Share

บทที่ 15

last update publish date: 2026-06-10 01:14:50

ยกเลิกคำขอคุมหน่วยความมั่นคงพิเศษ

" ใช่มีเชื้อไวรัสแพร่ระบาดหนักอีกเขตหนึ่งต้องส่งกำลังไปช่วยด่วน"

"รวมถึงผม...ด้วยเหรอครับ?"

"ถามแปลก ปกติคุณไปได้ทุกที่ ยิ่งฉุกเฉินคุณต้องเป็นหน่วยแรกที่เข้าไป ทำไมทำสีหน้าแบบนั้น"

''ผมว่าสุขภาพผมยัง...ไม่พร้อม"

"ตั้งแต่คุณเข้ามาดำรงตำแหน่งนี้ผมไม่เคยได้ยินคำว่าไม่พร้อมจากคุณสักครั้งเลยรู้มั้ย ผมเข้าใจว่าครั้งนี้มันอาจจะหนักจนต้องเอ่ยปากออกมา แต่คุณก็รู้ว่าผมไม่ไว้ใจใครนอกจากคุณ เขตนั้นเละเทะย่ำแย่สุดๆ หวังว่าจะเข้าใจนะคาเยน

''...ครับ"

มันคงดูไม่สมเหตุสมผลนักกับเหตุผลที่บอกท่านผู้นำว่าไม่พร้อม ในเมื่อร่างกายตอนนี้มันทั้งแข็งแรงกระฉับกระเฉง ดูอ่อนกว่าวัยแถมยังอารมณ์ดีผิดหูผิดตาจนทำคนอื่นประหลาดใจถ้วนหน้า

คิดมาสักพักว่าจะชวนคนบ๊องอย่างเด็กวิเวียนมาอยู่ด้วยกัน อาจจะรวมการพูดถึงความสัมพันธ์ที่มันจริงจังขึ้น

ที่หมายถึงการบอกรัก ..

มันเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีแพลนในหัว ไม่เคยคิดถึงคำว่าครอบครัวเพราะการใช้ชีวิตคนเดียวได้อย่างอิสระทำเพื่อประชาชนโดยไม่ห่วงหน้าพะวงหลังมันคือปฏิญาณแรกที่เข้ามาดำรงตำแหน่งนี้

ไม่ใช่คนเข้มแข็ง

...เพราะความกลัวต่างหาก

กลัวเป็นเหมือนพ่อกับเเม่ที่รักตนมาก จะไปไหนทำอะไรก็ห่วงหน้าพะวงหลังกังวลว่าลูกจะลำบาก กลัวลูกจะกินไม่อิ่ม นอนไม่หลับ กังวลจนเกินพอดี ไม่อยากมีครอบครัวแล้วเป็นแบบนั้น

แต่ใครเลยจะรู้ว่าวันหนึ่งฟ้าจะส่งบางคนเข้ามาเปลี่ยนแปลงความคิดนั้นได้

คนที่ดูธรรมดาเสียจนไม่คิดว่าจะมีอะไรให้อยากรัก แต่เหตุการเหลือเชื่อที่ผ่านมามันทำให้เข้าใจคำว่าพรมลิขิตได้ชัดเจนเสียยิ่งกว่าสิ่งใด

ตัดสินใจว่าวันนี้คือเวลาที่เหมาะสมจะบอกวิเวียนว่ารักเข้าให้แล้ว

แต่กลับถูกคำสั่งด่วนฝ่าผ่าให้ต้องแยกกันอย่างไม่มีกำหนดกลับ

คำถามท่านผู้นำที่ถามหาเหตุผลของคนไม่เคยปฏิเสธงานไม่ว่าจะต้องไปปฏิบัติหน้าที่ไกลแค่ไหน ลำบากเสี่ยงตายเพียงใด ว่าทำไมถึงลังเล

คำตอบก็คงมีแค่อย่างเดียว

ไม่อยากห่างวิเวียน...

