กลวิธีหนีออกจากบ้านของคุณหนูเเห่งสำนักอันดับ1

กลวิธีหนีออกจากบ้านของคุณหนูเเห่งสำนักอันดับ1

last updateDernière mise à jour : 2025-02-21
Par:  Iris_En cours
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 Note. 1 commentaire
33Chapitres
3.2KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

คุณหนูเเห่งสำนักอันดับหนึ่งหนีออกจากบ้านเพื่อไปท่องเที่ยว เเต่กลับตั้งครรภ์เเถมยังต้องหนีพ่อของลูกอีก คราวนี้อยากจะกลับบ้านก็ไม่ง่ายเเล้ว

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 นั่นก็คือปัญหาของท่านพ่อมิใช่ของข้า

     ตำหนักลอยฟ้าเทียนฝูคือเเผ่นดินขนาดใหญ่เทียบเท่าทวีปหนึ่ง มันลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือบางส่วนของทวีปหยางจื่อตี้ บนตำหนักเป็นที่ตั้งของสำนึกอันดับหนึ่งเหนื่อใต้หล้ามาหลายพันปีนั่นคือสำนักมังกรฟ้า กล่าวกันว่าราชวงศ์ยันพ่อค้าต่างอยากส่งลูกหลานเข้ามาในสำนักมังกรฟ้ากันทั้งนั้น เพราะเป็นที่ประจักษ์ว่าศิษย์ที่จบออกมาล้วนได้ดี นอกจากจะได้วิชาที่เหนือชั้นเเล้วยังเป็นประสู่เส้นทางความเป็นอมตะยกระดับตนเป็นเทพ สำนักมังกรฟ้าจะเเบ่งเป็นศิษย์นอกเเละใน ศิษย์นอกจะศึกษาอยู่เพียงด้านล่างมิอาจขึ้นบนตำนักได้ เเต่หากได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์ในจะสามารถขึ้นมาศึกษาบนตำหนักเทียนฝูเเละกลายเป็นคนของสำนักเต็มตัว

     น่าเสียดายสำนักมังกรฟ้าหนึ่งร้อยปีจึงจะรับศิษย์ในสักหน นอกจากนั้นยังรับไม่เกินครั้งล่ะห้าคน ซึ่งปีนี้ครบรอบหนึ่งร้อยปีในการรับศิษย์ในเข้าสำนักพอดี คนในสำนักช่วงนี้จึงยุ่งมากเป็นพิเศษ เเต่เหมือนเจ้าสำนักเเห่งมังกรฟ้าจะไม่ได้ยุ่งกับการรับศิษย์ในเข้าสำนักเเต่อย่างใด ทว่าเขากำลังหนักใจกับลูกสาวอันเป็นที่รักยิ่งของเขาต่างหาก ส่วนเหตุผลยังคงเป็นเรื่องเดิมที่ลูกสาวอันเป็นที่รักตื๊อเขาเรื่องขอไปเที่ยวยังโลกเบื้องล่างอีกเเล้ว เกือบสามปีที่เขาต้องมาปวดหัวเพื่อหาข้ออ้างทุกครั้ง หนักอกหนักใจจริงๆ

     "เยว่เอ๋อร์ลูกรักของพ่อ เจ้าคิดทบทวนให้ดีอีกครั้งได้หรือไม่ โลกเบื้องล่างมีอะไรน่าสนใจกัน ลูกรักเจ้ารู้หรือไม่ คนจากโลกเบื้องล่างไม่ว่าใครล้วนต้องการขึ้นมาบนตำหนักทั้งนั้น พวกเขาขอเพียงเเค่ได้เหยียบดินบนตำหนักเทียนฝูสักครั้งบางคนถึงขั้นยอมขายลูกหลานเพื่อเเลกป้ายอนุญาติเชียว เป็นเช่นนี้เเล้วมิสู้เจ้าไปเที่ยวเล่นในตำหนักเทียนฝูของเราไม่ดีกว่าหรือ

     "ไม่! ทั่วตำหนักเทียนฝูไม่มีที่ไหนที่ข้ายังไม่เคยไป ผู้คนที่นี้ก็น่าเบื่อ พวกเขาเอาเเต่เรียกข้าว่าคุณหนูๆ ข้าจะทำอะไรไม่มีใครกล้าว่าข้าสักคน ขนาดเมื่อวานข้าเอางูยักษ์สามหัวไปปล่อยในลานฝึกพวกเขายังบอกว่ายินดีที่ได้เล่นกับข้า! สถานที่ในเทียนฝูข้าเคยไปมาหมดเบื่อจะตายอยู่เเล้ว เเม้เเต่ย่านเริงรมย์ที่ท่านพ่อผ่านไปบ่อยๆข้ายังเคยไปเลย"

     "ไอหยาๆลูกรัก เจ้าอย่าใส่ความพ่อเช่นนั้น เกิดเเม่เจ้าได้ยินขึ้นมาจะทำเช่นไร พ่อเเค่ผ่านทางลัดไปจวนว่าการลุงโม่โฉวของเจ้าเท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านั้น!"

