Share

หาเงินตั้งตัว

last update Tanggal publikasi: 2026-02-04 08:39:28

ยามหัวค่ำ ในตัวเมืองหลวงเจิดจ้าไปด้วยแสงตะเกียง ในทางเดินที่เต็มไปด้วยหอนางโลมชื่อดัง เสียงพิณและเสียงหัวเราะกรุ้มกริ่มดังระงม แต่ไม่มีใครสังเกตหญิงงามคนหนึ่งที่เพิ่งมาถึง นางชื่อ ซือซู หญิงคณิกาหน้าใหม่ของหอนางโลมอันดับหนึ่งในเมืองหลวงแห่งนี้

ในห้องรับรองชั้นบนสุดม่านผ้าสีชมพูอ่อนพัดพลิ้วไปในสายลมยามค่ำ โคมไฟกระจกสะท้อนแสงนวลเรื่อให้ผิวของหญิงงามตรงหน้าดูยิ่งงดงามราวกับธิดาแห่งสวรรค์

นางงามราวกับภาพวาด รอยยิ้มอ่อนโยนแต่แฝงเร้นความเยือกเย็น ไม่มีใครรู้ว่านางคือหลี่ซืออวี้ในคราบใหม่

คืนนี้ นางจะล่อเหยื่อรายใหม่ เหอฉีหยาง ขุนนางผู้มากอิทธิพล คุมตลาดมืดและทาสครึ่งค่อนเมืองหลวง โหดเหี้ยม ข่มเหงหญิงสาว และฆ่าคนราวใบไม้ร่วง และคืนนี้เขาก็ตกหลุมพราง

เหอฉีหยางเอนตัวบนเบาะหรูหรา

จ้องหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาเต็มไปด้วยความกระหาย

"เจ้าชื่อซือซูหรือ หน้าใหม่งามยิ่งนัก"

เขาเอ่ยยิ้มอย่างหื่นกระหาย มือจะคว้าข้อมือนาง

แต่หลี่ซืออวี้ยิ้มบาง ละมือออกอย่างนุ่มนวล แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนหวานที่ฝึกมานับพันครั้งเพื่อใช้เป็นกลลวงในการฆ่า

"วันนี้วันเกิดท่าน ข้าเตรียมสุราพิเศษมามอบแด่ท่านเจ้าค่ะ"

นางยกจอกทองคำเล็กที่ซ่อนพิษบางเฉียบเคลือบไว้ตรงขอบขึ้นช้า ๆ จิบให้เขาดูอย่างเชื่องช้า ริมฝีปากแดงเล็กแตะจอกเบา ๆ ก่อนยื่นให้เหอฉีหยาง

เขาหัวเราะ ยื่นมือรับอย่างไม่ลังเล

"น่ารักเสียจริง เจ้าไม่กลัวข้ารังแกหรือ"

"กับคนมีอำนาจอย่างท่าน ใครกล้าเจ้าคะ"

นางยิ้มพลางเทสุราอีกจอก เสียงคลื่นเหล้าไหลช้า ๆ กลบเสียงลมหายใจเงียบของเขา

เหอฉีหยางยกจอกขึ้นดื่มรวดเดียว

ทันทีที่วางจอกลง เขาเริ่มขมับชาเล็กน้อย

"อา...ทำไมจู่ ๆ รู้สึกตัวเบาแปลก ๆ"

"อากาศคืนนี้เย็นนะเจ้าคะ"

เสียงนางอ่อนหวาน แต่ร่างของเหอฉีหยางกลับเริ่มแข็งชา มือที่เคยแกร่งเริ่มสั่นเล็กน้อย ราวกับเส้นประสาทถูกตัดขาดจากภายใน

"เจ้า เจ้าใส่อะไรลงไป"

หลี่ซืออวี้ลุกขึ้นยืนเงียบ ๆ แววตาไร้รอยยิ้มแล้วในยามนี้ เข็มเงินในมือสะท้อนแสงไฟวูบวาบ

"เจ้าเคยสังหารหญิงสาวในตลาดตะวันตกเมื่อห้าปีก่อน จำได้หรือไม่"

นางเอ่ยด้วยเสียงเย็นเยียบ

เหอฉีหยางเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนจากกำเริบเป็นตระหนก

"ไม่... ข้า... นางแค่นังทาสคนหนึ่ง"

