Mag-log inบรรยากาศร้านอาหารหลังคาเฟ่ยอดฮิตหลังมอเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของนักศึกษา พาย นั่งจิบน้ำเปล่าเงียบๆ หลังจากจัดการมื้อเที่ยงเสร็จ โดยมีเพื่อนสนิทในกลุ่มกำลังซักไซ้ไล่เลียงถึงเหตุการณ์ 'ศึกชิงนาง' กลางลานเกียร์เมื่อช่วงเช้าอย่างออกรส
"แกจะไม่เล่าจริงๆ เหรอพาย! สองคนนั้นระดับท็อปของคณะเลยนะเว้ย จู่ๆ มานั่งขนาบข้างแกแถมยังเขม่นกันเองอีก บ้าไปแล้ว!" เพื่อนสาวเขย่าแขนพายอย่างตื่นเต้น พายถอนหายใจเบาๆ ใบหน้าสวยจัดยังคงเรียบนิ่ง "ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องงานกลุ่มน่ะ สองคนนั้นคงหงุดหงิดกันเองมากกว่า" เธอตอบปัด รักษากำแพงความเยือกเย็นเอาไว้ แม้ในใจจะรู้ดีว่าสายตาของทั้งคริสและชอปเปอร์เมื่อเช้ามันมีอะไรมากกว่านั้น แต่ก่อนที่เพื่อนของเธอจะได้ซักไซ้ต่อ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของผู้ชายที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ในร้านให้หันไปมอง ชอปเปอร์ ก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่วงท่าสบายๆ แขนเสื้อนักศึกษาที่พับขึ้นเผยให้เห็นรอยสักจางๆ ที่ท้องแขนซึ่งยิ่งขับให้เขาดูแบดบอยและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองไปรอบร้านเพียงครู่เดียว ก่อนจะล็อกเป้าหมายมาที่โต๊ะของพาย รอยยิ้มละลายใจถูกจุดขึ้นที่มุมปาก เขาเดินตรงเข้ามาหยุดที่โต๊ะ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของเพื่อนพาย "รบกวนเวลาส่วนตัวหรือเปล่าครับสาวๆ" ชอปเปอร์เอ่ยทักทายเพื่อนของพายด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มและรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่ทำเอาสาวๆ แทบจะละลายลงไปกองกับพื้น ก่อนที่สายตาแพรวพราวคู่นั้นจะเลื่อนกลับมาหยุดที่ใบหน้าเรียบนิ่งของยัยน้ำแข็ง "กินเสร็จแล้วใช่ไหมพาย... ฉันมารับไปเรียนคลาสบ่ายน่ะ" พายขมวดคิ้วเล็กน้อย "ฉันไม่ได้ขอให้นายมารับนี่ชอปเปอร์ ฉันเดินไปกับเพื่อนได้" "รู้... แต่ฉัน 'อยาก' มารับ" ชอปเปอร์ตอบกลับอย่างลื่นไหล เขาไม่ได้ใช้อำนาจข่มขู่เหมือนคริส แต่ใช้ความหน้ามึนปนรอยยิ้มที่ปฏิเสธได้ยาก ชายหนุ่มถือวิสาสะขยับเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงมาจนใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมมินต์เย็นๆ ลอยมาแตะจมูกพายอีกครั้ง จู่ๆ มือใหญ่ของชอปเปอร์ก็ยกขึ้นมา... ปลายนิ้วโป้งของเขาแตะลงที่มุมปากอวบอิ่มสีพีชของพายอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นไม่ได้หยาบโลน แต่มันเชื่องช้า อ้อยอิ่ง และจงใจเสียดสีผิวเนื้ออ่อนนุ่มของเธอจนพายรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า หญิงสาวชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีเข้มของชอปเปอร์ที่ทอดมองลงมาไม่ได้ชิลเหมือนรอยยิ้มบนใบหน้า แต่มันแฝงความเร่าร้อนและสัญชาตญาณของการล่าไว้อย่างเต็มเปี่ยม "กินเลอะเทอะเป็นเด็กเลยนะ" เสียงทุ้มพร่ากระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน นิ้วหัวแม่มือของเขายังคงเกลี่ยริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ ราวกับกำลังลิ้มรสความหวานที่มองไม่เห็น "คราวหลังระวังหน่อย... เพราะถ้าเป็นคนอื่น เขาคงไม่ใช้ 'นิ้ว' เช็ดให้เธอแน่ๆ" คำพูดกำกวมและสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งทำเอาพายหัวใจเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ สัญชาตญาณเตือนภัยดังลั่น ผู้ชายคนนี้ใช้ความอ่อนโยนบังหน้าเพื่อล่อลวงให้เหยื่อตายใจ ก่อนจะรัดแน่นจนดิ้นไม่หลุด พายปัดมือเขาออกเบาๆ พยายามดึงสติกลับมา "นายมันไร้สาระ ชอปเปอร์" เธอเอ่ยเสียงเรียบ แม้จะรู้ตัวว่าชีพจรตัวเองกำลังเต้นเร็วผิดปกติ หญิงสาวหันไปบอกลาเพื่อนๆ ที่กำลังนั่งอ้าปากค้าง ก่อนจะลุกขึ้นหยิบกระเป๋าและเดินนำออกจากร้านไปอย่างรวดเร็วเพื่อหนีจากสถานการณ์ชวนคุกคามหัวใจนี้ ชอปเปอร์มองตามแผ่นหลังบางด้วยรอยยิ้มกว้างที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ เขาไม่ได้หงุดหงิดที่โดนด่า กลับกัน... ปฏิกิริยาต่อต้านเล็กๆ น้อยๆ ของพายยิ่งทำให้เขารู้สึกสนุก เสือร้ายหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะล้วงกระเป๋าเดินตามเหยื่อสาวแสนสวยออกไปอย่างอารมณ์ดี การรุกแบบเงียบๆ แต่งาบเรียบของชอปเปอร์... กำลังทำให้กำแพงน้ำแข็งของพายเริ่มมีรอยร้าวโดยที่เธอเองก็แทบไม่รู้ตัวมทะเล เกลียวคลื่นด้านนอกยังคงส่งเสียงซัดสาดเป็นจังหวะ แต่ภายในห้องกลับอบอวลไปด้วยไออุ่นและกลิ่นอายของความรักที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อคืนพาย ขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งแต่กลับเปี่ยมไปด้วยความสุข หญิงสาวพบว่าตัวเองกำลังนอนตะแคงอยู่ตรงกลาง โดยมีวงแขนแกร่งของ คริส สวมกอดรัดเอวเธอไว้จากด้านหลัง แผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับแผงอกกว้างที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ในขณะที่ด้านหน้า ชอปเปอร์ นอนตะแคงหันหน้าเข้าหาเธอ ท่อนขาแกร่งก่ายเกยทับเรียวขาของเธอเอาไว้ ซุกซบใบหน้าหล่อเหลาลงกับลาดไหล่เนียนอย่างออดอ้อนราชินีน้ำแข็งขยับยิ้มบางๆ มือเล็กเอื้อมไปลูบกลุ่มผมสีเข้มของชอปเปอร์เบาๆ ก่อนจะพยายามเบี่ยงตัวเพื่อลุกขึ้น แต่สัมผัสนั้นกลับไปปลุกสัญชาตญาณของนักล่าทั้งสองคนให้ตื่นขึ้นมาพร้อมกัน"จะรีบตื่นไปไหนแต่เช้า... เมียจ๋า"เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของคริสดังขึ้นชิดใบหู หมาป่าจ่าฝูงไม่ยอมให้เธอหนีไปไหน เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ก่อนจะกดจูบหนักๆ ลงบนลาดไหล่เปลือยเปล่าและซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มเบาๆ จนพายต้องหดคอหนีด้วยความเสียวซ่าน"อื้อ... คริส... ปล่อยก่อน สายแล้วนะ" พายประท้วงเสียงอ่อน"สายอะไรกัน วันนี้เ