     "อ่อหรอ" หวางเยว่เล่อเหลือบมองท่าทีร้อนลนของผู้เป็นพ่อ คนใหญ่คนโตในสำนักมังกรฟ้ามีใครไม่รู้บ้างว่าท่านเจ้าสำนักมังกรฟ้ากลัวเมียมากกว่าคมกระบี่ ท่านพ่อของนางน่ะหรือจะกล้าเหลียวเเลย่านเริงรมย์ให้เสียสายตา นางเเค่พูดไปเรื่อยเพื่อหาทางไปเที่ยวเท่านั้น

     เมื่อเห็นลูกสาวคนงามเอาเเต่หันหลังให้อย่างไร้เยื่อใย หลิวเหว่ยจึงหันซ้ายหันขวารอบตัวพอไม่เห็นเงาของเมียรักจึงกล่าวว่า

     “เจ้าอย่างอนพ่อไปเลยเยว่เออร์พ่อผิดต่อเจ้า ความจริงพ่อใจอ่อนให้เจ้ามานานมากเเล้ว แต่แม่ของเจ้าน่ะสิบอกพ่อว่าเจ้ายังเด็กเกินไป ทำไมเจ้าไม่ลองไปอ้อนแม่ของเจ้าดูล่ะลูกรัก นางต้องยอมใจอ่อนให้เจ้าแน่”

     เหอะ ให้นางไปขอร้องท่านแม่เองน่ะหรือ มีหวังนางถูกกักบริเวณอีกเป็นเดือนแน่ เยว่เล่อเหลือบมองท่านพ่อด้วยหางตา ไม่ว่ามองจากทางไหนท่านพ่อก็กลัวท่านแม่จนไม่กล้าไปขอให้แท้ๆ ปกติท่านพ่อตามใจนางมากเเต่พอท่านเเม่มาเขาก็เอาตัวรอดกลัวท่านเเม่จนหัวหด! คิดเรื่องในอดีตเเล้วยิ่งหงุดหงิดจึงอดหันไปวีนท่านพ่อเพื่อระบายความอึดอัดภายในใจ โทษนู้นโทษนี่ไปเสียทุกสิ่ง

     “นี่ก็เป็นความผิดของท่านพ่อเหมือนกัน! ทำไมท่านถึงเอาหญิงโหดอย่างกับเสือมาเป็นเมียเล่า!!! หญิงสาวใจดีอ่อนหวานอ่อนโยนมีตั้งมากมาย หากท่านเลือกแม่จิตใจเมตตาให้ข้าสักคนป่านข้าคงได้ โลดแล่นไปทั่ว5ทวีป9สมุทรแล้ว”

     “ใจเย็นๆสิลูกรักหากแม่เจ้าได้ยินขึ้นมาจะทำเช่นไร ความจริงแล้วแม่ของลูกเป็นผู้หญิงอ่อนหวาน มาก...อะ...เอ่อ..ก่อนแต่งงาน...”

     ความเงียบปกคลุมสองพ่อลูกในทันใด พวกเขาเพียงมองตากันอย่างเห็นใจในโชคชะตาอันอดสูของกันเเละกัน ในความเงีบยนั้นปรากฎน้ำเสียงหวานไพเราะดังขึ้น พอหันไปก็พบกับรอยยิ้มอันแสนหวาน น่าแปลกรอยยิ้มหวานนั้นกลับทำให้สองพ่อลูกขนหัวลุกชันไปทั้งกาย

     “อ่อ แม่เจ้าโหดอย่างกับเสือ ส่วนเมียเจ้าก่อนเเต่งงานเคยอ่อนหวานแต่ตอนนี้กลับเป็นคนโหดร้ายอย่างงั้นสิ”

     “ทานแม่ เล่อเล่อไม่ได้หมายความเช่นนั้น มิใช่โหดอย่างกับเสือ แต่เป็นกล้าหาญดุดันอย่างกับเสือ หายากนักจะหาคนมีบารมีเช่นนี้ น่านับถือๆ” เยว่เล่อรีบเดินไปกอดเเขนฮูหยินหวางอย่างรวดเร็ว

     “กล้าหาญดุดัน? ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากมีแม่จิตใจเมตตาสักคนหรือหวางเยว่เล่อ” ทั้งชื่อสกลเต็มยศมาพร้อมเสียงเยือกเย็น ไหนเลยเยว่เล่อจะทนไหว

     “ท่านแม่ๆ ท่านเข้าใจผิดแล้วจริงๆ จะบนสุดยอดชั้นฟ้าลงใต้สุดขุมดินมองหาทั่วใตหล้า มิอาจพบผู้ใดจิตใจมีเมตตากว้างขวางดั่งฟ้าดินได้เท่าท่านแม่อีกแล้ว เช่นนั้นคนที่ข้ากล่าวถึงย่อมเป็นท่านแม่ผู้ประเสริฐของข้ามิใช่หรือ”

     “หึ”

     เยว่เล่อนางประจบอ้อร้อเดินเอาหน้าไปแนบแขนฮูหยินหวางถูไถไปมาออดอ้อนอย่างน่ารัก เมื่อฮูหยินหวางไม่อาจเอาความกับลูกสาวแสนซนของนางได้ ความทั้งหมดจึงตกไปที่ท่านเจ้าสำนัก

