แชร์

หาเงินตั้งตัว

ผู้เขียน: หนามชมพู
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-04 08:39:28

ยามหัวค่ำ ในตัวเมืองหลวงเจิดจ้าไปด้วยแสงตะเกียง ในทางเดินที่เต็มไปด้วยหอนางโลมชื่อดัง เสียงพิณและเสียงหัวเราะกรุ้มกริ่มดังระงม แต่ไม่มีใครสังเกตหญิงงามคนหนึ่งที่เพิ่งมาถึง นางชื่อ ซือซู หญิงคณิกาหน้าใหม่ของหอนางโลมอันดับหนึ่งในเมืองหลวงแห่งนี้

ในห้องรับรองชั้นบนสุดม่านผ้าสีชมพูอ่อนพัดพลิ้วไปในสายลมยามค่ำ โคมไฟกระจกสะท้อนแสงนวลเรื่อให้ผิวของหญิงงามตรงหน้าดูยิ่งงดงามราวกับธิดาแห่งสวรรค์

นางงามราวกับภาพวาด รอยยิ้มอ่อนโยนแต่แฝงเร้นความเยือกเย็น ไม่มีใครรู้ว่านางคือหลี่ซืออวี้ในคราบใหม่

คืนนี้ นางจะล่อเหยื่อรายใหม่ เหอฉีหยาง ขุนนางผู้มากอิทธิพล คุมตลาดมืดและทาสครึ่งค่อนเมืองหลวง โหดเหี้ยม ข่มเหงหญิงสาว และฆ่าคนราวใบไม้ร่วง และคืนนี้เขาก็ตกหลุมพราง

เหอฉีหยางเอนตัวบนเบาะหรูหรา

จ้องหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาเต็มไปด้วยความกระหาย

"เจ้าชื่อซือซูหรือ หน้าใหม่งามยิ่งนัก"

เขาเอ่ยยิ้มอย่างหื่นกระหาย มือจะคว้าข้อมือนาง

แต่หลี่ซืออวี้ยิ้มบาง ละมือออกอย่างนุ่มนวล แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนหวานที่ฝึกมานับพันครั้งเพื่อใช้เป็นกลลวงในการฆ่า

"วันนี้วันเกิดท่าน ข้าเตรียมสุราพิเศษมามอบแด่ท่านเจ้าค่ะ"

นางยกจอกทองคำเล็กที่ซ่อนพิษบางเฉียบเคลือบไว้ตรงขอบขึ้นช้า ๆ จิบให้เขาดูอย่างเชื่องช้า ริมฝีปากแดงเล็กแตะจอกเบา ๆ ก่อนยื่นให้เหอฉีหยาง

เขาหัวเราะ ยื่นมือรับอย่างไม่ลังเล

"น่ารักเสียจริง เจ้าไม่กลัวข้ารังแกหรือ"

"กับคนมีอำนาจอย่างท่าน ใครกล้าเจ้าคะ"

นางยิ้มพลางเทสุราอีกจอก เสียงคลื่นเหล้าไหลช้า ๆ กลบเสียงลมหายใจเงียบของเขา

เหอฉีหยางยกจอกขึ้นดื่มรวดเดียว

ทันทีที่วางจอกลง เขาเริ่มขมับชาเล็กน้อย

"อา...ทำไมจู่ ๆ รู้สึกตัวเบาแปลก ๆ"

"อากาศคืนนี้เย็นนะเจ้าคะ"

เสียงนางอ่อนหวาน แต่ร่างของเหอฉีหยางกลับเริ่มแข็งชา มือที่เคยแกร่งเริ่มสั่นเล็กน้อย ราวกับเส้นประสาทถูกตัดขาดจากภายใน

"เจ้า เจ้าใส่อะไรลงไป"

หลี่ซืออวี้ลุกขึ้นยืนเงียบ ๆ แววตาไร้รอยยิ้มแล้วในยามนี้ เข็มเงินในมือสะท้อนแสงไฟวูบวาบ

