로그인เตยหอมเป็นแค่ผู้อาศัย ไม่ต่างจากกาฝากของครอบครัว หน้าที่ก็คือต้องทนรองมือรองเท้าให้กับเจนจิราลูกสาวของผู้มีพระคุณ และเมื่อผู้มีพระคุณต้องการให้หล่อนปลอมตัวเป็นเจ้าสาวเพื่อมอบพรหมจรรย์ให้กับเจ้าบ่าวในค่ำคืนแต่งงานแทนลูกสาวผู้สำส่อนของพวกตน หล่อนก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ หลังจากค่ำคืนอัปยศนั้นผ่านพ้นไป หล่อนก็ถูกส่งตัวไปจนไกลแสนไกล 4ปีผ่านไป... หล่อนจำใจต้องเดินทางกลับมาเมืองไทย เพื่อร่วมงานศพของเจนจิราที่ฆ่าตัวตาย และหล่อนก็ได้พบกับเขาอีกครั้ง อเล็กซิส โอคอนเนอร์ เขาคือพ่อของลูกสาว... แต่เขาจะไม่มีวันรู้ความลับนี้หรอก แม้ว่าลูกสาวจะถอดแบบมาจากเขาราวกับแกะก็ตาม "เอ่อ... คุณมีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ" เขายืนอยู่หลังบานประตูไม้ที่หล่อนเพิ่งเปิดออก "ฉันเอาต่างหูมาคืนเธอน่ะ" เขายื่นต่างหูข้างที่หล่อนพยายามหามาตลอดสี่ปี แต่ก็หาไม่เจอ "ขอบคุณค่ะ" "ไม่ทราบว่าคุณเจอมันที่ไหนเหรอคะ" "บนเตียง..." น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา แต่มันกลับทำให้สันหลังของหล่อนเย็นวาบ "ในคืนแต่งงานของฉันกับเจนจิรา เมื่อ 4ปีก่อน"
더 보기หลายปีต่อมา... สี่หนุ่มเพื่อนซี้ก็สามารถหาเวลาว่างตรงกันและนัดมาสังสรรค์กันได้ในที่สุดอเล็กซิสยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ ขณะทอดสายตามองไปยังทุ่งกว้างที่บรรดาเด็กน้อยวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน โดยมีสาวๆ ซึ่งเป็นภรรยาของพวกเขาทั้งสี่คนปูเสื่อนั่งคุยกันอยู่ไม่ห่างจากจุดที่เด็กๆ วิ่งเล่นอยู่เขาไม่เคยมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลย การมีครอบครัวคือสิ่งที่เขาไม่เคยปรารถนามาก่อน แต่หลังจากที่เตยหอมเข้ามาในชีวิต เขาก็ได้รู้จักกับความสุขที่แท้จริง...ความสุขที่เงินมากเท่าไรก็ซื้อหาไม่ได้...“ในท้องเมียนายกี่คนวะ เห็นท้องใหญ่ๆ” แม็กซิมัสเอ่ยถามอเล็กซิส ซึ่งเป็นหนุ่มหล่อคนสุดท้ายที่เพิ่งได้แต่งเมีย“แฝดสามว่ะ” อเล็กซิสยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจ “น้ำยาฉันมันแรง เห็นไหมล่ะ”เสียงหัวเราะของอีกสามหนุ่มดังกระหึ่ม ก่อนจะรีบเกทับกันยกใหญ่“แค่แฝดสามทำมาคุยไอ้อเล็ก ฉันนี่ลูกหกคนแล้วโว้ย ยังไม่เห็นคุยเลย ถึงจะไม่ใช่แฝดก็ตาม” เคลวินยืดอกบ้างด้วยความภูมิใจในเชื้อพันธุ์ของตนเองไม่ต่างกัน“ให้มันน้อยๆ หน่อยน่ะพวกแก” ชาร์ลีแย้งขึ้นพร้อมกับจิบเหล้า แต่ก็ทำให้เพื่อนอีกสามคนหันมาทับถมกันใหญ่โต“นายน่ะอ่อนสุดเลยรู้ไหมไอ้ชาร์ล พวกเร