     “เอ่อ เมียรักเจ้าคงหูแว่วด้วย ไม่ใช่เคยอ่อนหวานแต่ตอนนี้โหดอย่างกับเสือ แต่เป็นคนมีบารมีอย่างกับเสือและอ่อนหวานอ่อนโยน อีกทั้งยังมีจิตใจเมตตากว้างขวางดั่งฟ้าดิน ช่างเป็นภรรยาที่ประเสริฐเสียจริง ข้าช่างมีบุญถึงได้เจ้ามาเป็นภรรยา” หลิวเหว่ยไม่ยอมเเพ้บุตรสาว รีบเดินมากอดเเขนอีกข้างของฮูหยินหวาง ประจบออกหน้าไม่อายฟ้าดิน

      ฮูหยินหวางเหลิอกตามองบน ไม่ต้องสืบยังรู้เลยว๋าบุตรสาวของนางได้นิสัยเช่นนี้มาจากใคร

     อุบ ฮะ ฮ่าๆๆๆๆ เสียงกลั้นหัวเราะจนไม่ไหวดึงดูดสายตาของพ่อลูกไปด้านหลังของฮูหยินหวาง พวกเขาจึงเห็นซูเจียวลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านรองลูกพี่ลูก น้องของเยว่เล่อ เยว่เล่อที่เห็นทางรอดจึงรีบคว้าอย่างรวดเร็ว

     “ซูๆ เจ้ามาพอดี วันนี้พี่หญิงของเจ้าพึ่งสำเร็จวิชาใหม่ ข้าจะสอนเจ้าจนแตกฉานเอง มา มากับข้า ท่านพ่อท่านแม่ข้าและซูๆขอตัวไปฝึกวิชาเสียก่อนจะมืดค่ำ มีท่านแม่แสนประเสริฐเช่นนี้ลูกอย่างข้าจะกล้าขี้เกียจตัวเป็นขนได้เช่นไร ไว้ค่ำๆข้าจะกลับมา” เยว่เล่อกำลังลากเเขนน้องสาวจากไปต้องชะงักเมื่อได้ยินคำตอบของท่านเเม่

     “อือ อย่าให้เลยมื้อเย็นล่ะ เที่ยวให้เต็มที่เลยนะลูกรัก” รอยยิ้มอ่อนหวานของท่านแม่หนาวเหน็บไปถึงจิตใจเมื่อถูกมองออกว่าไม่ได้ไปฝึกวิชา เย่วเล่อใช้นิ้วเท้ามองยังรู้ว่ากลับมาต้องโดนท่านแม่ลงโทษแน่ ลูกอ้อนของนางไม่เคยใช้ได้ผลกับท่านแม่ ช่วยไม่ได้ตอนนี้ตองรีบหนีก่อน นางคว้ามือของซูๆแล้วทะยานฟ้าหนีหายไป

     เยว่เล่อและซูเจียวอายุห่างกันเพียงหนึ่งปี นางและซูๆจึงเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่ยังเล็ก สนิทกันจนเหมือนเพื่อนมากกว่าลูกพี่ลูกน้องเสียอีก

     “เดี๋ยวก่อนเล่อเล่อทางนี้มันไม่ใช่ทางไปป่าไผ่หลังสำนักเเล้ว เราจะไปฝึกวิชากันมิใช่หรือ”

     “ซูๆข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะหนีไปโลกเบื้องล่าง”

     “ห้ะ พี่บ้าไปแล้วหรือป่าว หากท่านป้าจับได้คงไม่จบที่กักบริเวณแน่”

     “กลับจวนไปค่ำนี้ข้าก็ต้องโดนลงโทษอยู่ดี หรือหากเกิดข้าถูกจับได้ระหว่างหนีข้าก็ไปอ้อนท่านปู่เสียเรื่องก็จบ เจ้าก็รู้ท่านปู่รักข้าที่สุดมีหรือจะยอมให้ท่านแม่รังแกขา” เยว่เล่อปั้นหน้าไร้เดียงสาเหมือนกวางน้อยถูกรังแก ใบหน้าที่ท่านปูเอ็นดูนักหนาให้ซูเจียวดูเป็นขวัญตา

     “ข้าไม่ได้ห่วงพี่เสียหน่อย ท่านลุงน่ะสิ ไม่โดนท่านป้าไล่ออกจากบ้านเอาหรือ”

     “แหม นั้นก็คือปัญหาของท่านพ่อมิใช่ของข้า” ปัญหาของท่านพ่อ ท่านพ่อก็ต้องจัดการเองสิ ปัญหาของนางมีมากพออยู่แล้วไม่ว่างจะไปใส่ใจปัญหาของใครอีก ฮิฮิ

     “เฮ้อพี่เนี่ยชอบหาเรื่องให้ข้าเสียเหลือเกิน ครั้งก่อนที่พาข้าไปขโมยเหล้าบ๊วยร้อยบุบผาหมัก 1000ปี ของตาเฒ่าไต้คงมา ข้าก็โดนท่านพ่อสั่งกักบริเวณพึ่งจะได้ออกมาไม่ถึงวันพี่จะพาข้าก่อเรื่อง อีกแล้ว” ตอนนั้นตาเฒ่าไต้คงโอบไหว่างเปล่าลงไปคุกเข่าร้องไห้ต่อหน้าท่านป้า ท่านพ่อของซูเจียวมาเห็นเข้าพอดีจึงโกรธมาก

