LOGIN“งั้นต้อง ‘เอา’ ที่นี่”
นลิษาขบเม้มกลีบปาก บ่งบอกว่าเขาไม่ยินยอมให้เธอไปสาย และยิ่งไม่ชอบใจหากเสียผลประโยชน์
“ในห้องทำงาน หรือในห้องน้ำดี”
คำถามนั้นทำให้นลิษามองไปยัง ‘คุณ’ ของเธอที่แผ่นหลังของเขาห่างออกไปเรื่อยๆ
“เลือก ลิษา” ปลายสายเร่งเร้า
นลิษาหน้าเครียดเมื่อถูกกดดัน แล้วจำต้องตอบออกไปก่อนเขาจะตัดสินใจเลือกให้
“ลิษาจะไม่ไปสายค่ะ... ”
เธอขอเลือกไปตามการนัดหมายเดิม แล้วมองไปทางห้องทำงานของคุณ เพราะเขาเองก็ทำงานในบริษัทนี้ด้วย
ส่วนเธอเป็นทั้งพนักงานและคนของเขา
คนในความลับที่ไม่ควรมีใครล่วงรู้
บทที่ 1 คนในความลับ
จังหวะการย่ำเท้าเร็วไวบ่งบอกได้ดีว่านลิษากำลังเร่งรีบ สมาร์ตโฟนในมือถูกพลิกขึ้นมาดูเวลาเป็นระยะ
18.30 น.
ที่จริงเวลานี้เธอควรถึงหน้าห้องแล้ว เธอกำลังผิดเวลากับ ‘คุณ’
สีหน้าของนลิษาแสดงถึงความกังวล สองเท้าก้าวไวๆ ไปยังเพนต์เฮาส์ที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าไปเพียงสามร้อยเมตร แต่กว่าจะไปถึงจุดหมายก็เล่นเอาร่างบางเหนื่อยหอบและเลยเวลานัดไปสิบนาทีเต็ม
หญิงสาวใช้คีย์การ์ดทาบไปยังตัวรับสัญญาณ ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวเข้าห้อง
“เธอสาย” เสียงทุ้มดังขึ้นทันที
“ลิษาขอโทษค่ะ วันนี้รถบีทีเอส…”
นลิษาก้มหน้าลง ปากอิ่มสวยเผยอออกหมายจะอธิบาย เธอทำงานเสร็จตามเวลา แต่รถไฟฟ้าที่ใช้ในการเดินทางทุกวันกลับมาพังกะทันหัน จึงต้องเปลี่ยนมานั่งรถเมล์โดยสารแทน ครั้นโบกเรียกรถแท็กซี่มิเตอร์ก็ไม่มีคันใดรับเลย“คำแก้ตัว?” คนฟังที่ยืนพิงขอบประตูห้องนอนอยู่นั้นเอ่ยสั้นๆ หัวคิ้วเหนือดวงตาทรงเสน่ห์เลิกขึ้น
“คราวหลังลิษาจะมาให้ตรงเวลาค่ะ” คนที่อยากอธิบายหุบปากฉับ ค้อมศีรษะลงเป็นการขอโทษ ก่อนพวงแก้มจะร้อนผ่าวหลังได้ยินคำบอกของคนที่รอ
“วันนี้ใช้ปากนุ่มๆ กับฉัน”
นลิษาขบเม้มปากนิดๆ สองเท้ายังยืนอยู่ที่เดิม ขณะนั้นก็สัมผัสได้ว่าเขาเดินเข้ามาใกล้ มือหนายกขึ้นมาแตะสัมผัสกลีบปากนุ่ม ก่อนจะสอดปลายนิ้วเข้าไปหยอกเย้ากับความเปียกชื้น แล้วออกคำสั่ง
“ดูดสิ”
นลิษาหน้าแดงก่ำแล้วห่อกลีบปากเพื่อดูดดึงปลายนิ้วแกร่งที่ขยับเข้าออกเชื่องช้า ร่วมนาทีกว่าเขาจะดึงนิ้วออกไป
“ฉันรอคำตอบอยู่” ชายหนุ่มมองมาด้วยนัยน์ตาวาววับ ทั้งมีเสน่ห์และร้ายกาจในเวลาเดียวกัน อยากรู้ว่านลิษาเต็มใจจะทำด้วยปากให้เขาหรือเปล่า
“ลิษาปฏิเสธได้หรือคะ…คุณโปรด” นลิษาเงยหน้าขึ้นสบตากับชายที่เธอสูงเทียมบ่าของเขาเท่านั้น
เวลาอยู่ที่ทำงาน เขาคือเจ้านาย
เวลาอยู่ที่นี่ อยู่บนเตียงด้วยสภาพเปล่าเปลือย เขาคือ ‘คุณ’ ของเธอ
“เธอรู้คำตอบดี” ปรมะกลั้วยิ้มนิดๆ ชอบที่นลิษารู้ตัวดีว่าควรปฏิบัติอย่างไร