"เจ้าเคยสังหารหญิงสาวในตลาดตะวันตกเมื่อห้าปีก่อน จำได้หรือไม่"

นางเอ่ยด้วยเสียงเย็นเยียบ

เหอฉีหยางเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนจากกำเริบเป็นตระหนก

"ไม่... ข้า... นางแค่นังทาสคนหนึ่ง"

เข็มเงินเล่มแรกเสียบเข้าจุดชีพจรตรงคอ เข็มที่สองจมกลางอก เข็มสุดท้าย ปิดชีพจรสะบั้นเส้นลมปราณ

เสียงสุดท้ายในห้องคือเสียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเขา และเสียงฝีเท้าแผ่วเบาของสตรีนางหนึ่งที่หายลับไปในผ้าม่านและแสงเงาแห่งรัตติกาล ทิ้งไว้เพียงร่างไร้วิญญาณและหอนางโลมที่กำลังบรรเลงเพลงรักอย่างไม่เคยรู้ว่าความตายเคยแวะมาเยี่ยมเยียน

รุ่งเช้า ข่าวการตายปริศนาของเหอฉีหยางสะพัดไปทั่วเมือง ไร้ร่องรอย ไร้พยาน เหมือนผีมาเก็บวิญญาณ และเจ้าของเสียงหัวเราะเย็นเมื่อค่ำวาน

กลับมานั่งรินน้ำร้อนในร้านน้ำชาเล็ก ๆ กับลูกชายคนหนึ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมา

ในห้องลับของตึกเก่าแห่งหนึ่งในถนนเส้นเล็ก หลี่ซืออวี้นั่งอย่างสงบนิ่ง ร่างในชุดดำเรียบง่ายแต่ดูมั่นคง ตรงหน้าโต๊ะวางถุงเงินหนัก ๆ กองหนึ่ง สะท้อนแสงไฟตะเกียงวูบวาบ

เสียงเปิดประตูเบา ๆ ชายหนุ่มผู้ว่าจ้างเดินเข้ามา พร้อมท่าทางค่อนข้างตึงเครียดแต่ปนความเคารพ

"นี่คือค่าจ้างทั้งหมด มากกว่าที่เคยตกลงไว้"

ชายคนนั้นวางถุงเงินไว้ตรงหน้าหลี่ซืออวี้

"เจ้าไม่ต้องทำอีกแล้ว การจากไปของเหอฉีหยางนั้น เป็นสัญญาณที่ชัดเจนสำหรับทุกคน"

หลี่ซืออวี้พยักหน้าเบา ๆ

"ข้าตั้งใจจะหยุดอาชีพนี้แล้ว ใช้เงินก้อนนี้สร้างชีวิตใหม่ในวันข้างหน้า"

เสียงนุ่มแน่วแน่แต่เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยที่ผสมกับความหวัง

ชายหนุ่มถอนใจและพูดต่อ

"เจ้าฉลาดมาก การเลือกที่จะหยุดในตอนนี้คือทางรอดที่แท้จริง"

หลี่ซืออวี้ลุกขึ้น

"ข้าจะย้ายไปอยู่ที่อื่นที่เงียบสงบและมีโอกาสมากกว่า"

ชายหนุ่มส่งยิ้มบาง

"ขอให้เจ้าประสบความสำเร็จในเส้นทางใหม่"

หลี่ซืออวี้รับถุงเงินไว้แน่น ความหนักของมันเปรียบเสมือนน้ำหนักของอดีตที่นางจะปล่อยลงแล้วก้าวสู่ชีวิตใหม่ที่สดใสกว่า

ไม่กี่วันถัดมา ในเขตฝั่งตะวันออกของเมืองหลวง บ้านหลังเล็กแต่ดูอบอุ่นตั้งอยู่ในเขตเงียบสงบ หลี่ซืออวี้ในคราบหมอหญิงเปิดประตูต้อนรับลูกชาย

