Teilen

แหวนหยกแทนใจ

last update Veröffentlichungsdatum: 18.09.2026 11:50:38

บรรยากาศในค่ายทหารเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความหวาดระแวงและกระแสต่อต้านที่เคยคุกรุ่นอยู่ใต้ผิวน้ำได้สลายไปสิ้น ดุจหมอกที่ถูกแสงอาทิตย์ยามเช้าขับไล่ การกระทำของจ้าวหยางเจี้ยนในวันนั้นได้ซื้อใจเหล่าทหารอย่างหมดจด บัดนี้ทุกสายตาที่มองมายังหลินเฟยหรงเต็มไปด้วยความยำเกรงและเชื่อมั่น ทหารทุกนายปฏิบัติตามคำสั่งของนางอย่างเคร่งครัด การกักกันโรคและการแจกจ่ายยาเป็นไปอย่างราบรื่น

แต่ความราบรื่นนั้นต้องแลกมาด้วยการทำงานอย่างไม่หยุดพักของหลินเฟยหรง กระโจมพยาบาลกลายเป็นโลกทั้งใบของนาง กลางวันวุ่นวายอยู่กับการตรวจอาการผู้ป่วยใหม่ บัญชาการต้มยา และวิเคราะห์ตัวปรสิตจากน้ำตัวอย่าง กลางคืนก็ยังคงนั่งขีดเขียนอยู่ใต้แสงตะเกียง ศึกษาตำราแพทย์โบราณเพื่อหาวิธีถอนรากถอนโคนเชื้อโรคให้สิ้นซาก

“คุณหนูเจ้าคะ พักทานอะไรสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ นี่ก็เลยยามโหย่ว (17.00-18.59 น.) มานานแล้วนะเจ้าคะ”

เสี่ยวถิงยกถ้วยซุปร้อนๆ เข้ามาวางบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยม้วนกระดาษและสมุนไพรแห้ง กลิ่นหอมของไก่ตุ๋นโสมลอยฟุ้ง แต่คนทำงานกลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา

“วางไว้ตรงนั้นก่อน เดี๋ยวข้าจัดการเอง”

หลินเฟยหรงตอบเสียงแหบพร่า ดวงตาของนางยังคงจับจ้องอยู่ที่ตำราเบื้องหน้า ขอบตาคล้ำลึกบ่งบอกถึงการอดนอนติดต่อกันหลายคืน มือที่กำลังบดสมุนไพรในรางบดยาสั่นเทาเล็กน้อย

“แต่คุณหนู....”

“เสี่ยวถิง ข้าบอกว่าวางไว้ก่อน!”

นางตวาดเสียงดังขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เสี่ยวถิงสะดุ้งสุดตัว ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงไฟในตะเกียงที่ลั่นเปรี๊ยะ

หลินเฟยหรงถอนหายใจยาว นางวางสากบดยาลงแล้วนวดขมับของตัวเองเบาๆ

 “ข้าขอโทษ.... ข้าไม่ได้ตั้งใจ”

“บ่าวทราบเจ้าค่ะ” เสี่ยวถิงเสียงอ่อยลง น้ำตาคลอหน่วย “แต่บ่าวเป็นห่วงคุณหนูจริงๆนะเจ้าคะ ดูสิเจ้าคะ หน้าคุณหนูซีดยิ่งกว่ากระดาษเสียอีก”

หมอเฒ่าอู๋ซึ่งเดินเข้ามาในกระโจมพอดี เขาได้ยินบทสนทนาทั้งหมดจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันแต่แฝงความห่วงใย

“นางพูดถูก ร่างกายของท่านไม่ใช่เหล็กไหลนะอาจารย์หลิน หักโหมเช่นนี้ต่อไป ไม่ต้องรอให้ปรสิตมาคร่าชีวิตหรอก ท่านจะตายเพราะความดื้อรั้นของตัวเองเสียก่อน”

หลินเฟยหรงหันไปมองหมอเฒ่า

“ท่านหมออู๋ ท่านก็เห็นว่าสถานการณ์มันเร่งด่วนเพียงใด ข้าไม่มีเวลามาพักผ่อนหรอก”

“เวลา?” หมอเฒ่าเดินเข้ามาใกล้ ใช้หลังมืออังหน้าผากของนาง “ตัวท่านร้อนเป็นไฟเลยนี่! หากหมอคนสำคัญที่สุดล้มป่วยลงไปเสียก่อน แล้วใครจะรักษาเหล่าทหาร ใครจะรักษาท่านอ๋อง!”

