LOGINในระหว่างที่ผมกำลังดื่มเหล้าอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อระบายความหงุดหงิดในใจ แต่แล้วก็มีเสียงเรียกเข้าที่ทำให้ผมหลุดยิ้มขึ้นมาได้ เธอคือผู้หญิงที่ผมรัก ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆผม และคอยเป็นห่วงผมเสมอมา
ครืด ครืด ครืด “ครับ...น้องดรีม” “ฮึกๆ ฮื่อออ พี่ภูมิฮื่อๆๆ น้องดรีมรักพี่ภูมิ น้องดรีมเสียใจที่พี่แต่งงานกับพี่นัน ทำไมค่ะ ทำไมไม่เป็นน้องดรีม พี่ภูมิทำไมใจร้ายกับน้องดรีมแบบนี้” เท่าที่ฟังเสียงเหมือนน้องกำลังจะเมาและเสียงเพลงที่ดังขนาดนี้เดาได้ไม่อยากว่าน้องต้องอยู่ที่ผับแน่นอน แต่เพราะเธอไม่เคยไปในที่แบบนี้ มันทำให้ผมเป็นห่วง เพราะยัยนั้นคนเดียวทำให้น้องดรีมต้องไปในที่ที่อันตรายแบบนี้ “น้องดรีมตั้งสติก่อนนะแล้วฟังพี่นะครับ บอกพี่มา ตอนนี้น้องดรีมอยู่ที่ไหน เดี๋ยวพี่จะไปรับนะครับคนดีของพี่” “ไม่ค่ะ น้องดรีมไม่บอก พี่ภูมิไม่รักน้องดรีมแล้ว ถ้ารักกันจริงพี่ภูมิจะไม่ทำร้ายจิตใจน้องดรีมแบบนี้ น้องดรีมไม่บอก ฮึกๆๆ ถึงน้องดรีมบอกไปพี่ก็มาไม่ได้อยู่ดี ฮื่อๆ” “โธ่ คนดีของพี่...อย่าดูแบบนั้นสิ น้องดรีมก็รู้ว่าพี่รักน้องดรีม ที่พี่ต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นมันเป็นเพราะแผนการของเธอ พี่ไม่ได้รักเธอเลย คนที่พี่รักคือน้องดรีมคนเดียวนะครับ” “พี่ภูมิพูดจริงใช่ไหม ไม่ได้หลอกกันใช่ไหมคะ” “พี่ไม่เคยโกหก น้องดรีมก็รู้.... ตอนนี้พี่กำลังจะไปหาน้องดรีม ขอร้องละ บอกพี่มาเถอะตอนนี้น้องอยู่ที่ไหน พี่เป็นห่วงจะแย่อยู่แล้ว” “พี่จะมาจริงๆ ใช่ไหมพี่ไม่ได้โกหกน้องดรีมใช่ไหมคะ” “จริงสิครับ พี่กำลังจะออกไป” “น้องดรีมอยู่ผับเอ็มค่ะ พี่ภูมิรีบมานะ น้องดรีมจะรอ” “ครับ” เมื่อคุยกับชายหนุ่มเสร็จหญิงสาวที่ทำตัวใส่ซื่อเมื่ิอกี้ก็หันไปยักคิ้วให้เพื่อนสาวของตัวเองอย่างมะปราง เป็นการบอกกลายๆ ว่าแผนการของเธอสำเร็จ “แกนี่สุดยอดมากๆ เลยวะดรีม..... ทำให้พี่ภูมิทั้งหลงทั้งเชื่อได้ขนาดนี้” “ฉันจะถือว่าแกชมละกันนะ... ฮ่าๆๆ ก็ช่วยไม่ได้ฉันต้องได้ทุกอย่างที่เป็นของนังนันมาให้หมด ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนฉันก็จะทำ มันจะไม่มีวันมีความสุขหรือได้ดีไปกว่าฉัน” “เฮ้ออ...