เข้าสู่ระบบ
ลาพักร้อน
ข่าว! นายกิตติ ธำรงศิริพิพัฒน์ มาเฟียและพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ขัดขวางการจับกุมและต่อสู้กับเจ้าหน้าที่จนเกิดวิสามัญไปเมื่อสองเดือนก่อน ยังคงเป็นข่าวดังระดับประเทศ โดยเฉพาะทางสื่อวิทยุ โทรทัศน์และหน้าหนังสือพิมพ์ หรือ แม้แต่บนโลกสังคมออนไลน์
เสียงรายงานข่าวจากวิทยุ ถูกเปิดคลอเบาๆ รายงานว่า 'นายพลกฤษณ์ ธำรงศิริพิพัฒน์' ลูกชายของนายกิตติ ธำรงศิริพิพัฒน์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่อย่างใด แต่ในสังคมยังคงตั้งข้อสังเกตและถกเถียงกันในวงกว้างว่าเหตุใดลูกชายแท้ๆ จึงไม่มีส่วนรู้เห็นซึ่งการกระทำความผิดของผู้เป็นพ่อ
ภายในห้องเช่าขนาดเล็กชั้นบนสุดของตึกแถวเก่าแก่ทรุดโทรมด้วยราคาไม่กี่พันบาท แต่บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย ห้องพักดูสะอาดสะอ้านเกินราคาค่างวดที่ต้องจ่าย สายลมโชยอ่อนจากนอกหน้าต่างกระทบชายผ้าม่านสีขาวโปร่งแสงทำให้อากาศภายในห้องไม่ร้อนอบอ้าว
ร่างบางระหงทรงผมเกล้ามวยสูง ปอยผมทั้งสองข้างถูกปล่อยสลวยลู่สายลมอ่อนๆ กระทบแก้มเนียนใสของผู้เป็นเจ้าของห้อง เดินถือถ้วยโกโก้ร้อนที่พึ่งชงมาสดๆ ร้อนๆ จากเคาน์เตอร์เครื่องดื่มขนาดย่อมภายในห้องส่งกลิ่นหอมกรุ่น ด้วยฝีมือการชงไม่แพ้บาริสต้าร้านดังจากแห่งไหนเลย
เอวบางคอดกิ่วเดินประคองถ้วยโกโก้อุ่นๆ อย่างระมัดระวัง มาวางลงบนโต๊ะทำงานด้านซ้ายของเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดวิทยุตัวจิ๋วรุ่นเก่ายุค 90 ที่อยู่ถัดจากเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ที่พึ่งจบการรายงานข่าวต้นชั่วโมงไปเมื่อครู่
“เอ๊ะ! รูปนี้...คุณยิ้มเหรอ” มือบอบบางเลื่อนเก้าอี้เข้ามาแล้วนั่งลงดูภาพถ่ายจากกล้องถ่ายรูปดิจิตอลที่พึ่งจะอัพโหลดมาไว้ในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องหรูพึมพำออกมาเบาๆ เมื่อได้เห็นภาพถ่ายในนั้น
“ไม่ได้เห็นคุณยิ้มแบบนี้ มาเป็นเดือนแล้วนะ” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นเป็นประกายหลังจากที่เห็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มในภาพ เรียวปากบางชมพูระเรื่อเผยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนดูภาพอื่นๆ ซึ่งเป็นภาพของชายหนุ่มคนเดียวกัน
ผู้ชายผิวขาว ใบหน้าเนียนใสคล้ายกับผู้หญิง ทว่าคิ้วหนาคมเข้มดูหล่อเหลา จมูกโด่งเป็นสันรับกับรูปหน้า โดยรวมแล้วอาจจะบอกได้ว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดีถึงขั้นหล่อเหลาเอามากๆ เรียวปากชมพูอมส้มนิดๆ ราวกับถูกแต่งแต้มด้วยสีจากลิปสติก แต่เปล่า! ความสูง ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ต่ำกว่า 180 เซนติเมตร ทำให้เขาดูหุ่นดีราวกับนายแบบ แต่ทว่าไม่ใช่!
'ฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา'
ปลายนิ้วเรียวเลื่อนดูภาพอื่นๆ เป็นภาพในลักษณะที่ไม่ใช่ภาพถ่ายใบหน้าตรง ซึ่งจริงๆ มันคือรูปที่เธอแอบถ่าย ถึงบางรูปจะดูเบลอๆ ไม่ค่อยชัด แต่ถ้าเทียบกับรัศมีความหล่อเหลาของบุคคลในภาพแล้วกลับชัดเจนมาก
เวนิตา แอบตามถ่ายรูปของผู้ชายคนนี้เป็นระยะเวลาเกือบๆ สามเดือน เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอว่า ทำไมถึงต้องตามเก็บภาพของผู้ชายคนนี้ ทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่ดารา ถึงหน้าตาของเขาจะดูไม่ได้ด้อยไปกว่าบุคคลเหล่านั้น แต่ทุกครั้งที่ได้มองภาพจากรูปถ่ายของผู้ชายผมสีน้ำตาลอ่อน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเขากลับทำให้ 'หัวใจพองโต' ขึ้นมาได้ทุกครั้ง
“คุณช่วยกลับมายิ้มแบบในรูปนี้อีกเร็วๆ นะ ฉันจะรอค่ะ” มือบางกดเซฟรูปที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้มของเขา ก่อนจะถ่ายโอนมายังโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่พึ่งจะถอยมาใหม่แทนเครื่องเก่าที่ทำหายไป
โอนไฟล์ข้อมูลสำเร็จ!
มือบางขยับแว่นสายตาที่กรอบแว่นด้านซ้ายมีรอยร้าวบางๆ แต่ยังคงสภาพดีสวมใส่ได้ตามปกติ พลางกดดูที่ภาพถ่ายก่อนจัดแจงตั้งเป็นภาพหน้าจอมือถือ แล้วเพ่งดูรูปนั้นอย่างชื่นชมอีกครั้ง
ติ๊ด! เสียงข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์ แจ้งเตือนข้อความที่ถูกส่งเข้ามา เธอละสายตาจากภาพหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วกดเปิดอ่านข้อความ
“เว...บ่ายนี้ว่างไหม ช่วยมาทำโอทีแทนพี่หน่อย น้องหมาป่วยพี่ต้องพาไปหาหมอ ตั้งแต่เช้ายังถ่ายไม่ยอมหยุดเลย เดี๋ยวสิ้นเดือนพี่เลี้ยงข้าวตอบแทนนะ” 'พี่พลอย'
ใบหน้าเนียนขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะที่เหลือบมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเป็นเวลาสิบโมงครึ่ง
'ให้ตายสิ วันหยุดของเธอหลังจากที่ทำงานยาวมาเกือบๆ จะสองอาทิตย์ มันพังทลายไปหมดแล้ว เมื่อคำว่าโอทีมาจ่ออยู่ตรงหน้า'
มือบางละจากโทรศัพท์มือถือ รีบถอดแว่นแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวผืนหนาพอดีตัวตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อพาตัวเองไปให้ทันเวลาก่อนบ่ายโมงตรง
ณ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนกลาง กองบังคับการป้องกันและปราบปราม 'พันตำรวจเอก เศรษฐพงศ์ โฆษิตพิทักษ์' ตำแหน่งผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการป้องกันและปราบปราม ในชุดนอกเครื่องแบบ นั่งถือเอกสารสำคัญฉบับหนึ่งอยู่บนเก้าอี้ล้อเลื่อนหลังโต๊ะทำงานภายในห้อง ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้น
