LOGINเตยหอมเป็นแค่ผู้อาศัย ไม่ต่างจากกาฝากของครอบครัว หน้าที่ก็คือต้องทนรองมือรองเท้าให้กับเจนจิราลูกสาวของผู้มีพระคุณ และเมื่อผู้มีพระคุณต้องการให้หล่อนปลอมตัวเป็นเจ้าสาวเพื่อมอบพรหมจรรย์ให้กับเจ้าบ่าวในค่ำคืนแต่งงานแทนลูกสาวผู้สำส่อนของพวกตน หล่อนก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ หลังจากค่ำคืนอัปยศนั้นผ่านพ้นไป หล่อนก็ถูกส่งตัวไปจนไกลแสนไกล 4ปีผ่านไป... หล่อนจำใจต้องเดินทางกลับมาเมืองไทย เพื่อร่วมงานศพของเจนจิราที่ฆ่าตัวตาย และหล่อนก็ได้พบกับเขาอีกครั้ง อเล็กซิส โอคอนเนอร์ เขาคือพ่อของลูกสาว... แต่เขาจะไม่มีวันรู้ความลับนี้หรอก แม้ว่าลูกสาวจะถอดแบบมาจากเขาราวกับแกะก็ตาม "เอ่อ... คุณมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ" เขายืนอยู่หลังบานประตูไม้ที่หล่อนเพิ่งเปิดออก "ฉันเอาต่างหูมาคืนเธอน่ะ" เขายื่นต่างหูข้างที่หล่อนพยายามหามาตลอดสี่ปี แต่ก็หาไม่เจอ "ขอบคุณค่ะ" "ไม่ทราบว่าคุณเจอมันที่ไหนเหรอคะ" "บนเตียง..." น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา แต่มันกลับทำให้สันหลังของหล่อนเย็นวาบ "ในคืนแต่งงานของฉันกับเจนจิรา เมื่อ 4ปีก่อน"
View More朝の光が薄いカーテン越しに差し込んできた。私はそのまぶしさに顔をしかめながら、ぼんやりと瞳を開いた。
体が重く、頭がぐらぐらする。この感覚は…酒のせいだとすぐに分かった。昨夜、相当飲んだんだな、と自分に呆れながら体を起こそうとした瞬間、隣に誰かがいることに気づいて、心臓が止まるかと思った。
「え…?」
ベッドの中、私の隣に見知らぬ男性が寝ている。背が高く、広い肩が布団の下から覗いているのが見えた。
混乱した頭の中で必死に昨夜の記憶をたどろうとするが、アルコールのせいか、細部がぼやけている。なんで私、こんなところにいるの?
混乱する中でふと、彼の首元に目が留まった。そこには、見覚えのあるチェーンがぶら下がっている。それは…私の祖母の形見の指輪。昨夜、私は酔った勢いでこの人にそれを渡してしまったのだ。
思い出して、冷や汗がじわりと出る。
「やばい…」
その指輪を取ろうと、彼に手を伸ばすと気配を感じたのか、彼が寝返りを打った。
私は慌ててベッドから抜け出し、できるだけ静かに服を手に取った。ドアの方に向かおうとするけど、頭の中では昨夜の出来事が断片的にフラッシュバックしてくる。彼とは確か、バーで出会った…。
「お待たせしました、ジントニックです。」
カウンター越しに低い声が聞こえ、私は顔を上げた。サングラスをかけたバーテンダーが、グラスをそっと私の前に置く。背が高くて、スーツ姿がよく似合う彼に、私はいつも目を奪われてしまう。サングラスをかけているせいで、表情はよくわからないけど、どこか寡黙でクールな雰囲気がある。
何度か来たことのある、会社の近くのバー。店内は明かりが落とされていて落ち着く空間だ。
彼と一緒に、もう一人同じぐらいの男性がいるこの店。
私もいつもは誰かと来るため、あまり気にしていなかったが、今日は訳あって一人。アルコールも手伝って声をかけていた。
「ありがとうございます。でも…なんでサングラス?」
私は、つい好奇心でそんなことを聞いてしまった。だって、室内なのにサングラスって普通じゃない。
彼は静かに口を開いた。
「視力が弱くて」
一瞬、私は何も言えなくなった。気まずくて、どう返事をすればいいかわからない。無意識に、グラスを口元に運びながら、私は彼をちらりと見た。彼は気にする様子もなく、穏やかに立っていた。
「ごめんなさい…そんなつもりじゃなかったの。」
「大丈夫です。よく聞かれるので。」
彼は短くそう言うと、穏やかに笑ってくれた。少し安心した私は、グラスの中身を一気に飲み干した。アルコールが喉を通ると同時に、気持ちが少しだけ軽くなる気がした。
いつもは気にしていなかったが、確かに彼は歩くとき、手で確認をしている。きっと酒瓶などもわかるように工夫されているのだろう。
「おしいしい」
言われるまで全く気付かないほど、彼のカクテルの味も所作も完璧だった。