     เวลาไหลผ่านไปซักพักแต่ดูเหมือนผู้ร่วมกระบวนการ(ในอนาคต)จะยังลังเลใจอยู่เยว่เล่อเลยสุมไฟอยากให้ดั่งใจ

     “เจ้าไม่คิดถึงพี่เต๋อตงรึ เขาลงจากตำหนักเทียนฝูกลับโลกเบื้องล่างได้ปีกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้ จะตบแต่งฮูหยินเข้าจวนแล้วหรือยัง ไม่แน่อาจจะมีทายาทตัวน้อยๆวิ่งเล่นไปทั่วจวน เฮ้อ แต่ช่วยไม่ได้ ข้าเข้าใจว่าเจ้าไม่อยากสร้างปัญหาให้ลุงรอง ดังนั่นข้าไปคนเดียวดีกว่า เจ้ามีของรับขวัญหลานรึไม่ล่ะข้าจะนำไปส่งให้เอง” ถอนหายใจส่ายหัว ตัดใจที่จะพาซูเจียวไปด้วย เยว่ เล่อเตรียมหันหลังจะเดินจากไปแต่เสียงเรียกกลับดังขึ้นทันที

     “โลกเบื้องล่างมันอันตรายมากข้าเป็นห่วงพี่มากถ้าต้องไปคนเดียว หากมีข้าไปด้วยข้าคงสบายใจ เช่นนั้นแล้วเราจะหนีไปยังไงละ”

     “แหม เจ้าเป็นคนดีจริงๆซูเจียว พี่เตรียมเสื้อผ้าและเสบียงเผื่อไว้ให้เจ้าแล้วแหละ” เยว่เล่อรีบหันกลับไปเอื้อมจับมือทั้งสองข้างของซูเจียวมาแล้วเขย่าเบาๆ

     ซูเจียวหัวเราะเบาๆ สมแล้วที่เป็นเยว่เล่อ คงเตรียมแผนคิดไว้แล้วว่านางจะต้องไปด้วยแน่ๆ เมื่อเป็นอันตกลงร้อยยิ้มเจ้าเล่ห์ของสองพี่น้องจึงปรากฎขึ้น อย่างว่าเลือดมันข้นความแสบซนมีไม่น้อยไปกว่ากันหรอก ปฏิบัติการหนีเที่ยวของสองพี่น้องจึงเกิดขึ้น สองตัวป่วนแห่งสำนักมังกรฟ้าลงมืออีกแล้ว คราวนี้ไม่เพียงแต่ตำหนักลอยฟ้าเทียนฝูแต่ทั้งโลกเบื้องล่างคงได้วุ่นวายเป็นแน่แท้

