LOGIN"ไม่เคยนึกมาก่อนว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่จะมีนิสัยที่ชอบแอบฟังผู้อื่นคุยกันเช่นนี้ นับว่าข้าเจียงสือได้เปิดหูเปิดตาแล้ว" หลี่เซียงที่ได้ยินชายหนุ่มกล่าวเช่นนั้นก็ถึงกับถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างโกรธเคือง นางกระชากมือหนาที่อบอุ่นและแข็งแรงนั้นออกจากการเกาะกุมในทันที"หึ ท่านเองก็แอบฟังอยู่เช่นกันไม่ใช่หรือ! ข้านั้นเพียงแค่เผลอเดินผ่านมาได้ยินสิ่งที่คุณหนูทั้งสามคนนั้นพูดคุยกันก็นับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้วเช่นกัน""อ้อ แล้วสิ่งที่ข้าได้ยินนั้น ความคิดของน้องสาวท่านนับว่า... อื้ม ข้าได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ นั่นแหละเจ้าค่ะ"
อีกมุมหนึ่งของจวนตระกูลเจียงมีกลุ่มของสตรีในห้องหอสองถึงสามคนกำลังนั่งล้อมวงพูดคุยกันภายในศาลาแปดเหลี่ยมริมสระบัวไม่ไกลจากศาลามีภูเขาจำลองลูกหนึ่งด้านหลังของภูเขาจองลองนั้นปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งที่เอาแต่ทำตัวลับๆ ล่อๆ คล้ายกำลังแอบฟังเรื่องบางอย่างชายหนุ่มที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวได้แต่เพ่งมองก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปม พลางคิดในใจว่าสตรีนางนั้นช่างไม่รู้ความยิ่งนักทางด้านหลี่เซียงที่ไม่ได้รับรู้การมีตัวตนอยู่ของชายหนุ่มอีกฝ่ายว่าการกระทำของนางนั้นได้ถูกพบเห็นเข้าเสียแล้ว เหตุเพราะเมื่อครู่ที่นางกำลังจะเดินผ่านสวนบุปผาแห่งนี้เนื่องจากได้ยินสาวใช้รายงานว่าพระชายาเว่ยอ๋องทรงเสด็จมาถึงแล้ว ด้วยความคิดถึงสหายจึงได้รีบสาวเท้าหวังจะตรงไปยังเรือนส่วนหน้า หากแต่ในขณะ
หลังจากที่ฟางลี่อินตั้งครรภ์ได้ราวสี่เดือน หญิงสาวก็คิดว่าตนเองควรตอบรับเทียบเชิญสักใบจึงได้ให้ต้วนกงกงส่งตอบรับเทียบเชิญหนึ่ง ซึ่งเป็นงานเลี้ยงของฮูหยินผู้เฒ่าเจียงผู้เป็นมารดาของแม่ทัพเจียงซุนอย่างไรก็ตามงานนี้ผู้เป็นสามีที่มีตำแหน่งเป็นถึงเว่ยอ๋องก็จำเป็นที่จะต้องไว้หน้าและให้เกียรติไปร่วมงานในวันงานฟางลี่อินยังคงถูกสามีประคบประหงมราวกับไข่มุกในมือ เกรงว่าหากทำนางตกลงพื้นหญิงสาวจะแตกร้าวในทันที ฟางลี่อินเห็นท่าทางกังวลในใจทุกย่างก้าวของเขาก็อดที่จะส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจมิได้ พร้อมกับคิดว่าสามีของนางนั้นกังวลมากเกินไปแล้วจริงๆ