จากทีเเรกกลัวว่าถ้าพวกเราห่างกันนานจะทรุดโทรมจนตาย แต่ตอนนี้ไม่ใช่เเค่เรื่องนั้น

ร่างกายเราสองคนสมบูรณ์ขึ้นเมื่ออยู่ใกล้กัน ยิ่งได้มีอะไรกันร่างกายยิ่งแข็งแกร่งจนรู้สึกได้

ไม่เพียงเท่านั้น วิเวียนมีร่างกายที่แปลกไปจากทุกครั้งที่ร่วมรักกัน มันยิ่งทำให้ห่วง

อาการแข็งตึงที่ท้องเด็กนั่นมีบ่อยขึ้นแต่เราไม่สามารถไปโรงพยาบาลหรือบอกใครได้เพราะกลัวจะตรวจเจออะไรที่ไม่ควรเจอเข้า แล้วถูกจับขังไปทำการวิจัยเชื้อที่ได้รับมาทำให้ไม่พบเจอกันอีก...

ไม่เคยกลัวอะไรแบบนี้มาก่อนเลย

รู้สึกกับเด็กนั่นมากเกินไป..

มากจนจำได้ทุกอย่าง

ไม่ว่าจะเรื่องร่วมเป็นร่วมตายกันตั้งแต่แรกเจอ แม้จะไม่ชอบขี้หน้ากัน

เจอเรื่องแปลกมาด้วยกัน

เจ็บปวดด้วยกัน

มีความสุขด้วยกัน จนขาดกันไม่ได้

ความรู้สึกพวกนั้นจะเรียกว่าอะไร...

ถ้าไม่ใช่รัก

จู่ๆ คำที่พ่อแม่เคยพูดไว้ดังก้องฉายชัดในหัวช่วงนี้ตลอดเวลา..

'การมีครอบครัวที่รักอาจเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้อยากมีชีวิตอยู่บนโลกโหดร้ายใบนี้ก็เป็นได้'

จากการตั้งใจสารภาพรักและขอให้มาอยู่ด้วยกัน จำต้องเก็บคำนั้นไว้เปลี่ยนเป็นมาบอกลาไอ้คนเซ่อซ่าที่

...รักมันมากถึงเพียงนี้

....

"ลุงวันนี้ผมหัดทำอาหาร ผมว่าเราน่าจะชอบกินเนื้อเหมือนกันก็เลยลองทำสเต๊กด้วยล่ะ"

ไอ้ตัวดีเดินถือตะหลิวมาเปิดประตูให้แค่เห็นใบหน้าอวบอิ่มยิ้มแฉ่งเป็นต้องเผลอยิ้มตามมันไปด้วย

มันโม้ยกใหญ่เรื่องทำอาหารได้

ก่อนหน้านี้มันเป็นคุณชายที่แทบไม่ต้องทำอะไรมีทุกสิ่งอย่างพร้อมสรรพเหมือนไข่ในหิน

ตั้งแต่เราต่างเป็นแขกประจำของกันและกันนอนบ้านมันบ้างบ้านผมบ้างระยะห่างของเราไม่มีเหลืออีกแล้ว

นอกจากติดเรื่องอย่างว่ายังติดกลิ่น ติดสัมผัส ติดทุกอย่างของมัน

ถ้าไม่มีเรื่องถูกกัดไม่รู้ว่าเราจะได้รู้สึกแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ไหม

ถ้า....เราคบกันปกติตั้งแต่แรก มันจะดีแค่ไหนนะ

ตอนนี้โคตรหลงมันเลย

ผมก้มลงไปกอดร่างนิ่มของมันก่อนจะจำใจพูดเรื่องสำคัญออกมา

 

"วิเวียน..กูต้องไปช่วยทหารที่เขตพิเศษอาจจะไปหลายวันต้องห่างกับมึง..ไม่รู้กำหนดกลับ"

ท่าทางร่าเริงเมื่อครู่ยิ้มสวยๆ ของมันค้างเติ่งก่อนจะค่อยๆ หุบลงพยักหน้าหงึกหงักทันทีที่ได้ยินเรื่องสำคัญ

"เหรอ...?"

จากที่เห็นหน้ากันแล้วชอบพูดจากวนตีนเรียกลุงแบบนั้นแบบนี้ พอเอ่ยว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยมันก็หงอยลง

เราใช้ร่างกายเข้าหากันตลอดไม่เคยพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ที่มันลึกซึ้ง การห่างกันสองสามวันเพราะทำงานคนละที่เป็นเรื่องเล็กเพราะรู้ว่าถ้าเสร็จธุระเราจะได้กลับมาเจอกัน

มานอนด้วยกัน 

กอดกัน 

จูบกัน

เป็นการห่างกันที่รู้วันกลับ

  แต่การไปครั้งนี้ไม่มีความแน่นอนใดๆ ให้รับปากว่าจะได้กลับมาเจอกันไหม่

 