คำว่า ‘ท่านอ๋อง’ ทำให้หลินเฟยหรงชะงักไปชั่วครู่ ภาพที่เขากระดกน้ำปนเปื้อนเข้าปากยังคงติดตา ภาพที่เขาฝากชีวิตคนทั้งกองทัพไว้ในมือนางยังคงก้องอยู่ในหู ความรับผิดชอบอันหนักอึ้งกดทับลงบนบ่าของนางอีกครั้ง

นางกัดริมฝีปากแน่น 

“ข้า...... ข้ายังไหว”

ร่างผอมบางอ่อนแรงพยายามจะลุกขึ้นยืนเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองยังแข็งแรงดี แต่ทันทีที่ขาทั้งสองข้างรับน้ำหนัก ภาพเบื้องหน้าก็พลันมืดดับ โลกรอบตัวหมุนคว้างอย่างรุนแรง เสียงร้องตกใจของเสี่ยวถิงและหมอเฒ่าอู๋ดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกล ก่อนที่สติทั้งหมดของนางจะจมลงสู่ความมืดมิด

ภายในกระโจมบัญชาการหลัก เสียงโต้เถียงดังลั่น นายพลหลายนายกำลังก้มลงมองแผนที่ขนาดใหญ่บนโต๊ะ ถกเถียงเรื่องการวางกำลังและการส่งเสบียงอย่างเคร่งเครียด โซ่วอ๋อง จ้าวหยางเจี้ยนยืนกอดอกฟังอยู่หัวโต๊ะ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่ดวงตากลับคมปลาบจับจ้องทุกรายละเอียดบนแผนที่

“เราไม่อาจเคลื่อนทัพได้หากยังไม่มั่นใจว่าโรคระบาดถูกควบคุมโดยสิ้นเชิง การส่งทหารที่อาจติดเชื้อออกไป ก็ไม่ต่างอะไรกับการส่งอาวุธชีวภาพไปให้ศัตรู!” นายพลจางทุบโต๊ะเสียงดัง

“แต่หากเรารอช้ากว่านี้ ทัพของเว่ยอ๋องอาจจะชิงลงมือก่อน!” นายพลหลี่โต้กลับ

“ท่านอ๋องทรงมีความเห็นว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”

ทุกสายตาจับจ้องมาที่จ้าวหยางเจี้ยน แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยคำใด ทหารสื่อสารคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในกระโจม คุกเข่าลงเสียงดัง

“ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องแล้วพ่ะย่ะค่ะ! คุณหนูหลิน.... คุณหนูหลินเป็นลมล้มพับไปแล้ว!”

สิ้นเสียงรายงาน บรรยากาศในกระโจมที่ตึงเครียดอยู่แล้วก็พลันเงียบสงัดราวกับป่าช้า จ้าวหยางเจี้ยนตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ไม่อาจปิดบัง

“การประชุมสิ้นสุดเพียงเท่านี้!”

เขาคำรามลั่น ทิ้งเหล่านายพลที่ยังคงตกตะลึงไว้เบื้องหลัง แล้วพุ่งทะยานออกจากกระโจมไปราวกับพายุ ครานี้ในใจของเขาไม่มีความโกรธเกรี้ยวเช่นตอนที่ช่วยนางจากกองไฟ มีเพียงความหวาดกลัวอันเยียบเย็นที่กัดกินหัวใจ.... กลัวว่าจะต้องเสียนางไปอีกครั้ง

เมื่อเขามาถึงกระโจมพยาบาล ก็เห็นหมอเฒ่าอู๋กำลังใช้เข็มเงินฝังตามจุดต่างๆ บนร่างของหลินเฟยหรงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงชั่วคราว เสี่ยวถิงร้องไห้จนตาบวมอยู่ข้างๆ

“นางเป็นอย่างไรบ้าง!”