ติ๊ก... ติ๊ก...เข็มนาฬิกาบนผนังเดินเข้าใกล้เลขสิบสองเข้าไปทุกที บรรยากาศภายในห้องนอนเต็มไปด้วยความอึดอัดที่เกิดจากแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับมาทั้งวันพาย นั่งเอนหลังพิงหัวเตียงในชุดสลิปเดรสผ้าซาตินสีแดงเบอร์กันดีที่ขับผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่น หญิงสาวจิบไวน์แดงในแก้วทรงสูงด้วยท่วงท่าสง่างาม ในขณะที่ คริส และ ชอปเปอร์ นั่งอยู่ปลายเตียง นัยน์ตาสองคู่จดจ้องมาที่เธอราวกับสัตว์ป่าที่กำลังรอคอยสัญญาณปลดโซ่ตรวน"อีกหนึ่งนาที..." คริสคำรามเสียงต่ำ นัยน์ตาสีรัตติกาลลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง"เตรียมตัวรับผลกรรมที่ยั่วพวกฉันมาทั้งวันได้เลย พาย" ชอปเปอร์เสริมด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เสือแสนดีสลัดคราบคนอบอุ่นทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหิวกระหายที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุดติ๊ง!เสียงนาฬิกาดิจิทัลบอกเวลา 00:00 น. ดังก้อง... กฎวันพักรบสิ้นสุดลงแล้ว!ร่างสูงใหญ่ของคริสและชอปเปอร์พุ่งเข้าหาพายแทบจะพร้อมกัน แก้วไวน์ถูกดึงออกจากมือบางและวางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างเตียงอย่างไร้เยื่อใย คริสรวบเอวคอดของพายเข้ามากระแทกจูบอย่างดุดัน รุนแรง และโหยหา ราวกับคนขาดน้ำมาแรมเดือน ในขณะที่ชอปเปอร์สอดมือเข้าไปใต้ชุดซาติ
แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามาในวิลล่าริมทะเล ปลุกให้ พาย ตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา หญิงสาวรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวจากกิจกรรมรักมาราธอนเมื่อคืน เธอยังนอนซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของ ชอปเปอร์ ที่นอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข รอยแดงจางๆ ที่ต้นคอและลาดไหล่ของเธอคือหลักฐานชั้นดีว่าเสือแสนดีตัวนี้ "ร้ายกาจ" แค่ไหนแต่ทว่า... ความเงียบสงบยามเช้าก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ที่แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าวิลล่าด้วยความเร็วสูง!พายสะดุ้งสุดตัว ส่วนชอปเปอร์เพียงแค่ลืมตาขึ้นช้าๆ มุมปากกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์"หึ... มาเร็วกว่าที่คิดแฮะ"ไม่กี่อึดใจต่อมา ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะ ร่างสูงใหญ่ของ คริส ยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที นัยน์ตาสีรัตติกาลของหมาป่าจ่าฝูงกวาดมองภาพสองคนบนเตียงด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะลุปรอทโดยเฉพาะเมื่อสายตาคมกริบปะทะเข้ากับ "รอยรัก" ที่ชอปเปอร์จงใจฝากไว้บนตัวพาย... สันกรามของคริสก็นูนเด่นขึ้นจากการขบกัดอย่างแรง"หมดเวลาสนุกของมึงแล้วไอ้ชอป" คริสกดเสียงต่ำ เดินตรงดิ่งเข้ามาที่เตียง ดึงผ้าห่มที่คลุมร่างพาย