เข็มเงินเล่มแรกเสียบเข้าจุดชีพจรตรงคอ เข็มที่สองจมกลางอก เข็มสุดท้าย ปิดชีพจรสะบั้นเส้นลมปราณ

เสียงสุดท้ายในห้องคือเสียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเขา และเสียงฝีเท้าแผ่วเบาของสตรีนางหนึ่งที่หายลับไปในผ้าม่านและแสงเงาแห่งรัตติกาล ทิ้งไว้เพียงร่างไร้วิญญาณและหอนางโลมที่กำลังบรรเลงเพลงรักอย่างไม่เคยรู้ว่าความตายเคยแวะมาเยี่ยมเยียน

รุ่งเช้า ข่าวการตายปริศนาของเหอฉีหยางสะพัดไปทั่วเมือง ไร้ร่องรอย ไร้พยาน เหมือนผีมาเก็บวิญญาณ และเจ้าของเสียงหัวเราะเย็นเมื่อค่ำวาน

กลับมานั่งรินน้ำร้อนในร้านน้ำชาเล็ก ๆ กับลูกชายคนหนึ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในคืนที่ผ่านมา

ในห้องลับของตึกเก่าแห่งหนึ่งในถนนเส้นเล็ก หลี่ซืออวี้นั่งอย่างสงบนิ่ง ร่างในชุดดำเรียบง่ายแต่ดูมั่นคง ตรงหน้าโต๊ะวางถุงเงินหนัก ๆ กองหนึ่ง สะท้อนแสงไฟตะเกียงวูบวาบ

เสียงเปิดประตูเบา ๆ ชายหนุ่มผู้ว่าจ้างเดินเข้ามา พร้อมท่าทางค่อนข้างตึงเครียดแต่ปนความเคารพ

"นี่คือค่าจ้างทั้งหมด มากกว่าที่เคยตกลงไว้"

ชายคนนั้นวางถุงเงินไว้ตรงหน้าหลี่ซืออวี้

"เจ้าไม่ต้องทำอีกแล้ว การจากไปของเหอฉีหยางนั้น เป็นสัญญาณที่ชัดเจนสำหรับทุกคน"

หลี่ซืออวี้พยักหน้าเบา ๆ

"ข้าตั้งใจจะหยุดอาชีพนี้แล้ว ใช้เงินก้อนนี้สร้างชีวิตใหม่ในวันข้างหน้า"

เสียงนุ่มแน่วแน่แต่เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยที่ผสมกับความหวัง

ชายหนุ่มถอนใจและพูดต่อ

"เจ้าฉลาดมาก การเลือกที่จะหยุดในตอนนี้คือทางรอดที่แท้จริง"

หลี่ซืออวี้ลุกขึ้น

"ข้าจะย้ายไปอยู่ที่อื่นที่เงียบสงบและมีโอกาสมากกว่า"

ชายหนุ่มส่งยิ้มบาง

"ขอให้เจ้าประสบความสำเร็จในเส้นทางใหม่"

หลี่ซืออวี้รับถุงเงินไว้แน่น ความหนักของมันเปรียบเสมือนน้ำหนักของอดีตที่นางจะปล่อยลงแล้วก้าวสู่ชีวิตใหม่ที่สดใสกว่า

ไม่กี่วันถัดมา ในเขตฝั่งตะวันออกของเมืองหลวง บ้านหลังเล็กแต่ดูอบอุ่นตั้งอยู่ในเขตเงียบสงบ หลี่ซืออวี้ในคราบหมอหญิงเปิดประตูต้อนรับลูกชาย

ทั้งคู่เริ่มต้นวันใหม่ด้วยรอยยิ้มและความหวังที่ไม่เคยมีมาก่อน

นางยืนอยู่หน้าบ้านไม้หลังเล็ก แต่ดูมั่นคงและอบอุ่น บ้านที่นางใช้เงินก้อนโตซื้อมาในย่านฝั่งตะวันออกของเมืองหลวง ที่ซึ่งถนนกว้างขึ้น ผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างไม่รีบร้อน มีเสียงนกร้องและสายลมพัดผ่านกิ่งไม้ใหญ่ริมทางเดิน