จ้าวหยางเจี้ยนถามเสียงสั่น เขาทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง จับมือนางขึ้นมากุมไว้ มันเย็นเฉียบจนน่าใจหาย

หมอเฒ่าอู๋ถอนหายใจ

“กราบทูลท่านอ๋อง คุณหนูเพียงแค่ร่างกายอ่อนเพลียเกินขีดจำกัด จากการพักผ่อนไม่เพียงพอและทำงานหนักติดต่อกันหลายวัน ข้าได้ฝังเข็มเพื่อปรับสมดุลลมปราณแล้ว ที่เหลือก็แค่ต้องพักผ่อนและบำรุงร่างกายพ่ะย่ะค่ะ”

จ้าวหยางเจี้ยนพยักหน้ารับรู้ เขาลูบไล้หลังมือของเฟยหรงเบาๆ ใบหน้าของนางซีดเซียวปราศจากสีเลือด ริมฝีปากแห้งผาก มีรอยแตกเล็กน้อย เขาสั่งคนไปตามแพทย์หลวงอีกสองคนที่ติดตามทัพมาให้มาช่วยงานหมอเฒ่าอู๋ ก่อนจะหันไปสั่งเสี่ยวถิงด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

“ไปเตรียมน้ำอุ่นกับผ้าสะอาดมา ข้าจะเช็ดตัวให้นางเอง”

“แต่ท่านอ๋อง.....” เสี่ยวถิงอึกอัก “นี่เป็นงานของบ่าวนะเจ้าคะ”

“ออกไป”

เขาพูดเพียงสั้นๆ แต่แววตาที่มองมานั้นทำให้เสี่ยวถิงไม่กล้าขัดคำสั่งอีก นางรีบคำนับแล้วออกไปจัดเตรียมของตามที่เขาสั่งอย่างรวดเร็ว

ตลอดทั้งคืนนั้น จ้าวหยางเจี้ยนไม่ได้ขยับไปไหน เขาละทิ้งการบัญชาการรบทั้งหมด ละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงของคู่หมั้นพระราชทาน.... เขาบรรจงใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดเช็ดไปตามใบหน้า ลำคอ และแขนของนางอย่างแผ่วเบาที่สุด ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความทะนุถนอมราวกับกำลังสัมผัสสมบัติที่เปราะบางที่สุดในโลก ความร้อนจากไข้อ่อนๆ แผ่ซ่านผ่านผืนผ้ามายังฝ่ามือของเขา มันเป็นความร้อนที่ทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวด

แสงจันทร์นวลใยสาดส่องผ่านช่องเปิดของกระโจมเข้ามาอาบร่างของคนที่หลับใหลอยู่บนเตียง จ้าวหยางเจี้ยนมองใบหน้าของหลินเฟยหรง ความรู้สึกผิดและรักใคร่ท่วมท้นอยู่ในอก เขาปล่อยให้นางแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว ปล่อยให้นางทำงานหนักจนล้มป่วยเช่นนี้ได้อย่างไร

เขาล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบถุงผ้าไหมเล็กๆ ที่พกติดตัวเสมอออกมา ภายในนั้นมีแหวนหยกสีเขียวมรกตวงหนึ่ง มันเป็นหยกโบราณเนื้อดี สลักเป็นรูปพยัคฆ์คำรามอย่างทรงอำนาจและประณีต นี่คือแหวนประจำราชวงศ์ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น มอบให้แก่พระชายาโซ่วอ๋องเพียงผู้เดียว