Mackenzie, New Zealandสถานที่ตรงหน้ามันสวยเหลือเกิน สวยงามน่าอัศจรรย์จนหล่อนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เลย รู้แต่ว่ามันคือแดนสวรรค์ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่จริงบนโลกรอยยิ้มละไมเปื้อนดวงหน้างามตลอดเวลา เมื่อนึกถึงภาพของทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่อยู่ท่ามกลางเทือกเขาสูงใหญ่ และรอบๆ ก็มีดอกไม้สีสันสดใสประดับประดาอย่างลงตัวคล้ายกับดินแดนในเทพนิยายที่เคยหยิบยืมของเจนจิรามาอ่านตอนเด็กไม่มีผิด“ชอบไหมทูนหัว...”คนที่นอนหลับตาอยู่ก่อนหน้าขยับเปลือกตาลืมขึ้น และมองหน้าหล่อน ดวงตาของเขาระยิบระยับสวยแข่งกับดวงดาวบนท้องฟ้ากว้างเหลือเกินมือเล็กยกลูบแก้มสากที่มีตอหนวดขึ้นประปรายแผ่วเบา “ชอบมากค่ะ มันสวยเหลือเกิน...”คนตัวโตยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาดสะท้อนกับแสงของดวงดารานับหมื่นบนท้องฟ้า“ผมดีใจนะที่คุณชอบ...”“ขอบคุณมากนะคะที่พาเตยมาที่นี่ มันสวยมาก สวยเหมือนสวรรค์เลยค่ะ”คนที่นอนพักอยู่ลุกขึ้นนั่ง ยกมือใหญ่ขึ้นโอบประคองแก้มนวลของภรรยาเอาไว้ ก่อนจะจุมพิตกลีบปากอวบอิ่มนุ่มนวล จากนั้นก็กระซิบแผ่วเบา“แล้วที่นี่คุณชอบอะไรที่สุดล่ะ ทะเลสาบ ดอกลูพิน หรือว่าดวงดาวบนฟ้าในตอนนี้”หล่อนฉีกยิ้มกว้าง
และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความสุขคือสิ่งที่เตยหอมพบเจอเป็นประจำจนเคยชิน หล่อนไม่เคยพบประสบกับความทุกข์ใจใดๆ อีกเลย เมื่อมีอุ้งมือของอเล็กซิสคอยโอบประคอง จนหล่อนอดคิดไม่ได้ว่าตนเองคือผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก“อุ้ยยย...” หล่อนสะดุ้งตกใจเมื่อถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง แต่สัมผัสและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้อมยิ้มกว้างในเวลาต่อมา อ้อมแขนที่แสนอบอุ่นนี้จะเป็นของใครไปได้ล่ะ นอกจาก...อเล็กซิส โอคอนเนอร์ สามีดีเด่นของหล่อนนั่นเอง...หล่อนหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับสามีสุดหล่อที่ตัวสูงใหญ่ มองจ้องตาสีฟ้าสวยของเขาด้วยความรักหมดหัวใจ“น้องปิ่นหลับแล้วเหรอคะ”“หลับแล้วครับทูนหัว...” คุณพ่อคนเก่งก้มลงจูบแก้มภรรยาอย่างแสนรัก จากนั้นก็เลยมาอ้อยอิ่งที่กลีบปากหวานราวกับหยาดน้ำผึ้งป่าของภรรยา “กว่าจะหลับได้ ผมหมดนิทานในสต็อกไปเกือบห้าเรื่องแน่ะ” เขาพูดและก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ดวงตากวาดมองหน้าหวานของเตยหอมตลอดเวลา“ตอนเด็ก คุณจ้อเก่งแบบน้องปิ่นหรือเปล่าเนี่ย”หล่อนหัวเราะร่วน “เปล่านะคะ ตอนเล็กๆ เตยไม่ค่อยจะพูดด้วยซ้ำไปค่ะ”“อ้าว งั้นก็คงเหมือนผมน่ะสิ” เขาหัวเราะก๊าก ซึ่งหล่อนเองก็อดที่จะหัวเราะออกมาอีกครั้