私は背中まで伸びたブラウンの髪を手で軽く整え、もう一杯オーダーする。今日はなぜか、いつもよりも飲みたい気分だった。理由はわかっている。両親がまた、お見合いの話を持ち出してきたからだ。
「お見合い、結婚、結婚って。そればっかり…やってられない」
私は、ふと口から愚痴がこぼれていた。いつもならこんなこと言わないけど、今夜は何もかもが嫌だった。彼は黙って私の話を聞いてくれていた。サングラスの奥の表情は見えないけど、彼の態度にはどこか安心感があった。
「自由になりたいのに…恋だってしたことない。こんな生活、何の意味があるんだろう…」
彼はしばらく沈黙していたが、やがて静かに言った。
「自分を責めすぎない方がいいですよ。そんな時もあります。」
彼の言葉に、私は少しだけ救われた気がした。優しい人だな、と思いながら、またグラスを口に運ぶ。でも、それがいけなかった。酒が回りすぎて、頭がぐらぐらしてきたのだ。
「飲みすぎじゃないですか?」
彼の声が聞こえたけれど、もう体が言うことを聞かない。視界がぼやけて、カウンターに顔を伏せるようにしてしまった。
次に目が覚めたとき、私は知らないベッドに横たわっていた。ぼんやりとした意識の中で、天井を見つめる。ここは…どこ?私は混乱したまま周りを見回し、隣にいる彼を見つけた。彼が私をここまで運んできてくれたのだろう。彼が目が見えないと知っていたのに、こんな状況にしたのは私だ。
「一度くらい…自由に生きたいの…恋だって…」
気づけば、私は彼の腕に手を伸ばしていた。彼は一瞬驚いたようだったけれど、すぐにその手を握り返してくれた。そして、私はそのまま彼を引き寄せ、唇を重ねた。彼は戸惑っていたけど、私を拒まなかった。そして、その夜、私たちは一緒に過ごした。
私は、昨夜の出来事を思い出しながら、部屋を後にした。
指輪は彼の首にかかったまま――それが、今の私にとって唯一の後悔だった。あれは、私にとって大切なものだったのに。どうして、あんな風に渡してしまったんだろう…。
外に出ると、冷たい朝の空気が私の頬を打つ。酔いは完全に覚めたけれど、心の中にはまだ、昨夜の余韻が残っていた。
หลายปีต่อมา... สี่หนุ่มเพื่อนซี้ก็สามารถหาเวลาว่างตรงกันและนัดมาสังสรรค์กันได้ในที่สุดอเล็กซิสยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ ขณะทอดสายตามองไปยังทุ่งกว้างที่บรรดาเด็กน้อยวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน โดยมีสาวๆ ซึ่งเป็นภรรยาของพวกเขาทั้งสี่คนปูเสื่อนั่งคุยกันอยู่ไม่ห่างจากจุดที่เด็กๆ วิ่งเล่นอยู่เขาไม่เคยมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลย การมีครอบครัวคือสิ่งที่เขาไม่เคยปรารถนามาก่อน แต่หลังจากที่เตยหอมเข้ามาในชีวิต เขาก็ได้รู้จักกับความสุขที่แท้จริง...ความสุขที่เงินมากเท่าไรก็ซื้อหาไม่ได้...“ในท้องเมียนายกี่คนวะ เห็นท้องใหญ่ๆ” แม็กซิมัสเอ่ยถามอเล็กซิส ซึ่งเป็นหนุ่มหล่อคนสุดท้ายที่เพิ่งได้แต่งเมีย“แฝดสามว่ะ” อเล็กซิสยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจ “น้ำยาฉันมันแรง เห็นไหมล่ะ”เสียงหัวเราะของอีกสามหนุ่มดังกระหึ่ม ก่อนจะรีบเกทับกันยกใหญ่“แค่แฝดสามทำมาคุยไอ้อเล็ก ฉันนี่ลูกหกคนแล้วโว้ย ยังไม่เห็นคุยเลย ถึงจะไม่ใช่แฝดก็ตาม” เคลวินยืดอกบ้างด้วยความภูมิใจในเชื้อพันธุ์ของตนเองไม่ต่างกัน“ให้มันน้อยๆ หน่อยน่ะพวกแก” ชาร์ลีแย้งขึ้นพร้อมกับจิบเหล้า แต่ก็ทำให้เพื่อนอีกสามคนหันมาทับถมกันใหญ่โต“นายน่ะอ่อนสุดเลยรู้ไหมไอ้ชาร์ล พวกเร