บ้านหลังนี้ไม่หรูหรา แต่ครบครันด้วยความเรียบง่าย หน้าต่างไม้กรอบบานเล็กเปิดออกสู่สวนเล็ก ๆ ที่ปลูกดอกโบตั๋นและต้นไผ่ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสมุนไพรและดอกไม้ลอยเข้ามาผสมกับอากาศเย็นสบาย

ภายในบ้านพื้นไม้เก่าที่ได้รับการดูแลอย่างดี ขัดจนเงางาม โต๊ะไม้สีเข้มตั้งอยู่กลางห้องรับแขก มุมหนึ่งมีโต๊ะทำงานเล็ก ๆ สำหรับนางเอาไว้เตรียมยาและสมุนไพร โคมไฟกระดาษสีเหลืองนวลส่องแสงอบอุ่นในยามค่ำคืน

เสี่ยวไป๋เดินเล่นรอบบ้านด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับอย่างสดใส

"ท่านแม่ ที่นี่ดีจังเลยขอรับ ข้าอยากเล่นตรงสวนบ่อย ๆ นะ"

หลี่ซืออวี้มองลูกชายด้วยสายตาอบอุ่น

"แม่ก็หวังแบบนั้นนะลูก ที่นี่จะเป็นบ้านที่ปลอดภัยและเต็มไปด้วยความสุขของเรา"

ทุกเช้า นางจะเปิดหน้าบ้านรับรักษาคนไข้ในชุมชนด้วยทักษะหมอหญิงที่ติดตัวมาจากโลกเดิม เสียงขับกล่อมของนางกับการดูแลลูกชายสร้างความอบอุ่นให้ทุกคนที่มาเยือน

แม้ในใจนางยังมีร่องรอยของอดีตนักฆ่าปรากฏบ้างเป็นครั้งคราว แต่วันนี้หลี่ซืออวี้รู้ดีว่าเส้นทางที่เลือกคือทางสว่าง

ชีวิตใหม่ที่สดใส รอให้นางและเสี่ยวไป๋ก้าวไปด้วยกันอย่างมั่นคง

บรรยากาศย่านฝั่งตะวันออกของเมืองนี้เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของซาลาเปาและเกี๊ยวทอดจากร้านค้าเล็ก ๆ คนขายยิ้มแย้ม ทักทายผู้คนที่เดินผ่านอย่างเป็นมิตร เสียงเด็กหัวเราะ วิ่งเล่นไปตามตรอกซอกซอย แม่ค้าร้องเรียกขายผักสดกับสมุนไพรหายาก

ถนนสะอาดเรียบ ต้นไม้สองข้างทางปลูกเรียงรายออกดอกบานสะพรั่งให้ความรู้สึกสงบและเป็นกันเองแม้จะอยู่ในเมืองใหญ่ ผู้คนที่นี่แม้ไม่ร่ำรวยนัก แต่มีน้ำใจและมองชีวิตเรียบง่ายด้วยรอยยิ้ม

ในบ้านหลังเล็กใจกลางย่านสงบเงียบ หลี่ซืออวี้กำลังจัดโต๊ะยาอย่างคล่องมือขณะที่เสี่ยวไป๋วิ่งปรู๊ดออกมา ถือขนมเปี๊ยะในมือแล้วพูดเสียงดัง

"ท่านแม่ ข้าไปแอบซื้อขนมที่แผงลุงหูมา เขาลดราคาให้ข้าด้วยล่ะ ข้าบอกว่าท่านเป็นหมอที่ช่วยรักษาภรรยาเขา"

หลี่ซืออวี้หันมาช้า ๆ ยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

"แหม เสี่ยวไป๋ ข้าเริ่มคิดแล้วว่าควรให้เจ้ารับหน้าที่เจรจากับพ่อค้าจริง ๆ เสียตั้งแต่ตอนนี้"

เสี่ยวไป๋แลบลิ้น แล้วยื่นขนมให้แม่หนึ่งชิ้น

"แบ่งกันคนละชิ้น ข้าไม่งกนะ แค่ข้ากินไปก่อนสองคำ"

"หืม เช่นนั้นเรียกว่าคนละชิ้นหรือแบ่งกันดีล่ะ เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์"

"เหมือนท่านแม่ไม่มีผิด"

เสี่ยวไป๋แกล้งทำเสียงคนแก่แล้วเลียนแบบคำพูดของนางว่า

"เอาเงินมาก่อนข้าถึงจะให้ยา จะให้ฟรีหรือ ฝันเถอะ"