“เข้ามาได้” เสียงเข้มทรงพลังกล่าว ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคนเดียวกับที่อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเวนิตาเดินเข้ามายืนตรงทำความเคารพผู้บังคับบัญชาพร้อมกล่าวคำทักทาย
“สวัสดีครับ ท่านผู้กำกับ” เสียงทุ้มเอ่ย
“นั่งก่อนสิผู้กอง” เศรษฐพงศ์กล่าวเสียงเรียบ
“ครับ” ผู้กองฐานัตถ์รับคำแล้วเลื่อนเก้าอี้นั่งยืดอกผายตรง ภายนอกที่แต่งกายด้วยเสื้อยืดคอวีสบายๆ สีขาวทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์สีเทา ด้านหน้ามีปอยผมบางๆ ยาวเลยติ่งหูปลิวกระทบแก้มใส หากมองเผินๆ แล้วไม่มีใครคิดว่า 'ฐานัตถ์' คือเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน
ทว่า...ด้วยทรงผมที่ยาวบระบ่า บุคลิก ท่าทาง และการแต่งตัว รวมถึงฝ่ามือเรียวๆ ที่คล้ายกับมือของสุภาพสตรี และยังมีใบหน้าที่เกลี้ยงเกลา หน้าออกไปทางศิลปินดารา หรือ นักร้องนักแสดงมากกว่า แต่ทว่าความจริงแล้วเขาคือ 'ร้อยตำรวจเอก ฐานัตถ์ ศิริโชติธาดา' เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน กองบังคับการป้องกันและปราบปราม กรมตำรวจสืบสวนกลาง วัย 29 ปี สูง 185 เซนติเมตร ดูแล้วเหมาะที่จะเป็นพระเอกละครหลังข่าวเสียมากกว่าที่จะมาเป็นตำรวจ 'นอกจากเขาจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝีมือดีแล้ว ยังถนัดด้านการต่อสู้ และยิงปืนได้แม่นยำอีกด้วย'
“ไม่ทราบว่าผู้กำกับเรียกตัวผมมา มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าครับ ถ้าเป็นเรื่องคดี” ฐานัตถ์เริ่มซักถามผู้บังคับบัญชาออกไปอย่างไม่รีรอ ตามสไตล์ของคนที่ทุกเวลามีค่าไม่อยากให้สูญเปล่า เศรษฐพงศ์ส่ายหน้า แล้วรีบแย้ง
“ไม่ใช่เรื่องคดีหรอกผู้กอง แต่เป็นเรื่องของผู้กองนั่นแหละ”
“เรื่องของผม เรื่องอะไรเหรอครับ” ผู้กองฐานัตถ์ถามออกไปตรงๆ แววตาจับจ้องไปที่เรียวปากของคนกำลังจะตอบ
“ผมว่าปีสองปีมานี้ ผู้กองดูเครียดๆ ไปนะ ผมอยากให้ผู้กองหาเวลาไปพักผ่อนบ้าง” ฐานัตถ์ขมวดคิ้วให้กับคำพูดของเศรษฐพงศ์แล้วถามออกไปตรงๆ อีกครั้ง
“ผู้กำกับ ต้องการให้ผมทำอะไรครับ”
“นี่ใบลา! ผมเซ็นไว้ในเอกสารเรียบร้อยแล้ว แค่ผู้กองเซ็นแล้วเอากลับมายื่น” ฐานัตถ์รับเอกสารฉบับนั้นมาจากมือของผู้บังคับบัญชา 'อนุมัติลาพักร้อน! '
“ผู้กำกับจะให้ผมลาพักร้อน เกือบสัปดาห์ ทั้งๆ ที่ผมมีคดีที่ต้องสะสางอยู่ในมือเหรอครับ” เจ้าตัวไม่เห็นด้วยกับการกระทำของผู้บังคับบัญชา ท้วงออกไปอย่างทันควัน
“ผมทิ้งงานไปไม่ได้จริงๆ ถ้าหมดเรื่องแล้วผมขออนุญาตครับ พอดีมีงานต้องรีบกลับไปเคลียร์” ผู้กองฐานัตถ์วางเอกสารลงที่โต๊ะ แล้วลุกพรวดออกจากเก้าอี้ เศรษฐพงศ์รีบท้วงก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไปจากห้อง