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

Pairin S
Pairin S
ไม่มาอัพต่อหรือคะ
2026-04-29 16:32:46
0
0
33
บทที่ 1 นั่นก็คือปัญหาของท่านพ่อมิใช่ของข้า
ตำหนักลอยฟ้าเทียนฝูคือเเผ่นดินขนาดใหญ่เทียบเท่าทวีปหนึ่ง มันลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือบางส่วนของทวีปหยางจื่อตี้ บนตำหนักเป็นที่ตั้งของสำนึกอันดับหนึ่งเหนื่อใต้หล้ามาหลายพันปีนั่นคือสำนักมังกรฟ้า กล่าวกันว่าราชวงศ์ยันพ่อค้าต่างอยากส่งลูกหลานเข้ามาในสำนักมังกรฟ้ากันทั้งนั้น เพราะเป็นที่ประจักษ์ว่าศิษย์ที่จบออกมาล้วนได้ดี นอกจากจะได้วิชาที่เหนือชั้นเเล้วยังเป็นประสู่เส้นทางความเป็นอมตะยกระดับตนเป็นเทพ สำนักมังกรฟ้าจะเเบ่งเป็นศิษย์นอกเเละใน ศิษย์นอกจะศึกษาอยู่เพียงด้านล่างมิอาจขึ้นบนตำนักได้ เเต่หากได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์ในจะสามารถขึ้นมาศึกษาบนตำหนักเทียนฝูเเละกลายเป็นคนของสำนักเต็มตัว น่าเสียดายสำนักมังกรฟ้าหนึ่งร้อยปีจึงจะรับศิษย์ในสักหน นอกจากนั้นยังรับไม่เกินครั้งล่ะห้าคน ซึ่งปีนี้ครบรอบหนึ่งร้อยปีในการรับศิษย์ในเข้าสำนักพอดี คนในสำนักช่วงนี้จึงยุ่งมากเป็นพิเศษ เเต่เหมือนเจ้าสำนักเเห่งมังกรฟ้าจะไม่ได้ยุ่งกับการรับศิษย์ในเข้าสำนักเเต่อย่างใด ทว่าเขากำลังหนักใจกับลูกสาวอันเป็นที่รักยิ่งของเขาต่างหาก ส่วนเหตุผลยังคงเป็นเรื่องเดิมที่ลูกสาวอันเป็นที่รักตื๊อเขาเรื่องขอไปเที่ยวยังโลกเบื
Read More
บทที่2 ผู้(จำยอม)สมรู้ร่วมคิด
เมื่อตกลงจับมือร่วมสัญญากันได้แล้วเยว่เล่อและซูเจียวจึงมาคุยกันที่โขดหินข้างน้ำตกเพื่อวางแผนการหลบหนี “แล้วยังไงล่ะว่าแผนของพี่มาสิ เราจะหนีจากตำหนักลอยฟ้าขนาดใหญ่เท่าทวีปนี้ได้ยังไง ในเมื่อหากอยากลงตำหนักลอยฟ้ามีเพียงทางขึ้นลงทางเดียวเท่านั้นคือสะพานพาดเมฆาที่ยึดแผ่นดินโลกเบื้องล่างกับตำหนักลอยฟ้าเอาไว้ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเราต้องมีป้ายอนุญาติผ่านทางแถมที่นั่นยังมีคนของสำนักเฝ้าเต็มไปหมด” “ไม่เห็นจะยากเราก็เดินลงไปเลยสิ จะหลบๆซ่อนๆให้เสียเกียติชาวยุทธุ์ทำไม” คิ้วของซูเจียวกระตุกยิกๆไม่อยากหลบซ่อนเพราะเสียเกียรติ? พี่สาวของนางรู้จักคำนี้ด้วยหรือที่ผ่านมาเห็นทำตลอดจนเคยชินเสียมากกว่า! “เอาเถอะ ผ่านคนคุ้มกันน่ะไม่เท่าว่าจะไปถึงขอบตำหนักที่สะพานพาดเมฆาอย่างไร พี่ลืมไปแล้วหรือว่าจวนเราตั้งอยู่กลางตำหนัก ต่อให้ใช้ลมปราณเร่งเดินทางไปขอบตำหนักยังต้องใช้เวลากว่า 1 เดือน ยังไงก็ไม่มีทางหนีรอดคนของสำนักได้ถึงเดือน” “ซูเจียว ซูเจียวมีครั้งไหนบ้างที่พี่สาวเจ้าไม่วางแผนให้รอบคอบ เจ้าประมาณข้าไปแล้วจริงๆ” แสงสะท้อนของหยกในมือของเยว่เล่อทำให้ซูเจียวตกใจยิ่ง เพราะมั
Read More
บทที่ 3 สวัสดีโลกเบื้องล่าง หวางเยว่เล่อมาเยือนแล้ว
