Masukสัญญาแต่งงานสองปี แลกกับเงินและอิสระ หรงเยียนเหมยจึงยอมแต่งกับไอ้ตัวบัดซบ แต่สองปีมาถึง เหตุใดพระสวามีต่ำช้าจึงไม่ยอมหย่า ตบก็แล้วตีก็แล้ว ไหนเล่าหนังสือหย่าของข้า!
Lihat lebih banyakและสุดท้ายนางก็เก็บความคิดนั้นไว้ไม่อยู่ "ช่วงนี้ท่านอ๋องเห็นว่าชีวิตพวกเราสงบสุขเกินไปหรือเพคะ"เฉินเสวียนไท่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหัวใจจะพองโตขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล หรือว่าหรงเยียนเหมยนางจะ กำลังไม่พอใจที่เขาเอ่ยปากจะรับสตรีเพิ่ม?ความคิดนั้นเพิ่งผุดขึ้น มุมปากของเขาก็แทบยกสูงโดยไม่รู้ตัว แต่งงานมาสิบเอ็ดเดือน เพิ่งรู้สึกว่าตนสำคัญในสายตาพระชายาก็วันนี้"หรือว่าเจ้ากำลังหึงหวงเปิ่นหวาง"หรงเยียนเหมยนิ่งไปครู่หนึ่ง มุมปากกับหางตาหงส์พลันกระตุก จากนั้นก็กลอกตาหนึ่งรอบอย่างไม่คิดปิดบัง จนเฉินเสวียนไท่รู้สึกว่าตนเองกำลังถูกดูแคลนอย่างร้ายแรง"ท่านอ๋องใช้ตาข้างใดมอง จึงเห็นว่าหม่อมฉันหึงหวงบุรุษเช่นท่านหรือเพคะ"นางถามกลับทันควัน สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อกับความมั่นอกมั่นใจเกินพอดีของเจ้าหลานเต่าผู้นี้ยังไม่พอ หรงเยียนเหมยยังกลอกตาไปมาอีกสองรอบเต็ม ๆ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะมองไม่ชัดว่าคำตอบของนางคืออะไรเฉินเสวียนไท่เห็นแล้วก็แทบสะอึก ช่วงหลังมานี้พระชายาของเขาชักจะกล้าเกินไปทุกวันแล้วจริง ๆ"ก็เจ้าทำเหมือนไม่อยากให้เปิ่นหวางรับอี๋เหนียงนี่"เฉินเสวียนไท่กล่าวโต้กลับ หน้าตายังคงมั่นใจ
หลังเสร็จสิ้นพิธีสถาปนา ฉีอ๋องและพระชายาฉีก็ต้องเผชิญงานใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือการย้ายตำหนักออกจากเมืองหลวงเหยียนจิ้งไปยังแคว้นเป่ยฉียังดีที่ตลอดสิบปีในวังหลัง หรงเยียนเหมยคลุกคลีอยู่กับสตรีผู้ทรงอำนาจมานับไม่ถ้วน จึงมีเส้นสายอยู่ในมือไม่น้อย อีกทั้งภายนอกนางยังมีฐานะเป็นเถ้าแก่เนี้ยโม่เหมย ผู้มีเส้นสายการค้ากระจายอยู่หลายแห่งดังนั้น การย้ายตำหนักครั้งใหญ่ที่ควรจะเป็นเรื่องยุ่งยากวุ่นวาย กลับสำเร็จลุล่วงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนตามกำหนดเดิม จนเฉินเสวียนไท่อดตกตะลึงไม่ได้เขาเป็นองค์ชายมานานกว่ายี่สิบปี แต่วันหนึ่งกลับพบว่าเส้นสายของเด็กสาวอายุเพียงสิบห้าปี กลับมีมากกว่าตนเองเสียอีก เห็นทีที่ผ่านมาเขาคงดูเบาหรงเยียนเหมยมากเกินไปจริง ๆ"ก็แค่มีเงินเพคะ"หรงเยียนเหมยตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย เพราะนี่คือเหตุผลที่นางต้องการเงินมากเหลือเกิน จะทำสิ่งใดก็ต้องใช้เงิน เมื่อมีเงิน ทุกปัญหาก็ย่อมผ่านพ้นไปได้"หากพี่หลงไท่มีเงินมากพอ ต่อให้ใช้ผีโม่แป้งก็ยังได้ คราวนี้เข้าใจแล้วหรือไม่ว่าเยียนเหมยเหตุใดจึงยอมขายวิญญาณให้เงิน"กล่าวจบ เด็กสาวก็ยักคิ้วให้อีกฝ่ายหนึ่งครั้งอย่างเจ้าเล่ห์ ช่วงหลังมานี้