“เดี๋ยวก่อนสิผู้กอง ถ้าคุณเป็นห่วงเรื่องงานน่ะ ผมว่าคุณอย่ากังวลไปเลย เรื่องคดีผมโอนให้ผู้กองรฉัตรเป็นคนดูแลแทนแล้ว” คำพูดนี้ทำให้ผู้กองหนุ่มถึงกับชะงักงัน แล้วหันกลับไปมองหน้าเศรษฐพงศ์อย่างไม่เชื่อสายตา
“ถ้าไม่บอก งั้นเรามาดูหลักฐานกันไหม” ผู้กองหนุ่มพูดพร้อมกับทำท่าว่าจะเปิดกระเป๋าสะพายของเธอ มือบางรีบคว้าคืนมาแต่ถูกเขายื้อกลับ ทั้งคู่ออกแรงยื้อยุดกันไปมาสักพัก ก่อนที่กระเป๋าจะหลุดจากสายสะพายตกลงพื้น แรงกระแทกทำให้ตัวกล้องที่อยู่ด้านในบุบ ส่วนเลนส์หน้ากล้องก็หล่นแตกเพล้ง!!!“นี่คุณทำบ้าอะไรเนี่ย” เวนิตาแหวใส่เพราะเริ่มไม่สนุกด้วย ก้มลงจะหยิบกระเป๋าขึ้นมาแต่ถูกมือแกร่งของคนตัวสูงกว่าคว้าตัดหน้าไป ก่อนที่เขาจะเปิดดูความเสียหายด้านใน และเห็นว่าตัวกล้องถ่ายรูปอยู่ในสภาพที่บุบ ส่วนเลนส์ก็แตก เขาพยายามเปิดแต่เปิดไม่ติด“แบตหมด!” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะถอดการ์ดความจำในเครื่องออกมา“นี่คุณจะทำอะไร กล้องถ่ายรูปฉันพังหมดแล้ว คุณเห็นไหมเนี่ย” เวนิตาเดินตามไปคว้าของคืนแต่ไม่ทัน คนขายาวที่ก้าวเท้าเร็วกว่า รีบเดินจ้ำไปยังประตูหน้าห้องของเวนิตา ที่พึ่งจะอ้างว่าเป็นห้องของตัวเองเวนิตาวิ่งตามไปที่หน้าประตู มือแกร่งหยิบคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋าเสื้อแตะที่หน้าประตูห้องเพื่อเปิดออกพร้อมกับลากแขนของเธอให้เข้ามาข้างใน ร่างบางตกใจหน้าเปลี่ยนสีทันที เมื่อรู้ว่าห้องๆ นั้นเป็นห้องของเขา“ปล่อยฉันนะ ผู
สายลมโชยพัดพาเอาเสื้อยืดคอวีสีขาวตัวบางที่สวมใส่อยู่แนบเนื้อเผยให้เห็นสรีระกล้ามเนื้อเน้นๆ ซิกแพคแน่นๆ อย่างชัดเจน เขาก้มลงพันขากางเกงยีนส์ขึ้นเล็กน้อยให้อยู่บริเวณน่อง เพื่อไม่ให้ทรายขาวเปื้อนขากางเกงตัวเก่งที่สวมใส่มาและจะต้องสวมกลับเสียงชัตเตอร์รัวๆ ดังอยู่ไกลๆ ทำให้ร่างสูงไม่ได้ยินเสียงของคนที่กำลังแอบถ่าย เวนิตาแอบตามผู้กองฐานัตถ์มาที่หาด เมื่อเธอรู้ว่าเขาลาพักร้อนและเดินทางมาที่นี่ นิ้วเรียวกดถ่ายภาพอย่างสนุกมือ ทั้งบรรยากาศสวยๆ และนายแบบหล่อๆ ยิ่งทำให้เธอเผลอรัวชัตเตอร์จนแบตหมด!“อ้าวเฮ้ย! แบตหมด โอ้ย...จอดรถตั้งไกล จะกลับไปเอามายังไงเนี่ย” เรียวปากบางบ่นอุบ เพราะถ่ายต่อไม่ได้แล้ว ต้องละจากกล้องและเก็บมันใส่ไปในกระเป๋าสะพาย ก่อนจะแอบมองดูเขาอยู่ห่างๆ“ไม่เป็นไร น่าจะได้หลายรูปอยู่เหมือนกันนะ” เธอยิ้มออกมาเล็กๆ กับผลงานชิ้นโบว์แดง จากการที่เธอรัวชัตเตอร์แบบไม่รอให้เขาได้ตั้งท่า หรือ เปลี่ยนอิริยาบถ ร่างบางระหงเดินกลับมาที่รถ เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้อยู่ที่ริมหาดแล้ว“ไม่ค้างที่นี่จริงๆ เหรอ พ่อฐา” คุณหญิงสมรย้ำถามหลานชายที่กำลังเดินไปที่รถซึ่งนายเข้มพึ่งขับวนเข้ามาจอด สมร รุจี และ