เมืองชิวหวาเตียนเป็นเมืองท่าอันเงียบสงบของชายแดนเชื่อมระหว่างตำหนักลอยฟ้าเทียนฝูและโลกเบื้องล่าง แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายพันปีแต่เมืองนี้ก็ยังเงียบสงบสุขเพราะไม่มีใครหน้าไหนกล้าบุกรุกตำหนักลอยฟ้าแห่งนี้ “ว้าวนี้น่ะหรอเมืองชิงหวาเตียน นั่นข้าเห็นโลกเบื้องล่างแล้วดูสิพี่เล่อเล่อสวยจริงๆ ตำหนักของเราอยู่สูงขนาดนี้เชียว” “หะ ห้ะ นี่มันอะไรกันเนี่ย” คุนฟู่ยังตกใจไม่หายก็ตกใจอย่างต่อเนื่องเมื่อมองไปรอบๆแล้วพบว่าตอนนี้เขายืนอยู่บนหอคอยปราการของเมืองชิงหวาเตียน ชายแดนห่างไกลจากที่ตั้งสำนักหลายพันลี้ภายในพริบตาเดียว หรือว่าเขาคงเมาแล้วจริงๆ เมื่อมองไปทางคุณหนูทั้งสองที่กำลังยิ้มและมองไปรอบๆแล้วยิ่งเข้าใจ ความจริงแล้วเขาแค่หลอนเมาหลับไปนี่เอง คงเป็นในฝันแน่นอน คุณหนูทั้งสองไหนเลยจะกล้าหนีออกจากตำหนักเทียนฝูไปยังโลกเบื้องล่าง ป้ายหยกบัญชาเมฆาแม้แต่นายท่านเหนือหัวของคุณฟู่ยังมิสามารถครอบครองได้ ไหนเลยคนสนิทเช่นเขาจะล่วงรู้ความสามารถของมันได้ มิผิดที่เขาจะคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงแค่ความฝัน “ฮู้วว เอาล่ะในเมื่อเป็นแค่ฝัน คุณหนูทั้งสองท่านจะให้ข้าทำอะไรล่ะ ข้าช่า
Read More
บทที่4 พวกเจ้าก็กัดกันไปสิไม่ต้องสนใจข้า
เสียงหวีดหวิวของอากาศดังจนแสบแก้วหูไปหมด ร่างกายของเยว่เล่อพุ่งลงสู้พื้นดินอย่างรวดเร็วตามแรงโน้มถ่วง แต่ก่อนที่ร่างกายจะกระแทกลงสู่พื้นดินนางรวบรวมลมปราณไว้ที่เท้าแล้วค่อยๆเหยียบย่ำบนอากาศเดินลงมาสู่พื้นดินอย่างสวยงาม ดีจริงๆที่ก่อนหน้านี้นางฝึกวิชาเหินเวหาไว้ใช้หนีคนของสำนัก เมื่อลงพื้นได้อย่างปลอดภัยแล้วเยว่เล่อก็เดินตามหาน้องสาวอยู่สักพักพอใกล้ค่ำแล้วจึงตัดใจ อย่างไรเสียซูเจียวก็โตพอจะปกป้องตัวเองแล้ว ทั้งยังมีของวิเศษมากมายไว้ป้องกันตัว นางเดินหาที่นอนไปตามธารน้ำสักพักจนได้ยินเสียงครึกโครมด้านหน้า ด้วยความใคร่รู้จึงพุ่งตรงไปดูอย่างรวดเร็ว ตู้มมม โฮรก เสียงคำรามของพยัคฆ์ตัวใหญ่มหึมากึกก้องไปทั่วบริเวณเพื่อข่มคู่ต่อสู้ของมัน “อ่อ หมากับแมวกำลังกัดกัน” โฮรกกก แค่ก ด้วยประสาทสัมผัสที่ดีเยื่ยมของพวกมันทำให้พวกมันทั้งสองรับรู้ถึงผู้บุกรุกได้ตั้งนานแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าเป็นแค่มนุษย์ตัวเล็กที่มีพลังแค่น้อยนิดจึงไม่สนใจ แต่พอได้ยินนางมนุษย์พูดแล้วก็สะอึกจนคำรามไม่ออก หมากับแมวกำลังกัดกัน? พวกมันเป็นถึงพยัคฆ์นิลกาฬกับหมาป่าเงินเหมันต์เชียวนะ สัตว์อสูรระดับ 8 ผู้
Read More
บทที่5 ใครจะกล้าแตะต้องนาง
เกือบ 6 วันแล้วหลังจากเยว่เล่อมาโลกเบื้องล่าง ตอนนี้นางกำลังเบื่อสุดๆ เพราะไม่ว่าจะเดินไปไกลแค่ไหนก็เห็นแต่ป่า ป่า ป่าเต็มไปหมด “พวกเจ้าสองตัวคงไม่ได้หลอกข้าให้หลงป่าตายไปใช่มั้ย ห้ะ!!!” เยว่เล่อที่กำลังขี่คอของเป่าตงอยู่ดึงหูของมันพร้อมโวยวาย “โอ้ย เจ็บๆ เจ้าคิดว่าป่าอสูรมันเล็กนักรึไงเล่า ไม่เดินเองแล้วยังมาบ่นอีก” “แฮ่กๆ นายหญิงอีก 21 วันก็จะออกจากป่าได้แล้วขอรับ” เส้นเลือดของเป่าตงกระตุกยิกๆ เพราะเสวี่ยปิงกำลังเอาหัวถูไถขาของเยว่เล่อ ตอนนี้ไอ้หมาป่าโง่นั้นกลายเป็นหมาบ้านขี้ประจบไปแล้ว ลืมสิ้นศักดิ์ศรีของอสูรระดับ 8 “ไม่มีทางลัดเลยรึอาปิง” “มีขอรับหากใช้ทางนั้นเพียงแค่10วันก็ถึงเขตชั้นนอกของป่าโดยไม่ต้องผ่านเขตชั้นกลาง และเดินทางต่ออีก 3 วันก็ออกจากป่าอสูรได้ แต่มันอันตรายมากมันเป็นเขตของอสรพิษระดับ 9 ขอรับ อสรพิษเป็นอสูรน่ารังเกียจมันมิสนสัจจะดังนั้นมันอาจทำร้ายคนของตำหนักเช่นนายหญิงขอรับ” “ข้ามีเกราะแก้วคุ้มกายมันจะทำร้ายข้าได้ยังไง พวกเจ้านั่นแหละแม้แต่ไส้เดือนยังกลัว!!! อาเป่าเปลี่ยนไปใช้ทางลัดซะ” ร่างบางเอนหลังนอนลงบนขนนุ่มๆ มือเรียวเล็กลูบจ