หลี่ซืออวี้หัวเราะเสียงดัง ยื่นมือบิดแก้มนุ่ม ๆ ของลูกชาย

"โอ้ เจ้าหนู เจ้าได้สายเลือดข้ามาอย่างแท้จริงทีเดียว"

สองแม่ลูกหัวเราะกันคิกคัก เสียงของทั้งคู่ดังลอดออกไปนอกหน้าต่าง

กลายเป็นภาพหนึ่งในชีวิตประจำวันอันอบอุ่นของย่านนี้

ใครเลยจะรู้ว่าเบื้องหลังแม่หมอหญิงผู้ใจดีนั้นเคยเป็นนักฆ่าไร้ใจ และเจ้าหนูขี้เล่นก็เป็นผลผลิตของความแข็งแกร่งที่ห่อหุ้มด้วยเสียงหัวเราะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ตอนจบ

    หลังพิธีเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ผ่านไปสามเดือน ฮ่องเต้องค์ใหม่ฟื้นฟูกฎหมายให้เข้มแข็งขึ้น ฮองเฮาก่อตั้งโรงหมอหลายแห่งในราคาย่อมเยาและก่อตั้งสำนักศึกษาด้านการแพทย์แก่สามัญชน เมื่อเรัยนจบสามารถสอบเข้าทำงานในวังหลวงและโรงหมอภายใต้การอุปถัมภ์ของฮองเฮา มีโครงการสร้างอาชีพและกระจายรายได้ไปทั่วเมืองและจะขยับขยายออกไปยังหัวเมืองต่าง ๆ ในอีกไม่ช้า เช้าวันพักผ่อน ท้องฟ้ายามเย็นทอแสงสีทองอ่อน ๆ ทาบลงบนสระหยกด้านหลังตำหนักด้านใน เสียงสายลมพัดใบไม้ไหวบางเบาคล้ายจะกระซิบเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น หลงจิ่นเซวียนในชุดธรรมดาไร้เครื่องทรง เดินเข้ามาช้า ๆ บนศาลาริมน้ำ หลี่ซืออวี้ นั่งทอดสายตามองสายน้ำที่ไหลนิ่ง ราวกับกำลังทบทวนเรื่องราวในใจ เมื่อเขามาถึง นางไม่ได้หันไปมอง แต่พูดขึ้นเรียบ ๆ อย่างเป็นทางการ "ฝ่าบาทยังไม่เหนื่อยอีกหรือ เหนื่อยจากการไล่ตามคนที่ทำร้ายพระทัยท่านถึงเพียงนี้" เขาหยุดยืนเงียบ หัวเราะแผ่วเบา ก่อนนั่งลงข้าง ๆ โดยไม่รอให้นางอนุญาต "เหนื่อยแต่ก็ยังอยากเดินต่อ เพราะปลายทางคือเจ้า" "ยามนี้มีเพียงเราสองคน ยังมีพิธีรีตองอีกหรือ" นางเบือนหน้ามองเขา ดวงตานิ่งเรียบแต่ลึกในนั้นมีบางอย่างไหวว

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   แต่งงานใหม่

    ณ ตำหนักด้านใน หลี่ซืออวี้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างในอก ทั้งเบา สบายและอุ่นใจ แม้ยังไม่ได้เอ่ยวาจามากไปกว่านี้ แต่หัวใจก็ไม่ได้ต่อต้านอีกต่อไป ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างมั่นคง "ท่านแม่ แต่งตัวสวย ๆ ไว้นะ" "วันนี้มีอะไรกันอีก" เมื่อประตูเปิดออก เหล่านางกำนัลนับสิบคนกรูกันเข้ามาแต่งองค์ทรงเครื่องให้นางอย่างอ่อนโยน พร้อมยื่นชุดผ้าไหมสีขาวประดับลายมังกรเมฆทองไม่ใช่ชุดสามัญ แต่เป็นชุดเจ้าสาวของวังหลวง "เป็นพระราชบัญชาเพคะ วันนี้คือวันอภิเษกของพระองค์อย่างเป็นทางการ" หลี่ซืออวี้เบิกตาขึ้นเล็กน้อยเอ่ยคัดค้านอย่างงุนงง "อภิเษกอะไรกัน ข้าไม่รู้เรื่องมาก่อน พวกเจ้าจะทำอย่างนี้กับข้าไม่ได้นะ" นางกำนัลจึงอธิบายว่า "เหล่ากงกงแจ้งมาว่าเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ฮ่องเต้จึงจะประกาศราชโองการเพคะ" เสี่ยวไป๋ยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างพึงพอใจ ขฯะที่หลี่ซืออวี้หน้าตึงเพราะขัดพระบัญชาฮ่องเต้ไม่ได้ "มัดมือชกข้าชัด ๆ " "เรื่องมงคลเช่นนี้ท่านแม่ไม่ควรปฏิเสธนะขอรับ" ลานพระราชพิธี ท่ามกลางสายตาคนทั้งราชสำนัก ขุนนาง ข้าราชบริพาร นางกำนัลเหล่าทหารล้อมรอบลานพิธีที่ประดับด้วยผ้าไหมสีแด