“ผมลาพักร้อนมาน่ะครับ ก็เลยมีเวลาแวะมาได้ แล้วนี่คุณหญิงทำอะไรทานครับเนี่ย กลิ่นหอมไปถึงชายทะเลนู่นเลย” คุณหญิงรุจีเห็นลูกชายรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ก็อดส่ายหน้าไปมาอย่างเอ็นดูด้วยไม่ได้“มะระตุ๋นซี่โครงหมู เต้าหู้ผัดบร็อคโคลี่ แล้วก็ห่อหมกปลากะพง อาหารของผู้สูงวัยจ้ะ เดี๋ยวฐาทานกับแม่นะจ๊ะลูกรัก”“ได้ครับ หน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลย” ฐานัตถ์ตอบรับก่อนจะเดินตามผู้เป็นมารดาออกมาที่ห้องนั่งเล่น“ฐาหิวมากหรือเปล่าล่ะจ๊ะ จะกินเลยไหม พอดีคุณป้าท่านออกไปซื้อผลไม้ อีกเดี๋ยวก็คงจะกลับเข้ามาแล้วล่ะ”“ไม่เป็นไรครับผมรอได้ เมื่อกี้ตอนขับรถเข้ามา รู้สึกว่าจะสวนกับคุณป้าอยู่เหมือนกัน แต่คุณป้าคงไม่ทันได้สังเกตเห็นผม”“ก็แบบนี้แหละจ้า สายตาของคนแก่ จะไปเทียบอะไรกับคนรุ่นหนุ่มรุ่นสาว”“แต่คุณหญิงรุจีของผมยังสาว แล้วก็ยังสวยอยู่เลยนะครับ” มือแกร่งกุมมือของผู้เป็นมารดา รุจียิ้มหน้าบานพลางกุมมือตอบด้วยความอ่อนโยน“งั้นเรารอคุณป้ามากันก่อนนะ” พูดจบรุจีก็ขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ ลูกชาย ใบหน้าเรียวหันไปจ้องหน้ากับผู้เป็นแม่ ใบหน้าฉงน“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าลูก” รุจีถามน้ำเสียงอ่อนโยน ฟังแล้วรู้สึกได้ทันทีถึงคว
บทที่ 4 สะกดรอยเช้าวันต่อมา ผู้กองฐานัตถ์ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวตัวบางเผยให้เห็นหุ่นที่ดูฟิตแอนด์เฟิร์มของคนที่ดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กำลังตระเตรียมมื้อเช้าอย่างตั้งอกตั้งใจ ตามประสาคนที่กลับมาเป็นโสดอีกครั้งเขาลงมือทำมื้อเช้าอย่างง่าย ซึ่งอาหารที่ว่าก็ไม่ใช่แค่ขนมปังปิ้งกับนมสด แต่เป็นมื้อเช้าธรรมดาๆ ที่สุดแสนจะวิเศษ หน่อไม้ฝรั่งผัดกุ้ง กับข้าวต้มหมูบดทรงเครื่อง หน้าตาน่ารับประทานนอกจากจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝีมือดีของหน่วยสืบสวนสอบสวนแล้วผู้กองฐานัตถ์ยังมีฝีมือในด้านการทำอาหารที่ถูกสอนมาอย่างคุ้นมือกับเมนูง่ายๆ สำหรับหนุ่มโสดสามารถลงมือทำเองได้ เมื่อต้องออกมาอยู่ตัวคนเดียวตั้งแต่สมัยเรียนจนกระทั่งวัยทำงาน เขาก็ยังไม่ลืมในสิ่งที่ผู้เป็นมารดาได้พร่ำสอนอาหารถูกจัดวางบนโต๊ะ ก่อนเสียงกริ่งจะดังเร้าให้คนในครัวพื้นที่ขนาด 14 ตารางวา ต้องละจากตรงหน้า แล้วเดินออกไปที่ประตูหน้าห้องภายในคอนโดขนาด 200 ตารางเมตร ซึ่งถูกจัดสรรเป็นสัดส่วน ทำให้เขามีพื้นที่ในการเนรมิตคอนโด 1 ยูนิต ความสูง 2 ชั้นให้เป็นเสมือนบ้านเดี่ยวขนาดสองชั้นได้อย่างลงตัวมือแกร่งเปิดประตู เห็นหมู่จินยืนหน้าแดงเหง
