ณ วัดบูรณภักดิ์วาอาราม
เช้าที่ควรแสนสงบ… แต่คนที่มาด้วยนั้นดันสร้างความไม่สงบเท่าไหร่นัก ขณะเราสองคนเดินไปยังศาลาการเปรียญ ที่นี่มีบรรยากาศที่เงียบสงบ มีเสียงลมอ่อนๆ พัดผ่านต้นโพธิ์ใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่ และเสียงนกร้องแว่วทักทายเป็นระยะ “เข้ามาอยู่ในวัดแล้ว อยู่ในความสงบด้วยนะครับ อารมณ์หรืออะไรที่มันไม่ดีก็ระงับหรือตัดทิ้งไปนะครับ” ผมเอ่ยขึ้นเบาๆ “สั่งกู?” “ถ้าโตพอก็น่าจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่ใช่ว่าแคร์สายตาคนอื่นนะ แต่มันจะดีกับตัวพี่เอง” “สอนกู” ไนท์หรี่ตามอง “อือ” คนโปรดยักคิ้วข้างหนึ่งให้เขา พลางยิ้มบาง เข้ามาในศาลาการเปรียญ คนโปรดและไนท์วางชุดสำรับอาหารและดอกไม้ที่แวะซื้อมาตั้งแต่เช้าลงข้างตัว ก่อนจะก้มกราบพระสามครั้ง หลังจากนั้นพวกเขาก็นำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในจุดสำหรับถวาย ขณะนั้นเองเสียงระฆังก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณเริ่มพิธีถวายภัตตาหารพอดี โม่งงงง…. เสียงก้องของระฆังที่ถูกตีอย่างช้าๆ ดังลึกและยาว สะท้อนก้องออกไปในอากาศ พระอาจารย์ขึ้นสู่ธรรมาสน์ พระสงฆ์รูปอื่นๆ นั่งเรียงแถวกันจนครบ ทั้งคู่เดินกลับมาหาที่นั่ง ก่อนจะประนมมือขึ้นด้วยความสำรวม ภายในศาลามีคนมาทำบุญอยู่จำนวนหนึ่งไม่ได้มากนัก เพราะวันนี้ไม่ได้เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา แต่บรรยากาศกลับสงบอย่างน่าประหลาด ราวกับเสียงระฆังเมื่อครู่ได้ชะล้างความวุ่นวายออกไป “อิทิปิโสภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทธโท…” เสียงบทสวดมนต์ของพระสงฆ์ดังก้องไปทั่วศาลาการเปรียญเมื่อเสียงบทสวดจบลง พระท่านก็เริ่มแสดงธรรม เรื่องบัวสี่เหล่า ซึ่งบ้างก็ว่าสามบ้างก็ว่าสี่ เสียงของพระอาจารย์นุ่มนวลน่าฟัง “เด็กสมัยนี้รอนิดรอหน่อยเป็นไม่ได้ ขัดใจหน่อย ก็เป็นฟืนเป็นไฟ เราต้องใจเย็นๆ อย่ารีบร้อน เพราะมันจะทำให้ขาดสติ ขาดสติแล้วเป็นไง พาลทำชาวบ้านเขาเดือดร้อน สร้างบาปสร้างกรรมโดยไม่รู้ตัว” ท่านหยุดนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ “ไอ่ไม่รู้ตัว แล้วคราวหน้าแก้ไขนี้ก็ดีไป แต่ไอ่คนที่ไม่ฟังใคร ใครเขาสอนก็ไม่เอา เอาตัวเองเป็นใหญ่ ก็จมอยู่แต่กับความทุกข์แบบนั้นแหละ เป็นบัวใต้ตม เขาจะดึงขึ้นมาให้อยู่ใต้น้ำก็ไม่เอา อันนี้เขาเรียกบัวใต้ตม” พระอาจารย์ยังคงสอนต่อ “บัวใต้น้ำ ก็จะเป็นพวก…” ผมหันไปมองคนข้างๆ ที่มาด้วยกัน พบว่าเขากำลังมองไปข้างหน้าด้วยสายตาที่ดูตั้งใจและเหมือนรับฟังอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะเอาไปคิดแล้วนำไปทำตามมั้ย ไม่รู้เลยว่าเขาคิดอะไรอยู่ ตอนแรกผมไม่คิดว่า ไนท์จะอยู่ได้นานขนาดนี้ จริงๆ แล้ว ผมแอบคิดว่าเขาอาจจะบ่นแล้วลุกออกไปตั้งแต่พระท่านเริ่มแสดงธรรมด้วยซ้ำ เพราะแค่ช่วงสวดมนต์ก็ใช้เวลาไปพอสมควร และมันก็เพียงพอจะทำให้เมื่อยขาได้อยู่เหมือนกัน แต่จนถึงตอนนี้… เขายังคงนั่งอยู่ตรงนี้ เงียบและนิ่งกว่าที่ผมคาดไว้มาก แต่พอนึกย้อนดูแล้วเขาก็ยังคงเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ไม่เปลี่ยน แต่ที่รู้เขาจะเปิดรับเฉพาะกับสิ่งที่เขาสนใจ แต่ครั้งนี้เป็นเพราะอะไรนะ “อีกเรื่องนึงที่อยากจะบอกไว้… พ่อแม่ท่านทั้งหลายเนี่ย พึงทำบุญกับท่านเข้าไว้ กตัญญูกับผู้มีพระคุณ บุพการี ย่อมเจริญ ก่อนจะทำบุญกับใครเราต้องทำบุญกับพระในบ้านของเราก่อนอันดับแรก ยกท่านให้เป็นพระอยู่ในใจ ถ้าทำได้การทำให้พ่อแม่ของท่านเสียใจก็จะลดน้อยลง เมื่อท่านจากไปท่านก็จะได้ไม่ห่วง จะได้หมดห่วง และเราก็จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง ให้นึกถึงท่านแล้วมีแต่ความอิ่มเอิบใจมากที่สุดจะดีกว่ามั้ย เราก็พิจารณาเอาเองแล้วกัน” หลังการเทศน์ พระอาจารย์สั่งให้เรานั่งในท่าสมาธิ พร้อมกับหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วผ่อนออกช้าๆ เพื่อรับรู้ถึงปัจจุบันและปล่อยวางจากอดีต วางความกังวลและทิ้งความวุ่นวายไปชั่วครู่ เพื่อให้ใจได้พักผ่อน … .. “เอาล่ะ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นได้ มีใครหลับรึเปล่า ปลุกเพื่อนด้วยนะ” เสียงพระอาจารย์ปลุกทุกคนให้ลืมตา หลังจากที่ท่านให้เรานั่งสมาธิอย่างเงียบๆ เกือบยี่สิบนาที “พี่ไนท์” ผมเรียกเขาเบาๆ เมื่อเห็นเขายังไม่ลืมตา ดูเหมือนจะเหม่อลอยไปที่ไหนสักที่ หรือว่าหลับ? … ‘ไนท์’— เสียงแผ่วแว่วเข้ามาในหู ไนท์ได้ยินเหมือนเสียงแม่ของเขาเรียก “ครับ?” เขาตอบกลับออกมา ขณะยังหลับตา เสียงดูเหมือนจะพูดคนเดียวมากกว่าตอบกลับคนโปรด “พี่ไนท์” ผมเรียกเขาอีกครั้งพร้อมกับเขย่าขาเขา ร่างสูงสะดุ้งเล็กน้อยแล้วลืมตาตื่น คล้ายเพิ่งตื่นจากภวังค์ “ฮะ” เขาส่งเสียงในลำคอ ก่อนจะหันมามองผม ดวงตายังดูมึนงงเล็กน้อย “อะไร?” เสียงเข้มเอ่ยถาม ตามสไตล์เขาคนเดิม ตอนอยู่กับผมอ้ะนะ “เป็นอะไรรึเปล่า” ผมถาม คนโปรดมุ่นคิ้วมองดูเขาอย่างจับสังเกต “เป็นอะไร ไม่ได้เป็นอะไร” เขาตอบกลับมาเสียงแข็งเล็กน้อย “ไปล้างหน้ามั้ย ผมพาไป” “ไม่ต้องทำเหมือนกูเป็นเด็ก กูไม่ใช่ลูกมึง” อ้าว “ไม่ใช่ พี่ซีเรียสอะไรเนี่ย ผมเป็นผู้จัดการ ผมแค่อยากดูแล อำนวยความสะดวกให้พี่ เผื่อพี่ไม่รู้ทางไง” ยังไม่ทันที่ไนท์จะตอบอะไร คนโปรดก็เหลือบไปเห็นคุณตาที่นั่งใกล้ๆ พยายามจะลุกขึ้น แต่ดูท่าจะลำบาก เขาจึงรีบเข้าไปพยุง “ผมช่วยครับ” “ขอบใจๆ” คุณตาพยักหน้ารับ พลางค่อยๆ พยุงตัวขึ้น “ค่อยๆ ลุก” เสียงคุณยายที่เดินเข้ามาพอดี น่าจะเป็นภรรยาของคุณตา “อ้ะนี่ ยายให้จ้ะ” เธอหยิบกล่องขนมออกมาจากกระเป๋าผ้า แล้วยื่นให้ คนโปรดไหว้ขอบคุณก่อนจะรับกล่องขนมมา “ขอบคุณครับ” เขาเหลือบมามองผมแวบหนึ่ง แล้วพูดขึ้นลอยๆ “มึงทำบุญด้วยอะไรวะ ฮะ” ผมได้ยินแล้วก็ยักไหล่ ตอบกลับไป “ไม่ต้องทำบุญ แค่ทำตัวดีๆ มีน้ำใจ ไม่ท็อกซิกก็โอเคละ” คำตอบที่ฟังดูเหมือนจะแขวะเล็กๆ ทำให้ไนท์เลิกคิ้ว สีหน้าไม่สบอารมณ์ “มึงว่ากูเหรอ” ไนท์ว่าพร้อมขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย สายตาจับจ้องผมอย่างจับผิด “ไม่ได้ว๊า” ผมรีบปฏิเสธเสียงสูงอย่างตั้งใจ ทำทีเป็นมองทางอื่น “เสียงสูง” พี่มันว่า ก่อนจะยื่นศอกมากระทบท้องผมเบาๆ พอให้จุกเล็กๆ “โอย พี่! ชอบใช้ความรุนแรงเหรอ” ผมกุมท้อง แกล้งทำหน้าเจ็บปวด ทั้งที่ในใจรู้สึกสนุกกับการหยอกล้อเขา “เออ” พี่มันตอบห้วนๆ ผมแกะกล่องขนมออก ด้านในมีทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ มาพร้อมกับซ้อมพลาสติกไว้สำหรับจิ้มกิน ผมจิ้มขึ้นมาแล้วยื่นให้พี่มัน “ไม่เอา เลี่ยน” ร่างสูงเหลือบมองก่อนจะเบือนหน้าหนี “อร่อย” ผมว่าเสียงหนักแน่น “อร่อยเหี้ยอะไร อย่ามาใช้มุกหลอกเด็ก มึงยังไม่กินเลย” พี่มันแขวะกลับมาทันควัน ผมหัวเราะเบาๆ ไม่เถียงอะไรอีก ปล่อยให้ร่างสูงรอผมกินขนมให้หมดเงียบๆ เติมพลังยามเช้า ด้วยน้ำตาลซะหน่อย จากนั้นเราก็กราบลาพระและเดินออกมาจากศาลา เพื่อมุ่งหน้าไปที่เจดีย์ ที่ต้องเดินข้ามสะพานเล็กๆ ตรงคลองสวนไป เมื่อมาถึงจุดเจดีย์ที่เก็บอัฐิของผู้ล่วงลับ ไนท์หยุดยืนตรงหน้าหินแกะสลัก แววตาสะท้อนไปด้วยความเคารพ เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมองคนโปรดที่ยืนอยู่ข้างๆ มองว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อ คนโปรดยกมือขึ้นไหว้ ไนท์เองก็ทำตาม