แชร์

เสี่ยวไป๋ออกหาเงิน

ผู้เขียน: หนามชมพู
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-05 08:07:39

ตลาดใต้สะพานหินในเมืองหลวงคึกคักไปด้วยเสียงตะโกนขายของ เสียงหม้อเหล็กกระทบกันในโรงต้มโจ๊ก และเสียงฝีเท้าเร่งร้อนของผู้คนหลากชนชั้น แต่ในซอกแคบถัดจากทางระบายน้ำ มีเงาร่างเล็กคนหนึ่งกำลังยืนมองด้วยสายตาเฉียบคมเกินวัย

เสี่ยวไป๋ ลูกชายของหลี่ซืออวี้ที่ไม่เหมือนเด็กทั่วไป เป็นเพราะเขาอยู่กับมารดาเพียงสองคนเขาจึงเป็นคนกล้าหาญและแข็งแกร่งเกินกว่าเด็กคนอื่น วันนี้เขาสวมเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ แสร้งทำเป็นเด็กยาจก เดินป้วนเปี้ยนอยู่แถบหลังตลาดอย่างจงใจ

"นั่นใคร เด็กใหม่รึ"

เสียงห้วนของเด็กชายร่างผอมที่มีแผลเป็นเฉียงบนใบหน้าเอ่ยขึ้น เด็กกลุ่มหนึ่งลุกพรวดจากถังไม้และลังเก่า ๆ มองผู้มาใหม่ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

เสี่ยวไป๋หรี่ตามอง ก่อนยกยิ้มเอาเรื่อง

"ได้ข่าวว่ากลุ่มขอทานในตลาดนี้มีแต่คนอ่อนหัด ข้าเลยอยากมาดูว่าจริงหรือไม่"

เสียงเฮดังขึ้นทันที ราวกับกองเพลิงถูกสาดด้วยน้ำมัน

"ปากดีเช่นนี้ อยากโดนตีเรอะ"

เด็กแผลเป็นปรี่เข้าใส่พร้อมไม้ด้ามหนึ่ง แต่เสี่ยวไป๋กลับหมุนตัวหลบอย่างรวดเร็ว มือซ้ายจับข้อมืออีกฝ่ายบิดอย่างแรง ก่อนใช้ไหล่ชนอกจนอีกฝ่ายล้มตึง

เด็กคนอื่นกรูเข้ามา แต่ไม่ถึงอึดใจ เสี่ยวไป๋กลับใช้ท่าไม้ตายที่เรียนมาจากมารดาก่อนหน้านี้พลิกสถานการณ์กระทั่งเด็กพวกนั้นนอนระเนระนาด

"แค่ใช้แรงไม่พอหรอก"

เสี่ยวไป๋กล่าวเรียบ ๆ ขณะมองเด็กแผลเป็นที่ลุกขึ้นมาด้วยความตะลึง

"ในเมืองนี้ ถ้าอยากอยู่รอด ต้องใช้สมองมากกว่ากำปั้น"

"แล้วเจ้าเป็นใครกันแน่"

เด็กแผลเป็นถามเสียงต่ำ

"เรียกข้าว่าพี่ไป๋ก็พอ"

เด็กชายหัวเราะเบา ๆ พลางควักห่อขนมปังแห้งจากอกเสื้อโยนให้เด็ก ๆ ที่ยังไม่กล้าลุกขึ้น

"ข้าแบ่งอาหารได้ แลกกับการแบ่งข่าวสารให้ข้า ใครเป็นใครในตลาด ใครคุมอะไรข้าอยากรู้หมด"

เด็กแผลเป็นนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบา ๆ

"ได้ ข้าชื่อเสี่ยวเฮ่า หากเจ้าหลอกพวกข้าเจ้าจะอยู่ไม่รอดในที่นี้แน่"

"ดี"

เสี่ยวไป๋ยิ้มอีกครั้ง

"ข้าชอบคนพูดตรง"

จากวันนั้น ซอกหลังตลาดเริ่มมีเด็กชายอายุไม่เกินสิบขวบเดินเข้าออกพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ บ้างก็ให้อาหาร บ้างก็วางแผนลับ บ้างก็เล่าเรื่องเหล่าขุนนางให้เด็กขอทานฟังอย่างตลกขบขัน