จ้าวหยางเจี้ยนกุมมือข้างซ้ายของสตรีผู้หลับใหลขึ้นมาอย่างนุ่มนวล นิ้วของหลินเฟยหรงเรียวยาวและขาวซีด แต่กลับมีร่องรอยด้านแข็งจากการจับเข็มและบดยา เขามองร่องรอยเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ก่อนจะบรรจงสวมแหวนหยกวงนั้นลงบนนิ้วนางของนางอย่างเชื่องช้า

แหวนหยกเย็นเฉียบกระทบกับผิวพรรณขาวละเอียด ขนาดของมันพอดีกับนิ้วหญิงสาวอย่างน่าประหลาด ราวกับถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน

“จากนี้ไป ข้าจะไม่ให้เจ้าต้องต่อสู้เพียงลำพังอีกแล้ว เฟยหรง”

เขากระซิบเสียงแผ่วเบา ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่แหวนวงนั้นอย่างแผ่วเบา เป็นดั่งคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับหัวใจของตนเอง

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดยามเช้าที่ลอดเข้ามาทำให้หลินเฟยหรงขยับตัว เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้น ความรู้สึกแรกคือความเย็นสบายบนหน้าผาก และความรู้สึกหนักที่มือซ้าย นางกะพริบตาหลายครั้งเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสง ก่อนจะมองเห็นภาพรางๆ ของคนที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียง

จ้าวหยางเจี้ยนนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ ฟุบหน้าลงกับแขนที่วางพาดอยู่บนขอบเตียง ชุดเกราะหนักอึ้งถูกถอดออกไปแล้ว เหลือเพียงอาภรณ์ชั้นในสีเข้มที่ยับยู่ยี่ เส้นผมบางส่วนหลุดลุ่ยลงมาปรกใบหน้ายามหลับที่ดูอ่อนล้าแต่สงบนิ่ง เขายังคงกุมมือนางไว้ไม่ปล่อย

หลินเฟยหรงรู้สึกว่าไข้อาการปวดหัวทุเลาลงไปมากแล้ว นางพยายามจะขยับมือ แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกถึงวัตถุแข็งเย็นที่สวมอยู่บนนิ้ว

นางก้มลงมอง....

แหวนหยกสลักลายพยัคฆ์สะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกายงามจับตา มันสวมอยู่นิ้วนางข้างซ้ายของตนเองอย่างพอดิบพอดี หัวใจของหลินเฟยหรงกระตุกวูบ ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นปราดจากปลายนิ้วขึ้นมาสู่หัวใจอย่างรวดเร็ว

นางมองใบหน้ายามหลับของเขา สลับกับแหวนบนนิ้วของตนเอง ความหมายของการกระทำนี้ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดนับพันคำ นางค่อยๆ พลิกมือแล้วใช้นิ้วของตนกอบกุมมือใหญ่ไว้อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่โซ่วอ๋องก็ยังไม่ตื่นจากนิทรา

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • หมอหญิงหัตถ์เทวะพลิกชะตาจวนแม่ทัพ   สายลับและยาพิษที่ถูกช่วงชิง

    เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียงเปลี่ยนไปเล็กน้อย จ้าวหยางเจี้ยนขยับตัวเปลือกตาไหวระริกก่อนจะลืมขึ้นช้าๆ แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านผ้าใบกระโจมเข้ามาทำให้เขาต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย สิ่งแรกที่เขารู้สึกคือความอบอุ่นที่ปลายนิ้ว เมื่อก้มลงมองก็พบว่ามือน้อยๆ ของหลินเฟยหรงกำลังกอบกุมมือของเขาอยู่เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่สวยที่มองอยู่ก่อนแล้ว นางไม่ได้หลับ แต่ตื่นอยู่นานแค่ไหนแล้วเขาก็มิอาจรู้ได้ ในดวงตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความอ่อนเพลียหลงเหลืออยู่ มีเพียงความสงบนิ่งและประกายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ“ตื่นแล้วหรือ” นางเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาเขาไม่ได้ตอบเป็นคำพูด เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ สายตาของเขาทอดมองไปยังแหวนหยกบนนิ้วนางข้างซ้ายของนาง ซึ่งบัดนี้ถูกมือของเขาและนางกุมทับไว้อีกชั้นหนึ่ง“ข้า……” เขาเริ่มพูด แต่ก็ไม่รู้จะกล่าวอะไรต่อดีหลินเฟยหรงยิ้ม นางขยับนิ้วโป้งลูบไล้หลังมือหยาบกร้านของเขา “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น”ความเงียบที่โรยตัวลงมาระหว่างคนทั้งสองไม่ได้น่าอึดอัด แต่กลับอบอวลไปด้วยความเข้าใจที่ไม่ต้องการคำอธิบายใดๆ อีก แหวนหยกวงนั้นเป็นดั่งคำมั่นสัญญาที่หนักแน่

  • หมอหญิงหัตถ์เทวะพลิกชะตาจวนแม่ทัพ   แหวนหยกแทนใจ

    บรรยากาศในค่ายทหารเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความหวาดระแวงและกระแสต่อต้านที่เคยคุกรุ่นอยู่ใต้ผิวน้ำได้สลายไปสิ้น ดุจหมอกที่ถูกแสงอาทิตย์ยามเช้าขับไล่ การกระทำของจ้าวหยางเจี้ยนในวันนั้นได้ซื้อใจเหล่าทหารอย่างหมดจด บัดนี้ทุกสายตาที่มองมายังหลินเฟยหรงเต็มไปด้วยความยำเกรงและเชื่อมั่น ทหารทุกนายปฏิบัติตามคำสั่งของนางอย่างเคร่งครัด การกักกันโรคและการแจกจ่ายยาเป็นไปอย่างราบรื่นแต่ความราบรื่นนั้นต้องแลกมาด้วยการทำงานอย่างไม่หยุดพักของหลินเฟยหรง กระโจมพยาบาลกลายเป็นโลกทั้งใบของนาง กลางวันวุ่นวายอยู่กับการตรวจอาการผู้ป่วยใหม่ บัญชาการต้มยา และวิเคราะห์ตัวปรสิตจากน้ำตัวอย่าง กลางคืนก็ยังคงนั่งขีดเขียนอยู่ใต้แสงตะเกียง ศึกษาตำราแพทย์โบราณเพื่อหาวิธีถอนรากถอนโคนเชื้อโรคให้สิ้นซาก“คุณหนูเจ้าคะ พักทานอะไรสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ นี่ก็เลยยามโหย่ว (17.00-18.59 น.) มานานแล้วนะเจ้าคะ”เสี่ยวถิงยกถ้วยซุปร้อนๆ เข้ามาวางบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยม้วนกระดาษและสมุนไพรแห้ง กลิ่นหอมของไก่ตุ๋นโสมลอยฟุ้ง แต่คนทำงานกลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา“วางไว้ตรงนั้นก่อน เดี๋ยวข้าจัดการเอง”หลินเฟยหรงตอบเสียงแหบพร่า ดวงตาของนางยังคงจับ