"เราไม่ห่างกันหลายเดือนแล้วนี่เนอะ ลุงไปเถอะคงสำคัญมากนั่นแหละ"

"กูไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นมันหนักหนาขนาดไหน..เหมือนว่าแม่มึงก็อยู่ที่นั่นยังออกมาไม่ได้"

"ผมพอจะรู้เคยขอไปแล้วแต่หัวหน้าให้อยู่ที่นี่" คนเด็กกว่ามีท่าทีหงอยลงจนน่าสงสารจึงคว้าตัวนิ่มๆ ของมันมานั่งลงบนโซฟาจับหัวซบบ่าตัวเอง

"กูจะไปช่วยแม่มึงออกมาอดทนหน่อยนะ..." คำมั่นที่ตั้งใจให้ไว้เพื่อเป็นกำลังใจว่ามีเรื่องติดค้างมันหลายเรื่องเพราะฉะนั้นคงไม่ยอมตายง่ายๆ

"ขอบคุณครับ" วิเวียนกัดปากกั้นยิ้มเข้ามากอดซึ่งปกติไม่ค่อยทำ

"กูให้นี่ไว้..นี่เป็นปากกาที่พ่อกูซื้อให้ตอนขึ้นรับตำแหน่ง..กูให้มึง" ปากกาแท่งสำคัญที่ตืดตัวตลอดถูกยื่นให้คนข้างตัวด้วยความเต็มใจ

"ลุงกลัวทำหายเหรอมันสำคัญมากนี่เอามาให้ผมทำไม?"

"เก็บไว้เถอะกูอยากให้"

"ถ้าอย่างนั้นผมแลกกับนี่ก็แล้วกัน" 

วิเวียนถอดแหวนแต่งงานของพ่อยื่นให้คาเยนแล้วเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาหลุบต่ำไม่กล้ามองตาอีกคน

"เออจะเก็บไว้อย่างดีตอนเจอแม่มึงกูจะบอกว่ามึงขอผู้ชายแต่งงาน"

"ไอ้ลุงบ้า!"

"ดูแลตัวเองดีๆ อย่าให้ใครรู้ว่ามึงไม่ปกติเข้าใจมั้ย?" เส้นผมข้างหูถูกเกลี่ยทัดไว้ด้านข้างแผ่วเบา

"เข้าใจแล้วน่าลุงขี้กังวลมากกว่าเมื่อก่อนอีก เมื่อก่อนโคตรเก๋าแต่เดี๋ยวนี้...แก่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

"ไอ้ตัวกวน มึงนี่นะจะจากกันยังไม่สลดอีก"

"ลุงก็ดูแลตัวเองด้วยนะถ้าลุงมาช้าผมจะกลายร่างเป็นซอมบี้ตามกลิ่นลุงไปถึงที่เลย" หัวทุยถูไถไถกับกล้ามแขนลำโตไปมา

"มึงแม่งเหมือนเมียทหารที่ผัวจะออกรบในสงครามเลยว่ะ" ฝ่ามือหนายกมาเสยผมยาวปรกหน้ามองใบหน้าขาวอย่างตั้งใจเก็บภาพนี้ไว้ยามคิดถึง

"ลุงก็เหมือนทหารที่มีเมียท้องแก่แล้วอยากหนีทหารเหมือนกัน"

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

คืนนั้นเป็นอีกคืนดีดีที่ได้อยู่ได้กันร่างกายที่คุ้นเคยทำหน้าที่มอบความอบอุ่นแก่กันเช่นเดิมเพียงครั้งเดียวเรากลับมานอนกอดจูบกันโดยไม่ีใครพูดอะไรออกมา เหมือนว่าถ้าพูดบางอย่างออกไปจะเปลี่ยนใจให้ไม่อยากแยกจากกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 39