พูดถึงก็น่าสงสารพี่สาวแกเหมือนกันนะเว้ย.... โดนคนเป็นสามีหมาดๆ ทิ้งให้อยู่คนเดียว แถมยังเป็นคืนเข้าหออีก ปานนี้คงจะร้องไห้ไปแล้วมั้ง” “ฮ่าๆๆ นี่แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ มันต้องตรอมใจตายจากคนที่มันรัก มันจะได้รู้ไงว่าต่อให้มันได้แต่งงานกับพี่ภูมิไป มันก็ได้แค่ตัวเท่านั้นแหละ" “นี่ยัยดรีม ฉันสงสัยจริงๆ อยากถามหลายรอบล่ะแต่ก็ลืม... ในเมื่อแกก็รักพี่ภูมิเหมือนกัน ทำไมถึงยอมให้เขาแต่งงานกับพี่สาวของแกล่ะ ส่วนแกจะกลายเป็นเมียน้อยนะเว้ย" “หึ.... เป็นเมียน้อยที่ผัวเขารัก ดีกว่าเป็นเมียทะเบียนที่ผัวไม่เอานะเว้ย.... ที่ฉันลงทุนทำขนาดนี้เพื่อความสะใจล้วนๆไงล่ะยัยปราง ถ้าฉันแต่งงานกับพี่ภูมิมันแค่เจ็บปวดแป๊บเดียวนะสิ แต่ถ้าให้มันแต่งงานกับพี่ภูมิไป แล้วโดนพี่ภูมิเกลียดและรังเกียจอีกมันจะเป็นยังไง....ก็เหมือนตายทั้งเป็น แถมพี่ภูมิยังออกตัวดูแลปกป้องฉันอีกแกคิดว่านังนันมันจะมีความสุขไหมล่ะ!! หึ.. มันจะได้เจ็บปวดทุกวันๆๆ จากการโดนคนที่ตัวเองรักทำร้าย สุดท้ายฉันก็จะเชียร์ให้พี่ภูมิขอหย่ากับมัน แกคิดดูสิยัยปรางแค่คิดก้สนุกล่ะ" “เพื่อนฉันนี่มันสุดยอดจริงๆ” มะปรางยกนิ้วโป้งให้เพื่อนสาวของตัวเองเพื่อเป็นการเยินยอ “แน่นอน เออมะปรางนี่ก็ใกล้เวลาที่พี่ภูมิจะมาถึงล่ะแกหลบไปก่อนไป ฉันอยากให้เขาเข้ามาเห็นว่าฉันมาคนเดียว แล้วแกก็ช่วยถ่ายรูปตอนที่ฉันอยู่กับพี่ภูมิด้วยนะ ฉันจะส่งไปให้นังนันมันดู" “ได้เลยจ้ะเพื่อนรัก” เมื่อผมรู้ว่าน้องอยู่ที่ไหนและน้องยังเมาอีก ผมรีบวางแก้วเหล้าในมือทันที เพราะตอนนี้ผมเป็นห่วงน้องมาก ยิ่งอยู่ในสถานที่แบบนั้นด้วยยิ่งน่าเป็นห่วง “พวกมึงกูไปก่อนนะ จะไปรับน้อง ดรีม” หลังจากที่ลาเพื่อนสองคน ผมก็รีบสาวเท้าไปอย่างไวเพราะกลัวน้องจะเป็นอันตราย โชคที่ผับของผมและผับที่น้องไปอยู่เส้นทางเดียวกัน ทำให้ไม่เสียเวลาในการเลี้ยวรถ ลับหลังของภูมิเพื่อนอย่างแดนไทและสิงหาหันมองหน้ากันและส่ายหัวให้กับความเป็นห่วงจนเกินเหตุของเพื่อนตัวเอง และเท่าที่พวกเขาเห็นดรีมไม่ได้ใสซื่อ ขนาดนั้น ดูเธอพยายามทำมากกว่า “กูถามจริงมันดูไม่ออกขนาดนั้นเลยหรอวะไอ้แดน..!! คิดว่าดรีมยังเด็กอยู่หรือไง หึ... มีอย่างที่ไหนโทรมาหาคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่เขยให้มารับตัวเอง คนดีดีเขาไม่ทำกันหรอก ส่วนไอ้ภูมิถ้ามันจะรักดรีมขนาดนี้นะ ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่ขอคบเป็นแฟนกันว่ะ จะได้จบๆ” “อย่าว่าแต่มึงเลยไอ้สิงกูก็งงกับมันเหมือนกัน.... ถ้ารักและเป็นห่วงขนาดนั้นทำไมไม่ทำให้ชัดเจนไปเลย” “มึงว่าถ้าไอ้ภูมิมันรู้ว่าดรีมที่มันปกป้องนักปกป้องหนาไม่ได้ใสซื่อและเรียบร้อยอ่อนหวานอย่างที่คิด... มันจะเป็นยังไงวะ!!” “หึ....