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ทดสอบ

    ภายในท้องพระโรงหลังพิธีเฉลิมฉลองฟื้นฟูราชสำนักอีกหกเดือนต่อมา หลายเดือนมานี้หลี่ซืออวี้ยังรู้สึกว่านางไม่เป็นที่ชอบใจของขุนนางครึ่งวังหลวง เมื่อวันนี้มีโอกาสนางจึงทูลฮ่องเต้ถึงเรื่องนี้ เหล่าขุนนางมากหน้าหลายตานั่งอยู่ในตำแหน่งตามลำดับ บางคนยังมีสีหน้าขุ่นเคือง บางคนกระซิบกระซาบต่อกันถึง สตรีผู้อวดดี ที่กล้าท้าทายอำนาจวังหลวง หลงจิ่นเซวียนนั่งบนบัลลังก์ ท่าทางสงบนิ่ง แต่สายตาจับจ้องไปยังร่างของหญิงสาวในชุดเรียบง่ายสีอ่อนที่ยืนอยู่กลางท้องพระโรง นางคือหลี่ซืออวี้ นางเงยหน้าขึ้นพูดเสียงชัดกังวาน "ฝ่าบาท วันนี้หม่อมฉันมิได้มาในฐานะสตรีของท่านแต่มาในฐานะผู้ที่ไม่ได้ภักดีต่อใครนอกจากความจริง" เสียงกระซิบในหมู่ขุนนางเริ่มดังขึ้นทันที ขุุนนางคนหนึ่งฮึดฮัดเอ่ยขึ้น "สตรีผู้นี้บังอาจนัก! กล้าขึ้นเสียงกับฮ่องเต้เชียวหรือ!" หลี่ซืออวี้ปรายตามองอย่างไม่หวั่นไหว "ข้ารู้ว่าท่านทั้งหลายไม่ชอบข้า แต่หากไม่ใช่เพราะข้า ขุนนางกว่าครึ่งในที่นี้คงไม่มีโอกาสนั่งบนตำแหน่งเดิมอย่างสงบสุข" คำพูดนั้นทำให้บางคนชะงัก บางคนแสร้งไม่สบตา นางหันกลับมาหาฮ่องเต้ ที่นั่งนิ่งไม่พูด "ฝ่าบาท หม่อมฉันขอบททดสอบห

