรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปแขนเธอโอบรอบคอเขาอัตโนมัติ หยดน้ำไหลตามไหล่ทั้งคู่“เดี๋ยวลื่น…” เธอเตือนเบา ๆ แต่ปลายนิ้วกลับกดไหล่เขาแน่นขึ้นแทนคำเตือนนั้น“ห่วงพื้น หรือห่วงเฮีย”“ห่วงเฮียสิ” มิลินเอียงหน้าเข้าใกล้ ลมหายใจอุ่นแตะแก้มเขาแล้วตอบสั้น ๆ แบบนั้นทำให้ฝ่ามือที่ประคองเอวเธอกระชับขึ้นโดยไม่รู้ตัวเขาก้าวขึ้นจากอ่างช้า ๆ มั่นคงทุกย่างก้าว แม้พื้นไม้จะชื้นจากหยดน้ำ“มิยั่วแรงไปแล้วนะ”“เฮียทนไม่ไหวเองต่างหาก” เธอกระซิบตอบ ทั้งที่ยังยิ้มอยู่ ประตูบานเลื่อนถูกเลื่อนปิด ไอน้ำด้านนอกค่อย ๆ จางลงแต่บรรยากาศระหว่างคนสองคนกลับร้อนกว่าเดิมหลายเท่า วิกเตอร์วางเธอลงเตียงช้า ๆ แต่ยังไม่ปล่อยมือ“คราวนี้จะยั่วอีกไหม” เขาถามต่ำ ๆ ดวงตาคมจ้องมิลินหลงเป็นบ้า“แล้วเฮียอยากให้มิยั่วไหมล่ะ” ดวงตาคู่สวยมองเขานิ่ง ๆ แล้วขยับเข้าใกล้เองอีกครั้ง“หรือชอบตอนตึงมาก” เรียวปากสีหวานยังพูดไม่ทัน
บ่ายคล้อยจนแสงเริ่มอ่อนลงนาฬิกาบนผนังแตะห้าโมงพอดี ไอน้ำจากอ่างออนเซ็นกลางแจ้งลอยบาง ๆ เหนือน้ำที่สั่นไหวเบา ๆมิลินยืนมองวิวอยู่ครู่หนึ่ง เสื้อคลุมโรงแรมสีขาวพาดอยู่บนไหล่ ผมถูกรวบหลวม ๆ“น้ำกำลังดี” เธอพูดคนเดียว หลังจากลองจุ่มปลายนิ้วลงไปเธอปลดสายผูกเสื้อคลุมออกช้า ๆ ไม่เร่ง ไม่เขินเกินเหตุ เพราะนี่คือออนเซ็นส่วนตัว และเธอไม่ได้เป็นเด็กที่ตื่นเต้นกับการแช่น้ำเสียงผ้านุ่มเลื่อนตกลงบนพื้นไม้เบา ๆมิลินก้าวลงอ่างก่อน น้ำอุ่นโอบรัดผิวทันที เธอถอนหายใจเบาบางอย่างผ่อนคลาย“มิ”เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังวิกเตอร์เดินออกมาช้ากว่าเดิมเล็กน้อย สวมเพียงผ้าขนหนูสีขาวพาดต่ำอย่างเรียบร้อย ไอน้ำลอยตัดกับแสงเย็นจนเส้นสายของร่างเขาดูพร่าเบา ๆ“เรียกซะตกใจ” มิลินไม่ได้หันกลับทันที แค่เอนศีรษะพิงขอบหิน“มีอะไรคะ”“ไม่รอเฮียบ้างเลย”“ก็ช้าเองอ่า” มิลินตอบ ดวงตายังมองภูเขาที่ตั้งนิ่งอยู่ตรงหน้าไอน้ำลอยบาง ๆ คลออยู่เหนือผิวน้ำ เสียงน้ำกระเพื่อมเบา ๆ ตามจังหวะลมหายใจของเธอวิกเตอร์ยืนมองแผ่นหลังขาวเนียนที่โผล่พ้นผิวน้ำเล็กน้อย ก่อนจะพูดกึ่งหยอก“เฮียต้องรอรอบต่อไปสินะ”“ก็แล้วแต่ค่ะ” เธอหลุดยิ้มมุมปา
“ก็ดีมาก”เธอยิ้มพอใจอีกครั้ง เหมือนชนะเล็ก ๆ ทุกประโยค หลังจากเดินชิมโน่นนี่อีกสองสามร้าน ทั้งสองก็เริ่มช้าลง ฝูงชนหนาแน่นขึ้น แสงเช้ากลายเป็นสีทองอ่อนเต็มท้องฟ้า“กลับเลยไหมคะ”“กลับไปพัก”“กลับไปเก็บของค่ะ เดี๋ยวไม่ทันเช็กเอาต์”“…” วิกเตอร์พยักหน้าบนรถไฟขากลับ คนแน่นกว่าตอนมา มิลินยืนเกาะราว มืออีกข้างจับชายโค้ตตัวเองไว้แน่น รถไฟเบรกกะทันหันเล็กน้อย เธอเซไปข้างหน้า มือหนาคว้าแขนเธอไว้ทันที“ระวัง”“ไม่ได้ล้มค่ะ” เธอเถียงเบา ๆ แต่ก็ไม่ได้ดึงแขนออกจนกระทั่งกลับถึงโรงแรมช่วงสาย ๆ ทั้งคู่แยกเข้าห้องตัวเองเก็บของทมิลินยืนมองกระเป๋าเดินทางที่เปิดค้างอยู่ เธอพับสเวตเตอร์เก็บอย่างเป็นระเบียบ หยุดมือครู่หนึ่งก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง“มิ เสร็จยัง”“เฮียเข้าไปได้ไหม”“ได้ค่ะ”ลูกบิดหมุนช้า ๆ ประตูเปิดออก วิกเตอร์ก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นสบู่อ่อน ๆ จากห้องน้ำยังลอยอยู่เขาไม่ได้เดินลึกเข้ามาทันที แค่ยืนใกล้ประตู สายตากวาดมองกระเป๋าที่เปิดค้างอยู่บนเตียง“เหลืออะไรไหม”“อีกนิดเดียวค่ะ”เธอก้มลงพับสเวตเตอร์ตัวสุดท้าย ใส่ลงกระเป๋าอย่างเรียบร้อย ก่อนรูดซิปปิด“เฮียช่วยถือ”“ขอบคุณค่ะ”ทั้งคู่เดิ





