แชร์

ตอนที่ 3 แอบเข้าจวน

ผู้เขียน: Naiyana
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-13 21:35:27

3 วันผ่านไป

ตอนนี้ซิงอีเริ่มคุ้นชินกับโลกที่นี่บ้างแล้ว และเงินที่เธอขโมยมาจากชายหนุ่ม ตอนเธอช่วยที่ลำธารครั้งที่แล้วก็เริ่มหมดแล้วเช่นกัน ตลอดสามวันที่ผ่านมาเธอคอยศึกษาและสังเกตการใช้ชีวิตของคนที่นี่ พบว่าโลกแห่งนี้ไม่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ที่เธอเคยเรียนมาเลย แต่การปกครองรวมถึงการใช้ชีวิตต่างๆ เหมือนกันทุกอย่าง แผ่นดินที่เธอกำลังยืนอยู่นี้ คนที่นี่เรียกว่าเทียนหลั่ว ปกครองโดยกษัตริย์แผ่นดิน หมู่บ้านที่เธออยู่ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง แต่อยู่รอบนอกเดินทางแค่2ลี่ก็ถึงแล้ว และเธอยังรู้มาอีกว่าคนที่นี่ส่วนใหญ่ไม่ทำอาชีพการเกษตร ค้าขายก็จะขายตัวไปเป็นบ่าวรับใช้ในจวนขุนนาง หรือเหล่าเศรษฐีในเมืองหลวง และนั้นก็คือเป้าหมายของเธอเช่นกัน เธอที่ไม่เคยทำการเกษตรหรือค้าขายมาก่อน ทำให้ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง แถมอาชีพพวกนี้ก็ต้องใช้เงินทุนด้วย ซิงอีก้มมองเงิน 3 เหรียญในมือ คนที่นี่เรียกเงินที่ใช้ แบ่งออกเป็น 3 เหรียญคือ เหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง โดย 1 เหรียญทองคือ 10 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญเงินคือ100 เหรีญทองแดง ส่วนเหรียญที่เธอเหลือตอนนี้คือ 3 เหรียญทองแดง

วันนี้คือวันสุดท้ายที่เธอจะอยู่โรงเตี๊ยมเหม่ยชินแห่งนี้ เธอยอมจ่ายไป 10 เหรียญทองแดง ซึ่งเป็นราคาถูกที่สุดในตลาดนี่แล้ว และสามารถพักได้แค่ 3 วัน พรุ่งนี้เธอคิดว่าจะเข้าเมืองหลวงไปสมัครเป็นบ่าวรับใช้ในจวนใดสักจวน ถึงตอนนั้นค่อยหาวิธีกลับโลกของเธอให้ได้ เธอหวังเพียงเล็กๆ ว่าในโลกที่เคยอยู่จะมีชีวิตอยู่ถึงแม้ว่าจะริบหรี่เพราะเธอตกมาสูงขนาดนั้น

“เฮ้ออออ” หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่าท้อใจก่อนที่จะหลับไป

.

เช้าวันถัดมา

ซิงอีรีบตื่นแต่เช้าเพื่อจะเดินทางเข้าเมืองหลวง ระยะทางแค่ 2 ลี่เธอเลือกเดินไปแทน ไม่ใช่เพราะเธอขยันหรือว่าอะไรแต่ตอนนี้เหรียญที่เธอมีลดลงไปแล้ว 1 เหรียญเพราะซื้ออาหาร ซินอีมองเงินในมือที่เหลือ จากนั้นมองไปทางประตูเมืองหลวงที่มีคนเข้าแถวด้วยสีหน้าที่มุ่งมั่น และเดินไปต่อแถว

“เเย่แล้ว”