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ผลัดแผ่นดิน

    พระราชพิธีราชาภิเษกในท้องพระโรง ท้องพระโรงเต็มไปด้วยขุนนางผู้มาเฝ้ารับเสด็จฮ่องเต้ผู้ครองบัลลังก์องค์ใหม่ ท่ามกลางเสียงพิธีกรรมอันสง่างาม หลงจิ่นเซวียนได้กล่าวในพิธีอันเป็นมลคล "ข้าสาบานต่อหน้าสวรรค์และราษฎร ว่าจะปกครองบ้านเมืองด้วยความยุติธรรม สันติสุข และภักดีต่อราษฎรทุกคน" เสียงแซ่ซ้องและคำถวายพระพรดังสนั่น ทว่าดวงตาของฮ่องเต้แฝงความหนักแน่นและความคิดลึกซึ้ง ฮ่องเต้นั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังสวนพระราชวัง ด้านหลี่ซืออวี้ที่เตรียมตัวออกเดินทางนางหันไปมองลูกชายที่กำลังยิ้มสดใส "ข้าจะโตขึ้นด้วยตัวเอง แม้จะไม่อยู่ในวังหลวง" หลี่ซืออวี้และเสี่ยวไป๋สวมเสื้อผ้าธรรมดา เดินผ่านประตูใหญ่ของพระราชวังโดยไร้เงาของฮ่องเต้ ทั้งสองแม่ลูกก้าวออกไปสู่โลกภายนอก ท่ามกลางแสงแดดและลมพัดเบา ๆ เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่ที่เต็มไปด้วยความหวังและความฝัน ยามสายแสงแดดอ่อนอุ่นทอแสงบาง ๆ ขบวนม้ารถเล็ก ๆ เคลื่อนไปอย่างเงียบเชียบ หัวหน้าขบวนคือหลี่ซืออวี้กับเสี่ยวไป๋ในชุดสามัญ ทั้งคู่ไม่มีราชโองการ ไม่มีการอำลาอย่างเป็นทางการ ทันใดนั้น เสียงเกือกม้าดังขึ้นราวกับพายุ สายลมแรงกรูเข้ามาพร้อมร่างหนึ่

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ลมหายใจสุดท้าย

    กลางดึก เสียงเพรียกหวาดกลัวของสาวใช้ดังลั่นขณะที่เสี่ยวไป๋ถูกแบกเข้ามา เลือดซึมจากบาดแผลยาวบนสีข้าง หายใจรวยริน หลี่ซืออวี้ใบหน้าแข็งราวกับน้ำแข็ง "ออกไปให้หมด! เอายาห้ามเลือดมา แล้วปิดประตูให้แน่น" หลงจิ่นเซวียนยืนตัวแข็งอยู่ข้างประตู สายตาเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ขณะที่นางโน้มตัวเย็บแผลให้ลูกอย่างใจเย็นแต่มือสั่นเทา ริมฝีปากเม้มแน่น เงียบอยู่นาน ก่อนที่หลี่ซืออวี้จะพูดทั้งที่สายตายังจับจ้องที่แผล "ทำได้แม้กระทั่งเด็ก" หลงจิ่นเซวียนยืนยันหนักแน่นต่อหน้านาง "ข้าจะไม่ปล่อยให้นางลอบทำร้ายได้อีก ข้าจะส่งทหาร…" นางแทรกขึ้นทันที “เจ้ามันขี้ขลาด!” นางผุดลุกขึ้น หมุนตัวเผชิญหน้าเขา ดวงตากร้าวราวกับน้ำแข็งแตกกระจาย "ข้าไม่ใช่คนที่ต้องให้เจ้าปกป้อง แต่ลูกของข้าควรปลอดภัยในเขตของตัวเอง นี่น่ะหรือคือ อยู่ข้างข้าอย่างที่เจ้าพูด" "ข้าก็เจ็บไม่ต่างไปจากเจ้า นางเป็นแม่ของข้า ข้าพยายามเลือกทางที่ไม่ทำร้ายใคร" "แต่ข้าจะทำร้ายแล้ว! ฟังนะหลงจิ่นเซวียน ข้าไม่ใช่แม่พระ ข้าเคยเป็นนักฆ่า เคยเรียนวิชาพิษ เคยส่งคนตายโดยไม่ต้องเปื้อนมือ ข้าอดกลั้นเพื่อให้เจ้ามีศักดิ์ศรี แต่ครั้งนี้…" เสียงเงียบ