  • หมอหญิงหัตถ์เทวะพลิกชะตาจวนแม่ทัพ   ปรสิตลี้ลับ

    สองวันผ่านไป กลิ่นสมุนไพรฉุนเข้มข้นและควันจากเตาต้มยาก็เข้าแทนที่กลิ่นคาวเลือดและดินปืนในค่ายทหาร กระโจมพยาบาลเดิมถูกขยายพื้นที่ออกไปสามเท่า มีการขึงเชือกป่านเส้นหนากั้นเป็นอาณาเขตหวงห้ามโดยเด็ดขาด ทหารยามในชุดเกราะเบาแต่พกอาวุธครบมือยืนเฝ้าทุกทางเข้าออกอย่างแน่นหนา สีหน้าของทุกคนเคร่งเครียดและระแวดระวังนี่คือศูนย์บัญชาการแพทย์เฉพาะกิจที่หลินเฟยหรงจัดตั้งขึ้นด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จที่จ้าวหยางเจี้ยนมอบให้ ทหารที่มีอาการป่วย ไม่ว่าจะน้อยหรือมาก จะถูกนำตัวมาคัดกรองและกักกันโรคที่นี่ทันที“คุณหนูเจ้าขา ยาหม้อที่สิบแปดได้ที่แล้วเจ้าค่ะ”เสี่ยวถิงวิ่งกระหืดกระหอบมารายงาน ใบหน้าของเด็กสาวมีเหงื่อซึมแต่แววตากลับมุ่งมั่น นางวางถาดไม้ลงบนโต๊ะทำงานชั่วคราวที่เต็มไปด้วยม้วนตำราและตัวอย่างสมุนไพรหลินเฟยหรงซึ่งกำลังบดสมุนไพรในรางหินอ่อนไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง นางเพียงพยักหน้ารับ“เอาไปให้คนไข้ที่เตียงสิบสองดื่ม เขาเริ่มมีไข้ต่ำๆ ตั้งแต่เมื่อเช้า จับตาดูอาการเขาให้ดี”“เจ้าค่ะ”“เสี่ยวถิง” เฟยหรงเรียกไว้ก่อนที่เด็กสาวจะทันหมุนตัวกลับ “ทหารที่ชื่ออาฟงเป็นอย่างไรบ้าง”สีหน้าของเสี่ยวถิงสลดลงทันที“อาการทร

  • หมอหญิงหัตถ์เทวะพลิกชะตาจวนแม่ทัพ   สมรภูมิแรก

    เสียงไม้แตกกระจายและเสียงร้องโหยหวนดังแทรกเข้ามาในม่านควันหนาทึบ ร่างสูงในชุดเกราะสีเงินทะลวงผ่านเปลวเพลิงเข้ามาดุจพยัคฆ์ร้าย เสี้ยววินาทีที่สบตากัน หลินเฟยหรงแทบจะลืมวิธีหายใจ จ้าวหยางเจี้ยนไม่กล่าววาจาใด ดวงตาคมกริบของเขาสะท้อนเงาอัคคีที่ลุกโชน เต็มไปด้วยความเดือดดาลและตื่นตระหนกที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนเขากระชากกระสอบข้าวสารที่ทับขานางอยู่โยนทิ้งไปราวกับมันเป็นเพียงเศษฟางเบาหวิว จากนั้นจึงช้อนร่างหญิงสาวขึ้นอุ้มไว้ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่ง กลิ่นไหม้และกลิ่นเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เขาก้าวฝ่ากองไฟที่ยังลุกไหม้ออกมาจากซากรถม้าอย่างไม่แยแสสะเก็ดไฟที่กระเด็นมาโดนชุดเกราะของตนเมื่อพ้นจากอันตราย เขาวางนางลงบนพื้นดินที่ปลอดภัยอย่างระมัดระวัง แต่ไม่ได้อ่อนโยนนัก มือใหญ่ของเขายังคงจับต้นแขนของนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บีบจนนางต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ“ท่าน......”“หุบปาก” เขาตัดบทเสียงเย็นเฉียบ น้ำเสียงนั้นปราศจากความอบอุ่นที่คุ้นเคย มีเพียงความเกรี้ยวกราดที่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างถึงที่สุด เขาหันไปตะโกนสั่งทหารที่กำลังต่อสู้กับกลุ่มโจรที่เหลืออยู่ “จัดการให้สิ้นซาก! อย่าให้เหลือรอดไปแม้แต่คนเดียว!