ซิงอีอุทานขึ้นเมื่อเธอเห็นว่าคนที่จะเข้าไปได้ต้องมีป้ายชื่อ เเต่เธอที่เคยเป็นแค่ขอทานจะมีได้อย่างไร ซิงอีมองซ้ายทีขวาทีอย่างหาตัวช่วย แต่แล้วก็หันไปเจอรถม้าน่าจะเป็นพวกเศรษฐีแน่ๆ จึงได้แอบย่องไปด้านหลัง เป็นบ่าวรับใช้ที่ท้ายแถว ดีหน่อยที่สีชุดที่นางใส่เป็นสีฟ้าอ่อนเหมือนกัน ถึงแม้ลักษณะจะไม่เหมือนแต่ก็ดูเข้าพวก ขณะเดินผ่านยามที่เฝ้าหน้าประตูเธอทำได้เพียงก้มหน้าและหันไปทางอื่น จนผ่านเข้ามาได้จึงทำให้หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นรีบแยกออกจากขบวนทันที ซิงอีเดินหาจวนที่เธอรับสมัครบ่าวรับใช้จนครึ่งค่อนวัน แต่ก็ไม่มีสักทีจนต้องหาที่นั่งพักเอาแรงก่อนที่จะเป็นลมไปซะก่อน

“ขอถามหน่อย ปกติคนที่นี่จะไปสมัครเป็นบ่าวรับใช้กันที่ไหนเจ้าคะ” ซิงอีถามแม่ค้าที่ขายผักในตลอด

“แม่หนูไม่รู้หรือ หากจะขายตัวเป็นบ่าวรับใช้ต้องไปที่สำนักเหมียนเตี้ยน”

“แล้วอยู่ที่ไหนหรือเจ้าคะ”

“ท้ายตลาดนู้นเลย เจ้าลองไปดูนะ”

“ขอบคุณมากเจ้าค่ะ”

ซิงอีกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ จากนั้นเดินไปตามทางที่แม่ค้าขายผักชี้ เธอใช้เวลาถึง 1 เค่อก็มาถึง แต่กลับพบว่าป้ายด้านหน้าเขียนปิดว่าหยุดทำการ

ซิงอีเดินออกมาอย่างคอตก พลางเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้าที่เมฆตั้งเค้าเหมือนฝนจะตกอีกไม่นานนี้แน่ๆ ซิงอีรู้สึกสิ้นหวัง และเดินไปพิงกับกำแพงอย่างเหนื่อยล้า

“ทำไมพระเจ้าทำกับฉันเช่นนี้”

หญิงสาวบ่นออกมา พลางเอามือทุบไปที่กำแพงอย่างระบายอารมณ์

“โอ๊ยยยย” หญิงสาวร้องออกมาด้วยความเจ็บเมื่อมือกระทบกับกำแพง

“แล้วมันกำแพงอะไรเนี้ย ยาวชะมัดเลย” ซิงอีพูดออกมาอย่างสงสัย แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นบันไดไม้อยู่แถวนั้นพอดี จึงรีบไปหยิบและวางพาดไปกับกำแพง จากนั้นปีนขึ้นไปแต่ด้วยความที่กำแพงสูงกว่าบันไดนั้น จึงทำให้เธอต้องเอื้อมมือให้ถึง และปีนขึ้นไปบนกำแพงได้สำเร็จ

ภายในกำแพงที่เธอเห็นตอนนี้ทำให้เธอต้องเบิกตากว้างเพราะด้านในน่าจะเป็นจวนของขุนนางไม่ก็เศรษฐี เพราะตรงที่เธอปีนมานี้ เป็นแค่ศาลาน้ำ ที่มีสะพานทอดไม้ยาวลงไปกลางแม่น้ำ มีการปลูกต้นไม้ดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม แถมมีหินขนาดใหญ่ที่นำมาตกแต่งอย่างสมจริง

“หานางพบหรือไม่”

จู่ๆ ก็มีเสียงทุ้มดังขึ้นมา พร้อมด้วยชายหนุ่ม 2 คน ที่1ในนั้นน่าจะเป็นเจ้าของจวนเพราะแต่งตัวดูดีด้วยผ้าเนื้อดี ส่วนอีกคนออกแนวไปทางเรียบร้อยดูสุภาพมากกว่า

“ยังไม่พบเลยขอรับ” ชายที่เดินมาด้วยเอ่ยตอบ

“แล้วชาวบ้านแถวนั้นล่ะว่าอย่างไร”

“ชาวบ้านพวกนั้นบอกว่า พอมาถึงก็เห็นท่านนอนอยู่ที่บนบกแล้ว แล้วยังบอกอีกว่าเออ..ว่า”