ทั้งคู่เริ่มต้นวันใหม่ด้วยรอยยิ้มและความหวังที่ไม่เคยมีมาก่อน

นางยืนอยู่หน้าบ้านไม้หลังเล็ก แต่ดูมั่นคงและอบอุ่น บ้านที่นางใช้เงินก้อนโตซื้อมาในย่านฝั่งตะวันออกของเมืองหลวง ที่ซึ่งถนนกว้างขึ้น ผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างไม่รีบร้อน มีเสียงนกร้องและสายลมพัดผ่านกิ่งไม้ใหญ่ริมทางเดิน

บ้านหลังนี้ไม่หรูหรา แต่ครบครันด้วยความเรียบง่าย หน้าต่างไม้กรอบบานเล็กเปิดออกสู่สวนเล็ก ๆ ที่ปลูกดอกโบตั๋นและต้นไผ่ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสมุนไพรและดอกไม้ลอยเข้ามาผสมกับอากาศเย็นสบาย

ภายในบ้านพื้นไม้เก่าที่ได้รับการดูแลอย่างดี ขัดจนเงางาม โต๊ะไม้สีเข้มตั้งอยู่กลางห้องรับแขก มุมหนึ่งมีโต๊ะทำงานเล็ก ๆ สำหรับนางเอาไว้เตรียมยาและสมุนไพร โคมไฟกระดาษสีเหลืองนวลส่องแสงอบอุ่นในยามค่ำคืน

เสี่ยวไป๋เดินเล่นรอบบ้านด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับอย่างสดใส

"ท่านแม่ ที่นี่ดีจังเลยขอรับ ข้าอยากเล่นตรงสวนบ่อย ๆ นะ"

หลี่ซืออวี้มองลูกชายด้วยสายตาอบอุ่น

"แม่ก็หวังแบบนั้นนะลูก ที่นี่จะเป็นบ้านที่ปลอดภัยและเต็มไปด้วยความสุขของเรา"

ทุกเช้า นางจะเปิดหน้าบ้านรับรักษาคนไข้ในชุมชนด้วยทักษะหมอหญิงที่ติดตัวมาจากโลกเดิม เสียงขับกล่อมของนางกับการดูแลลูกชายสร้างความอบอุ่นให้ทุกคนที่มาเยือน

แม้ในใจนางยังมีร่องรอยของอดีตนักฆ่าปรากฏบ้างเป็นครั้งคราว แต่วันนี้หลี่ซืออวี้รู้ดีว่าเส้นทางที่เลือกคือทางสว่าง

ชีวิตใหม่ที่สดใส รอให้นางและเสี่ยวไป๋ก้าวไปด้วยกันอย่างมั่นคง

บรรยากาศย่านฝั่งตะวันออกของเมืองนี้เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของซาลาเปาและเกี๊ยวทอดจากร้านค้าเล็ก ๆ คนขายยิ้มแย้ม ทักทายผู้คนที่เดินผ่านอย่างเป็นมิตร เสียงเด็กหัวเราะ วิ่งเล่นไปตามตรอกซอกซอย แม่ค้าร้องเรียกขายผักสดกับสมุนไพรหายาก

ถนนสะอาดเรียบ ต้นไม้สองข้างทางปลูกเรียงรายออกดอกบานสะพรั่งให้ความรู้สึกสงบและเป็นกันเองแม้จะอยู่ในเมืองใหญ่ ผู้คนที่นี่แม้ไม่ร่ำรวยนัก แต่มีน้ำใจและมองชีวิตเรียบง่ายด้วยรอยยิ้ม

ในบ้านหลังเล็กใจกลางย่านสงบเงียบ หลี่ซืออวี้กำลังจัดโต๊ะยาอย่างคล่องมือขณะที่เสี่ยวไป๋วิ่งปรู๊ดออกมา ถือขนมเปี๊ยะในมือแล้วพูดเสียงดัง