ในด้านมืดของทางแคบขอทานแห่งเมืองหลวง อิทธิพลของพี่ไป๋เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

สามวันให้หลัง ทางเดินตลาดฝั่งตะวันออกยังคงเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะ เสียงถ่มน้ำลาย และกลิ่นเหม็นของซุปกระดูกวัวราคาถูก

"แก๊งเสี่ยวตงคุมทางเดินเส้นนี้มานาน ใครก็อย่าคิดมาหาเรื่อง"

เสียงเด็กคนหนึ่งตะโกนไล่เด็กชายตัวเล็กที่พยายามขอเศษผักใกล้โรงโม่แป้ง

เสี่ยวไป๋ยืนอยู่ไม่ไกล แสร้งทำเป็นเด็กหลงทางแต่กลับจดจำตำแหน่ง พฤติกรรม และจำนวนสมาชิกของกลุ่มเสี่ยวตงได้หมด

"พี่ไป๋ พวกมันดุจริง ๆ"

เสี่ยวเฮ่าเอ่ยเบา ๆ

"ยิ่งดุ ยิ่งสนุก"

เสี่ยวไป๋ยิ้มเยือกเย็นก่อนกระซิบ

"คืนนี้ เราเล่นเกมเปลี่ยนเจ้าที่กันเถอะ"

คืนนั้น ถนนฝั่งตะวันออกมืดสนิท มีเพียงแสงโคมจากโรงข้าวต้มข้างเคียง

"เริ่ม"

เสี่ยวไป๋ส่งสัญญาณ

เด็กขอทานกลุ่มหนึ่งลอบเข้าไปเปลี่ยนป้ายไม้เก่า ๆ หน้าทางเดินที่เขียนว่า

พื้นที่ของเสี่ยวตง เป็น พื้นที่ของพี่ไป๋

อีกกลุ่มวางเหรียญปลอมและห่อขนมเปื้อนโคลนไว้หน้าถ้ำหลบฝนของกลุ่มเก่า แล้วตะโกนให้พ่อค้าแถวนั้นรู้ว่าพวกกลุ่มเสี่ยวตง ขโมยของ

เช้าวันถัดมา เกิดความชุลมุนไปทั่วตรอกซอกซอย

"ข้าบอกแล้วว่าไม่ได้ขโมย"

เสี่ยวตงกัดฟันแน่นเมื่อพ่อค้าเจ้าถิ่นเริ่มไล่พวกเขาออกจากพื้นที่

ท่ามกลางความโกลาหล เสี่ยวไป๋ก้าวออกมา พูดเพียงคำเดียว

"ใครคุมไม่ได้ ก็ไม่ควรคุม"

"ไอ้เด็กเวร"

เสี่ยวตงพุ่งเข้าหา แต่ถูกเสี่ยวเฮ่ากับพรรคพวกจับตัวเอาไว้แน่น

เสี่ยวไป๋ยื่นขนมไส้ถั่วให้คู่แข่งอย่างไม่แยแส

"ถ้ารู้จักถอย ข้ายังแบ่งเขตนี้ให้ครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าคิดจะแย่งคืนข้าอาจให้เจ้าต้องไปนอนนอกเมือง"

เสี่ยวตงกัดฟันแน่น ก่อนสะบัดหน้าแล้วเดินจากไป

เด็กขอทานอีกหลายคนเริ่มหันมามองเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาใหม่

เสี่ยวไป๋หันหลังให้ทุกคน พูดลอย ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบเกินเด็กห้าขวบ

"โลกนี้ไม่ได้ใจดี พวกเจ้าต้องเลือกเอาว่าจะอยู่ข้างใคร"

และจากวันนั้นเป็นต้นมา พี่ไป๋ ไม่ใช่แค่เด็กแปลกหน้าอีกต่อไป แต่กลายเป็นผู้ที่ควบคุมทุกซอกทุกมุมของตลาดเมืองหลวงโดยที่ผู้ใหญ่ยังไม่รู้ตัว

ยามเซิน แดดบ่ายเริ่มคลายแสงแรงกล้า เสี่ยวไป๋นั่งกอดอกอยู่บนลังไม้เก่า ด้านหน้าเขาคือเสี่ยวเฮ่า เสี่ยวจู๋ และเด็กอีกห้าหกคนในชุดมอมแมมตามประสาเด็กขอทาน