ชายที่ดูเหมือนลูกน้องลังเลว่าจะควรพูดดีไหม

“ว่าอย่างไร”

ชายหนุ่มถามเสียงเข้มขึ้นมานิดหน่อย

“ว่า...ว่าตอนที่พวกเขากำลังซักผ้าอยู่ เห็นผีตนหนึ่งหน้าเกลียดน่ากลัวมาที่ลำธาร จนพวกเขาต้องวิ่งหนีไป แล้วกลับมาอีกทีก็เจอท่านนอนสลบอยู่ พวกเขาจึงคิดว่าอาจเป็นผีตนนั้นที่ช่วยท่านไว้”

“ผีเผลออะไรของเจ้า เหลวไหล” ชายหนุ่มพูดพลางส่ายหน้า ให้กับเรื่องที่ผู้ช่วยเขาไปสืบมา

ด้านซิงอีที่แอบอยู่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกคุ้นเป็นอย่างมาก จึงขยับท่าทางเพื่อจะฟังให้ชัด แต่หญิงสาวลืมว่าตัวเองอยู่บนกำแพง ทำให้ตกเข้ามาในจวนทันที

ตุบ!!

“โอ๊ยยยย” ซิงอีร้องออกมาด้วยความเจ็บ ไม่ใช่เตี้ยๆเลยกำแพงนี้ ทำให้นางต้องก้มม้วนตัวลงไปด้วยความเจ็บ แต่ขณะที่เธอกำลังเงยหน้าขึ้นมานั้น กลับมีดาบเงาวับมาจ่อที่คอเธอทันที

“เจ้าเป็นใคร แอบลักลอบเข้ามาทำไม” ผู้ช่วยของชายหนุ่มเอ่ยถามในขณะที่มือถือดาบจ่อคอซิงอีอยู่

“ข้าเพียงหลงทางมาพี่ชาย ท่านช่วยลดดาบลงหน่อย” ซิงอีพูดพลางยกมือดันดาบออกจากคอเล็กน้อย

“หลงทางอะไรของเจ้า รีบบอกมา”

ชายที่ถือดาบยังเอ่ยถามต่อและดันดาบเข้ามาที่คอหญิงสาวใกล้ขึ้น และก็มีเสียงฝีเท้าเดินเข้ามา ซึ่งก็คือชายที่ยืนคุยด้วยกันแต่แรก ซิงอีสังเกตสีหน้าของชายที่เดินมาตรงหน้า คาดว่าน่าจะคือเจ้าของจวนที่นี่ เธอรู้สึกคุ้นหน้าเขาเป็นอย่างมาก แต่แล้วภาพของชายที่โดนยิงธนูใส่ และหมดสติลอยมากับน้ำก็เด้งขึ้นมา ตอนนั้นชายหนุ่มหน้าซีดเซี่ยวแต่ตอนนี้กลับดูดีขึ้นเล็กน้อย บวกกับเรื่องที่เธอแอบฟังเมื่อสักครู่ทำให้เธอมั่นใจมากขึ้นว่าเขาคือคนที่เธอช่วยขึ้นจากแม่น้ำเมื่อ 3 วันก่อน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 30 คุณชายแบบนี้หนักเกินไปหรือไม่