Read More
บทที่6 เป็นคุณหนูอยู่ดีๆไม่ชอบ อยากเป็นผู้ประสบภัย
ฮัดชิ้ว เยว่เล่อจามเสียงดัง นางสูดน้ำมูกกลับเข้าไปก่อนมันจะไหลย้อยลงมา “อย่าเข้ามาใกล้ข้านะ ทั้งเมือกจากอสรพิษทั้งน้ำมูกเจ้า ข้ารังเกียจ” อาเป่าขยับหนีเยว่เล่อที่กำลังล้มตัวมาซบไออุ่นจากขนปุกปุยของมัน “หรือจะให้ข้าถลกหนังเจ้าเอามาห่ม” อาเป่าไม่กล้าค้านอีกยอมให้นางซุกตัวเหนียวเหนอะกับขนของมัน หิมะเริ่มตกลงมาหนักมากขึ้นจนปกคลุมพื้นดินเป็นปุยสีขาว เยว่เล่อตัวสั่นงกงันแนบใบหน้าแล้วสั่งน้ำมูกเช็ดขนอาเป่า มันหันหน้าหนีความอัปยศและความรังเกียจไปทางอื่นก่อนจะเห็นว่าอาปิงวิ่งกลับมาจากไปดูลู่ทางแล้ว “นายหญิงข้างหน้ามีลำธารไหลออกไปด้านนอก หากเดินไปตามลำธารต้องมีทางออกจากหุบเหวนี้แน่ ทั้งระหว่างทางข้าเจอถ้ำด้วยเราเข้าไปพักสักคืนพรุ่งดีค่อยเดินต่อดีไหม” “อือ” เยว่เลอปีนขึ้นไปขี่คออาเป่าทั้งที่มันยังนอนอยู่เป็นการบอกว่าให้มันพานางไป มันถอนหายใจ แล้วลุกขึ้นเดินตามอาปิง หรือมันจะประจบยัยหนูนี่เหมือนเจ้าหมาโง่ดีไหม นางจะได้เลิกใช้เขาเยี่ยงทาสเช่นนี้ ในถ้ำอบอุ่นกว่าข้างนอกเยว่เล่อจึงมีใจอยากเดินสำรวจขึ้นมาบ้าง นางให้พวกมันสองตัวนอนเฝ้าหน้าถ้ำส่วนตนเองเดินลึกเข้าไปเพ
Read More
บทที่7 ข้าน่ะหรือคือขอทาน
หลายวันมาแล้วที่เยว่เล่อเดินผ่านหมู่บ้านเล็กๆหลายหมู่บ้านเพื่อไปถึงเมืองใหญ่ นางไม่ได้อาบน้ำมาสามวันตัวจึงคลุกมอมไปด้วยฝุ่น เสื้อผ้าของสาวใช้ที่ใช้ปลอมตัวหนีมาชายกระโปรงก็ขาดรุ่งริ่ง สภาพเช่นนี้บอกใครว่าเป็นคุณหนูแห่งสำนักอันดับหนึ่งก็ไม่มีใครเชื่อ!!! “ทำไมพวกเจ้าไม่กลับร่างเป็นหมากับแมวตัวใหญ่ๆเหมือนเดิมแล้วให้ข้าขี่คอไปเล่า!!!” เยว่เล่อย้ำเท้าอย่างหงุดหงิด แม้การฝึกปราณจะไม่ต้องกินอาหารบ่อยๆแต่นางขั้นปราณยังต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ทั้งยังไม่ได้กินอะไรมาเกือบ 1 อาทิตย์ หิวจนจะกินหมากับแมวที่เดินตามเธอต้อยๆแล้ว “เจ้าโง่รึเปล่า หากข้าใช้ร่างอสูรระดับ 8 เข้าไปในเมืองของพวกมนุษย์ข้าก็โดนพวกมันไล่ฆ่าน่ะสิ อีกแปปเดียวจะถึงแล้ว ถ้าเจ้าทนไม่ไหวทำไมมิรีบกลับบ้านเจ้าบนตำหนักลอยฟ้าเสียเลยล่ะ” อาเป่าใช้น้ำเสียงและสายตาดูแคลนเยว่เล่ออย่างถึงที่สุด มันไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าคนจากตำหนักเทียนฝูจะมีสภาพเช่นนี้ได้ ไร้ซึ่งความสง่างาม! แถมนางยังถือครองป้ายหยกบัญชาเมฆาจนพวกเขาต้องกลายเป็นทาสนางอีก อนาจใจเหลือเกิน อาปิงแม้ไม่ได้จะใช้สายตาดูถูกมองเยว่เล่อแต่กลับพยักหน้าให้อย่างเห็นด้วยกับ
Read More
บทที่8 หน้าที่ของขอทาน
ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวผู้คนในเมืองถยอยกันกลับจวนของตนเอง บนถนนหนทางที่เคยมีคนเดินพลุกพล่านบัดนี้กลับแทบไม่เหลือคน คงมีแต่หนึ่งคน กับอีกสองหมาแมวเดินอยู่เท่านั้น “นายหญิงเราจะไปนอนที่ไหนดีขอรับ” “เฮอะ ติดตามนางคงไม่พ้นนอนข้างถนนหรอก” ยิ่งคิดอาเป่ายิ่งรู้สึกสมเพชตัวเอง เขาเคยเป็นอสูรผู้ยิ่งใหญ่ เกรงขาม สง่างามอยู่ดีๆ บัดนี้กับกลายมาเป็นแมวขี้เรื้อนตัวหนึ่ง! “อาเป่า เจ้าดูถูกเจ้านายของเจ้าไปหน่อยแล้วจริงๆ ข้าหรือจะทำให้พวกเจ้าลำบาก” เยว่เล่อเชิดหน้ากอดอกภาคภูมิใจ “หรือว่านายหญิงมีสมบัติวิเศษหรือสมบัติเทพที่เป็นมิติพิเศษไว้พักผ่อนใช่หรือไม่ขอรับ สมแล้วๆที่นายหญิงเป็นถึงผู้สืบทอดของตำหนักเทียนฝู” อาปิงในร่างหมาขนปุยสีขาววิ่งวนรอบตัวเยว่เล่ออย่างมีความสุข ดวงตาของมันเป็นประกายเปี่ยมด้วยความหวัง ไม่ใช่เพียงแค่อาปิงเท่านั้น อาเป่าเงยหน้ามองนางอย่างคาดหวังว่าเกียรติของมันจะไม่ถูกทำลายไปมากกว่านี้ พยัคฆ์นิลกาฬเช่นมันคงไม่ตกอับถึงขั้นต้องนอนข้างถนน “จะไปใช่ได้อย่างไร เราจะไปนอนกันใต้สะพานตั้งหากเล่า” พอบอกพวกมันทั้งสองตัวแล้วเยว่เล่อจึงเดินต่อ แต่เมื่อมิเห็น
Read More
บทที่9 เกียรติของคุณหนูผู้สูงส่ง
ความคิดของอาเป่าผิดแล้ว มันประเมิณความสามารถของคุณหนูหวางเยว่เล่อแห่งสำนักมังกรฟ้าต่ำไปมาก ความหวังจะได้กลับป่าอสูรของมันคงต้องสลายแล้วเมื่อพริบตาต่อมาเด็กสาวที่นั่งข้างมันก็ลุกพรวดขึ้นมาจนมันสะดุ้ง “เดี๋ยวก่อนคุณชายท่านนั้น ท่านกำลังไปพบกับหญิงที่ชอบใช่หรือไม่ ไอ้หยาๆ ไม่ดีแล้วๆ ดวงไม่มงคล ไม่เป็นมงคลเลย สนใจทำทานกับข้าสักหน่อยหรือไม่ ข้าจะให้หินนำโชคกับท่านเป็นการตอบแทน” ไม่มีใครได้ตั้งตัวร่างกายของเยว่เล่อลุกไปขวางทางเด็กหนุ่มแต่งตัวดี ท่าทางสูงศักดิ์ไว้คนหนึ่ง “...เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ากำลังไปพบใคร” เด็กหนุ่มตกใจมากเมื่อมีคนรู้ว่าเขากำลังไปพบกับแม่นางที่เขาแอบชอบมาหลายปี สายตาสงสัยมากมายส่งไปทางเยว่เล่อ นางยิ้มหวานออกมาจะไม่รู้ได้ไงเขาใส่น้ำหอมเสียจนฉุน แต่งกายประณีตในอกเสื้อยังมีปิ่นอยู่คาดว่าคงเอาไปให้แม่นางสักคน เรื่องง่ายๆเช่นนี้แค่สังเกตุให้ดีก็รู้แล้ว “จุ๊ๆ คุณชาย ข้าน่ะพอเห็นโชคชะตาของผู้คนได้นิดหน่อย วันนี้ดวงความรักของท่านไม่ค่อยเป็นมงคลข้าจึงขวางท่านไว้ด้วยความหวังดี แต่ไม่ต้องกังวลเพียงซื้อหินนำโชคจากข้าไป รับรองมันจะขจัดอัปมงคลออกไปทั้งยังเสริ
Read More
บทที่10 ต่อให้ต้องตายข้าก็ไม่ขายตัวเอง
ในย่านเริงรมย์ของเมืองจงหยวนมีผู้คนมากมายมาหาความสำราญให้กับชีวิตของตัวเอง บ้างมากินดื่ม บ้างมาชื่นชมความงดงามของเหล่าหญิงงาม ย่ามเริงรมย์แห่งนี้จึงเป็นแหล่งหมุนเวียนเงินขนาดใหญ่ในเมืองนี้ “แหวะ เหม็นเหล้าชะมัดทำไมแถวนี้ถึงมีแต่คนเมาเนี่ย” เยว่เล่อที่มานั่งอยู่ข้างร้านแห่งหนึ่งพร้อมกับถ้วยคู่ใจนั่งมองผู้คนที่เดินผ่านไปมา ขนสากเพราะมอมแมมของเสวี่ยปิงถูไถมือของเยว่เล่อเป็นการปลอบใจ มันสงสารนายหญิงตกอับของตัวเองเหลือเกิน เป็นคุณหนูผู้มีเกียรติและร่ำรวยอยู่ดีๆก็มาตกระกำลำบาก ฝั่งเยว่เล่อที่ไม่รู้ความคิดของเสวี่ยปิงจึงคิดว่ามันอ้อนเลยลูบหัวมันอย่างเอ็นดู ส่วนคนที่เขาใจความคิดของหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวอย่างเป่าตงก็ถอนหายใจออกมาแรงๆ ทำไมมันต้องมาอยู่กับพวกโง่เช่นนี้ด้วย? ซ่า น้ำเย็นถูกสาดลงมาบนตัวของเยว่เล่อ นางมึนงงไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก “ออกไปสะนังขอทาน อย่ามานั่งที่หน้าหอของข้าอัปมงคล ออกไป! พวกเจ้ารีบเอาน้ำมาล้างพื้น!” “เจ้าค่ะท่านแม่” ร่างบางของสาวงามสามคนรีบเดินกลับเข้าไปตักน้ำในร้านตามที่แม่เล้าของตัวเองสั่ง “ส่วนนังขอทานเช่นจะ…เจ้า เจ้าน่ะเงย
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status