เข้าสู่ระบบตอนที่ 2
“ส่วนน้องอยู่ก่อนครับ!”
ทิชายืนสงบนิ่ง สายตาของเธอจ้องไปยังคนที่ยืนชี้หน้าเงียบ ๆ ส่วนแบล็คเองก็ส่งสายตาจ้องเขม็งกลับมา หญิงสาวสังเกตเห็นด้วยว่า มุมปากของรุ่นพี่กระตุกยิ้มคล้ายพอใจ นี่เธอไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจหรือเปล่า ทำไมรู้สึกเหมือนเขากำลังหาเรื่องเธออยู่เลย
หลังจากทุกคนออกไปหมด แบล็คค่อย ๆ ก้าวไปยังร่างอวบอึ๋มของรุ่นน้องสาว โดยมีวินและช้างมองดูอยู่ห่าง ๆ ก่อนเขาหยุดห่างจากทิชาไม่กี่ก้าว
“ทิชา งั้นเหรอ?”
มือหนายื่นไปจับป้ายชื่อซึ่งห้อยอยู่แถวหน้าอกของรุ่นน้องสาวขึ้นมาอ่านออกเสียงช้า ๆ อ่านเสร็จเขาก็กระตุกมุมปากแบบแค่นยิ้ม
“ค่ะ ทิชาค่ะ ชื่อหนูมันมีอะไรคะ?”
หญิงสาวขมวดคิ้วน้อย ๆ ด้วยความสงสัย
“…”
แต่คนที่ยังจับป้ายชื่อของเธอยังไม่ยอมปล่อยมือ ดวงตาคู่คมของคนร่างสูงหรี่มองเหมือนจับผิด ทิชามั่นใจว่าตัวเองไม่เคยมีปัญหากับรุ่นพี่คนนี้แน่นอน แต่ทำไมพี่คนนี้ถึงจงใจหาเรื่องเธอนัก
“พี่มีปัญหากับชื่อหนูหรือเปล่าคะ?”
เธอถามย้ำอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่จ้องตัวเองนิ่ง
“อ้อ…เปล๊า!”
มือหนาปล่อยออกจากป้ายชื่อเธอ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นชี้หน้ากะทันหัน ใบหน้าสวยเบี่ยงหลบนิ้วของอีกฝ่ายแทบไม่ทัน
“แต่พี่มีปัญหากับวินัยของน้องต่างหาก ระเบียบกิจกรรมก็บอกชัดเจนว่า ต้องปิดโทรศัพท์ก่อนเข้ากิจกรรม”
แบล็คลดนิ้วลงเข้าล้วงกระเป๋าของตัวเอง
“ทราบค่ะ พอดีหนูลืม ครั้งหน้าหนูจะไม่ทำอีกค่ะ”
“ไม่มีครั้งหน้า!” แบล็คตัดบททันควัน
“พี่ไม่ได้อยากรู้ว่าน้องจะทำอีกหรือไม่ทำอีก แต่ที่ถามเพราะอยากรู้ว่าน้องรู้ไหมว่าตัวเองผิด”
ทิชายืนนิ่ง ก่อนจะพยักหน้า
“ค่ะ ผิดก็ผิดค่ะ”
เธอจ้องหน้า แล้วรับผิดให้มันจบ ๆ ไป
“หึ! แล้วรู้ไหมว่าทำผิดก็ต้องรับโทษ”
แบล็คแค่นยิ้ม เขารู้ว่าเธอรับผิดส่ง ๆ แค่คิดเหรอว่าแค่รับผิดแล้วเขาจะยอมปล่อยไปง่าย ๆ
“รู้ค่ะ”
เธอถอนหายใจก่อนตอบ ในใจก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมรุ่นพี่คนนี้ถึงยังหาเรื่องเธอต่อ แล้วดูร้อยยิ้มบนหน้าหล่อ ๆ นั่นสิ เหมือนกำลังจงใจหาเรื่องอยู่ชัด ๆ
“งั้นก็ท่องระเบียบอยู่ตรงนี้จนกว่าจะจำได้”
แบล็คกอดอกคล้ายกำลังพอใจ
“ตรงนี้เนี่ยนะ?”