มันก็คงไม่เชื่อเหมือนเดิม ก็เหมือนที่มาเราพยายามบอกนั้นแหละ” ที่แดนไทกล้าพูดแบบนี้ เพราะเคยมีครั้งหนึ่งที่เขากับสิงหาบังเอิญไปเจอดรีม และสิ่งที่เขาสองคนเห็นมันช่างต่างจากที่ไอ้ภูมิเคยพูดไว้ เหมือนหน้ามือเป็นหลังมือเลย สิ่งที่เด็กคนนั้นแสดงออกต่อหน้าไอ้ภูมิมันไม่จริงเลยสักนิด เหมือนเธอกำลังแสดงละครเป็นคนดี เป็นเด็กเรียบร้อย ใสซื่อ แต่พอพวกเขามาบอกมัน สิ่งที่ได้รับจากเพื่อนตัวเองคือ... พวกมึงตาฝาดแน่นอนเพราะน้องดรีมไม่ใช่คนแบบนั้น กูขอร้องละพวกมึงอย่าอคติกับน้องได้ไหม แค่นี้น้องก็น่าสงสารมากพอแล้ว แค่นั้นไม่พอมันยังไม่เชื่อในสิ่งที่พวกเขาบอกอีก กลายเป็นว่าสิ่งที่เขากับไอ้สิงห์บอกไปเป็นการใส่ร้ายผู้หญิงคนนั้น ทั้งๆที่พวกเขาหวังดีกับมันแท้ๆ นับตั้งแต่วันนั้นเราสองคนก็ไม่เคยบอกหรือพูดเรื่องของดรีมอีกเลย “เฮ้อ... เรามาดื่มต่อดีกว่า คุยเรื่องมันแล้วปวดหัววะ..... เรื่องของมันให้มันจัดการเอาเองเถอะ ในเมื่อเราเองก็พยายามบอกพยายามเตือนมันแล้ว ในฐานะเพื่อนเราก็ทำได้แค่นี้แหละ” หลังจากนั้นทั้งสองคนก็นั่งดื่มกันจนดึก โดยไม่คิดจะโทรถามเพื่อนตัวเองว่าเป็นยังไง เพราะพวกเขาไม่อยากก้าวก่ายเรื่องของมันไปมากกว่านี้หลังจากวันนั้นที่เธอไปบ้านสวน ทุกวันนี้เรียกได้ว่าทุกๆ อาทิตย์เธอกับพี่ภูมิจะไปพักผ่อนที่นั่นตลอด เพราะมันทำให้รู้สึกดีและสดชื่นมากๆ ส่วนคุณย่าว่างเมื่อไรก็จะไปเกือบทุกครั้ง เพราะท่านเองก็ชอบบรรยากาศที่นั่นเช่นกัน ยิ่งมีมุมจิบชาส่วนตัวท่านก็ยิ่งชอบ “นันครับมาช่วยพี่เลือกแบบบ้านหน่อยสิครับ” ตอนนี้ผมอยู่ห้องรับแขกและกำลังเรียกภรรยาสุดสวยที่กำลังแต่งตัวอยู่ในห้องนอน เพื่อมาเลือกแบบบ้านของเรา “บ้านอะไรหรอค่ะ หญิงสาวเดินเข้าไปหาผู้เป็นสามี ร่างตุ้ยนุ้ย ท่าทางการเดินเหมือนนกแพนกวินเรียกรอยยิ้มจากคนเป็นสามีได้เป็นอย่างดี “มานั่งบนตักพี่เร็ว” “หนักนะคะ ไหวหรอ” “ฮ่าๆๆ ไหวสิครับ มาเลือกบ้านของเรากันเถอะ” “พี่ภูมิจะซื้อหรอค่ะ” เธอหันไปห้ามเขาด้วยความสงสัย “ใช่ครับพี่อยากจะซื้อบ้านสักหลัง บ้านที่เป็นของเราเอง” “แล้วเรือนหอที่คุณพ่อคุณแม่ซื้อให้ละคะ เรือนหอหลังนั้นยังไม่เคยไปอยู่เลย” “พี่ขายไปแล้วครับ มันเป็นของขวัญจากคุณพ่อคุณแม่ก็จริง แต่เราไม่เคยไปอยู่ที่นั่น และตอนนั้นที่เราแต่งงานกันเพราะเหตุผลบางอย่าง แต่ตอนนี้เราอยู่ด้วยกันเพราะความรัก ดังนั้นบ้านที่จะเป็นของเรามันต้องเกิดจากความ