"ท่านแม่ ข้าไปแอบซื้อขนมที่แผงลุงหูมา เขาลดราคาให้ข้าด้วยล่ะ ข้าบอกว่าท่านเป็นหมอที่ช่วยรักษาภรรยาเขา"

หลี่ซืออวี้หันมาช้า ๆ ยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

"แหม เสี่ยวไป๋ ข้าเริ่มคิดแล้วว่าควรให้เจ้ารับหน้าที่เจรจากับพ่อค้าจริง ๆ เสียตั้งแต่ตอนนี้"

เสี่ยวไป๋แลบลิ้น แล้วยื่นขนมให้แม่หนึ่งชิ้น

"แบ่งกันคนละชิ้น ข้าไม่งกนะ แค่ข้ากินไปก่อนสองคำ"

"หืม เช่นนั้นเรียกว่าคนละชิ้นหรือแบ่งกันดีล่ะ เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์"

"เหมือนท่านแม่ไม่มีผิด"

เสี่ยวไป๋แกล้งทำเสียงคนแก่แล้วเลียนแบบคำพูดของนางว่า

"เอาเงินมาก่อนข้าถึงจะให้ยา จะให้ฟรีหรือ ฝันเถอะ"

หลี่ซืออวี้หัวเราะเสียงดัง ยื่นมือบิดแก้มนุ่ม ๆ ของลูกชาย

"โอ้ เจ้าหนู เจ้าได้สายเลือดข้ามาอย่างแท้จริงทีเดียว"

สองแม่ลูกหัวเราะกันคิกคัก เสียงของทั้งคู่ดังลอดออกไปนอกหน้าต่าง

กลายเป็นภาพหนึ่งในชีวิตประจำวันอันอบอุ่นของย่านนี้

ใครเลยจะรู้ว่าเบื้องหลังแม่หมอหญิงผู้ใจดีนั้นเคยเป็นนักฆ่าไร้ใจ และเจ้าหนูขี้เล่นก็เป็นผลผลิตของความแข็งแกร่งที่ห่อหุ้มด้วยเสียงหัวเราะ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   โรงหมอเซียนลู่

    ยามเช้าของวันใหม่ หลี่ซืออวี้สวมชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย ข้างกายมีเสี่ยวไป๋เดินตามติดพร้อมถือถุงผ้าใส่ติดตัวอย่างสมุนไพร สองแม่ลูกเดินลัดเลาะไปยังทางตะวันออกของหมู่บ้าน ซึ่งเงียบสงบแต่ผู้คนสัญจรไม่ขาดสาย"ตรงนั้นหรือขอรับท่านแม่" เสี่ยวไป๋ชี้ไปยังเรือนไม้เก่าหลังหนึ่ง อยู่ริมทางที่มองเห็นลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่านเสี่ยวเหยายืนรออยู่หน้าประตู นางเป็นแม่หม้ายเจ้าของเรือนหลังนั้น ใจดี และชื่นชมในฝีมือการรักษาของหลี่ซืออวี้มานาน ครั้นเห็นนางเดินมาก็ยิ้มต้อนรับ"เรือนนี้แม้จะเล็กไปหน่อย แต่แสงส่องถึงดี ลมโกรก น้ำใสสะอาด เจ้าอยากใช้ก็ยินดีให้เช่าในราคายุติธรรม"หลี่ซืออวี้พยักหน้า พลันก้าวเข้าไปสำรวจภายใน มีห้องเล็กสองห้อง กับพื้นที่โล่งสำหรับต้อนรับคนไข้ได้ราวสามสี่คน กลิ่นไม้แห้งโชยอ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูก"พอเหมาะนักเจ้าค่ะ" นางเอ่ยขึ้นในใจเกิดภาพขึ้นว่าโต๊ะไม้เรียบจะวางอยู่ตรงไหน ผ้าม่านบางควรห้อยไว้ตรงใด และมุมที่แสงแดดตกลงมาควรใช้จัดตำรับยาหลังทำสัญญาเช่าเรียบร้อย นางก็กลับไปจัดเตรียมทุกอย่างที่เรือนเดิม ห่อสมุนไพร แยกขวดน้ำยา เขียนป้ายชื่อขนาดพอเหมาะด้วยหมึกดำบนแผ่นไม้'โรงหมอเซียนลู่ รักษาด้วยโอ