คิ้วสวยย่นหากัน เมื่อได้ยินคำสั่งที่ไม่เมคเซนต์ของอีกฝ่าย เธอแน่ใจแล้วล่ะ ว่าตัวเองกำลังโดนหาเรื่อง
“ใช่ครับ”
แบล็คยิ้มกวน ๆ ส่งให้ เมื่อสัมผัสได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าเริ่มมีอารมณ์นิด ๆ ทิชายืนจ้องหน้ากวน ๆ ของอีกฝ่ายนิ่ง ๆ สักพัก ก่อนถามด้วยความจนใจ
“จะให้หนูยืนท่องตรงนี้คนเดียวใช่ไหมคะ?”
“ไม่ใช่ครับ พี่จะอยู่รอจนกว่าน้องจะจำระเบียบได้ขึ้นใจ!”
พูดจบแบล็คก็เดินกลับไปหาวินกับช้าง ที่ยืนมองพวกเขาสองคนอยู่ไม่ไกลนัก รุ่นน้องสาวเม้มปากแน่น พยายามหายใจเข้าออกข่มอารมณ์เดือดปุดปุดในใจ หากไม่ติดว่าไม่อยากทำตัวมีปัญหา เธอคงไม่เข้าร่วมกิจกรรมบ้าบอนี่หรอก เพราะไม่มีเวลาให้เสียแล้ว เธอจึงอยากเรียนจนจบโดยราบรื่น
ทิชาหยิบสมุดระเบียบขึ้นมา เปิดไปหน้าที่คั่นไว้แล้วนั่งลง หญิงสาวเริ่มท่องจำท่ามกลางแสงไฟริมสนามบอลที่ถูกเปิดขึ้นเมื่อความมืดเริ่มคืบคลานแบล็คยืนกอดอกมองมาทางรุ่นน้องสาวสวยนิ่ง ๆ โดยมีวินและช้างอยู่ข้าง ๆ
“มึงรู้จักน้องเขามาก่อนเหรอวะ? ไอ้เหี้ยแบล็ค”
วินซึ่งลอบสังเกตถามขึ้น ชายหนุ่มรู้สึกได้กลิ่นแปลก ๆ ระหว่างเพื่อนกับรุ่นน้องปีหนึ่งคนนั้น
“หึ…ไม่รู้จัก”
คนถูกถามตอบกลับเรียบ ๆ
“ถ้าไม่รู้จักมึงจะหาเรื่องน้องคนสวยทำไมวะไอ้
แบล็ค?”
ช้างซึ่งปกติก็ไม่ได้เป็นคนเฉลียวกับเรื่องเช่นนี้ยังอดถามไม่ได้
“ใช่!”
วินเสริมทันทีหลังจากช้างพูดจบ
“พวกมึงไม่ต้องเสือก”
แต่คนถูกถามกลับตอบเสียงเย็นกลับมาแทน บ่งบอกว่าเรื่องนี้ให้พวกเขามองอยู่เงียบ ๆ ก็พอ
“เออๆ เอาแต่พอดีนะมึง อย่าเล่นแรง”
วินที่รู้จักนิสัยเพื่อนดี จึงไม่คิดเซ้าซี้ต่อ ไอ้เพื่อนคนนี้ถ้ามันไม่ยอมพูดใครก็ง้างปากมันไม่ได้หรอก
หึ! ปากบอกไม่รู้จัก
แต่ดูสายตาที่เหลือบกลับไปมองกลางสนามเป็นระยะของมันสิ บ่งบอกชัด ๆ ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น
พวกเขาทั้งสามจึงยืนมองไปทางสนาม โดยแบล็คมองด้วยสายตายากจะอ่านออก ส่วนวินและช้างมองอย่างเอาใจช่วยรุ่นน้องสาวสวย ซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศคล้ายฝนตั้งเค้ากำลังจะตก
เพียงไม่นานฝนที่ตั้งเค้าก็ลงเม็ด จากเม็ดเล็ก ๆ กลายเป็นเม็ดใหญ่ขึ้น ทำให้เสื้อนักศึกษาสีขาวถูกสายฝนทำให้เปียก จนแนบลู่ไปกับร่างกาย เผยให้เห็นสัดส่วนอวบอึ๋มของเธอ
“เชี้ยยยย อย่างใหญ่”
“แตงโม ฉิบหาย”
ช้างและวินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อเห็นว่าเสื้อนักศึกษาผืนบางถูกฝนซัดจนโปร่งชื้น เผยให้เห็นความโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้า ราวกับจงใจให้ทุกสายตาหยุดมองอยู่ตรงนั้น
กลางสนามทิชาซึ่งกำลังนั่งท่องระเบียบการเข้าร่วมกิจกรรมของคณะ เธอพยายามเอากระเป๋าบังสายฝน แต่ก็ไม่มีประโยชน์ หญิงสาวเปียกโชกจนแม้แต่บราลูกไม้สีดำที่ควรหลบซ่อนก็ถูกสายฝนเผยให้ปรากฏ เส้นเอวที่คอดเว้ารับสะโพกโค้งมน ล้วนถูกขับให้โดดเด่นจนคนมองต้องกลืนน้ำลายอย่างห้ามใจไม่อยู่
“พวกมึงปิดตาเดี๋ยวนี่!”
แบล็คกัดฟันจนเห็นสันกรามชัดเจน เขาเอ่ยเสียงลอดไรฟันบอกเพื่อน ก่อนเจ้าตัวจะเดินดุ่ม ๆ ไปหาร่างบาง เจ้าของเนินอกสะดุดตาคู่นั้น
วินกับช้างรีบถอนสายตา แล้วหันหลังทันที แต่ภาพความใหญ่โตของอกรุ่นน้องยังคงติดตาไม่จาง เลือดความเป็นชายไหลเวียนสูบฉีดไปทั่วร่าง ก่อนทั้งสองจะยกมือกุมเป้าซึ่งกำลังบวมเต่งขึ้น
‘บ้าชิบ! น้องทิชาแม่งน่ากินฉิบหาย!
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเงาสูงใหญ่ใครบางคน ซึ่งกำลังทอดลงบังร่างเปียกโชกของเธอ แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อสบกับใบหน้าถมึงทึงของรุ่นพี่ปีสี่ ผู้ซึ่งเป็นคนสั่งลงโทษตัวเอง
“คะ?” คิ้วสวยขมวดถามด้วยความสงสัย
“รู้ว่าฝนตก ทำไมไม่เข้าร่มหา! กลัวไอ้พวกเหี้ยนั่นไม่เห็นนมหรือไง!!”
เจ้าของใบหน้าถมึงทึงมองต่ำลงมาพร้อมทั้งพูดจาต่อว่าร่างเล็กไม่หยุด
“ก็พี่ไม่สั่งหนูเข้าร่ม”
หญิงสาวตอบเสียงเรียบ ก่อนส่งสายตายหงุดหงิดให้อย่างไม่ยอมเหมือนกัน
“อย่าเถียง!” แบล็ดพูดพร้อมถอดเสื้อช็อปของตัวเองให้
“แล้วพี่เดือดร้อนอะไรกับนมหนู”
“แม่ง ไม่ได้เดือดร้อน แต่กูหวง!” แบล็คสบถออกมา อย่างทำอะไรไม่ได้
ทิชาซึ่งนั่งงงกับคำตอบของคนตรงหน้า ก่อนยกมือขึ้นรับเสื้อ ที่ถูกโยนมาอย่างไม่ทันตั้งตัว หากเธอไม่มือไว เสื้อหนาตัวนี้คงโดนหน้าเธอไปแล้ว
“แล้วพี่จะโมโหทำไม?!”