“ที่แท้ก็อยากมีลูกเพิ่มใช่ไหมคะเนี่ย”เขาผงกศีรษะตอบรับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์น้อยๆ “ก็ฉันกลัวน้องปิ่นจะเหงา ก็เลยอยากมีน้องๆ ให้มาเป็นเพื่อนวิ่งเล่น ว่าแต่ตกลงไหมทูนหัว”เตยหอมยิ้มเอียงอาย ก่อนจะซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างอย่างแสนรัก“ค่ะ”“น่ารักจังทูนหัว”เสียงหัวเราะพึงพอใจของอเล็กซิสดังกระหึ่มขึ้น ก่อนที่มือใหญ่จะเริ่มต้นซุกซน“อุ้ยยย... จะทำอะไรเหรอคะ”“ก็เร่งมือทำน้องให้น้องปิ่นไงจ๊ะทูนหัว”“ตะ... ตอนนี้เลยเหรอคะ” มือของเขาซุกซนมาก สัมผัสลูบไล้ไปทั้งบั้นท้ายทำเอาหล่อนสยิวเสียวซ่าน“ไม่ทำตอนนี้จะทำตอนไหนล่ะทูนหัว...”“ก็... ตอนค่ำไงคะ” หล่อนอ้อมแอ้มตอบด้วยความขัดเขิน“รอไม่ไหวจ๊ะที่รัก... ได้โปรดขอตอนนี้เลย... นะ...”น้ำเสียงของอเล็กซิสทั้งกระเส่าทั้งแปร่งพร่า ทำเอาหล่อนไม่กล้าที่จะขัดใจเลย“ก็... ได้ค่ะ”กายสาวร้อนผะผ่าว เลือดในกายก็เดือดพล่าน ยิ่งอเล็กซิสมือไม่อยู่สุขแบบนี้ หล่อนก็ยิ่งร้อนฉ่าราวกับจับไข้สูง“ทูนหัว... อวบใหญ่ไปทั้งตัวเลย... อืมมม”มือใหญ่ทั้งขยำทั้งบีบเต้านมอย่างเมามัน ก่อนจะฉีกทึ้งเสื้อผ้าที่หล่อนสวมอยู่จนกระเด็นหวือลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้นห้อง ส่วนกายสาวก็ล่อนจ้อน
“เป็นยังไงบ้างหนูเตย คุณหมอบอกว่าหนูเตยเป็นอะไร”ยายฟองจันทร์รีบเดินเข้าไปหา เมื่อเห็นเตยหอมเดินโซซัดโซเซ แถมหน้ายังซีดขาวออกมาจากห้องตรวจ“แล้วนี่ร้องไห้ทำไมล่ะหนูเตย...”เตยหอมทรุดฮวบลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกที่ยายฟองจันทร์พามานั่ง คำพูดของคุณหมอยังดังก้องอยู่ในหัวของหล่อนตลอดเวลา‘หมอขอแสดงความยินดีด้วย
“อ้วก... อ้วก...”เสียงอาเจียนจากเตยหอมดังขึ้น ทำให้ยายฟองจันทร์ที่นั่งกินข้าวอยู่อดที่จะลุกขึ้นไปลูบหลังให้ไม่ได้“หนูเตย... เป็นอะไรไปลูก”เตยหอมอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง หล่อนรับขันน้ำจากยายฟองจันทร์มาบ้วนปาก ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง“เตย... ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”“แต่ยายว่ามันแปลกๆ นะหนูเตย... เพราะยายเห็
เจนจิราเดินหน้าตาหงุดหงิดเข้ามาในบ้านของตนเอง และก็เจอบิดากำลังยืนชื่นชมอยู่กับกระถางกล้วยไม้ จึงอดที่จะเดินเข้าไปฟาดงวงฟาดงาใส่ไม่ได้“มีความสุขจังนะคะคุณพ่อ”“น้องเจน... เป็นอะไรหรือเปล่าลูก”“หึ... ห่วงเจนด้วยเหรอคะ นึกว่าห่วงแต่นังเตยลูกคนใช้เป็นอย่างเดียว”“น้องเจนก็รู้ว่าพ่อรักน้องเจนที่สุด” เกรี
อเล็กซิสเดินหาเตยหอมแทบจะรอบบ้านอยู่แล้ว แต่เขากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของหล่อน“บ้าจริง เธอหายไปไหนนะเตยหอม”เขาบ่นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะกวักมือเรียกสาวใช้ที่เดินผ่านมาพอดี“ผมมีเรื่องรบกวนถามหน่อยครับ”“เอ่อ ได้ค่ะคุณอเล็ก” สาวใช้รู้จักว่าเขาคือใคร จึงแสดงท่าทางนอบน้อมเคารพ“ผมอยากรู้ว่าเตยหอมอยู่ไหนครับตอนน