เสียงสายน้ำจากฝักบัวแบบเรนชาวเวอร์ตกกระทบพื้นกระเบื้องหินอ่อน ดังก้องไปทั่วห้องน้ำกว้างขวางภายในเพนท์เฮาส์ ทว่าเสียงที่ทำให้หัวใจของ พาย เต้นไม่เป็นส่ำ กลับเป็นเสียงลมหายใจทุ้มต่ำของ ชอปเปอร์ ที่รดรินอยู่ตรงลาดไหล่บางของเธอวันนี้คือ "วันของชอปเปอร์" ตามกฎสลับวันที่ราชินีน้ำแข็งเป็นคนตั้งขึ้น และเสือแสนดีก็เริ่มต้นการทวงสิทธิ์ของเขาตั้งแต่ยามบ่ายร่างบอบบางเปลือยเปล่าของพายยืนพิงแผ่นหลังอยู่กับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของชอปเปอร์ ชายหนุ่มไม่ได้จาบจ้วงรุนแรง แต่เขากลับใช้ฟองสบู่กลิ่นหอมละมุนลูบไล้ไปตามเรือนร่างของเธออย่างเชื่องช้าและทะนุถนอม ปลายนิ้วหยาบกร้านลากผ่านตั้งแต่ลาดไหล่ ลงมาที่หน้าท้องแบนราบ ก่อนจะวกกลับขึ้นมาเคล้นคลึงความนุ่มหยุ่นที่เนินอกอย่างจงใจ"อ๊ะ... ชอปเปอร์... ล้างตัวได้แล้ว..." พายเสียงสั่น พยายามเบี่ยงตัวหนีสัมผัสที่ทำให้ร่างกายร้อนผ่าวแต่วงแขนแกร่งกลับตวัดรัดเอวคอดของเธอแน่นขึ้น ชอปเปอร์ก้มลงกดจูบที่ซอกคอขาวเนียน ฝากฝังรอยรักสีจางเอาไว้เพื่อทับซ้อนรอยเดิมของคริสอย่างหวงแหน"วันของฉันเพิ่งจะเริ่มเองนะพาย... รีบไปไหนล่ะ" เสียงกระซิบพร่าชิดใบหูทำเอาพายขนล
แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามาในเพนท์เฮาส์หรู บ่งบอกเวลาที่ล่วงเลยมาจนเกือบจะเที่ยงวันบนเตียงคิงไซส์ที่ยับยู่ยี่ ร่างบอบบางของ พาย ขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งร่างราวกับถูกรถสิบล้อทับ หญิงสาวพยายามจะพลิกตัว แต่กลับพบว่าตัวเองถูกท่อนแขนแกร่งของ คริส กอดรัดเอวเอาไว้แน่นจากฝั่งซ้าย ในขณะที่ฝั่งขวา ท่อนขาและวงแขนของ ชอปเปอร์ ก็ก่ายกอดและซุกหน้าอยู่กับลาดไหล่ของเธอไม่ยอมปล่อยพายถอนหายใจเฮือกใหญ่... ใช่ พวกเขาตกลงคบกันแบบ 'สามเรา' แล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมรับศึกหนักแบบ 2 รุม 1 ทุกคืนหรอกนะ!"ปล่อยเลยนะ ทั้งสองคนนั่นแหละ ฉันหนัก!" พายออกแรงดิ้นและแงะท่อนแขนที่หนักอึ้งของพวกเขาทิ้ง หญิงสาวลุกขึ้นนั่ง นำผ้าห่มมาพันรอบตัวด้วยใบหน้าที่บูดบึ้งแต่น่ารักในสายตาคนมองคริสและชอปเปอร์งัวเงียตื่นขึ้นมา หมาป่าจ่าฝูงทำท่าจะรวบเอวเธอเข้ามากอดอีกรอบเพื่อมอร์นิ่งคิส แต่พายกลับยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างนั้นไว้ซะก่อน"หยุดอยู่ตรงนั้นเลยคริส ชอปเปอร์ด้วย นั่งลงแล้วฟังฉันให้ดี" พายกดเสียงต่ำ ทำเอาผู้ชายตัวโตสองคนต้องยอมนั่งขัดสมาธิบนเตียงอย่างว่าง่าย"ฉันมีกฎข้อใหม่มาเพิ่ม... ถ้าขืนปล่อยใ