ทั้งสองย่อตัวลงพร้อมกัน แสดงความเคารพต่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้วด้วยความเงียบ จากนั้นคนโปรดหยิบขันน้ำมนต์ขึ้นมา ใช้มือแตะน้ำเย็นชุ่ม แล้วรดลงบนหินแกะสลักอย่างตั้งใจ ดอกไม้สดถูกวางลงอย่างประณีตตรงหน้าสถานที่เก็บอัฐิ ไนท์มองการกระทำของคนโปรดโดยไม่พูดอะไร สายตาสะท้อนความรู้สึกบางอย่างที่เก็บซ่อนไว้ “ถ้าทุกข์อยู่ก็ขอให้พ้นจากทุกข์ ถ้าสุขแล้วก็ขอให้สุขยิ่งๆ ขึ้นไปนะครับ.. :) คุณน้า” คนโปรดพูด ขณะที่สายตาจับจ้องไปยังเจดีย์อย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะครับ เดี๋ยวพี่ไนท์ก็โต” คนข้างๆ หันขวับมามองผม ผมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะยื่นขันน้ำมนต์ให้เขา ไนท์รับไปเงียบๆ จากนั้นก็ค่อยๆ รดน้ำลงบนหินแกะสลัก อย่างที่ผมทำเมื่อครู่ “พี่ก็เอาบ้างสิ” “เอาอะไร?” ไนท์ทำหน้างง “ก็อวยพรคุณน้า ไม่ก็ลองขออะไรดู” “ขอได้เหรอไม่ใช่สิ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์” “พระในบ้านไง อาหมอก็เหมือนกัน เขาบอกว่าให้ดูแลพระในบ้านแล้วจะเจริญ” “แต่ถ้าไม่ทำอะไรมันก็ไม่เจริญ” “ก็ใช่ ถ้าไม่ทำ มันจะเกิดผลสำเร็จหรือบทเรียนอะไรมั้ยล่ะครับ” “เลิกพูดได้ละ” ไนท์บอกคนโปรดก่อนจะประนมมือพร้อมกับหลับตา อธิษฐานในใจ . “ขอไรอ้ะ?” คนโปรดถามไนท์ด้วยความขี้เล่น “ขอให้มึงออกไปจากชีวิตกู” พี่มันพูดเสียงจริงจัง ราวกับไม่ใช่เรื่องเล่น คนโปรดอ้าปากค้าง ทำตัวไม่ถูก สุดท้ายก็เม้มปากแน่น ก่อนจะพูดต่อ “อ่อออ…” คนโปรดลากเสียงยาว ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เพราะประโยคของไนท์เมื่อครู่นั้นทำให้คนโปรดต้องหยุดคิดอยู่ภายในหัว “พี่รีบรึเปล่า?” คนโปรดถามขึ้น เพื่อเปลี่ยนเรื่อง “ทำไม?” ก่อนข้ามสะพานกลับไป คนโปรดก้าวออกนอกเส้นทาง เดินไปนั่งลงบนสนามหญ้าริมคลองเล็ก “นั่งก่อนสิ” ผมบอกเขา ร่างสูงมองหน้ามองหลัง ยกแขนดูนาฬิกา ก่อนจะเดินมานั่งด้วยกัน คนโปรดเงียบไปไม่พูดอะไร ชมนกชมไม้ไป ดูเหมือนกับปล่อยให้สมองโล่ง แต่ความจริงแล้วก็ยังไม่สามารถไล่ความคิดที่คนข้างๆ ตอบตนอยู่เมื่อครู่ออกไปได้ ว่าเขาอยากให้ตนออกไปห่างๆ จากชีวิตเขาจริงๆ เหรอ -ไนท์- “ขอโทษ” …. มันแกล้งไม่ได้ยินป้ะวะ “เฮ้ย! ขอโทษ” “ฮะ ว่าไงนะ?” คนโปรดหันมาถามเสียงเบา ไนท์ถอนหายใจ ที่ตัวเองต้องพูดซ้ำหลายรอบ “บอกว่าขอโทษ” เรื่องไหนอ้ะ คนโปรดคิดในใจ “เรื่องเมื่อวาน…” ไนท์อธิบายเสียงแผ่วลง “อ๋อ ไม่เป็นไร พี่ก็ขอโทษไปแล้วไง” “….