Mackenzie, New Zealandสถานที่ตรงหน้ามันสวยเหลือเกิน สวยงามน่าอัศจรรย์จนหล่อนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เลย รู้แต่ว่ามันคือแดนสวรรค์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่จริงบนโลกรอยยิ้มละไมเปื้อนดวงหน้างามตลอดเวลา เมื่อนึกถึงภาพของทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่อยู่ท่ามกลางเทือกเขาสูงใหญ่ และรอบๆ ก็มีดอกไม้สีสันสดใสประดับประดาอย่างลงตัวคล้ายกับดินแดนในเทพนิยายที่เคยหยิบยืมของเจนจิรามาอ่านตอนเด็กไม่มีผิด“ชอบไหมทูนหัว...”คนที่นอนหลับตาอยู่ก่อนหน้าขยับเปลือกตาลืมขึ้น และมองหน้าหล่อน ดวงตาของเขาระยิบระยับสวยแข่งกับดวงดาวบนท้องฟ้ากว้างเหลือเกินมือเล็กยกลูบแก้มสากที่มีตอหนวดขึ้นประปรายแผ่วเบา “ชอบมากค่ะ มันสวยเหลือเกิน...”คนตัวโตยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาดสะท้อนกับแสงของดวงดารานับหมื่นบนท้องฟ้า“ผมดีใจนะที่คุณชอบ...”“ขอบคุณมากนะคะที่พาเตยมาที่นี่ มันสวยมาก สวยเหมือนสวรรค์เลยค่ะ”คนที่นอนพักอยู่ลุกขึ้นนั่ง ยกมือใหญ่ขึ้นโอบประคองแก้มนวลของภรรยาเอาไว้ ก่อนจะจุมพิตกลีบปากอวบอิ่มนุ่มนวล จากนั้นก็กระซิบแผ่วเบา“แล้วที่นี่คุณชอบอะไรที่สุดล่ะ ทะเลสาบ ดอกลูพิน หรือว่าดวงดาวบนฟ้าในตอนนี้”หล่อนฉีกยิ้มกว้าง
และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความสุขคือสิ่งที่เตยหอมพบเจอเป็นประจำจนเคยชิน หล่อนไม่เคยพบประสบกับความทุกข์ใจใดๆ อีกเลย เมื่อมีอุ้งมือของอเล็กซิสคอยโอบประคอง จนหล่อนอดคิดไม่ได้ว่าตนเองคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก“อุ้ยยย...” หล่อนสะดุ้งตกใจเมื่อถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง แต่สัมผัสและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้อมยิ้มกว้างในเวลาต่อมา อ้อมแขนที่แสนอบอุ่นนี้จะเป็นของใครไปได้ล่ะ นอกจาก...อเล็กซิส โอคอนเนอร์ สามีดีเด่นของหล่อนนั่นเอง...หล่อนหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับสามีสุดหล่อที่ตัวสูงใหญ่ มองจ้องตาสีฟ้าสวยของเขาด้วยความรักหมดหัวใจ“น้องปิ่นหลับแล้วเหรอคะ”“หลับแล้วครับทูนหัว...” คุณพ่อคนเก่งก้มลงจูบแก้มภรรยาอย่างแสนรัก จากนั้นก็เลยมาอ้อยอิ่งที่กลีบปากหวานราวกับหยาดน้ำผึ้งป่าของภรรยา “กว่าจะหลับได้ ผมหมดนิทานในสต็อกไปเกือบห้าเรื่องแน่ะ” เขาพูดและก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ดวงตากวาดมองหน้าหวานของเตยหอมตลอดเวลา“ตอนเด็ก คุณจ้อเก่งแบบน้องปิ่นหรือเปล่าเนี่ย”หล่อนหัวเราะร่วน “เปล่านะคะ ตอนเล็กๆ เตยไม่ค่อยจะพูดด้วยซ้ำไปค่ะ”“อ้าว งั้นก็คงเหมือนผมน่ะสิ” เขาหัวเราะก๊าก ซึ่งหล่อนเองก็อดที่จะหัวเราะออกมาอีกครั้