    การเดินทางที่แสนยาวไกลของหกหนุ่ม จากเรื่องหาคู่กลับกลายเป็นเรื่องการพจญภัยครั้งสำคัญในชีวิตไม่ต่างจากได้ท่องโลกโลกกว้างด้วยตนเองแทบทุกวันวิเวียนกับคาเยนมักจะได้รับโทรศัพท์จากลูกๆ ที่แย่งกันพูดว่าไปเจออะไรมาบรรดาซอมบี้ตัวโตไม่ต่างจากเด็กอนุบาลอ้อนพ่อกับแม่ได้ทุกวัน พอเจออะไรแปลกใหม่ก็มักจะส่งไปให้ดู บางอย่างก็สวยงามแต่มีพิษ บางอย่างก็ดูธรรมดาแต่อร่อย ทำให้ระยะทางไม่เป็นอุปสรรคให้ครอบครัวยังคงอบอุ่นรักกันแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นทุกอย่างเเปลกใหม่ สนุกสนาน สมบุกสมบันไม่มีสักครั้งที่ทั้งหกแยกจากกันความลำบากตลอดการเดินทางไม่ทำให้บรรดาพี่น้องทะเลาะกันแต่กลับทำให้รักและเข้าใจกันมากขึ้นจนกระทั่งต้องเดินทางลงสู่ทิศใต้ที่ค่อนข้างลำบากไม่สามารถโทรหาพ่อแม่ได้บ่อยเช่นเคย"นี่เราหาเมียจะทั่วประเทศแล้วนะมันไปหลบอยู่ไหนวะไอ้สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าเมียเนี่ยกูรู้สึกว่าตัวกูเริ่มจะเหี่ยวแห้งอ่อนแรงแล้วนะเว้ย! กูต้องการเมีย! กู อยาก มี เมียยยยย!!!"วีว่าชักดิ้นชักงอราวกับเด็กน้อยบนรถที่แล่นลงสู่เมืองที่เต็มไปด้วยท้องทะเลเลาะริมหาดทรายไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดมายผั่วะ!!!ๆๆๆๆๆเนื่องจากทำตัวปัญญาอ่อนจึงโดนโบ

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 38

    คาเยนส่ายหัวขำในลำคอก่อนจะพูดคำถัดมาให้บรรดาลูกชายจอมห่ามหน้าแดงกันทั้งแถบ อะไรเอ่ยบอกรักด้วยการไม่พูดคำว่ารัก.... (พ่อไง!!) "ไม่ดีที่ไม่อยู่ตอนเมียคลอด อยากเห็นพวกนายตอนตัวเท่านิ้วก้อยคงจะน่ารักกว่านี้เยอะ" "หู้ย~น่ารงน่ารักอะไรขนลุก!" วีว่าทำท่าลูบแขนแต่ก็ยิ้มกว้างออกมา "พอเห็นพวกนายแข็งแรงโตเป็นหนุ่มปากดีได้แบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่า นี่มันดีเอ็นเอพ่อกับแม่มันชัดๆ" "ตอนหนุ่มลุงห้าวเหรอ?" คาเรนถามขึ้นบ้างเพราะพ่อนั้นดูใจเย็นเเละเย็นชาสุดขีด แต่กลับบอกว่าลูกนิสัยเหมือนตนทำให้ลูกๆ นึกภาพไม่ออกว่าตอนหนุ่มพ่อเป็นแบบไหน "อืม~ อาจจะแบบนั้น คนทำแต่งานพ่อแม่ตายหมดเพื่อนน้อยไม่มีลูกเมียมันก็เลยขี้หงุดหงิดไปหน่อย" "ตอนเจอเเม่แล้วนิสัยดีขึ้นมั้ย?" วีแก้นชอบฟังพ่อพูดถึงแม่จึงถามขึ้นมาอีก "หึ หึ หึ ..เหมือนเดิม แม่พวกนายบ่นหนวกหูบ่อยๆ" "กูรู้แล้วว่าไอ้คามิวเหมือนใคร?" "เออกูก็รู้พวกเราแฝดหกนะเว้ย!" ในระหว่างที่ทั้งหกทำท่าจะกัดกันคนเป็นพ่อมองนาฬิกาเห็นว่าดึกมากแล้วจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินลูบหัวฝ่าลูกทั้งหกออกมาหน้าประตู พร้อมกับพูดด้วยใบหน้านิ่ง มองหน้าลูกทุกคนแล้วกลับออกไป "พ่อรักพวกลูกนะ