“ขอโทษนะคะ พวกคุณคิดว่าการเสียชีวิตของคุณลดา เกี่ยวข้องกับคดีที่เจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนของพวกคุณ จับตายนายกิตติพ่อของนายพลกฤษณ์ในคดียาเสพติดเมื่อสองเดือนก่อนด้วยหรือเปล่าคะ” เวนิตาถามออกไปตรงๆ หมวดนลิน และ หมวดภัทรสบตากันไปมา“ทางเรายังไม่สรุปสาเหตุจูงใจของคดีนี้ แต่เราก็ไม่ตัดข้อสงสัยนี้ทิ้งไปอย่างแน่นอน นายพลกฤษณ์ ยังอยู่ในข่ายของผู้ต้องสงสัยรายแรกๆ และทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งสืบสวนคดีให้เร็วที่สุด แต่ว่า” ผู้หมวดนลินอ้ำอึ้ง เวนิตามองอย่างสงสัย เธอเปิดคลิปวิดีโอ ซึ่งได้ภาพมาจากกล้องวงจรปิดภายในซอยที่พักของเวนิตาแล้วส่งไอแพดให้เธอดู“ผู้ชายสองคนในคลิป สะกดรอยตามคุณมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ คุณเวนิตาพอจะรู้ตัวบ้างไหมครับ” หมวดภัทรสอบถาม เวนิตามองดูคนในคลิปแล้วตกใจที่เธอปล่อยให้คนพวกนั้นสะกดรอยตาม โดยที่เธอไม่ทันระวังตัวมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ได้อย่างไร“ไม่เลยค่ะ ฉันเองก็พึ่งทราบ...จากพวกคุณ แต่ความจริง ฉันเองก็พอจะรู้สึกอยู่บ้างแต่ก็ไม่คิดว่าจะถูกตามติดแบบนี้” ร่างบางเงยหน้าสบตากับหมวดทั้งสองใบหน้าวิตกกังวล“เพราะเรื่องนี้ เราถึงได้มาหาคุณ พวกเราไม่แน่ใจว่าคนพวกนี้จะเกี่ยวข้องกับคดีของคุณลดาหรือเปล
“คุณเรียกรถแท็กซี่ให้ขับตามเธอไป ซึ่งระหว่างทาง เธอได้แวะเติมน้ำมันหนึ่งครั้ง ก่อนจะขับออกไปที่นอกเมือง จากนั้นก็ขับเข้าไปในซอยที่ลึกและค่อนข้างเปลี่ยวแล้วไปจอดที่หน้ารถตู้คันหนึ่งบริเวณใกล้ๆ กับโกดังร้าง ต่อจากนั้นคุณก็ลงจากรถแล้วแอบตามไป เพื่อดูสถานการณ์ โดยให้แท็กซี่จอดรออยู่ด้านนอก”“ใช่ค่ะ”“แล้วคุณก็รู้สึกเหมือนถูกใครบางคนใช้อะไรบางอย่างตีเข้าที่ศีรษะอย่างจัง ก่อนที่คุณจะหมดสติไป หลังจากนั้นคุณก็มารู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่คนขับรถแท็กซี่มาตามหาคุณ เพราะเห็นว่าคุณหายไปนาน” หมวดภัทรจ้องหน้าเธอ ใบหน้าเนียนสบตาแล้วพยักหน้ารับคำ“ค่ะ ฉันกับพี่คนขับรถแท็กซี่ก็พบกับร่างของคุณลดานอนอยู่ข้างรถของเธอ ก่อนจะรู้ว่าเธอไม่มีลมหายใจแล้ว ฉันให้พี่คนขับแท็กซี่ช่วยโทรเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะโทรศัพท์มือถือของฉันหายไป”“แล้วจากนั้นตำรวจท้องที่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนก็มาถึง พบว่าคุณลดาถูกยิงเข้าที่ไหล่ซ้าย และกลางหลังรวมสามนัดด้วยกระสุนปืน ขนาด.44 Special" หมวดนลินกล่าวเสริม“หลังจากวันนั้น จนถึงวันนี้ทั้งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนได้พยายามกันอ