“ที่แท้ก็อยากมีลูกเพิ่มใช่ไหมคะเนี่ย”เขาผงกศีรษะตอบรับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์น้อยๆ “ก็ฉันกลัวน้องปิ่นจะเหงา ก็เลยอยากมีน้องๆ ให้มาเป็นเพื่อนวิ่งเล่น ว่าแต่ตกลงไหมทูนหัว”เตยหอมยิ้มเอียงอาย ก่อนจะซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างอย่างแสนรัก“ค่ะ”“น่ารักจังทูนหัว”เสียงหัวเราะพึงพอใจของอเล็กซิสดังกระหึ่มขึ้น ก่อนที่มือใหญ่จะเริ่มต้นซุกซน“อุ้ยยย... จะทำอะไรเหรอคะ”“ก็เร่งมือทำน้องให้น้องปิ่นไงจ๊ะทูนหัว”“ตะ... ตอนนี้เลยเหรอคะ” มือของเขาซุกซนมาก สัมผัสลูบไล้ไปทั้งบั้นท้ายทำเอาหล่อนสยิวเสียวซ่าน“ไม่ทำตอนนี้จะทำตอนไหนล่ะทูนหัว...”“ก็... ตอนค่ำไงคะ” หล่อนอ้อมแอ้มตอบด้วยความขัดเขิน“รอไม่ไหวจ๊ะที่รัก... ได้โปรดขอตอนนี้เลย... นะ...”น้ำเสียงของอเล็กซิสทั้งกระเส่าทั้งแปร่งพร่า ทำเอาหล่อนไม่กล้าที่จะขัดใจเลย“ก็... ได้ค่ะ”กายสาวร้อนผะผ่าว เลือดในกายก็เดือดพล่าน ยิ่งอเล็กซิสมือไม่อยู่สุขแบบนี้ หล่อนก็ยิ่งร้อนฉ่าราวกับจับไข้สูง“ทูนหัว... อวบใหญ่ไปทั้งตัวเลย... อืมมม”มือใหญ่ทั้งขยำทั้งบีบเต้านมอย่างเมามัน ก่อนจะฉีกทึ้งเสื้อผ้าที่หล่อนสวมอยู่จนกระเด็นหวือลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้นห้อง ส่วนกายสาวก็ล่อนจ้อน
“ใครว่าล่ะ เธอทั้งสวยทั้งหวานต่างหาก”“เตย...”“ฉันก็บอกเธอตลอดนี่ว่าเธอน่ะหอมหวานแค่ไหน ตอนที่เรา...”อเล็กซิสอมยิ้มและเว้นวรรคเอาไว้ แต่หล่อนก็เข้าใจความหมายได้เป็นอย่างดีหล่อนเสหลบสายตาด้วยความเอียงอาย โดยมีคนตัวโตพรมจูบไปทั่วทั้งใบหน้า“ความจริง ฉันไม่ได้คิดจะบอกความในใจกับเธอตรงนี้หรอกนะ”“คะ?”“ฉันเ
อเล็กซิสยังไม่ได้กลับออกไป เขายังคงเฝ้ารอให้เตยหอมพาปิ่นงามออกไปก่อน เพราะเขามีเป้าหมายบางอย่างที่ต้องทำนั่นเองเขารอจนเตยหอมจูงมือลูกสาวพ้นออกไปจากห้องพัก จากนั้นก็ออกจากที่ซ่อน และเดินไปหาบุคคลเป้าหมายยายฟองจันทร์ที่เพิ่งจะแต่งตัวเสร็จ หันไปตะโกนบอกสามีที่กำลังเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ“ฉันออกไปรอข้างนอ
หลังจากกล่อมลูกสาวให้นอนหลับไปแล้ว เตยหอมก็ออกมายืนที่หน้าห้องพัก น้ำตาไหลรินออกมาอาบแก้ม ความเจ็บปวดยังคงเต้นระริกอยู่ภายในอกหล่อนทั้งตื่นเต้น ทั้งดีใจ ที่ได้พบกับอเล็กซิสอีกครั้ง แต่กระนั้นก็หวาดกลัวจับใจเช่นกัน เพราะเกรงว่าเขาจะระแคะระคายเรื่องชาติกำเนิดของปิ่นงาม“เตยดีใจนะคะที่เห็นคุณอเล็กมีความ
“ฉันพลิกแผ่นดินตามหาเธอ...” เขากระซิบชิดปากเจ่อ “แต่ก็ไม่เคยได้ข่าวคราวของเธอเลย” มือใหญ่โอบประคองดวงหน้าที่มีหยาดน้ำตาเปียกชุ่มเอาไว้ “จนกระทั่งวันนี้... ฉันได้เจอเธออีกครั้ง” ดวงตาสีฟ้ากระจ่างอัดแน่นไปด้วยความยินดี “ฉันสาบาน ว่าจะไม่มีวันปล่อยเธอไปไหนอีกแล้ว”เตยหอมยืนนิ่ง พยายามต่อสู้กับความชั่วร้