“ลิษาขอไปอาบน้ำสักครู่ค่ะ” นลิษาอยากจะส่งสายตาค้อนไปให้ เขารู้ว่าเธอไม่มีสิทธิ์แย้ง แล้วจะถามไปเพื่ออะไร
ด้านปรมะหยิบสมาร์ตโฟนที่ถืออยู่ในมือขึ้นมาดูเวลา
18.45 น.
“หากเธอชักช้ากว่านี้ ฉันคงขาดทุนแย่” ความชักช้าของเจ้าตัวกินเวลาของเขาไปร่วมสิบห้านาทีแล้ว แต่กลับยังจะมาขอเวลาเพิ่มอีก
“เวลาสำคัญสำหรับฉัน” เขาย้ำด้วยท่าทีนิ่งๆ
“ลิษาขอโทษค่ะ”
นลิษาเอ่ยอีกครั้งแล้วมองหน้าของปรมะที่ยืนนิ่ง ก่อนเริ่มขยับตัวเดินเข้าด้านในห้องนอนเพื่อปรับอุณหภูมิของห้องให้มีความเย็นตามที่เขาชื่นชอบ แล้วถึงเลี่ยงตัวไปจัดการกับตัวเอง
เธออยู่กับปรมะมาร่วมสองปีจนรู้นิสัยของเขาดี หากเขาไม่ปฏิเสธคำขอ ป่านนี้ร่างของเธอคงจมอยู่บนเตียงขนาดคิงไซซ์ไปแล้ว
หญิงสาวใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำไปเพียงสิบห้านาทีเพื่อขจัดกลิ่นฝุ่นควัน พอสองเท้าก้าวออกมาก็รีบเดินตรงไปยังห้องนอน ไอเย็นจากแอร์คอนดิชันปะทะเนื้อกาย ขณะมือเรียวเล็กขยี้ผ้าผืนเล็กกับเส้นผม
เมื่อไปหยุดอยู่ปลายเตียงก็เห็นสายตานิ่งๆ มองมาจึงร้องอธิบาย
“ผมของลิษาเหม็น ลิษาเลยต้องสระผมค่ะ” นลิษารู้ว่าวันนี้ตนชักช้า ไม่ตรงเวลา และยังต้องให้เขาเสียเวลารอเธอทำให้เส้นผมแห้งอีก แต่เธอมีเหตุผล
“คุณไม่ชอบกลิ่นเหม็น”
“กลายเป็นว่าฉันผิด?” ปรมะที่พิงแผ่นหลังกับพนักพิงเลิกคิ้วขึ้นหลังถูกโยนความผิด
“ลิษาแค่อยากอธิบายค่ะ” เธอแย้งไปทันควัน ไม่ได้หมายความเช่นนั้นเสียหน่อย
“สิ่งที่ฉันอยากฟังตอนนี้คือเสียงดูดจากปากของเธอมากกว่า” เขาเร่ง สายตาคมมองไปยังร่างบางในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำ ในตอนนี้ไม่ใช่เวลาต้องมานั่งอธิบาย นลิษาควรทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว
นลิษาจำใจต้องทิ้งผ้าเช็ดผมลงพื้น ปล่อยให้เส้นผมที่ยังชื้นอยู่อีกนิดหน่อยคลอเคลียแผ่นหลัง ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปหาคนที่ยกยิ้มมุมปากยามเธอนั่งคร่อมหน้าตักแกร่ง ฝ่ามือนุ่มวางแตะที่ไหล่กำยำเปล่าเปลือย แต่คล้ายว่าเธอชักช้าเกินไปอีกแล้วเขาจึงยกมือขึ้นกดท้ายทอยให้โน้มไปรับจูบดุดัน
ปลายลิ้นร้อนซุกแทรกเข้าไปในโพรงปากหวานทันที เกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กอย่างชำนาญ มืออีกข้างนั้นเลื่อนต่ำไปยังเอวคอด
ปรมะลูบไล้ขึ้นลงเร่งสร้างแรงปรารถนา แค่อึดใจเดียวก็ใช้ปลายนิ้วสอดเข้าไปใต้ชายกระโปรงตรงไปยังจุดอ่อนนุ่มที่เขาโปรดปราน ก่อนจะยกยิ้ม เพราะนลิษาไม่ได้ใส่แพนตี้มาให้ต้องยุ่งยาก
ดังนั้นเขาควรให้รางวัลเด็กดี ปลายนิ้วสะกิดยังจุดอ่อนไหวแล้วบดขยี้อย่างแรงแบบไม่ออมมือ
“อื้อ...คุณโปรด”