ประตูห้องเพนท์เฮาส์หรูของคริสถูกปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนที่ดังก้องในความเงียบ ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับร้อนระอุจนเครื่องปรับอากาศแทบไม่มีความหมายพาย แผ่นหลังแนบชิดกับบานประตู หอบหายใจถี่กระชั้นเมื่อถูกกักขังไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งของ คริส ที่ท้าวคร่อมร่างเธอไว้ นัยน์ตาสีรัตติกาลของหมาป่าจ่าฝูงวาวโรจน์ไปด้วยไฟปรารถนาที่กักเก็บมาเนิ่นนาน ในขณะที่ ชอปเปอร์ เดินเข้ามายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง มือหนาของเสือแสนดีสอดเข้าที่เอวคอด รั้งร่างบอบบางให้แผ่นหลังแนบชิดกับแผงอกกว้างของเขา"หนีไปตั้งอาทิตย์นึง... รู้ไหมว่าฉันแทบจะเป็นบ้าตายอยู่แล้วพาย" คริสกระซิบชิดริมฝีปากอวบอิ่ม เสียงทุ้มต่ำแหบพร่า สันจมูกโด่งคลอเคลียหยอกล้อกับปลายจมูกรั้นของเธอ"แล้วรู้ไหม... ว่าคนเก่งที่กล้าตั้งกฎกติกาใหม่ ต้องโดนทำโทษยังไง" ชอปเปอร์เอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุนแต่แฝงความอันตราย ริมฝีปากอุ่นจัดของเขากดจูบลงบนลาดไหล่บางที่โผล่พ้นชุดเดรสสีดำ สัมผัสของเขาทำให้พายสะดุ้ง ขนลุกเกรียวไปทั้งร่างหญิงสาวถูกขนาบข้างด้วยความดุดันและอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนผ่าวของผู้ชายสองคน พายช้อนสายตาขึ้นสบกับคริส ริมฝีปากสีพีชเผยอขึ้นเล็กน้อยอย่า
สองก้าว... สามก้าว...ร่างบอบบางของ พาย ค่อยๆ ก้าวเดินไปตามโถงทางเดินของคณะบริหารธุรกิจด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นระรัว หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอดเพื่อเรียกความกล้า หลังจากที่ใช้เวลาทบทวนความรู้สึกของตัวเองอยู่นานหลายวัน ในที่สุดกำแพงน้ำแข็งที่เคยตั้งตระหง่านก็พังทลายลง เธอค้นพบคำตอบของหัวใจตัวเอง
หลังจากที่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่แสนจะบริสุทธิ์และเสียสละของ ชอปเปอร์ กำแพงในใจของ พาย ก็ถูกทลายลงจนหมดสิ้น หญิงสาวร้องไห้จนตาบวมช้ำ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติของตัวเองกลับมา"ชอปเปอร์... ฉันขอบคุณนายมากจริงๆ นะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง" พายผละออกจากอ้อมกอดของเสือแสนดี นัยน์ตากลมโตสบกับเขาด้ว
ภายในห้องนั่งเล่นที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ ของ พาย ที่ซุกหน้ากอดซบลาดไหล่กว้างของ ชอปเปอร์ เอาไว้เสือร้ายในคราบผู้ชายแสนดีปล่อยให้ยัยน้ำแข็งร้องไห้ระบายความอึดอัดจนพอใจ มือหนายังคงลูบแผ่นหลังบอบบางอย่างทะนุถนอม ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ดันไหล่ของเธอออกห่างอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยเช็
มือบางของ พาย ที่สอดประสานอยู่ในกลุ่มผมสีเข้มของ คริส ค่อยๆ หยุดนิ่ง หญิงสาวหลับตาลง ปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความสับสนและกดดันไหลรินลงมาอาบแก้มเธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดและการแหลกสลายของหมาป่าจ่าฝูงที่คุกเข่ากอดเอวเธออยู่ แต่บาดแผลในใจที่เขาเป็นคนสร้างไว้ มันก็ไม่ได้เยียวยาได้ง่ายๆ เพียงแค่คำขอโทษไม่