หลังจากที่เธอคุยกับพ่อเสร็จ ก็ชวนกันออกมาข้างนอก เพราะเธอรู้ว่าเมื่อสักครู่ทุกคนตั้งใจเปิดโอกาสให้เธอได้อยู่กับพ่อ “อยู่ทานข้าวกับพ่อก่อนนะลูก” เราไม่ได้ทานข้าวด้วยกันมานานแล้ว” “ได้สิคะ” “ตาภูมิพ่อขอบคุณเรามากๆเลยน่ะที่วันนี้พาน้องมาหาพ่อ ขอบคุณที่ทำให้พ่อกับน้องได้มีโอกาสแบบนี้อีกครั้งและขอบคุณที่เราดูแลน้องมาอย่างดี “ผมยินดีครับคุณพ่อ ตอนนี้สิ่งที่ผมอยากทำมากที่สุดคือทำให้นันมีความสุขในทุกๆวันครับ” ฟรึ่บ....!! “จะทำอะไรละตาภูมิ” ตอนนี้ผมลงไปนั่งบนพื้นตรงหน้าท่าน ทำให้ทุกคนต่างก็ตกใจกับการกระทำของผม แต่ผมคิดดีแล้วครับ ว่าผมควรให้เกียรติทั้งนันและพ่อของเธอ “ผมจะขอขมาคุณพ่อครับ ที่ผ่านมาผมทำร้ายจิตใจของนันมาโดยตลอดและบังคับนันสารพัด การกระทำของผมมันเลวมาก วันนี้ผมอยากขอโทษที่เคยทำร้ายลูกสาวของคุณพ่อครับ” ตอนนี้ผมกำลังขอขมาพ่อของนันอีกคน เพราะยังไงท่านก็เป็นพ่อของคนที่ผมรักดังนั้นผมควรทำสิ่งนี้เพื่อให้เกียรติคนที่ผมรักด้วย “ในเมื่อนันให้อภัยภูมิแล้ว พ่อเองก็เช่นกัน พ่อให้อภัยเราน่ะ ที่ผ่านมาไม่ใช่แค่เราที่ทำร้ายนัน แต่พ่อเองก็ทำร้ายนันเหมือนกัน ดังนั
“นี่มันอะไรกันค่ะป้าพร” เมื่อเธอก้าวเข้ามาในบ้านสิ่งแรกที่เธอตกใจคือในบ้านมีแต่รูปภาพของเธอเต็มไปหมด รูปใหญ่กลางบ้านเป็นรูปของครอบครัวที่ถ่ายเมื่อตอนที่เธอเพิ่งคลอดมีเราสามคนพ่อแม่ลูกและคุณย่าอยู่ด้วยกัน ในภาพทุกคนยิ้มอย่างมีความสุข และมีรูปของเธอกับคุณแม่ที่เราเคยถ่ายก่อนที่ท่านจะเสียอีกหลายๆรูป “รูปของคุณหนูกับคุณผู้หญิงไงคะ สวยไหมค่ะ คุณผู้ชายตั้งใจทำมากเลยนะคะ” “ทำไมต้องติดรูปของนันเยอะขนาดนี้ด้วยค่ะ รูปพวกนี้ไปเอามาจากไหนกัน” “คุณท่านไปเอาที่บ้านคุณหญิงมาค่ะ ท่านแอบไปเอามาแล้วก็เอาไปอัดเก็บไว้เยอะมากๆ และสั่งให้พวกเราไปใส่กรอบเพื่อจะเอามาแปะผนังบ้าน ท่านบอกว่าบ้านหลังนี้คือบ้านของคุณหนูและให้พวกเราทุกคนเตรียมความพร้อมเสมอ เผื่อวันใดที่คุณหนูมาที่นี่จะได้พร้อม และที่สำคัญคุณผู้ชายติดรูปคุณหนูไว้ เพราะกลัวว่าวันหนึ่งถ้าตัวเองแก่ลงจะจำหน้าคุณหนูไม่ได้ค่ะ “ฮื่อๆๆๆ ทำไมคุณพ่อต้องทำขนาดนี้ด้วย” ตอนที่เธอเห็นภาพเหล่านั้น น้ำตาเธอก็ไหลลงมาแล้ว ยิ่งได้ฟังในสิ่งที่ป้าพรบอกก็ยิ่งทำให้เธอกลั้นเสียงร้องไม่ได้เลย ที่ผ่านมาเธอไม่เคยรู้เลยว่าพ่อทำเพื่อเธอข
หลังจากที่ไปเยี่ยมแม่เสร็จแล้ว พี่ภูมิก็พาฉันมาที่บ้านหลังหนึ่ง ตัวบ้านเป็นสีขาวสวยสะอาดตา รอบๆเต็มไปด้วยดอกไม้ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น มันคือบ้านสวนของพ่อเธอเองเป็นครั้งแรกที่เธอมาที่นี่และเธอก็ไม่รู้หรอกว่าพี่ภูมิรู้ได้ยังไงว่าบ้านหลังนี้คือบ้านของท่าน ตอนแรกที่พี่ภูมิชวนเธอมา