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ลอบสังหาร

    ห้องลับภายในตำหนักไทเฮายามค่ำ แสงเทียนส่องสลัวสะท้อนใบหน้าแก่ชราของไทเฮาที่ซีดเผือดเพราะโรครุมเร้า แต่ดวงตายังเต็มไปด้วยไฟแห่งความแค้นนางเอ่ยเสียงแหบพร่าแต่เด็ดขาด "ฆ่านางไม่ได้ ก็จงหั่นหัวลูกของนางเสีย" เสียงกึกของถ้วยชาตกลงพื้นเมื่อขันทีคนสนิทหน้าซีดเผือด พยายามทัดทาน "แต่เด็กคนนั้นคือ..." "ข้ารู้ว่ามันคือหลานข้า! แต่ข้าไม่เคยรับมัน! เด็กคนนั้นคือจุดอ่อนของนางหากทำให้มันเจ็บชีวิตนางก็จะต้องย่อยยับไปด้วย!" ภายในห้องเงียบงันไปชั่วครู่ ก่อนนางพูดเสียงแผ่วเย็นเฉียบ "ส่งคนในคราบนักเลงข้างนอกตำหนัก ทำให้ดูเหมือนอุบัติเหตุ อย่าให้สาวมาถึงข้าได้ เข้าใจหรือไม่" ขันทีกัดฟันพยักหน้า น้ำตาคลอเล็กน้อยอย่างจำยอม ลานหน้าตำหนักรองในเช้าวันถัดมา เสี่ยวไป๋วิ่งเล่นกับข้ารับใช้คนสนิท มือน้อยถือกังหันกระดาษหมุนตามลม เด็กชายหัวเราะเอิกเกริก ไร้เดียงสาต่ออันตรายที่ใกล้เข้ามา ในเงาของมุมกำแพง ชายชุดดำสามคนลอบเข้ามาเงียบเชียบ ดาบสั้นในมือแวววับอย่างน่ากลัว ก่อนที่พวกมันจะทันก้าวถึงร่างเล็ก เสียงคำรามหนึ่งดังขึ้นพร้อมเงาร่างสูงทะยานออกจากซุ้มไม้ไผ่ หลงจิ่นเซวียนส่งเสียงกร้าว "อย่าแตะต้องลูกข้า!

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ได้พบกัน

    ณ ตำหนักรองแห่งวังหลวงแคว้นต้าหลง แสงคบเพลิงไหวระริกสะท้อนเงาใบหน้าคมคายขององค์รัชทายาทหลงจิ่นเซวียน ผู้กำลังนั่งนิ่งอยู่หน้ารายงานลับจากองครักษ์เงาจดหมายร้อยเรียงด้วยลายมือสั่นเทา'เป็นนางจริง ๆ นางมิใช่เพียงหมอสามัญ แต่มีความสามารถในการล้วงความลับ ล่อหลอก และทำให้ข้าต้องเปิดเผยทุกอย่างโดยไม่ได้ต

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   โรงหมอเซียนลู่

    ยามเช้าของวันใหม่ หลี่ซืออวี้สวมชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย ข้างกายมีเสี่ยวไป๋เดินตามติดพร้อมถือถุงผ้าใส่ติดตัวอย่างสมุนไพร สองแม่ลูกเดินลัดเลาะไปยังทางตะวันออกของหมู่บ้าน ซึ่งเงียบสงบแต่ผู้คนสัญจรไม่ขาดสาย"ตรงนั้นหรือขอรับท่านแม่" เสี่ยวไป๋ชี้ไปยังเรือนไม้เก่าหลังหนึ่ง อยู่ริมทางที่มองเห็นลำธารเล็ก ๆ ไห

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   หมอพเนจร

    หลี่ซืออวี้ปลูกพืชสมุนไพรไว้หลากหลายชนิด ถึงเมืองหลวงฝั่งตะวันออกจะเงียบสงบคล้ายเขตชนบท ทว่ายารักษาโรคก็มีราคาแพงและยังขาดแคลน นางเปลี่ยนวิธีการโดยการออกรักษาคนป่วยตามบ้านโดยการเคาะประตูเสนอการรักษาในราคาไม่แพง หลี่ซืออวี้ยืนอยู่หน้าประตูไม้เก่าเคลือบฝุ่นของบ้านหลังหนึ่ง เสียงไอแหบแห้งลอดออกมาจากภ

  • หมอสาวนักฆ่ากลายเป็นมารดาเจ้าตัวแสบ   ความเจ็บปวดของหลงจิ่นเซวียน

    ข่าวต่าง ๆ แพร่ไปถึงวังหลวง "ทูลองค์รัชทายาท ขณะนี้ในเมืองหลวงมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นพะย่ะค่ะ" หลงจิ่นเซวียนหรี่ตาลง รอฟังการรายงานของราชองครักษ์ "ว่ามา" "ระยะนี้มีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น ขุนนางผู้มากอิทธิพลตายในหอนางโลมซึ่งหาตัวคนร้ายไม่พบ และกลุ่มเด็กขอทานมีขนาดใหญ่ขึ้นพะย่ะค่ะ" ในเมืองหล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status