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 37

    ในบ้านหลังใหญ่ที่เป็นทั้งที่ทำงาน ที่กินที่นอน เหมือนรังผึ้งที่มีหลากหลายห้องหลากหลายกิจกรรมในตึกสูงกลางเมือง บ้านที่มีครอบครัวใหญ่อาศัยอยู่และรองรับการถือกำเนิดของบรรดาซอมบี้ได้อีกมากมาย "อ้าว? มานั่งหน้ามึนอะไรกันตรงนี้ดึกแล้วยังไม่นอน" คุณพ่อลูกห้องเดินเข้ามาในห้องของลูกๆที่มีห้องโถงตรงกลางและมีห้องส่วนตัวของใครของมันเรียงรายบรรดาซอมบี้หนุ่มยังนั่งเล่นเกมส์ทำกิจกรรมอยู่เต็มลานห้องโถง "นอนไม่หลับ แล้วลุงอ้ะมาทำไม?" หนึ่งในหกพี่น้องหน้าเหมือนถามขึ้นเมื่อคนเป็นพ่อเปิดประตู้เข้ามาด้วยสีน้าเรียบเฉยมานั่งไขว่ห้างแหมะบนโซฟามองกองซอมบี้ตัวใหญ่ๆ บนพื้นที่นั่งนอนเล่นเกมส์กินขนมไม่ต่างจากเด็กน้อย "แม่พวกนายให้มาดูเห็นเงียบๆ ไม่เห็นไปวอแวห้องนู้น " "จะไปได้ไงล่ะทำอะไรกันก็ไม่รู้ลูกเต้าโตเป็นควายกันหมดแล้ว" วีว่าบ่นอุบก้มหน้ามองเกมส์ในมือถือแต่ใบหูกลับเเดงเถือก "รู้ได้ไงไม่ได้กระเตงกันมาทำข้างนอกสักหน่อย" ห้องก็เก็บเสียงแถมยังลอคจากด้านในอัตโนมัติด้วย ตัวพ่อซอมบี้ยกยิ้มมุมปากมองเด็กเกเรที่แม้จะพูดออกมาตรงๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาแสนแพรวพราวของคนเป็นพ่อได้ บ่งบอกว่าคนตัวโตยังเหนือชั้นกว่ามา

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 36

    "ไม่เจอกันนานเป็นซอมบี้เต็มตัวแล้วดูดีขึ้นนี่"เสียงกลั้วหัวเราะของคนด้านหลังเอ่ยทักร่างกำยำในชุดสูทสุภาพทำให้คนถูกทักหันกลับมาทางต้นเสียงใบหน้านิ่งขรืมเย็นชาไร้แววของคาเยนคนหัวร้อนเอาแต่ใจคนก่อนให้เห็นเพื่อนที่เคยสนิทในวัยห้าสิบกว่าปีกลับมาเผชิญหน้ากันครั้งแรกในศาลกลางอันศักดิสิทธิ์หลังจากหารล่มสลายของมนุษย์สายพันธุ์เดิมแล้วเกิดก่อตั้งศูนย์รวมมนุษย์สายพันธุ์ผสมขึ้นบรรดาผู้มีฝีมือในการช่วยเหลือประเทศถูกเชิญให้มารับตำแหน่งอันทรงเกียรติเพื่อความอยู่รอดและคว่มสงบสุขสืบไป"แต่นายยังเหมือนเดิม..."คาเยนตอบกลับสั้นๆ ไม่ขยายความหมายว่าไอะไรที่เหมือนเดิม"ไม่มีอะไรเหมืนเดิมหรอกครับคุณคาเยน...เราก็ด้วย เมื่อก่อนไม่ว่าผมจะเก่งหรือทำงานหนักแค่ไหนก็ได้เป็นแค่ลูกน้องคุณ แต่ตอนนี้ผมดูจะเหนือกว่าผู้คนเลือกคนที่เก่งไม่ได้เลือกคนจากเส้นสายอีกต่อไป"เซมิยืนตัวตรงอกผายราวกลับตัวกำลังพองโตให้ดูเหนือกว่าจากความไว้วางใจของผู้คน"ยินดีด้วยก็แล้วกันที่มีโอกาสได้ขึ้นมาอยู่แถวหน้าให้คุ้มกับที่เมื่อก่อนจะเหยียบย่ำคนอื่นมาแทบตายแต่ไม่ได้เป็นผู้นำประเทศ""หึ่!!"สายตาเชือดเฉือนจ้องกันพักใหญ่กว่าจะแยกย้ายกันกลั