  • หมอหญิงหัตถ์เทวะพลิกชะตาจวนแม่ทัพ   ขบวนรถเสบียง

    เสียงเกราะกระทบกันดังกราวเกรียวอยู่ด้านนอก ลานกว้างของจวนแม่ทัพบัดนี้อัดแน่นไปด้วยทหารม้าในชุดเกราะเต็มยศและม้าศึกที่ส่งเสียงร้องอย่างคึกคะนอง ธงใหญ่ลายพยัคฆ์คำรามโบกสะบัดรุนแรงตามแรงลม สะท้อนความเร่งรีบและตึงเครียดของสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี จ้าวหยางเจี้ยนในชุดเกราะสีเงินขัดมันวาววับ กำลังยืนสั่งการอยู่กลางลานด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ ทุกคำสั่งของเขาเด็ดขาดและชัดเจน ทหารทุกนายเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงราวกับเป็นอวัยวะส่วนเดียวกันหลินเฟยหรงยืนมองภาพนั้นจากระเบียงทางเดิน นางกำมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ชุดผ้าไหมเนื้อดีที่สวมอยู่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเครื่องพันธนาการ คำสั่งของเขาเมื่อคืนยังคงก้องอยู่ในหู ‘ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด จนกว่าข้าจะกลับมา’ เป็นคำสั่งที่เต็มไปด้วยความห่วงใย แต่สำหรับนาง มันคือโซ่ตรวนที่ไร้เหตุผลนางสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นดินปืนจางๆ และกลิ่นเหงื่อของม้าลอยมาตามลม นางตัดสินใจแล้ว นางเดินลงจากเรือน ตรงไปยังใจกลางของความวุ่นวายนั้น ทหารยามพยายามจะขวางทาง แต่นางไม่สนใจ พวกเขาไม่กล้าใช้กำลังกับว่าที่พระชายาของโซ่วอ๋อง ทำได้เพียงหลีกทางให้อย่างนอบน้อม“โซ่วอ๋องเพคะ”เสียงเรียกของ

  • หมอหญิงหัตถ์เทวะพลิกชะตาจวนแม่ทัพ   คลื่นมหาชน

    เสียงจอแจอึกทึกดังลอดบานประตูไม้หนาทึบของจวนแม่ทัพเข้ามาไม่ขาดสาย ราวกับคลื่นมหาชนที่โหมกระหน่ำซัดสาดเข้าใส่กำแพงหินอย่างบ้าคลั่ง เป็นเช่นนี้มาหลายรุ่งสางแล้วนับตั้งแต่งานเลี้ยงในวังหลวงครั้งนั้นข่าวลือเดินทางเร็วกว่าสายลม มันเล่าขานถึงสตรีงดงามนามหลินเฟยหรง ว่าที่พระชายาของโซ่วอ๋อง ผู้มีหัตถ์เทวะ สามารถชุบชีวิตแม่ทัพใหญ่จากเงื้อมมือพญายม และสยบพิษร้ายที่แม้แต่หมอหลวงยังส่ายหน้า จากปากต่อปาก เรื่องราวถูกแต่งเติมสีสันจนเกินจริง กลายเป็นว่านางคือเทพธิดาจำแลงมาโปรดสัตว์โลกผลลัพธ์คือภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า…. ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแห่แหนกันมายังหน้าจวนแม่ทัพ บ้างป่วยหนัก บ้างเจ็บเรื้อรัง บ้างก็เพียงแค่อยากยลโฉมหมอหญิงเทวดาในตำนาน พวกเขานั่งๆ นอนๆ ปักหลักกันจนถนนหน้าจวนที่เคยสง่างาม บัดนี้ไม่ต่างอะไรกับตลาดนัดคนป่วยขนาดย่อมจ้าวหยางเจี้ยนยืนกอดอก มองภาพนั้นจากบนเชิงเทินกำแพง คิ้วหนาขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ ลมยามเช้าพัดปอยผมของเขาให้ปลิวไสว แต่แววตาคมกริบยังคงจับจ้องไปยังฝูงชนเบื้องล่างไม่วางตา“ข้าไม่เห็นด้วย” เขากล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจเด็ดขาด “มันอันตรายเกินไป เจ้าไม่รู

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status