ฟางลี่อินได้รับรายงานจากองครักษ์ของนางว่าเฟยซินนั้นเดินทางกลับเมืองหลวงไปแล้วทั้งที่บ้านของนางก็ยังต้องการให้นางแต่งงานออกเรือนไปโดยเร็ว ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะมีสามีของนางคอยบงการอยู่เบื้องหลังเป็นแน่!แต่ในเวลาถัดจากนั้นมาไม่นาน นางก็ได้ยินข่าวว่าอีกฝ่ายนั้นแสร้งทำร้ายตนเองจนกระทั่งฝ่ายชายยอมถอนหมั้นไปเองซึ่งในครานี้คงหาบุรุษที่ดีแต่งออกเรือนยากเสียแล้ว เพราะนางดันเกิดสร้างชื่อเสียงไม่ดีให้กับตนเองมิรู้ว่าตัวนางนั้นเจตนาหรือไม่"ช่วงนี้ข้ามีเทียบเชิญที่ใดหรือไม่? " ตั้งแต่มีหลันซีเพิ่มเข้ามาฟางลี่อินก็ให้นางจัดการเรื่องแผนงานในแต่ละวันและเทียบเชิญ ส่วนผูเถาก็ดูแลนางเช่นเดิมหากแต่ก็ไม่เหนื่อยเท่าเมื่อก่อน
ภายหลังจากวันที่นางและสามีล่องเรือชมดอกไม้ไฟในวันนั้น ชายหนุ่มก็ไม่ห่างกายจากนางเลยสักวัน จะมีแค่เพียงช่วงเวลาที่ต้องจัดการงานบางอย่างเท่านั้นซึ่งก็ใช้เวลาไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น!ส่วนวันนี้ชายหนุ่มพึ่งออกไปจัดการธุระบางอย่างที่ค่าย อาจจะใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วยามประเดี๋ยวก็คงกลับมา ในระหว่างนั้นสาวใช้ก็เข้ามารายงานว่าเฟยซินต้องการพบนาง แม้ว่าฟางลี่อินจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดอยู่ ๆ อีกฝ่ายจึงได้ต้องการพบนางก็ตาม แต่หากจะปฏิเสธก็อาจจะทำให้ดูไม่ดีจึงได้เอ่ยปากอนุญาตออกไป"ให้นางเข้ามาเถิด" ฟางลี่อินเอ่ยกับสาวใช้โดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง นางกำลังตั้งใจในการจัดแจกันดอกไม้อยู่ ช่วงนี้หญิงสาวเริ่มมีงานอดิเรกใหม่เป็นการจัดแจกันดอกไม้ อาจเพราะอากาศหนาวดอกไม้ที่มีมากมายย่อมเป็นดอกเหมย โชคดีที่ในจวนมีต้นเหมยอยู่หลายต้นทั้งยังมีหลากสี ทั้งแจกันก็มีอยู่หลายใบค่อยๆ จัด ค่อยๆ หาที่วาง เป็นกิจกรรมขั้นเวลาในยามที่สามีไม่อยู่ได้เป็นอย่างดี"พระชายา แม่นางเฟยซินมาแล้วเจ้าค่ะ" หลันซีเอ่ยรายงานแก่หญิงสาวก่อนที่นางจะถอยออกไปยืนด้านข้าง
เรียวแขนสองข้างเหยียดตรงลำตัวบิดไปมาอย่างเกียจคร้าน ก่อนที่หน้าห้องจะมีเสียงเคลื่อนไหวบางอย่าง ทำให้หญิงสาวลุกขึ้นนั่งบนเตียงพร้อมกับเอียงศีรษะมองอย่างแปลกใจเมื่อเห็นสามี หากแต่เขามิได้เขามาเพียงลำพัง เบื้องหลังยังมีบรรดาสาวใช้ทั้งยังมีต้วนกงกง ที่หอบข้าวของเข้ามาก่อนที่มันจะถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบภายในห้องนี้ ท่ามกลางสีหน้าที่ยังงุนงงสงสัยของฟางลี่อิน เพียงครึ่งเค่อภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งเว่ยอ๋องสาวเท้ามาหยุดอยู่ที่ข้างเตียงพร้อมกับนั่งลงอย่างช้าๆ ยามที่มองเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของภรรยาก็นึกขบขันจึงได้หัวเราะออกมาเบาๆ"เกิดอันใดขึ้นงั้นหรือเจ้าคะ! เหตุใดท่านจึงได้ขนข้าวของมามากมาย คงมิใช่ว่าจะย้ายมาอยู่เรือนนี้หรอกนะเจ้าคะ