    ณ ห้องโถงของเรือนรับรองบรรยากาศภายในห้องโถงเต็มไปด้วยความเงียบจนชวนน่าอึดอัด จางเหว่ยนั่งที่หน้าสุดมีสีหน้าเหมือนอย่างจะฆ่าคนได้หากผู้ใดเผลอขยับตัวหรือส่งเสียงออกมาอย่างไรอย่างนั้น ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกหนิงเกาพาเข้ามาทั้งหมด รวมไปถึงเจียอิ๋นและฟางเหนียงด้วย"คุณชายเรียกพวกเรามามีอันใดหรือ"เป็นเจียอิ๋นเอ่ยถามขึ้น ที่จริงนางก็พอรู้ว่าชายหนุ่มเรียกมาเพราะเรื่องอันใด แต่ด้วยความที่นางมีอาวุโสมากที่สุดจึงกล้าที่จะเอ่ยถาม ถึงแม้ว่านางจะมีความผิดแต่ชายหนุ่มก็ยังต้องเกรงใจนางหลายส่วน"ที่ข้าเรียกทุกคนมาวันนี้ท่านก็น่าจะพอทราบมาแล้ว ข้าจึงอยากถามว่าเรื่องทุกอย่างมันเป็นมาอย่างไรจะได้ลงโทษคนให้ถูก"ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น จนทำให้เจียอิ๋นถึงกลับหน้าเสีย"ต้องลงโทษอันใดกันเจ้าคะนางเป็นเพียงแค่บ่าวรับใช้ เหตุใดท่านต้องเรียกพวกเรามาเพื่อสอบถามถึงเพียงนี้"ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นด้วยความโมโหจนลืมตัวที่จะรักษาภาพลักษณ์อ่อนหวานที่ตนทำมาตลอด นางทนไม่ได้ที่คุณชายทำเช่นนี้เพื่อบ่าวรับใช้คนเดียวเขาถึงขนาดเรียกนางและท่านแม่ของนางมาถามเช่นนี้"เหนียงเอ๋อร์" เจียอิ๋นรีบเอ่ยห้ามบุตรสาวของตนเอง

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 29 ข้าขอเป็นคนไม่เจียมตัวที่จะชอบท่านได้หรือไม่

    ผู่เย่วกำร่มในมือแน่นขณะที่มองจางเหว่ยอุ้มซิงอีเข้าไปในเรือน นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อนาง สุดท้ายก็ยังช้ากว่าอยู่ดี "คุณชายไปเถอะขอรับ ฝนเริ่มตกหนักขึ้นแล้ว""ไปเถอะ"ผู่เย่วเอ่ยเพียงสั้นๆจากนั้นเดินกลับเรือนของตน บ่าวรับใช้คนสนิทมองผู่เย่วด้วยแววตาสงสาร เมื่อสักครู่ตอนที่คุณชายตามหาแม่นางซิงอีอย่างบ้าคลั่งยังติดตาเขาอยู่เลย แต่ตอนนี้เมื่อมาเจอนางมากับคุณชายจางเหว่ยแล้วทำให้อดเห็นใจไม่ได้.จางเหว่ยหลังจากสั่งการลูกน้องเสร็จก็เดินเข้ามาในเรือน ชายหนุ่มนั่งที่เตียงข้างๆหญิงสาวที่ยังใช้เสื้อคลุมของเขาคลุมเอาไว้ มือหนาเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าขาวซีดของนางอย่างทะนุถนอม เขาพึ่งคลาดกับนางไม่นาน มาอีกทีกลับเห็นนางตกอยู่ในสภาพนี้ ดีที่ตอนเขาคุยอยู่กับฝ่าบาทอยู่นั้นไม่มีองครักษ์แน่นหนามาก จึงทำให้องครักษ์ที่เขาให้ตามคอยดูแลนางสามารถเข้ามาใกล้ได้และใช้วรยุทธบอกกล่าวให้เขารู้ได้"เจ็บมากหรือไม่" จางเหว่ยเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความอ่อนโยน ซิงอีลืมตาขึ้นและทำท่าจะลุกขึ้นแต่กลับถูกชายหนุ่มห้ามไว้"ข้าเปียกอยู่เจ้าค่ะ" "เจ้าบาดเจ็บอยู่ หากขยับมากจะทำให้บาดแผลอักเสบมากยิ่งขึ้น"