หญิงสาวหยิบเสื้อในมือขึ้นสวมพร้อมกระแทกเสียงกลับอย่างหงุดหงิด
หึ! ก็ไม่ได้อยากจะใส่หรอกนะ
แต่พอก้มมองตัวเองก็เห็นว่า เสื้อมันบางจนแทบเหมือนใส่เพียงเสื้อในตัวเดียวเท่านั้น!
“ฉันไม่ได้โมโห!!”
แบล็คสะบัดหน้าหนีพร้อมกับกลืนน้ำลาย ภาพความอวบอั๋นของเนื้อนมไข่ ทำให้จินตนาการถึงยามได้ตระกองฟัด บีบเค้น ความนุ่มนิ่มของอีกฝ่าย
“ก็เนี่ย! พี่โมโห!!”
ทิชายืนขึ้น เธอเถียงต่อ ก็เห็นอยู่ว่าเขาโมโห
“ก็บอกไม่ได้โมโหไง ทำไมแรดขึ้นวะ!!!”
เท้าใหญ่เหวี่ยงเตะหญ้าระบายอารมณ์ ก่อนกระชากข้อมือบางให้เดินเข้าร่ม
“โอ๊ย! เจ็บนะ!”
คนถูกลากพยายามขืนตัว แต่กลับถูกแรงของคนตัวโตกระชากจนตัวปลิว แบล็คลากรุ่นน้องสาวมาจนถึงห้องนักกีฬาหลังโรงยิม เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว ห้องน้ำนี้จึงไม่มีใครใช้งาน
พลั่ก!
“โอ๊ย! พี่เป็นเหี้ยไรเนี่ย!!”
ร่างบางหลุดคำหยาบออกไปอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อตกใจถูกโยนเข้าไปในห้องน้ำห้องหนึ่ง หันมาพร้อมตวัดสายตาเอาเรื่อง ตั้งแต่หาเรื่องก่อนหน้า จนลากเข้ามาในห้องน้ำตอนนี้ เธอยังไม่รู้เลยว่าไอ้บ้านี่ต้องการอะไร!
“เธอนั่นแหละ! เป็นเหี้ยอะไร!! ถึงได้นั่งให้คนอื่นมองนมอยู่ได้!!!”
“ไม่…เสือ ก อ้ะ ขอโทษค่ะ พอดีหนูจะบอกว่าเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น อย่าห่วงเลย”
สองขาเด็กสาวแยกกว้างรับปลายนิ้วที่ร่อนรูดอย่างนุ่มนวล สะโพกบางร่อนไหวไปตามปลายนิ้ว แล้วจูบก็ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทิชาเกาะท่อนแขนของเด็กหนุ่มเบื้องหน้าไว้ ก่อนจะลากลงไปและกุมท่อนลำร้อนของแบล็คจนอีกฝ่ายเสียวสูดปากความรู้สึกลื่นจากอารมณ์ของทิชาที่หลั่งไหลทำให้แบล็ครู้สึกได้ เขาจ่อมนิ้วลงไปนิดหนึ่งและทิชาสะดุ้ง“เจ็บไหม”“ม…ไม่”“ถอดนะ”แบล็คขอและคุกเข่าลงไปรอแล้ว เมื่อทิชาพยักหน้า เขาก็ช่วยถอดชั้นในตัวน้อยออกไป แบล็คจูบหน้าท้อง เลียลงมาถึงต้นขา ยกขาบางข้างหนึ่งขึ้นให้พาดบนบ่าของเขาก่อนเลียย้อนขึ้นไปตามต้นขาด้านใน ร่อนลิ้นที่กลีบเนื้ออวบและดูดให้เลือดลงมาคั่งน้องสาว มันเสียวมากจนทิชาหอบ เธอตื่นเต้นมาก ประสบการณ์ครั้งแรกกับเพื่อนร่วมห้องที่เจิดจ้าเหมือนแสงตะวัน มันเหมือนกำลังฝันอยู่จริง