ไม่โกรธกูเหรอ” คนโปรดลอบมองไนท์ และคิดในใจ เป็นอะไรของเขา นึกเห็นใจขึ้นมารึไง “ผมไม่เก็บมาคิดไรหรอก เพราะเข้าใจว่าพี่เป็นแบบนี้” “แบบนี้ แบบไหน?” ไนท์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย “คนซั่ววว” มันลากเสียงยาว ไนท์ทำหน้าจะเอาเรื่องคนโปรด “อ๊ะๆ คนโปรดยกมือขึ้นชี้ห้ามไนท์ “ก็มันคือคุกคามทางเพศรู้จักมั้ย คนดีๆ ที่ไหนเขาทำกัน หรือว่าจะบอกว่าไม่จริง ผมแจ้งตำรวจได้นะ” “ไม่ไปแจ้งล่ะ” ไนท์พูดเสียงท้าทาย “ผมเห็นแก่อาหมอ” “เฮอะ … ” ไนท์ยังไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ไม่ทิ้งช่วงไปนานคนโปรดก็พูดขึ้นอีกรอบ “ผมก็พูดไปงั้นแหละ จริงๆ ผมก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร เพราะพี่ก็ไม่ได้ไปต่อ” ไนท์เหลือบมองคนโปรดด้วยสายตาที่เหมือนจะตีความคำพูดนั้นในใจ ร้องไห้ขนาดนั้น ใครจะไปต่อลง ไนท์คิดในใจ “มึงต้องดีใจนะ” ไนท์พูดขึ้นหลังจากความเงียบ คนโปรดขมวดคิ้วทำหน้างง “ดีใจเรื่อง?” “ที่กูกอดมึง” “เฮอะะะ ดีใจอะไรก่อน ดูสถานการณ์ด้วย” คนโปรดพูดพร้อมกับหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่พรุ่งนี้พี่ทำไร” “ไม่ต้องเสือก” “เค ไม่เสือก ก็ไม่เสือก กลับกันยัง?” คนโปรดถามต่อ ไนท์ยังคงนั่งนิ่ง ไม่มีท่าทีว่าจะตอบอะไร “แล้วบอกไม่อยากมา ติดใจล่ะสิ” เราสองคนลุกขึ้นจากที่นั่ง “กูกลับเอง” “แล้วไม่ให้ผมไปส่งอ้ะ” คนโปรดถามมุ่นคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย “กูเบื่อมึงละ” ไนท์ตอบกลับโดยไม่หันมอง What!? คนโปรดนึกในใจ คนเราสามารถพูดแบบนี้กันได้เลยเหรอ รักษาน้ำใจบ้างก็ได้ ถ้าพูดแล้วมันจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่อ้ะ แต่ก็คิดว่า วันหยุดทั้งทีไนท์ก็ควรมีเวลาส่วนตัวแหละ “มึงก็กลับได้ละ ทีหลังอย่ามาอยู่ห้องกูเหมือนเมื่อวานอีก ถ้าไม่จำเป็น” “ครับ” ###เดินมาถึงบาร์ Lazy Loungeในเมื่อเขายืนยันแบบนั้นแล้วคนโปรดก็ไม่ขัด อาจเป็นเพราะอยากตามใจให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลายบ้าง จึงไม่อยากเคร่งครัดกับเขานัก แม้ว่าลึกๆ แล้ว จะยังไม่แน่ใจว่าการอนุญาตให้มาที่นี่นั้นจะนำไปสู่เรื่องอะไรอีกรึเปล่า แต่เพราะเขาอยากให้ไนท์รู้สึกดีขึ้นมาบ้างที่มีเขาเป็นผู้จัดการ ไม่อยากให้ไนท์คิดแค่ว่าตนสร้างแต่ความปวดหัวมาให้บาร์แห่งนี้ดูเผินๆ เหมือนเป็นร้านเล็กๆ ธรรมดาๆ ในห้าง ไม่ได้ดึงดูความสนใจอะไรมากมาย แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายใน กลับให้ความรู้สึกเหมือน ‘บาร์ลับ’ ที่ซ่อนตัวอยู่จากสายตาคนทั่วไปแสงไฟสลัวตัดกับเคาน์เตอร์ไม้สีเข้ม ด้านหลังเป็นชั้นวางเครื่องดื่มที่เรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นไม้และเครื่องเทศคลุ้งลอยอยู่ในอากาศ แต่ยังไม่ถึงขั้นแสบจมูก บรรยากาศให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและอบอุ่น ต่างจากบาร์ทั่วไปที่มักเต็มไปด้วยเสียงดังและความวุ่นวาย เสียงดนตรีเบาๆ ดังแว่วมาจากด้านใน มีเสียงพูดคุยและเสียงแก้วกระทบกันดังเป็นระยะไนท์ก้าวเข้าไปโดยไม่ลังเล พร้อมกับกวาดสายตามองรอบๆ อย่างคุ้นชิน ต่างจากคนโปรดที่ไม่ได้มาสถานที่แบบนี้บ่อยนั
-คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ
-คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ
ณ วัดบูรณภักดิ์วาอารามเช้าที่ควรแสนสงบ… แต่คนที่มาด้วยนั้นดันสร้างความไม่สงบเท่าไหร่นัก ขณะเราสองคนเดินไปยังศาลาการเปรียญ ที่นี่มีบรรยากาศที่เงียบสงบ มีเสียงลมอ่อนๆ พัดผ่านต้นโพธิ์ใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่ และเสียงนกร้องแว่วทักทายเป็นระยะ “เข้ามาอยู่ในวัดแล้ว อยู่ในความสงบด้วยนะครับ อารมณ์หรืออะไรที่มันไม่ดีก็ระงับหรือตัดทิ้งไปนะครับ” ผมเอ่ยขึ้นเบาๆ“สั่งกู?”“ถ้าโตพอก็น่าจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่ใช่ว่าแคร์สายตาคนอื่นนะ แต่มันจะดีกับตัวพี่เอง”“สอนกู” ไนท์หรี่ตามอง“อือ” คนโปรดยักคิ้วข้างหนึ่งให้เขา พลางยิ้มบางเข้ามาในศาลาการเปรียญ คนโปรดและไนท์วางชุดสำรับอาหารและดอกไม้ที่แวะซื้อมาตั้งแต่เช้าลงข้างตัว ก่อนจะก้มกราบพระสามครั้ง หลังจากนั้นพวกเขาก็นำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในจุดสำหรับถวาย ขณะนั้นเองเสียงระฆังก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณเริ่มพิธีถวายภัตตาหารพอดี โม่งงงง…. เสียงก้องของระฆังที่ถูกตีอย่างช้าๆ ดังลึกและยาว สะท้อนก้องออกไปในอากาศ พระอาจารย์ขึ้นสู่ธรรมาสน์ พระสงฆ์รูปอื่นๆ นั่งเรียงแถวกันจนครบ ทั้งคู่เดินกลับมาหาที่นั่ง ก่อนจะประนมมือขึ