เสียงนุ่มๆ ที่มีความเหนื่อยหอบเอ่ยบอก ก่อนจะถูกพลิกจับให้นอนฟุบหน้าไปกับโซฟา ก้นสวยถูกยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็ทำให้เธอครางไม่เป็นคำ สะโพกสอบกดหนักและถี่รัวพร้อมโน้มตัวไปบีบขยำทรวงละมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อความสุขพัดวนใกล้จะแตกกระจายเต็มที แต่เขาก็ยั้งตัวไว้เพราะยังอยากมีความสุขกับคนตัวเล็กไปอีกนานๆ นลิษาตวัดตาค้อน เพราะอีกนิดเดียวเธอจะกรีดร้องอย่างสุชสมอยู่แล้ว แต่เอวหนากลับผ่อนปรนแรงลงแล้วจับเธอพลิกเปลี่ยนท่วงท่ามายืนบนพื้น ยื่นมือไปจับพนักพิงแขน ขณะขาข้างหนึ่งนั้นถูกยกขึ้น ลำตัวเคลื่อนไหวไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของปรมะ “อื้อ” เธอปล่อยเสียงครางสยิวเมื่อความปรารถนากลับมาตีวนถี่หนัก ความเหนื่อยหอบทวีคูณ แต่แน่นอนว่าคนอย่างปรมะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มเหมือนจะมีเป้าหมายใหม่ คล้ายๆ อยากจะพาเธอทัวร์ไปรอบบ้านของตัวเอง เธอถูกดันให้เดินถอยหลังไปติดกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นวางบนนั้น แล้วถูกขบกัดเบาๆ ตรงหน้าอก ขณะชายหนุ่มยังเคลื่อนไหวไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ทำให้เธอได้กรีดร้องสมใจ ปรมะเองก็คำรามลั่น หลังจากนั้น
ปรมะเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีคนแพ้ แล้วเดินหน้าจูบอย่างดุดัน เร่าร้อน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ลำคอระหงและขบฟันเบาๆ สร้างรอยคิสมาร์ก ขณะที่มือหนาคอยบำรุงบำเรอทรวงอวบอูมทั้งซ้ายและขวา ทว่าคนตัวเล็กของเขากลับยังไม่ยอมแพ้ หนนี้เขาจึงใช้มืออีกข้างลากต่ำลงไปยังต้นขาขาว นั่นทำให้เห็นว่านลิษาสะดุ้งนิดๆ เมื่อใกล้จุดอ่อนไหว แต่ก่อนจะลงมือต่อก็เงยหน้าไปกระตุกยิ้มร้าย คนตัวเล็กรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มจะเดินเกมหนัก อึดใจนั้นก็เห็นมือหนาเลื่อนไปดึงกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอให้พ้นลำตัวไป สายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งมองจุดบอบบางที่ยังมีแพนตี้ห่อหุ้มอยู่ มือแกร่งกรีดนิ้วไปยังเนื้อบางเบานั่น ทำให้เขาเริ่มได้ยินเสียงครางนิดๆ “อื้อ” นลิษากลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ ก่อนใบหน้าจะต้องบิดเบี้ยวกับความเสียวซ่านยามนิ้วแกร่งกดหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังคลึงถี่ๆ พร้อมกับตวัดลิ้นเลียตรงรอยแยก แม้จะมีพันธนาการขวางกั้นอยู่แต่ความเปียกชื้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับเกร็งตัว ลมหายใจหอบถี่กว่าเดิม สมองของนลิษากำลังพร่าเบลอ แล้วอึดใจนั้นลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อแพนตี้กำลังถูกรูดออกจ
“รอจนจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะเนี่ย” ดวงตามีประกายครุ่นคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่ ทำให้มีเสียงแย้งขึ้นทันควัน “ห้ามเปลี่ยนใจนะลิษา ผมไม่ยอม” กรอบหน้าคมเข้มส่ายเป็นพัลวัน หากทำแบบนั้นเขาจะร้องไห้จริงๆ ด้วย เขาอดเปรี้ยวไว้กินหวานมานานเหลือเกินก็ตั้งแต่นลิษาหายไปตอนนั้น “เห็นใจพ่อแมวตาดำๆ เถอะนะครับ” เขาอ้อนไป กลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ “งั้นพ่อแมวก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านมาค่ะ แม่แมวจะไปรอด้านใน” นลิษายื่นกุญแจผ่านประตูรั้วไปให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไวๆ เข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย แม้จะพร้อมแล้ว แต่ก็มีอาการประหม่าเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นร้างสนามไปนาน แล้วรู้สึกว่ามือไม้นั้นเกะกะไปหมด พอเดินเข้าไปด้านในบ้านก็ไม่รู้ว่าควรจะไปหยุดอยู่ตรงไหนดี หญิงสาวถึงกับต้องเป่าปากแรงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไวๆ เข้ามาในบ้าน และเห็นชายหนุ่มกดล็อกกลอนประตูทันที “ดูดาวต้องรอดูตอนกลางคืนนะคะ ตอนนี้ยังไม่มืดเลย” “แค่ลิษาปิดตาก็มืดเหมือนตอนกลางคืนแล้วครับ” ปรมะเสนอวิธี
ดาวประจำใจ 4 ช่องยูทูบดาว-ลิษา กำลังมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เจ้าของช่องอย่างนลิษายิ้มแก้มปริ แม้มันจะแค่หลักพัน แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบรับที่ใช้ได้ แน่นอนว่าคนที่มากดถูกใจและติดตามกันคนแรกไม่พ้นปรมะ จนวันเวลาผ่านมาอีกสี่เดือน ในวันนี้เธอเพิ่งอัปโหลดเสียงร้องของตนเองลงช่องเพิ่ม ไม่ถึงนาทีก็มีคนหนึ่งมากดถูกใจ “เสียงเพราะมากเลยครับ” นลิษามองรายชื่อคนคอมเมนต์แล้วอมยิ้ม ไม่ถึงนาทีก็ได้รับสายของเขา “เสียงเพราะมากเลยครับลิษา” นอกจากคอมเมนต์ชมแล้ว ปรมะก็ไม่ลืมชมผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ใบหน้านั้นมีแต่ความภูมิใจในความเก่งของแฟนสาว “ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณแฟงตัวยง ว่าแต่ทำอะไรอยู่คะ” เรียกว่าปรมะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอก็ไม่ผิด เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เธอมีทุกวันนี้ เพราะในช่วงแรกที่อัปคลิปลงไปแทบจะไม่มีผู้ติดตามเลย จนเกือบท้อถอย แต่ปรมะนั้นบอกให้สู้ต่อและช่วยติชมจนมีการตอบรับที่ดีขึ้น “กำลังจะไปประชุมครับ อีกสิบนาที” “อ้อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายมีอะไรบางอย่าง “ลิษามีอะไรหรือครับ” แน่นอนว่าปรมะจับน้ำเสียงได