"ที่ข้าไม่ให้พวกเจ้าไปยืนแบมือริมสะพาน เพราะมันหาได้แค่เหรียญกับคำด่า"

เสียงของเสี่ยวไป๋ดังชัดเจน แววตาคมปลาบอย่างคนที่คิดอะไรไว้แล้ว

"แล้วจะให้พวกเราทำอะไร"

เสี่ยวเฮ่าถามอย่างไม่แน่ใจ

เสี่ยวไป๋ยกมือขึ้น ก่อนวาดเส้นบนพื้นดินด้วยกิ่งไม้แห้งเป็นรูปแผนผังของตลาด

"ที่นี่ มีร้านขนมเจ้าใหม่เปิดขาย ยังไม่มีคนซื้อเยอะ ข้าแค่ต้องการให้เสี่ยวจู๋ร้องไห้หน้าร้าน บอกว่าไม่มีเงินซื้อยาให้แม่ที่ป่วย"

เด็ก ๆ หันไปมองหน้ากันอย่างสงสัย

เสี่ยวไป๋ยิ้มเจ้าเล่ห์

"พอคนเริ่มสงสาร คนก็เริ่มซื้อ พอคนแห่มา เจ้าของร้านก็ขายดีแล้วเจ้าของร้านจะให้อะไร"

"ขนม?"

เสี่ยวเฮ่าทาย

"ไม่ใช่"

เสี่ยวไป๋ยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม

"เหรียญสามเหรียญต่อวัน เพื่อไม่ให้เด็กไปร้องไห้หน้าร้านอีก"

เด็กทุกคนอึ้งเงียบ ก่อนกลายเป็นเสียงหัวเราะและแววตาชื่นชม

"แล้วพวกเราล่ะ"

เสี่ยวจู๋ถามอย่างไม่แน่ใจ

"ไม่ใช่ข้าแค่คนเดียวที่อยากได้ข้าวกิน"

"ข้าแบ่งให้ทุกคน คนละส่วน แต่ใครทำงานดี ได้ส่วนแบ่งเพิ่ม"

เสี่ยวไป๋หยิบเหรียญทองแดงสองเหรียญออกมาวางกลางวงอย่างภาคภูมิ

"เราจะไม่ใช่ขอทานเราจะเป็นผู้เจรจาแห่งตลาดนี้ต่างหาก"

หลังจากวันนั้น เสี่ยวไป๋แบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน โดยให้เสี่ยวเฮ่าเป็นหัวหน้ากลุ่มสอดแนม เดินทั่วตลาดบอกข่าวว่าร้านไหนขายไม่ดี เสี่ยวจู๋รับหน้าที่ดึงความเห็นใจ ด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา ส่วนเสี่ยวไป๋เอง เดินเข้าไปเจรจากับเจ้าของร้าน เสนอบริการสร้างภาพลักษณ์ให้ร้านเจริญรุ่งเรืองขึ้น

เพียงครึ่งเดือน ชื่อของ กลุ่มพี่ไป๋แพร่สะพัดไปทั่วตลาด คนบางกลุ่มเริ่มเรียกเขาว่า ผู้วางกลยุทธ์ตัวน้อย

และในแหล่งขอทานที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็น กับเสียงโหวกเหวก ตอนนี้กลับมีเสียงหัวเราะของเด็กที่กำลังแบ่งซาลาเปาให้กัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   โรงหมอเซียนลู่