ยอมรับว่าคิดมาก เพราะเรื่องนี้ไม่เคยมีอยู่ในความคิดของเธอเลย เพราะตั้งแต่วันที่มางานบวชของท่านเธอเองก็ไม่เคยรับรู้เรื่องราวของท่านอีกเลย เราเหมือนต่างคนต่างอยู่ จนวันนี้ที่พี่ภูมิพูดถึงท่านมันทำให้เธอได้คิดตามคำพูดของเขาและมันก็จริงอย่างที่พี่เขาว่า ตอนนี้เธอยอมรับว่าตัวเองมีความสุขมาก มีครอบครัวที่น่ารักสามีก็เอาใจเก่ง ทุกคนน่ารักกับเธอมาก แต่ลึกๆแล้วเธอยังรู้สึกว่ามีบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจ และสิ่งนั้นก็คือเรื่องของผู้เป็นพ่อนั่นเอง พอได้รู้จากพี่ภูมิว่าท่านสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ใจของเธอใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไร ลึกๆแล้วมันก็เป็นห่วงเพราะท่านก็ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของเธอ เธอไม่รู้หรอกว่าถ้าท่านรู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นคุณตาจะดีใจไหม แต่วันนี้เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไปหาท่าน
ตอนนี้พวกเราทุกคนมารวมตัวที่บ้านของคุณย่าและพี่ภูมิกำลังถือพานเพื่อขอขมากับคุณย่าที่เคยล่วงเกินและทำร้ายจิตใจของเธอ การกระทำของเขายิ่งทำให้เธอกับคุณย่ารู้สึกดี ที่เขายังนึกถึงและยังเห็นหัวผู้หลักผู้ใหญ่ เธอไม่รู้มาก่อนด้วยซ้ำว่าวันนี้เขาและคุณพ่อคุณแม่เตรียมตัวเพื่อจะมาขอขมากับผู้เป็นย่าด้วย “เอาล่ะๆๆ ตอนนี้ย่าว่าพวกเราทุกคนก็เข้าใจกันดีแล้วก็อย่างที่ยัยนันได้บอกไว้ ย่ากับยัยนันให้อภัยทุกคนและยกโทษให้ทุกคน เพราะถัดจากนี้ไปพวกเราไม่อยากยึดติดกับสิ่งที่ผ่านมา ปล่อยให้มันเป็นบทเรียนของชีวิตไปน่ะ ย่าแค่หวังว่าต่อไปนี้ครอบครัวของเราจะมีแต่ความสุข ในเมื่อวันนี้ตาภูมิบอกว่ารักยัยนันหลานย่าจากใจจริง ย่าขอแค่ให้เราถนุถนอมน้องด้วยความรัก ไม่เข้าใจอะไรให้หันมาคุยกัน อย่าได้หันหลังให้กันอีก ช่วยทำให้หลานสาวของย่ามีความสุขตลอดไปก็พอ ย่าขอแค่นี้เราจะทำให้ย่าได้ไหม หื้มม” “ครับคุณย่า ผมขอรับปากด้วยชีวิตของผม ว่าผมจะทำให้นันมีความสุขตลอดไปครับ” “เห็นแบบนี้ย่าก็สบายใจ... ถึงตายก็ตายตาหลับแล้ว เพราะคนที่ย่าห่วงที่สุดตอนนี้มีคนดูแลแล้ว” “คุณย่าขา~~ อย่าพูดแบบนี้สิคะ คุณย่าต้อง
“นันโอเคไหม นั่งก่อนนะครับ ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง อยากเป็นลมไหม” ตอนนี้สีหน้านันดูไม่ดีเลย ทำให้ผมอดกังวลไม่ได้ “หนูนัน.... ตาภูมิหนูนันเป็นอะไรทำไมหน้าซีดแบบนี้” ผู้เป็นแม่หันมาถามลูกชายว่าหญิงสาวเป็นอะไร มันเกิดอะไรขึ้น เพราะเธอเห็นสภาพลูกสะใภ้คือหน้าตาซีดเผือดจนน่าเป็นห่วง “นันเขากลัวเข็มครับแม่” “ถึงกับหน้าซีดเลยหรอเรา หื้ม... ไม่เคยเปลี่ยนเลยน่ะ ตั้งแต่เด็กยันโตกลัวจริงๆ กับเข็มเนี้ยะ มันก็เล็กนิดเดียวนะย่าว่า....เอานี่ยาดมกลิ่นนี้หลานชอบมันน่าจะทำให้สดชื่นกว่าอันที่ถืออยู่” “คุณย่าอ่า ไม่พูดแบบนี้สิคะ ถึงเข็มมันจะเล็กแต่มันคมมากเลยนะคะ ตอนนั้นนันเจ็บมากๆ เลย จะดึงแขนออกมาก็กลัว ดีน่ะที่มีพี่ภูมิอยู่ด้วย ไม่งั้นนันร้องไห้แน่เลย” “ดูพูดเข้า โตจนจะมีลูกแล้วยังกลัวอยู่อีก แล้วต่อไปถ้าต้องเอาลูกมาฉีดวัคซีนจะทำยังไงล่ะ แม่ยิ่งกลัวเข็มอยู่ด้วย” ผู้เป็นย่าได้ทีก็แซวหลานใหญ่เลย จนทุกคนยิ้มด้วยความเอ็นดู “ก็ให้พี่ภูมิจับลูกสิคะ... หรือไม่ก็ให้คุณย่าหรือคุณพ่อคุณแม่ช่วยจับเจ้าตัวเล็กก็ได้นิค่ะ ส่วนนันค่อยปลอบลูกที่หลัง” “ฮ่าๆๆๆ ช่างคิดนะเรา แล้วตอนนี้เราต้องรอทำอะไรอีกไหมตาภูมิ” “พี
เวลาประมาณสี่ทุ่มชายหนุ่มขับรถมาถึงผับที่หญิงสาวได้บอกไว้ เขารีบเข้าไปข้างในและบังเอิญเห็นหญิงสาวพอดี ตอนนี้เธอกำลังนั่งดื่มคนเดียวที่โต๊ะแถมยังร้องไห้สะอึกสะอื้น ภาพนั้นมันทำให้เขารู้สึกไม่ดีเลย ที่ทำให้เธอต้องมีน้ำตา เธอต้องมาที่ อโคจรแบบนี้เพราะเขา มันยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก….. “น้อ
Part phum หลังจากที่ผมออกมาจากห้องหอที่ผู้ใหญ่เตรียมไว้ให้สำหรับคืนนี้ มันคงจะดีถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่ผมรักอย่างน้อง ดรีมที่ทั้งน่ารัก เรียบร้อย อ่อนหวาน นิสัยดี ผมคงจะดีใจและมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ เพราะผู้หญิงน่ารังเกียจคนนั้นคนเดียวที่ทำให้ชีวิตของผมบัดซบแบบนี้ ในเมื
เธอกลายเป็นเด็กเก็บตัว ไม่ค่อยยิ้ม ชอบอยู่คนเดียว ไม่กล้าเรียกร้องอะไรจากคนที่ไม่ได้รักเธอแล้ว คนเดียวที่ได้เห็นความอ่อนแอของเธอคือคุณย่า และเป็นคนเดียวที่รับรู้ถึงความเจ็บปวดของเธอเช่นกัน ในวันที่ทุกคนต่างหันหลังให้เธอ ก็ยังมีคุณย่าที่ไม่เคยปล่อยมือไปจากเธอ ที่เธออยากมีชีวิตอยู่ต่อ ส่วนหนึ่งก็
ฉันชื่อ นันทิกา เกียรติวรา เป็นทายาทคนเดียวของตระกูล เพราะเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณจักรพงษ์ คนที่นั่งแท่นตำแหน่งผู้บริหารบริษัทเกียรติวรา หลายคนมักจะอิจฉาชีวิตของเธอเพราะคิดว่าเกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวยชีวิตคงจะดีดั่งเจ้าหญิง อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่นั่นมันเป็นเมื่อก่อน ตอนนี้ชีว