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   สร้างรากฐาน

    เรือนหลังเล็กฝั่งตะวันออก สองแม่ลูกอยู่ด้วยกัน นางไม่ได้ออกไปรักษาคนป่วยจึงเตรียมยาเอาไว้สำหรับรักษาหลาย ๆ โรคกลิ่นสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่วเรือนเล็ก ๆ หลังนั้น หลี่ซืออวี้กำลังตำรากสมุนไพรในครกหินอย่างตั้งใจ ข้างกายของนางมีเสี่ยวไป๋ที่สวมชุดผ้าฝ้ายเก่า ๆ กำลังนั่งชันเข่า เอียงคอเฝ้ามองมือเรียวขาวที่บดใบไม้แห้งกับเปลือกไม้จนละเอียด"ท่านแม่ สมุนไพรพวกนี้ช่วยแก้ปวดอย่างไรหรือขอรับ" เสียงใส ๆ เอ่ยถามอย่างใคร่รู้หลี่ซืออวี้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ยิ้มบาง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงใจเย็น"เจ้าจำสมุนไพรชนิดหนึ่งได้หรือไม่ ที่มีใบเรียวยาว กลิ่นแรงหน่อย แต่มักขึ้นตามโขดหินริมลำธาร"เสี่ยวไป๋พยักหน้ารัว ๆ"ข้าเก็บใบและรากของมันมาตากแห้ง แล้วตำรวมกับเปลือกไม้ จะช่วยลดอาการปวดและไข้ได้ดีนัก ยิ่งหากเติมผงของเถาไม้เลื้อยลงไปอีกเล็กน้อย จะช่วยต้านการอักเสบได้มากขึ้น"นางค่อย ๆ ตักผงสมุนไพรที่ตำละเอียดแล้วออกจากครก หยิบใส่ถุงผ้าเล็ก ๆ ที่เตรียมไว้ก่อนจะมัดปากถุงด้วยเชือกปอ เสี่ยวไป๋ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อยดวงตาเด็กน้อยเปล่งประกายใคร่รู้"แล้วแบบนี้ต้องกินอย่างไรหรือขอรับ""ต้มกับน้ำสะอาดหนึ่งถ้วยเคี่ยว

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   หมอพเนจร

    หลี่ซืออวี้ปลูกพืชสมุนไพรไว้หลากหลายชนิด ถึงเมืองหลวงฝั่งตะวันออกจะเงียบสงบคล้ายเขตชนบท ทว่ายารักษาโรคก็มีราคาแพงและยังขาดแคลน นางเปลี่ยนวิธีการโดยการออกรักษาคนป่วยตามบ้านโดยการเคาะประตูเสนอการรักษาในราคาไม่แพง หลี่ซืออวี้ยืนอยู่หน้าประตูไม้เก่าเคลือบฝุ่นของบ้านหลังหนึ่ง เสียงไอแหบแห้งลอดออกมาจากภายใน "ไม่ต้องการยาอะไรทั้งนั้น!" ชายวัยกลางคนในบ้านตะโกนไล่ ทั้งที่เสียงยังเต็มไปด้วยความเหนื่อยอ่อน "ข้าผ่านมาพอดี เห็นว่าในบ้านมีคนป่วย ข้ารักษาฟรีก็ได้ หากยังหวาดระแวง" "เจ้าเป็นใครมาจากไหนถึงจะให้ข้ากล้าเชื่อใจเจ้า" ผู้เป็นภรรยาเดินมาถามอย่างลังเล ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความระแวงระคนคาดหวัง หลี่ซืออวี้ยกห่อยาสมุนไพรขึ้นให้ดู "ข้ามาจากเมืองชายแดน แต่ตอนนี้ปลูกสมุนไพรอยู่ท้ายตลาดตะวันออก ข้าไม่ใช่หมอใหญ่ แค่มีใจอยากช่วย" เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ประตูไม้จะค่อย ๆ เปิดออก สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือชายหนุ่มในวัยยี่สิบกว่า ซูบซีดและตัวร้อนจัดจนน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ผู้เป็นมารดาทุกข์ใจเป็นอันมากถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ไหว "ลูกข้า เขาไอเป็นเลือดมาหลายวันแล้ว หมอที่ไหนก็ไม่รับเพราะกลัวจะติดโรค"