    ยามเช้าของวันใหม่ หลี่ซืออวี้สวมชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย ข้างกายมีเสี่ยวไป๋เดินตามติดพร้อมถือถุงผ้าใส่ติดตัวอย่างสมุนไพร สองแม่ลูกเดินลัดเลาะไปยังทางตะวันออกของหมู่บ้าน ซึ่งเงียบสงบแต่ผู้คนสัญจรไม่ขาดสาย"ตรงนั้นหรือขอรับท่านแม่" เสี่ยวไป๋ชี้ไปยังเรือนไม้เก่าหลังหนึ่ง อยู่ริมทางที่มองเห็นลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่านเสี่ยวเหยายืนรออยู่หน้าประตู นางเป็นแม่หม้ายเจ้าของเรือนหลังนั้น ใจดี และชื่นชมในฝีมือการรักษาของหลี่ซืออวี้มานาน ครั้นเห็นนางเดินมาก็ยิ้มต้อนรับ"เรือนนี้แม้จะเล็กไปหน่อย แต่แสงส่องถึงดี ลมโกรก น้ำใสสะอาด เจ้าอยากใช้ก็ยินดีให้เช่าในราคายุติธรรม"หลี่ซืออวี้พยักหน้า พลันก้าวเข้าไปสำรวจภายใน มีห้องเล็กสองห้อง กับพื้นที่โล่งสำหรับต้อนรับคนไข้ได้ราวสามสี่คน กลิ่นไม้แห้งโชยอ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูก"พอเหมาะนักเจ้าค่ะ" นางเอ่ยขึ้นในใจเกิดภาพขึ้นว่าโต๊ะไม้เรียบจะวางอยู่ตรงไหน ผ้าม่านบางควรห้อยไว้ตรงใด และมุมที่แสงแดดตกลงมาควรใช้จัดตำรับยาหลังทำสัญญาเช่าเรียบร้อย นางก็กลับไปจัดเตรียมทุกอย่างที่เรือนเดิม ห่อสมุนไพร แยกขวดน้ำยา เขียนป้ายชื่อขนาดพอเหมาะด้วยหมึกดำบนแผ่นไม้'โรงหมอเซียนลู่ รักษาด้วยโอ

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   สร้างรากฐาน

    เรือนหลังเล็กฝั่งตะวันออก สองแม่ลูกอยู่ด้วยกัน นางไม่ได้ออกไปรักษาคนป่วยจึงเตรียมยาเอาไว้สำหรับรักษาหลาย ๆ โรคกลิ่นสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่วเรือนเล็ก ๆ หลังนั้น หลี่ซืออวี้กำลังตำรากสมุนไพรในครกหินอย่างตั้งใจ ข้างกายของนางมีเสี่ยวไป๋ที่สวมชุดผ้าฝ้ายเก่า ๆ กำลังนั่งชันเข่า เอียงคอเฝ้ามองมือเรียวขาวที่บดใบไม้แห้งกับเปลือกไม้จนละเอียด"ท่านแม่ สมุนไพรพวกนี้ช่วยแก้ปวดอย่างไรหรือขอรับ" เสียงใส ๆ เอ่ยถามอย่างใคร่รู้หลี่ซืออวี้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ยิ้มบาง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงใจเย็น"เจ้าจำสมุนไพรชนิดหนึ่งได้หรือไม่ ที่มีใบเรียวยาว กลิ่นแรงหน่อย แต่มักขึ้นตามโขดหินริมลำธาร"เสี่ยวไป๋พยักหน้ารัว ๆ"ข้าเก็บใบและรากของมันมาตากแห้ง แล้วตำรวมกับเปลือกไม้ จะช่วยลดอาการปวดและไข้ได้ดีนัก ยิ่งหากเติมผงของเถาไม้เลื้อยลงไปอีกเล็กน้อย จะช่วยต้านการอักเสบได้มากขึ้น"นางค่อย ๆ ตักผงสมุนไพรที่ตำละเอียดแล้วออกจากครก หยิบใส่ถุงผ้าเล็ก ๆ ที่เตรียมไว้ก่อนจะมัดปากถุงด้วยเชือกปอ เสี่ยวไป๋ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อยดวงตาเด็กน้อยเปล่งประกายใคร่รู้"แล้วแบบนี้ต้องกินอย่างไรหรือขอรับ""ต้มกับน้ำสะอาดหนึ่งถ้วยเคี่ยว