ๆ“ฉันจะยืนไม่ไหว”แบล็คยอมหยุดและรีบลุกขึ้นประคอง เขามองหน้าทิชาอย่างเป็นห่วง“ขอโทษ ฉันลืมว่าเธอเพิ่งโดนยา ค่อย ๆ เดินนะ”เด็กหนุ่มประคองร่างบางให้ค่อย ๆ เดินออกจากห้องอาบน้ำ เขาช่วยเช็ดตัวให้จนแห้งและประคองเดินต่อไปจนถึงเตียง ทิชาขยับไปนอนกลางเตียง สองขาบางถูกจับแยกและแบล็คยันกายอยู่เหนือร่างเธอ เด็กหนุ่
ตอนที่43 ในวันสุดท้ายของการเรียนมอหก เสื้อยืดโปโลเครื่องแบบของโรงเรียนของแบล็คลายพร้อยด้วยคำอวยพร วันนี้ฟ้าครึ้มมากเหมือนฝนจะตก แบล็คตัดสินใจแล้ว เขาจะสารภาพรักกับทิชา! ซ้อมกับพี่ชานนท์มาแล้วว่าจะพูดยังไง พอเรียนคณะเดียวกันก็จะได้เป็นแฟนกันเลย เขาเดินตามหาทิชาไปทั่วและนึกถึงห้องกิจกรรมที่ยัยแว่นนั่นมักจะไประบายสีป้ายที่ห้องกิจกรรม ทิชามองดูเพื่อนผู้ชายห้องเดียวกับเธอสามคนด้วยความรู้สึกหัวหมุน ๆ เธอตั้งใจจะมาลาห้องกิจกรรมที่ใช้หมกตัวมาตลอดเป็นครั้งสุดท้าย ไม่รู้สามคนนี้เดินตามเธอมาหรือเปล่าแต่ก็ไม่ได้สนใจ พอมาถึงห้องที่เปลี่ยวไร้ผู้คน พวกนั้นก็เข้ามาแสดงความยินดีที่เรียนจบกับเธอ มอบน้ำส้มขวดเล็กให้เป็นของขวัญและคะยั้นคะยอให้ดื่มเลย ทิชาพบว่าขวดถูกเปิดออกอยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ดื่มไปอึกหนึ่ง สักพักก็รู้สึกหัวหมุนไปหมด“อะไร ในนี้ใส่อะไรไว้”เด็กสาวล้มลงกับพื้น สองขาของเธอไม่มีแรงและสั่นริ้ว สามคนคุกเข่าลงนั่งล้อม คนหนึ่งกดบ่าเธอลงกับพื้น อีกสองคนกำลังถอดกางเกงของเธอ!“จะทำอะไร! หยุดนะ!”เด็กสาวตะโกนลั่นแต่เธอไม่รู้เลยว่าเสียงแทบจะไม่ออก เธอพยายามสลัดขาถีบแต่ทำอะไรไม่ได้เลย มันไม่
เมื่อถึงประตูทางออกที่มีทิชาและริซ่ารออยู่ ปรากฏร่างแบล็คอุ้มลูกชายทั้งสองคนไว้ข้างละข้างในท่าหิ้วเอวออกมา สภาพของเขาดูสะบักสะบอมไม่ต่างจากกันเท่าไร ฟาโรกับฟาเอลเองก็ดูมอมแมมไปทั้งตัว ใบหน้ามีแต่รอยเปื้อนทิชากับริซ่าที่ยืนรออยู่ถึงกับตกใจทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ริซ่ารีบวิ่งเข้าไปหาฟาโรกับฟาเอลทันทีด้วยความเป็นห่วงน้อง“เกิดอะไรขึ้นกับน้องคะพ่อ ฟาโรกับฟาเอลเป็นอะไรหรือเปล่า” ริซ่าถามด้วยน้ำเสียงที่ตกใจด้วยความเป็นห่วงแบล็คได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ให้ลูกสาวกับภรรยา “เจ้าแฝด... เข้าไปสร้างตำนานต่อยผีในบ้านผีสิงมาน่ะ”ทิชากับริซ่ามองหน้ากันอย่างไม่เชื่อสายตา พวกเธอไม่คิดเลยว่าลูกชายของเธอจะร้ายกาจขนาดนี้“แล้วนี่อะไรคะ แบล็ค” ทิชาชี้ไปที่รอยแดงบนใบหน้าของสามี แบล็คได้แต่ถอนหายใจแล้วหันไปมองหน้าลูกชายทั้งสอง “ลูกหลงจากหมัดของใครสักคน แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่ของผี น่าจะของลูกเรานี่แหละ”ทิชากับริซ่าส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ พวกเธอรู้ดีว่าถึงแม้ แบล็คจะชอบทำอะไรแปลกแค่ไหน แต่เขาก็ยังคงเป็นพ่อที่รักลูกที่สุดเสมอ “สภาพแบบนี้จะไปเล่นอย่างอื่นต่อได้ไงล่ะคะ” ริซ่ามองสภาพของน้องชายทั้งสองด้วยความกังวล เพราะแพ
ตอนที่41เช้าวันหยุดที่สดใสที่สุดในรอบเดือนสำหรับครอบครัวของทิชาและแบล็ค เพราะในวันนี้พวกเขามีแผนจะพาลูก ๆ ไปเที่ยวสวนสนุกตามสัญญาตั้งแต่แสงอาทิตย์ยังไม่ทันส่องฟ้า เจ้าตัวเล็กฝาแฝด ฟาโรกับฟาเอล ก็ตื่นเต้นจนพากันเข้าไปปลุกแบล็ค ผู้เป็นพ่อให้ลุกจากเตียงแต่เช้ามืด“พ่อฮะ! ตื่นได้แล้ว!” เสียงของฟาเอล ดังเจื้อยแจ้วข้างหู ทำให้แบล็คต้องลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ก่อนจะเห็นลูกชายทั้งสองยืนมองเขาตาแป๋ว ในมือของทั้งคู่ถือชุดซูเปอร์ฮีโร่ตัวจิ๋วเข้ามาด้วย“นี่มันชุดอะไรเนี่ย” แบล็คลุกขึ้นนั่งทั้งสภาพหัวยุ่งเหยิงแล้วมองชุดที่ลูกชายถือมา ชุดของฟาโรเป็นชุดไอรอนแมน สีแดงสลับทองที่ดูเทอะทะ ส่วนของฟาเอลเป็นชุดเดอะฮัลค์สีเขียวที่ดูคับไปหมด“พ่อเคยสัญญาว่าจะใส่ชุดอเวนเจอร์ไปเที่ยวสวนสนุกไงฮะ พวกเราสามคนใส่ด้วยกัน”ฟาโรพูดอย่างตื่นเต้น แบล็คที่เคยพลั้งปากรับปากลูก ๆ เอาไว้ เมื่อถึงเวลาจริงก็ต้องยอมทำตาม “โอเคครับ แต่ตอนนี้พวกเราต้องไปอาบน้ำกันก่อน แล้วเดี๋ยวจะได้มาเป็นซูเปอร์ฮีโร่กัน”เจ้าสองแฝดดีใจร้องเย่ กระโดดโลดเต้นที่จะได้เป็นซูเปอร์ฮีโร่พร้อมกันทั้งสามคน จากนั้นก็พากันวิ่งเข้าห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำชำร
เขาเดินไปนั่งข้าง ๆ ทิชาบนโซฟา ซบหน้าลงกับไหล่ของเธอ“เธอครับ…” ทิชาลูบสามีเขาเบา ๆ “อะไรคะคุณพ่อขี้แพ้”“น้อยใจจัง มีลูก ลูกก็ไม่เคยยอมให้เลย มีภรรยา ภรรยาก็ไม่รัก” น้ำเสียงติดไปทางออดอ้อน เหมือนท่าทางตอนนี้ไม่มีผิดทิชาหัวเราะเบา ๆ “น้อยใจทำไมกันคะ โตแล้วนะคะไม่ใช่เด็ก ๆ”“ก็เธอไม่สนใจแบล็คเลย เมื่อเช้าก็ไม่มีไข่ดาวให้” ทิชาคิดในใจนี่ยังคงน้อยใจเรื่องไข่ดาวอยู่หรือนี่ แต่เธอรู้ดีว่าสามีของเธอนั้นไม่ได้โกรธจริงจังอะไรหรอก เพียงแค่อยากอ้อนตามนิสัยของเขานั่นแหละ “โถ ๆ ๆ พ่อคนเก่งของทิชา ไม่ต้องน้อยใจนะคะ เดี๋ยวเย็นนี้ทอดให้ห้าใบเลย โอเคไหมคะ”จมูกนิ้มกดลงแก้มของสามีเบา ๆ หนึ่งที ทำให้แบล็ครู้สึกดีขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็มีคนสนใจเขาแล้วตอนนี้“แต่เมื่อคืนแบล็คนอนนอกห้องนะ ดูสิเนี่ยปวดหลังจะแย่อยู่แล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอีกครั้งทิชาหยุดมือที่กำลังกดมือถือเล่น พลางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเหลือบตามองสามีตัวโต “ก็ใครใช้ให้สอนลูกแบบนั้นล่ะ”แบล็คเกาศีรษะ ยิ้มเจื่อน ๆ “ก็แค่… แกล้งลูกเล่นเฉย ๆ เอง ไม่คิดว่าจะทำจริงอะเธอ”“แล้วเห็นไหมลูกจำไปใช้ ผลลัพธ์มันเป็นยังไง” ทิชาพูดพลางส่ายหน้าเล็กน้อย น้ำ
ตอนที่39บรรยากาศบนโต๊ะอาหารมื้อเช้า สมาชิกทุกคนมารวมตัวกันบนโต๊ะอาหาร บรรยากาศเหมือนเดิมทุกวันไม่ผิดเพี้ยน “ฟาโร กินไข่ดาวนะลูก” เสียงหวานของทิชาเอ่ยขึ้นพร้อมกับตักไข่ดาวฟองสวยวางลงบนจานข้าวของลูกชายคนโต ใบหน้าเปื้อนยิ้มของฟาโรจ้องมองไข่ดาวตาแป๋ว พยักหน้ารับอย่างรวดเร็วจนผมปลิวตามแรง“ของเอลด้วยครับแม่” ฟาเอล ลูกชายคนเล็กไม่น้อยหน้า รีบชี้ชวนให้แม่ตักให้ตนบ้าง ทิชายิ้มเอ็นดู จัดการตักไข่ดาวอีกฟองวางลงบนจานของฟาเอล“แน่นอนครับ นี่ของฟาเอล กินเยอะ ๆ นะคนเก่ง”“และนี่ของพี่ริซ่า คนสวยของแม่ค่ะ” ทิชาบอกลูกชายคนเล็กก่อนจะตัก ไข่ดาวฟองสุดท้ายให้ลูกสาว“ขอบคุณครับ ขอบคุณค่ะแม่” เสียงเล็ก ๆ สามเสียงเอ่ยพร้อมกัน ก่อนจะเริ่มลงมือทานอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อยแบล็คมองภาพนั้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ทิชาจัดเตรียมอาหารเช้าอย่างพิถีพิถัน มีทั้งข้าวผัดอเมริกัน สเต๊กไก่ชิ้นพอดีคำ และไข่ดาวอีกสองฟองที่ตอนนี้ไปอยู่บนจานของลูกชายทั้งสองคนแล้ว ก่อนจะเทนมให้ลูกสาว ทว่าบนจานของคนพ่อมีเพียงข้าวผัดอเมริกันกับสเต๊กไก่ แต่ไม่มีไข่ดาวเขาพยายาม