จากองค์ชายผู้พำนักอยู่ในเมืองหลวงมาตลอดยี่สิบปี ถูกพระบิดาตามใจ เสร็จย่าส่งเสริม นับจากวันนี้เป็นต้นไป มันจะต้องไปเป็นฉีอ๋อง ปกครองดินแดนกันดาร องค์รัชทายาทรู้สึกว่าตนได้ชัยชนะแล้วจริงๆ"เสวียนไท่ขอบพระทัยฝ่าบาท"กล่าวจบ ชายหนุ่มก็รับถาดซึ่งบรรจุพระราชโองการและตราลัญจกรประจำฐานันดรฉีอ๋องไว้ด้วยความนอบน้อมจักรพรรดิเฉินเสวียนจ้งทอดพระเนตรลงมา ก่อนตรัสด้วยพระสุรเสียงดังก้องไปทั่วท้องพระโรง"ฉีอ๋อง"เฉินเสวียนไท่ซึ่งยังคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง รีบส่งถาดบรรจุพระราชโองการและตราลัญจกรให้เฉากงกงรับไปถือไว้ชั่วคราว จากนั้นจึงประสานมือคารวะและก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท"ชายหนุ่มตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แม้ภายนอกยังคงสงบนิ่งดังเดิม ทว่าภายในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอันซับซ้อนจักรพรรดิเฉินเสวียนจ้งทอดพระเนตรบุตรชายที่ตนรักที่สุดอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาของฮ่องเต้ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาทั้งชีวิต ฉายแววพึงพอใจอยู่บางเบา"บัดนี้เจ้าเติบโตแล้ว"พระสุรเสียงอันทรงอำนาจแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นของผู้เป็นพระบิดายามเอ่ยสั่งสอนจากใจ"บัดนี้มีตำหนักเป็นของตนเองแล้ว จงตั้งใจปกครองเป่ยฉี อย่าให้เจิ้นผิดห
หลังเสร็จสิ้นพิธียกน้ำชาและการกลับบ้านเดิมของพระชายาหรง ลำดับต่อไปย่อมเป็นพิธีสถาปนาองค์ชายเจ็ดขึ้นเป็น ‘ฉีอ๋อง’ พร้อมแต่งตั้งหรงเยียนเหมยเป็น ‘พระชายาฉี’ อย่างเป็นทางการเดิมทีเรื่องนี้เป็นข้อตกลงที่จักรพรรดิเฉินตี้จงทรงรับปากกับพระโอรสลำดับที่เจ็ดไว้ตั้งแต่ก่อนพิธีอภิเษกสมรส ว่าหากเฉินเสวียนไท่ยอมตัดใจจากซ่งอวิ๋นเซียง ยอมละทิ้งความรักที่ไม่คู่ควรและยอมถอยให้องค์ชายสามได้ขึ้นเป็นองค์รัชทายาทและแต่งไปกับบุตรสาวของท่านแม่ทัพซ่งโดยไม่ขัดขาง และท้ายที่สุดหากยอมเข้าพิธีอภิเษกกับหรงเยียนเหมยตามพระประสงค์โดยดี พระองค์จะพระราชทานเจียงหนานเป็นดินแดนศักดินา พร้อมสถาปนาเขาขึ้นเป็นหนานอ๋องบัดนี้องค์ชายเจ็ดได้ทำตามเงื่อนไขทุกประการแล้ว งานอภิเษกเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ เจ้าสาวทั้งสองคนที่เฉินตี้จงฮองเต้หมายปองก็ได้เข้าสู่ราชวงศ์อย่างถูกต้องตามธรรมเนียมแล้วตามเหตุผลแล้ว จักรพรรดิเฉินเสวียนจ้งย่อมต้องทรงรักษาสัญญาเช่นกัน เพียงแต่น่าเสียดายที่เฉินเสวียนไท่กลับก่อเรื่องขึ้นเสียก่อนทั้งทอดทิ้งเจ้าสาว ทำตัวเสเพล ออกเที่ยวหอคณิกาและเหลาสุรา อีกทั้งยังปกปิดเรื่องที่ตนลงโทษหรงเยียนเหมยจนเกือบสิ้นชีพด้วย

