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ความเจ็บปวดของหลงจิ่นเซวียน

    ข่าวต่าง ๆ แพร่ไปถึงวังหลวง "ทูลองค์รัชทายาท ขณะนี้ในเมืองหลวงมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นพะย่ะค่ะ" หลงจิ่นเซวียนหรี่ตาลง รอฟังการรายงานของราชองครักษ์ "ว่ามา" "ระยะนี้มีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น ขุนนางผู้มากอิทธิพลตายในหอนางโลมซึ่งหาตัวคนร้ายไม่พบ และกลุ่มเด็กขอทานมีขนาดใหญ่ขึ้นพะย่ะค่ะ" ในเมืองหลวงไม่เคยเกิดเรื่องเช่นนี้มาก่อน หน้าที่ในการดูแลเมืองหลวงเป็นขององค์รัชทายาทเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการก้าวขึ้นครองบัลลังก์ ทุกอย่างสงบสุขมาตลอดทว่าตอนนี้กลับมีแต่เรื่องน่าสงสัย "สืบมาให้กระจ่าง ว่าเพราะเหตุใดหรือมีใครกล้าท้าทายอำนาจของข้า" "รับพระบัญชา!" ฝั่งตะวันออกของเมืองหลวง เสี่ยวไป๋แอบหนีมารดาออกจากบ้านมาพบปะกลุ่มขอทาน ในขณะที่หลี่ซืออวี้นั่งบดยาอยู่ด้านหลัง สัญชาตญาณนักฆ่าของนางไวยิ่งกว่าดมกลิ่น สายตาคมจับจ้องไปยังบุตรชายที่แอบมีเรื่องปิดบังมารดา นางรู้เท่าทันเขาทุกเรื่อง เพียงแต่อยากรู้ว่าลูกชายตัวแสบจะไปทำเรื่องใดหลังจากนี้ "พี่ไป๋มาแล้ว วันนี้จะพาพวกเราไปหาเงินที่ไหน" เด็กหญิงคนหนึ่งในกลุ่มถามเสียงใส เสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แต่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "วันนี้เราจะขายผงด