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   หมอพเนจร

    หลี่ซืออวี้ปลูกพืชสมุนไพรไว้หลากหลายชนิด ถึงเมืองหลวงฝั่งตะวันออกจะเงียบสงบคล้ายเขตชนบท ทว่ายารักษาโรคก็มีราคาแพงและยังขาดแคลน นางเปลี่ยนวิธีการโดยการออกรักษาคนป่วยตามบ้านโดยการเคาะประตูเสนอการรักษาในราคาไม่แพง หลี่ซืออวี้ยืนอยู่หน้าประตูไม้เก่าเคลือบฝุ่นของบ้านหลังหนึ่ง เสียงไอแหบแห้งลอดออกมาจากภายใน "ไม่ต้องการยาอะไรทั้งนั้น!" ชายวัยกลางคนในบ้านตะโกนไล่ ทั้งที่เสียงยังเต็มไปด้วยความเหนื่อยอ่อน "ข้าผ่านมาพอดี เห็นว่าในบ้านมีคนป่วย ข้ารักษาฟรีก็ได้ หากยังหวาดระแวง" "เจ้าเป็นใครมาจากไหนถึงจะให้ข้ากล้าเชื่อใจเจ้า" ผู้เป็นภรรยาเดินมาถามอย่างลังเล ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความระแวงระคนคาดหวัง หลี่ซืออวี้ยกห่อยาสมุนไพรขึ้นให้ดู "ข้ามาจากเมืองชายแดน แต่ตอนนี้ปลูกสมุนไพรอยู่ท้ายตลาดตะวันออก ข้าไม่ใช่หมอใหญ่ แค่มีใจอยากช่วย" เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ประตูไม้จะค่อย ๆ เปิดออก สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือชายหนุ่มในวัยยี่สิบกว่า ซูบซีดและตัวร้อนจัดจนน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ผู้เป็นมารดาทุกข์ใจเป็นอันมากถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ไหว "ลูกข้า เขาไอเป็นเลือดมาหลายวันแล้ว หมอที่ไหนก็ไม่รับเพราะกลัวจะติดโรค"

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ความเจ็บปวดของหลงจิ่นเซวียน

    ข่าวต่าง ๆ แพร่ไปถึงวังหลวง "ทูลองค์รัชทายาท ขณะนี้ในเมืองหลวงมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นพะย่ะค่ะ" หลงจิ่นเซวียนหรี่ตาลง รอฟังการรายงานของราชองครักษ์ "ว่ามา" "ระยะนี้มีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น ขุนนางผู้มากอิทธิพลตายในหอนางโลมซึ่งหาตัวคนร้ายไม่พบ และกลุ่มเด็กขอทานมีขนาดใหญ่ขึ้นพะย่ะค่ะ" ในเมืองหลวงไม่เคยเกิดเรื่องเช่นนี้มาก่อน หน้าที่ในการดูแลเมืองหลวงเป็นขององค์รัชทายาทเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการก้าวขึ้นครองบัลลังก์ ทุกอย่างสงบสุขมาตลอดทว่าตอนนี้กลับมีแต่เรื่องน่าสงสัย "สืบมาให้กระจ่าง ว่าเพราะเหตุใดหรือมีใครกล้าท้าทายอำนาจของข้า" "รับพระบัญชา!" ฝั่งตะวันออกของเมืองหลวง เสี่ยวไป๋แอบหนีมารดาออกจากบ้านมาพบปะกลุ่มขอทาน ในขณะที่หลี่ซืออวี้นั่งบดยาอยู่ด้านหลัง สัญชาตญาณนักฆ่าของนางไวยิ่งกว่าดมกลิ่น สายตาคมจับจ้องไปยังบุตรชายที่แอบมีเรื่องปิดบังมารดา นางรู้เท่าทันเขาทุกเรื่อง เพียงแต่อยากรู้ว่าลูกชายตัวแสบจะไปทำเรื่องใดหลังจากนี้ "พี่ไป๋มาแล้ว วันนี้จะพาพวกเราไปหาเงินที่ไหน" เด็กหญิงคนหนึ่งในกลุ่มถามเสียงใส เสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แต่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "วันนี้เราจะขายผงด