เมื่อตะวันกลับมาฉายแสงอีกครั้ง คู่รักคู่หนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะต้องการไปใส่บาตรด้วยกันตรงหน้าโฮมสเตย์ โดยจะมีพระพายเรือผ่านมา ในวันนี้จึงได้รู้สึกอิ่มบุญด้วย นลิษาเหลือบตามองคนที่ช่วยประคองมือเธอยามยื่นขนมไปใส่ไว้ในบาตร ปรมะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงยีนส์สีเข้มที่เข้ากับชุดของเธอ ในช่วงบ่ายเธอและเขาต้องเดินทางกลับกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมวางแผนงานในไตรมาสต่อไป แต่ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงที่ขึ้นชื่อ รวมถึงไปตลาดแม่กลองด้วย ทว่าขณะกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด ดวงตากลมโตก็ต้องส่งค้อนให้คนที่คล้ายกำลังอ่อยกันอยู่ หลังปลดกระดุมลงไปถึงสามเม็ดจนเห็นหน้าอก คงเพราะอากาศเริ่มร้อนด้วยกระมัง ด้านปรมะคว้ามือนุ่มไปกุมไว้แล้วพาเดินลึกเข้าไปด้านในตลาด มืออีกข้างจับเสื้อแล้วสะบัดเล็กน้อย อยากให้ลมช่วยให้เขาคลายความร้อน “ลิษามีเรื่องจะปรึกษาคุณโปรดด้วยค่ะ” นลิษาเอ่ยขึ้น “ว่ามาสิครับ” ปรมะทำสีหน้าอยากรู้ “ลิษาอยากจะลองทำช่องยูทูบน่ะค่ะ ว่าจะอัดคลิปคัฟเวอร์เพลงลง คุณโปรดว่าดีไหมคะ” ตอนนี้เธออยากกลับมา
จากนั้นการออกเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น มุ่งหน้าไปสู่สถานที่ที่หญิงสาวเป็นคนเอ่ยชวน ปรมะขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่ได้เร่งรีบ ส่วนนลิษานั้นชวนพูดคุยไปตลอดทาง บางทีก็ส่งเสียงร้องคลอไปกับเพลงที่เจ้าของรถเปิด เมื่อไปถึงทั้งสองก็ได้ปะทะกับสายลมที่มีไอร้อนนิดๆ กิจกรรมแรกที่ตกลงกันไว้ไม่พ้นการออกไปหยอดหอยหลอด ซึ่งต้องซื้ออุปกรณ์และนั่งเรือออกไป นลิษานึกถึงสมัยเด็ก แม้จะมีความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จำได้ดีว่าตอนนั้นเธอก็ตื่นเต้นเช่นตอนนี้ ปรมะประคองหญิงสาวลงเรือ ก่อนคนทั้งคู่จะยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายเก็บบรรยากาศ เมื่อเรือแล่นไปถึงจุดที่มีผู้คนกำลังหยอดหอยหลอดอยู่นั้นก็ก้าวเท้าลงไป “คุณโปรดว่าวันนี้เราจะได้หอยสักตัวไหมคะ” เธอเห็นเด็กๆ หิ้วหอยมาเต็มถุงจึงหันไปถามคนข้างกาย เพราะมีแววน่าจะได้อับอาย “ต้องได้สักตัวละครับ ว่าแต่เรามาแข่งกันไหม” “รางวัลเป็นอะไรล่ะคะ” เธอถาม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มตาวาวขึ้น คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาต้องคิดถึงผลรางวัลมาแล้วแน่นอน “ถ้าลิษาชนะ ผมจะยอมให้ลิษาหอม ถ้าผมแพ้ ผมก็จะยอมให้ลิษาหอม...เป็นอันว่าตกลงนะครับ ผมไปหาหอยก่อน