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   แม่เสือกับลูกเสือ

    ภายในโรงน้ำชาชั้นสองของตลาดเมืองหลวง โต๊ะไม้ขนาดใหญ่ล้อมด้วยผ้าแพรลายมังกร บุรุษในชุดหรูร่างอ้วนพุงพลุ้ยคือ พ่อค้าเซิ่งเหวิน พ่อค้าค้าข้าวเจ้าของโรงฉางใหญ่ที่สุดในเขตเมืองหลวง เขายิ้มอย่างเอ็นดู ขณะจ้องเด็กชายตัวเล็กในชุดขาด ๆ ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม วันนี้เขาได้เชิญตัวเสี่ยวไป๋มาตกลงบางสิ่งบางอย่างหลังจากเห็นผลงานที่น่าสนใจ "ข้าได้ยินว่า เจ้าคือเจ้าคนที่ทำให้ร้านขนมหน้าโรงเตี๊ยมขายดีจนของหมดทุกวัน" เสี่ยวไป๋ยักไหล่ "ข้าแค่บอกให้คนแถวนั้นสนใจไม่ใช่เรื่องยาก" เซิ่งเหวินหัวเราะลั่นก่อนโน้มตัวลงกระซิบ "เช่นนั้นมาอยู่กับข้าเถอะ ข้าให้เจ้าเดือนละสิบตำลึง แค่ช่วยวางแผนให้ข้าขายข้าวให้หมดคลัง เจ้าว่าอย่างไร" เสี่ยวไป๋นิ่ง แต่ดวงตากลับแวววาวขึ้นเล็กน้อย "แล้วถ้าข้าวเจ้าขึ้นรา หรือวัดน้ำหนักขาด เจ้าให้ข้าตอบลูกค้าด้วยหรือไม่" เซิ่งเหวินชะงัก ยิ้มฝืน ๆ "เจ้าแค่เด็กขอทาน อย่าอวดดีไปหน่อยเลย เดี๋ยวข้าจะให้ข้ารับใช้สั่งสอนเจ้าสักหน่อย" ยังพูดไม่ทันจบดี เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นจากบันได "ข้าก็สังหรณ์ใจว่าลูกชายข้าจะก่อเรื่อง" น้ำเสียงเรียบเย็นปนหอบหายใจเล็กน้อยดังขึ้นจากทางเข้า ห

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   เสี่ยวไป๋ออกหาเงิน

    ตลาดใต้สะพานหินในเมืองหลวงคึกคักไปด้วยเสียงตะโกนขายของ เสียงหม้อเหล็กกระทบกันในโรงต้มโจ๊ก และเสียงฝีเท้าเร่งร้อนของผู้คนหลากชนชั้น แต่ในซอกแคบถัดจากทางระบายน้ำ มีเงาร่างเล็กคนหนึ่งกำลังยืนมองด้วยสายตาเฉียบคมเกินวัย เสี่ยวไป๋ ลูกชายของหลี่ซืออวี้ที่ไม่เหมือนเด็กทั่วไป เป็นเพราะเขาอยู่กับมารดาเพียงสองคนเขาจึงเป็นคนกล้าหาญและแข็งแกร่งเกินกว่าเด็กคนอื่น วันนี้เขาสวมเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ แสร้งทำเป็นเด็กยาจก เดินป้วนเปี้ยนอยู่แถบหลังตลาดอย่างจงใจ "นั่นใคร เด็กใหม่รึ" เสียงห้วนของเด็กชายร่างผอมที่มีแผลเป็นเฉียงบนใบหน้าเอ่ยขึ้น เด็กกลุ่มหนึ่งลุกพรวดจากถังไม้และลังเก่า ๆ มองผู้มาใหม่ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร เสี่ยวไป๋หรี่ตามอง ก่อนยกยิ้มเอาเรื่อง "ได้ข่าวว่ากลุ่มขอทานในตลาดนี้มีแต่คนอ่อนหัด ข้าเลยอยากมาดูว่าจริงหรือไม่" เสียงเฮดังขึ้นทันที ราวกับกองเพลิงถูกสาดด้วยน้ำมัน "ปากดีเช่นนี้ อยากโดนตีเรอะ" เด็กแผลเป็นปรี่เข้าใส่พร้อมไม้ด้ามหนึ่ง แต่เสี่ยวไป๋กลับหมุนตัวหลบอย่างรวดเร็ว มือซ้ายจับข้อมืออีกฝ่ายบิดอย่างแรง ก่อนใช้ไหล่ชนอกจนอีกฝ่ายล้มตึง เด็กคนอื่นกรูเข้ามา แต่ไม่ถึงอึดใจ เสี่ยวไป๋กลับใช้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status