-คนโปรด-เขาไม่ได้โกรธอะไรไนท์กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะคิดว่าไนท์ก็คงเป็นแบบนั้นตามปกติของเจ้าตัว และมันก็มีสัญญาณมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เขาจึงไม่ได้รู้สึกตกใจมากนักแต่เมื่อไนท์แสดงท่าทีที่คิดจะทำจริงจังขึ้นมา ภาพความทรงจำบางอย่างที่เคยอยู่ในหัวของคนโปรดก็ฉายวาบกลับเข้ามาอีกครั้ง [ย้อน] 4 ปีที่แล้ว“สวัสดีค่ะพี่ลักษณ์ ลูกชาย เจ้าบอม อยู่ม.ห้า เพิ่งย้ายโรงเรียนมาอยู่กับแม่ สวัสดีพี่เขาสิลูก” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอยืนข้างเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาว หน้าตาดี “สวัสดีครับ” บอมเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ในใจมีความรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ “หวัดดีครับ” คนโปรดในวัยสิบแปดปี ยกมือขึ้นรับไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ยังไงน้าฝากดูบอมด้วยนะลูก ถ้าเห็นผ่านๆ แต่ถ้าเกิดมันไปกวนอะไรเรา บอกน้าได้เลยนะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยกับคนโปรดด้วยท่าทีฝากฝัง พลางตบบ่าลูกชายเบาๆ ราวกับกลัวว่าเด็กคนนี้จะสร้างความปวดหัวให้ผู้อื่นอย่างนั้นแหละ“ได้ครับ”“พี่คนโปรดเขาเรียนเก่งมากเลยนะ” เธอหันไปพูดกับลูกชาย“แล้วผมไม่เก่งเหรอ” บอมเงยหน้
-ไนท์- วันนี้อยู่ในช่วงกลางเดือน ซึ่งถือเป็นช่วงพักผ่อนที่มีวันหยุดยาวสามวันติดต่อกันของไนท์ หลังจากที่ทำงานมาตลอดทั้งเดือน นอกจากจะขอหยุด ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะได้หยุดพักผ่อนจากความวุ่นวาย สนามบาสในโรงยิม เขามักจะมาที่นี่ในเวลาว่าง เพื่อเล่นบาสกับเพื่อนหรือคนที่อยู่ในยิม ซึ่งปกติก็จะเป็นกลุ่มคนในยิมกลุ่มเดิม เป็นกิจกรรมที่ได้เสียเหงื่อและช่วยให้เขาได้ผ่อนคลายจากความเครียดและความวุ่นวายในชีวิต เขาไม่ได้เพียงแค่เล่นกีฬา แต่ออกกำลังอยู่เรื่อยๆ ด้วย เพื่อรักษาหุ่นให้ฟิตและแข็งแรง “เล่นด้วยได้มั้ยครับ” ไนท์เดินเข้ามาพูดขึ้นกับกลุ่มคนที่เขาคุ้นเคยและไม่ได้เจอกันนาน“ได้ๆ มาเลยๆ อ้าว ตัวตึง” คุณตุลย์หันมาเห็นผม ตอนแรกเขาตอบคงไม่รู้ว่าเป็นผม“โห ไม่หรอกครับ”“หายไปนานเลย ยุ่งเหรอ?”“ครับ มีเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาน่ะ”“นี่รู้ป้ะ ไนท์เป็นดาราเลยนะเว้ย” เขาหันไปพูดกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่กำลังยืนอยู่ในสนาม“จริงอ๋อ ก็ไม่แปลกหรอก หน้าตาดี สเปกสาวๆ เลยหนิ”“เอาเลยมั้ยครับ?” ผมเดินกลับมาหลังจากไปวางกระเป๋าไว้ที่อัฒจันทร์ขอบสนาม“ม