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   แม่เสือกับลูกเสือ

    ภายในโรงน้ำชาชั้นสองของตลาดเมืองหลวง โต๊ะไม้ขนาดใหญ่ล้อมด้วยผ้าแพรลายมังกร บุรุษในชุดหรูร่างอ้วนพุงพลุ้ยคือ พ่อค้าเซิ่งเหวิน พ่อค้าค้าข้าวเจ้าของโรงฉางใหญ่ที่สุดในเขตเมืองหลวง เขายิ้มอย่างเอ็นดู ขณะจ้องเด็กชายตัวเล็กในชุดขาด ๆ ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม วันนี้เขาได้เชิญตัวเสี่ยวไป๋มาตกลงบางสิ่งบางอย่างหลังจากเห็นผลงานที่น่าสนใจ "ข้าได้ยินว่า เจ้าคือเจ้าคนที่ทำให้ร้านขนมหน้าโรงเตี๊ยมขายดีจนของหมดทุกวัน" เสี่ยวไป๋ยักไหล่ "ข้าแค่บอกให้คนแถวนั้นสนใจไม่ใช่เรื่องยาก" เซิ่งเหวินหัวเราะลั่นก่อนโน้มตัวลงกระซิบ "เช่นนั้นมาอยู่กับข้าเถอะ ข้าให้เจ้าเดือนละสิบตำลึง แค่ช่วยวางแผนให้ข้าขายข้าวให้หมดคลัง เจ้าว่าอย่างไร" เสี่ยวไป๋นิ่ง แต่ดวงตากลับแวววาวขึ้นเล็กน้อย "แล้วถ้าข้าวเจ้าขึ้นรา หรือวัดน้ำหนักขาด เจ้าให้ข้าตอบลูกค้าด้วยหรือไม่" เซิ่งเหวินชะงัก ยิ้มฝืน ๆ "เจ้าแค่เด็กขอทาน อย่าอวดดีไปหน่อยเลย เดี๋ยวข้าจะให้ข้ารับใช้สั่งสอนเจ้าสักหน่อย" ยังพูดไม่ทันจบดี เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นจากบันได "ข้าก็สังหรณ์ใจว่าลูกชายข้าจะก่อเรื่อง" น้ำเสียงเรียบเย็นปนหอบหายใจเล็กน้อยดังขึ้นจากทางเข้า ห

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   เสี่ยวไป๋ออกหาเงิน

    ตลาดใต้สะพานหินในเมืองหลวงคึกคักไปด้วยเสียงตะโกนขายของ เสียงหม้อเหล็กกระทบกันในโรงต้มโจ๊ก และเสียงฝีเท้าเร่งร้อนของผู้คนหลากชนชั้น แต่ในซอกแคบถัดจากทางระบายน้ำ มีเงาร่างเล็กคนหนึ่งกำลังยืนมองด้วยสายตาเฉียบคมเกินวัย เสี่ยวไป๋ ลูกชายของหลี่ซืออวี้ที่ไม่เหมือนเด็กทั่วไป เป็นเพราะเขาอยู่กับมารดาเพียงสองคนเขาจึงเป็นคนกล้าหาญและแข็งแกร่งเกินกว่าเด็กคนอื่น วันนี้เขาสวมเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ แสร้งทำเป็นเด็กยาจก เดินป้วนเปี้ยนอยู่แถบหลังตลาดอย่างจงใจ "นั่นใคร เด็กใหม่รึ" เสียงห้วนของเด็กชายร่างผอมที่มีแผลเป็นเฉียงบนใบหน้าเอ่ยขึ้น เด็กกลุ่มหนึ่งลุกพรวดจากถังไม้และลังเก่า ๆ มองผู้มาใหม่ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร เสี่ยวไป๋หรี่ตามอง ก่อนยกยิ้มเอาเรื่อง "ได้ข่าวว่ากลุ่มขอทานในตลาดนี้มีแต่คนอ่อนหัด ข้าเลยอยากมาดูว่าจริงหรือไม่" เสียงเฮดังขึ้นทันที ราวกับกองเพลิงถูกสาดด้วยน้ำมัน "ปากดีเช่นนี้ อยากโดนตีเรอะ" เด็กแผลเป็นปรี่เข้าใส่พร้อมไม้ด้ามหนึ่ง แต่เสี่ยวไป๋กลับหมุนตัวหลบอย่างรวดเร็ว มือซ้ายจับข้อมืออีกฝ่ายบิดอย่างแรง ก่อนใช้ไหล่ชนอกจนอีกฝ่ายล้มตึง เด็กคนอื่นกรูเข้ามา แต่ไม่ถึงอึดใจ เสี่ยวไป๋กลับใช้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status