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 28 ซิงอี นางแย่แล้วขอรับ

    ณ ป้อมปราการทางเข้าประตูวังหลวง มีคนผู้หนึ่งที่เป็นถึงมังกรของแผ่นดิน และอีกคนที่มีฐานะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ยืนมองดูภาพชาวบ้านที่ดำรงชีวิตอีกด้านของกำแพงวังหลวง ด้านในดูเงียบสงบจนวังเวงส่วนอีกด้านดูครึกครื้นมีชีวิตชีวา"ฝ่าบาทเรียกกระหม่อมมาวันนี้มีเรื่องอันใดก็บอก กล่าวมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ"เสียงของชายชาวบ้านธรรมดาคนนั้นเอ่ยเสียงเรียบ ชายหนุ่มคนนั้นคือจางเหว่ยที่จู่ๆก็ถูกเรียกตัวเข้ามาอย่างลับๆ"ข้าเป็นพ่อของเจ้า เหตุใดไม่เรียกเช่นนั้น"ชายอายุวัยกลางคนที่เป็นถึงมังกรแผ่นดินเอ่ยเสียงเข้มพลางหันมามองหน้าบุตรชายของตนที่ไม่ได้พบหน้ากันมาเป็นแรมปี"ฝ่าบาทคงเข้าใจผิดแล้วกระมัง พระองค์เป็นถึงเจ้าแผ่นดิน หม่อมฉันเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาจะไปเป็นถึงบุตรชายของพระองค์ได้เช่นไร" จางเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบพลางมองภาพทิวทัศน์ของชาวบ้านด้านล่าง"เจ้ายังคงเป็นเช่นเคย""ฝ่าบาทก็เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ มีคนเคยบอกว่าแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ความจริงก็คือความจริง ข้าไม่เคยลืมว่าฐานะตนเองเป็นใคร"ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบอย่างมั่นคง เพื่อทำให้คนตรงหน้าเขานั้นรับรู้ได้ว่า คำว่าพ่อคำนั้นไม่ได้มีอิทธิพลต่อเขาอีกแล้ว ฮ่องเ

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   คอนที่ 27 แค่สหาย หรือว่าที่เจ้าบ่าวในห้องหอกันแน่

    ก๊อกๆ"คุณชายข้าซิงอีเจ้าค่ะ" "เข้ามา"เสียงชายหนุ่มอนุญาตดังออกมาจากในเรือน หญิงสาวก้มสูดดมตัวเองเล็กน้อยว่าไร้กลิ่นสุราหรือไม่ จากนั้นใช้มือตบไปที่แก้มของตนอย่างเรียกสติ นางไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้กลับมึนๆหัวเสียอย่างนั้น หญิงสาวค่อยๆเดินเข้าไปหาชายหนุ่มแต่ก็ยังอยู่ห่างมากอยู่ดีเพราะกลัวเขาได้กลิ่นสุรา ถ้าขืนนางมัวแต่อาบน้ำแล้วมาช้าก็คงถูกดุอยู่ดี มาเร็วแบบนี้ยังดีเสียกว่า"เหตุใดมิเข้ามา" ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย"คะ...คือว่าข้ายังไม่ได้อาบน้ำเจ้าค่ะ กลัวท่านจะเหม็น" "ข้าไม่ถือ"จางเหว่ยเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ เขาจะรังเกียจนางได้เช่นไร นางคือคนประเภทเดียวกับเขาที่ต้องอาบน้ำเช้าเย็น ถึงตอนนี้นางจะไม่ได้อาบน้ำตัวนางก็หอมเช่นเคย"ข้ายืนตรงนี้ดีกว่าเจ้าค่ะ ท่านมีอันใดก็สั่งข้ามาได้เลย" ซิงอียังยืนยันคำเดิม "เข้ามานี่"จางเหว่ยเอ่ยสั่งเสียงเข้มขึ้น ซิงอีจึงจำใจต้องเดินเข้าไปใกล้ ทันทีที่หญิงสาวเดินเข้ามาเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเหตุใดวันนี้นางถึงยืนอยู่ห่างเขามากเสียอย่างนั้น มือหนากำเข้ากันแน่นด้วยความโมโห นางพึ่งห่างกับเขาได้เพียงไม่กี่ชั่วยาม เอาเวลาที่ไหนไปดื่มสุราได้ ชายหนุ่มเงยหน้ามองหญิงส

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 26 อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำ

    ซิงอีปูที่นอนของตนที่ข้างเตียงใหญ่ โชคดีที่ทางโรงเตี๊ยมมีที่นอนสำรองเอาไว้ให้ ไม่งั้นคืนนี้หญิงสาวจะต้องนอนหนาวเพราะไม่มีผ้าห่มหรือที่นอนอุ่นๆให้นอนเป็นแน่ ไม่นานก็เห็นชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องอาบน้ำด้วยกลิ่นหอมสดชื่น หญิงสาวก้มดมตนเองเพื่อดูว่ามีกลิ่นตัวหรือไม่ ปกตินางจะอาบน้ำทุกเย็นถึงแม้เข้าฤดูหนาวคนที่นี่จะไม่อาบน้ำกันเท่าไหร่ บางคนก็ 4-5 วันอาบครั้ง เมื่อพบว่าตนไม่มีกลิ่นตัวก็สบายใจขึ้นมา เพราะถ้าหากให้นางอาบน้ำทั้งที่ชายหนุ่มอยู่ในห้องข้างๆเช่นนี้นางยอมนอนทั้งที่ไม่อาบน้ำยังจะดีกว่า จะให้นางทำเช่นไรได้ก็คนไม่ชินนี่หน่าหญิงสาวนอนพลิกไปมาท่ามกลางความมืด ตอนนี้นางรู้สึกไม่สบายตัวเป็นอย่างมากเพราะไม่ได้อาบน้ำ หญิงสาวยื่นหนูไปข้างเตียงเพื่อฟังว่าชายหนุ่มนั้นหลับหรือยัง แต่กลับไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ "นี่เขายังหายใจอยู่หรือไม่กัน" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจ เมื่อไม่ได้ยินเสียงชายหนุ่มมาสักพักใหญ่และแน่ใจว่าเขาหลับไปแล้ว ซิงอีจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปที่ห้องอาบน้ำเพื่อชำระร่างกาย นางใช้เวลาไม่นานก็ปลดเสื้อผ้าและลงไปแช่น้ำทันที โชคดีที่ยังมีน้ำอุ่นที่ยังไม่ได้ใช้เหลืออยู่ หากให้อาบน้ำเย็นพ

  • สาวใช้ของนายตัวร้าย   ตอนที่ 25 ท่านหมายถึง...พักห้องเดียวกับท่านหรือเจ้าคะ

    เกล็ดน้ำแข็งสีขาวที่ถูกสะสมมาหลายวันตอนนี้เริ่มละลายลง จนพื้นดินกลายเป็นสีเขียวในรอบหลายวันจากสีของใบหญ้า แสงแดดสีทองในยามเย็นส่องกระทบมาที่ผิวของหญิงสาวในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างไม่รีบเร่ง ม่านหน้าต่างทั้งสองข้างของรถม้าถูกเปิดออกเพื่อให้คนด้านในสามารถมองเห็นทัศนียภาพด้านนอกได้ซิงอีใช้แขนทั้งสองข้างเกาะหน้าต่างรถม้าเพื่อดูวิวทิวทัศน์ด้านนอกด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้รถม้ากำลังเคลื่อนตัวอยู่บนเนินภูเขาสองข้างทางเป็นทุ่งหญ้า ทำให้เห็นภาพของบ้านเรือนด้านล่างและพื้นที่โดยรอบทั้งหมด“สวยจังเลยเจ้าค่ะ”หญิงสาวเอ่ยขึ้นทั้งที่ไม่ได้ละสายตามาจากภาพวิวด้านนอก นางอยากจะเก็บความรู้สึกนี้ไปนานๆ เป็นอย่างที่คนเคยว่าภาพถ่ายหรือภาพวาดต่อให้เหมือนจริงแค่ไหนก็ไม่สู้เห็นด้วยตา"ย่อมงดงามอยู่แล้ว" จางเหว่ยที่นั่งอยู่ด้วยท่าทางสุขุมมองไปที่หญิงสาวแล้วเอ่ยตอบ"ว๊าย~~~" ซิงอีอุทานออกมาเสียงดัง เมื่อจู่ๆรถม้าก็โคลงเคลงเมื่อตกหลุม จังหวะนั้นทำให้นางที่กำลังเกาะริมหน้าต่างอยู่ต้องหงายหลัง จางเหว่ยที่เห็นเช่นนั้นจึงใช้แขนรับร่างหญิงสาวไม่ให้กองไปกับพื้น เป็นช่วงเดียวกับที่ซิงอีเองก็พยายามหาอันใดยึดเกาะ จึงใช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status