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 35

    "มันเข้าไปแล้วครับ"เฮนรี่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นศัตรูฝั่งตรงข้ามเดินเข้าไปในที่ประชุมใหญ่''ถ้าไอ้ชั่วเซมิไปเจอพ่อเราจะเป็นยังไงนะ?"คามิวจินตนาการไม่ออกว่าผู้ใหญ่ที่เคยเกลียดกันจะแสดงออกยังไง"แม่ก็บอกอยู่ว่าข้างในทำอะไรไม่ได้ แต่มึงดูนั่นสิไอ้เตี้ยลูกรักของมันซนชิบหาย มันกี่ขวบกันถึงเดินกินไอติมเล่นน้ำพุ ซุ่มซ่ามแบบนั้นเดี๋ยวก็ตกบ่อน้ำพุตายห่า"วีแก้นมองร่างเล็กแสนซนเดินเลาะขอบอ่างลานน้ำพุมีพวกพี่มันนั่งมองเพราะวิ่งตามมันจนเหนื่อย''แกล้งมันกันมั้ยหมั่นไส้!""คุณๆ อย่าเลยครับถ้าเกิดอะไรขึ้นคุณพ่อจะเดือดร้อนนะครับ!"ชายสูงวัยตักเตือนด้วยความเป็นห่วง"นิดเดียวแค่นิดเดียวจริงๆ ครับลุงเฮนรี่"วีว่าชูนิ้วก้อยขึ้นมีความหมายว่าแค่เล็กน้อยเท่านั้น"พวกคุณจะทำอะไรครับ?""ดูน้ำพุตรงนั้นสิสวยดีนะพวกมึงว่ามั้ยนึกถึงน้ำที่บ้านเกิดเลย"วีว่ายิ้มใก้คนสูงวัยเป็นคำตอบก่อนจะหันมาขยิบตาให้กันราวกับคุยผ่านกระแสจิตได้"สี่คนไปล่อพี่ๆ มันคนหนึ่งดูต้นทาง มาโอน้อยออกกันใครชนะได้ไปผลักมันลงบ่อน้ำพุ่สีๆ หอมๆ นั่น""คุณหนู!!ไม่ได้นะครับ" เฮนรี่พยายามห้ามแต่เด็กทั้งหกนั้นดื้อกว่าตอนอยู่กับแม่เป็นไหนๆ"มึงไปดมมาเหรอ

  • สืบพันธุ์ซอมบี้   บทที่ 34

    ทางการขอความร่วมมือทุกองค์กรที่มีศักยภาพในการทำวิจัยวัคซีนเพื่อมวลมนุษยชาติ โครงการของผู้นำสูงสุดกึ่งบังคับให้หลายหน่วยงานต่างภูมิภาคเข้าประชุมหารือร่วมกันเพื่อรวบรวมสานสัมพันธ์คนในประเทศให้กลับมาสามัคคีแน่นแฟ้นอีกครั้งอยู่มาวันหนึ่งประกาศฉบับนี้ก็ออกมาให้ทุกคนรับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อความสงบสุขของผู้คนทั้งลูกครึ่งคนซอมบี้และทุกสายพันธุ์ที่สามารถใช้ชีวิตปกติได้เป็นเหมือนการร่างกฎหมายครั้งใหญ่ในรอบสิบปีก่อนการล่มสลายของมนุษยชาติทันทีที่ทุกคนได้รับทราบมีการออกมาโต้แย้งส่งข้อกังขาไปถึงท่านผู้นำว่าไม่ควรจะอยู่รวมกันเพราะแต่ละสายพันธุ์แต่ละหน่วยมีความเชื่อเป็นของตัวเอง มีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันมากเกินไปแต่ท่านผู้นำมองว่าเพื่อลดการปะทะและความขัดแย้งในภายภาคหน้าถ้าไม่รวมกันวันนี้วันข้างหน้าต้องมีการรบราครั้งใหญ่เกิดขึ้นจนอาจจะกลายเป็นสงครามได้"สรุปคือทุกคนต้องร่วมเข้าหารือกันในที่ประชุมใหญ่ในไม่กี่วันข้างหน้านี้เหรอครับ?"เด็กหนุ่มทั้งหกที่ต้องถอดเสื้อเดินไปเดินมาในสภาพอากาศร้อนของเมืองกรุงถามผู้เป็นแม่ขึ้นในเช้าวันหนึ่งที่เห็นประกาศจากทางการออกข่าวอึกทึกครึกโครมไปทั่วประ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status