เข้าสู่ระบบตอนที่ 3 หญิงแพศยา
เมื่อทั้งสองมาถึงตำหนักตะวันออก นางกำนัลกับขันทีหลายคนกำลังวุ่นวายกับการทำความสะอาดลานหน้าตำหนัก และหัวหน้านางกำนัลยืนกำกับอยู่ตรงกลาง ใบหน้าบึ้งตึงเมื่อเห็นพวกนางมาถึง “พวกเจ้าสองคนไปอยู่ที่ไหนมา?” นางถามเสียงเข้ม “ขออภัยเจ้าค่ะ” หลิวอี้รีบคุกเข่าลง เยี่ยเฟยหลิงทำตาม “พวกเราหลงทาง” “หลงทาง?” หัวหน้านางกำนัลเลิกคิ้ว “พวกเจ้าอยู่ในวังมาเกือบสองเดือนแล้ว ยังจะมาอ้างว่าหลงทางอีก?” “เป็นความผิดของข้าเองเจ้าค่ะ” เยี่ยเฟยหลิงรีบแทรก “ข้าตื่นสาย ทำให้หลิวอี้ต้องรอ” หัวหน้ามองนางอย่างเคร่งเครียด ก่อนจะถอนหายใจ “เอาเถอะ วันนี้ข้าจะไม่ลงโทษพวกเจ้า เพราะมีงานมากมายที่ต้องทำ พวกเจ้ารีบไปช่วยทำความสะอาดห้องทางทิศตะวันตกเดี๋ยวนี้!” เยี่ยเฟยหลิงและหลิวอี้รีบลุกขึ้นและเดินไปยังห้องที่ได้รับมอบหมาย เยี่ยเฟยหลิงได้รับมอบหมายให้ทำความสะอาดห้องหนังสือ นางเดินสำรวจห้องอย่างช้าๆ จำได้ว่าในชาติก่อน นางไม่เคยได้เข้ามาในห้องนี้ตอนที่ยังเป็นนางกำนัล ชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน เต็มไปด้วยตำราและม้วนคัมภีร์ โต๊ะไม้แกะสลักวางอยู่กลางห้อง พร้อมด้วยอุปกรณ์เขียนหนังสืออย่างดี นางเริ่มปัดฝุ่นที่ชั้นหนังสือ สายตากวาดมองชื่อหนังสือแต่ละเล่ม ส่วนใหญ่เป็นตำราพิชัยสงคราม และประวัติศาสตร์ ขณะที่นางกำลังปัดฝุ่นที่โต๊ะ เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "หญิงแพศยา!" เสียงนั้นทำให้เยี่ยเฟยหลิงชะงักกึก มือที่กำลังปัดฝุ่นหยุดค้างกลางอากาศ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นผ่านแผ่นหลัง นางหมุนตัวกลับไปอย่างช้าๆ และในจังหวะนั้นเอง ร่างของนางก็ชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ใกล้เกินไป เยี่ยเฟยหลิงเงยหน้าขึ้นมอง และสบเข้ากับดวงตาคมคู่นั้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและความอาฆาตแค้นอย่างไม่ปิดบัง แววตาวาวโรจน์ราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่ง เยี่ยเฟยหลิงรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบลงไปที่พื้น แต่นางรีบสวมหน้ากากความไร้เดียงสา ตีหน้าซื่อและทำตาโต พลางคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว "รัชทายาท! หม่อมฉันขอประทานอภัยที่ไม่ทันได้ถวายความเคารพ" นางก้มหน้าลงต่ำ พยายามซ่อนความหวาดกลัวที่กำลังแล่นพล่านในอก "ลุกขึ้น" เสียงทุ้มสั่ง เยี่ยเฟยหลิงลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ แต่ยังคงก้มหน้า ไม่กล้าสบตากับชายตรงหน้า "รัชทายาท..เหตุใดพระองค์จึงเรียกหม่อมฉันเช่นนั้น? ทั้งที่เราไม่เคยเจอกันมาก่อน" นางยังคงแสร้งทำเป็นไร้เดียงสา แต่หัวใจกลับเต้นระรัวด้วยความกลัว หลี่เกอหยางไม่ตอบในทันที เขาเพียงจ้องมองใบหน้าของนางอย่างเย็นชา ก่อนจะยกมือขึ้นจับคางของนาง บังคับให้เงยหน้าขึ้นมาสบตา "เจ้าคิดว่าข้าจำเจ้าไม่ได้หรือ?" เขากระซิบ เสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้น แม้จะหวาดกลัว แต่เยี่ยเฟยหลิงยังคงพยายามรักษาท่าทีไว้ "หม่อมฉันไม่เข้าใจความหมายของพระองค์” รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา ก่อนที่เขาจะกระชากร่างของนางเข้ามาใกล้อย่างรุนแรง "หญิงแพศยา" เขากระซิบข้างหูนาง "เจ้าคิดว่าการแสร้งทำเป็นไร้เดียงสาจะช่วยเจ้าได้หรือ?" ไม่ทันให้นางได้ตอบ หลี่เกอหยางก็กระชากนางเข้ามาในอ้อมแขน ริมฝีปากของเขาประทับลงบนริมฝีปากของนางอย่างรุนแรง บดขยี้ด้วยความแค้น ไม่มีความอ่อนโยนใดๆ มีเพียงความเกลียดชังและความปรารถนาที่จะทำลาย เยี่ยเฟยหลิงพยายามดิ้นรน แต่แรงของนางไม่อาจสู้แรงของเขาได้ ในที่สุดเมื่อเขาผละออก นางก็หอบหายใจ ริมฝีปากบวมช้ำและมีรสเลือดจางๆ "ท...ท่านก็ย้อนกลับมาเช่นกันหรือ?" นางถามเสียงสั่น ไม่มีความจำเป็นต้องเสแสร้งอีกต่อไป ดวงตาของหลี่เกอหยางวาววับด้วยความพึงพอใจเมื่อได้ยินคำถามนั้น "ใช่" เขาตอบ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนใบหน้า "ข้าย้อนกลับมาเพื่อลากหญิงแพศยาลงนรกไปด้วยกัน" เยี่ยเฟยหลิงรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลาย ความหวังทั้งหมดที่นางวางแผนไว้ในชาตินี้กำลังจะสูญสิ้น "เป็นไปไม่ได้..." นางพึมพำ "เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นคนพิเศษเพียงผู้เดียวหรือ?" รัชทายาทหัวเราะเยาะ "ในวินาทีที่ข้าถูกม้าห้าตัวฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆ ข้าได้สาบานกับฟ้าดินว่าจะตามจองเวรเจ้าไปทุกภพทุกชาติ" เยี่ยเฟยหลิงถอยหลังไปหนึ่งก้าว ความกลัวปรากฏชัดในดวงตา "ข้าไม่ได้ตั้งใจ..." นางพยายามอธิบาย "ข้าถูกหลี่เฉิงเหวินหลอกใช้ เขาบังคับข้า..." "หุบปาก!" เขาตวาดเสียงดัง "ข้าไม่สนใจข้ออ้างของเจ้า เจ้าทรยศข้าด้วยความเต็มใจ เจ้าหลอกใช้ความรักของข้าเพื่อคนที่เจ้ารัก" เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกครั้ง มือหนาจับข้อมือของนางแน่น "แต่คราวนี้ ข้าจะทำให้เจ้าตกหลุมรักข้าอีกครั้ง แล้วข้าจะทำลายเจ้าเหมือนที่เจ้าเคยทำกับข้า!" เยี่ยเฟยหลิงสั่นสะท้าน นางรู้ดีว่าชายตรงหน้าไม่ใช่คนที่พูดเล่น หากเขาต้องการทำลายนาง เขาจะทำอย่างไร้ความปรานี หลี่เกอหยางยิ้มอย่างเย็นชา เสียงฝีเท้าดังมาจากระเบียงทางเดิน รัชทายาทถอยห่างออกไปเล็กน้อย "ทำหน้าที่ของเจ้าต่อไปเถอะ " เขาพูดเสียงดังพอให้คนที่กำลังเดินมาได้ยิน เยี่ยเฟยหลิงรีบคุกเข่าลง หลิวอี้เดินเข้ามาในห้อง และตกใจเมื่อเห็นรัชทายาทยืนอยู่ นางรีบคุกเข่าลงทันที "เฟยหลิง เจ้า..." หลิวอี้เงยหน้ามองเพื่อนด้วยความตกใจ หลี่เกอหยางเดินผ่านพวกนางไป ก่อนจะหยุดที่ประตู "อ้อ และอีกอย่าง" เขาหันมามองเยี่ยเฟยหลิงเป็นครั้งสุดท้าย "ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่าความเจ็บปวดที่แท้จริงเป็นอย่างไร" เมื่อรัชทายาทจากไปแล้ว หลิวอี้ก็รีบเดินเข้ามาหาเยี่ยเฟยหลิงที่ยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้น "เฟยหลิง เกิดอะไรขึ้น? ทำไมรัชทายาทถึงอยู่ในห้องนี้? และ..." หลิวอี้หยุดพูดเมื่อสังเกตเห็นริมฝีปากบวมช้ำของเพื่อนสนิท "ริมฝีปากเจ้า..." เยี่ยเฟยหลิงยกมือขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเอง ความรู้สึกของจูบรุนแรงนั้นยังคงติดอยู่ "ไม่มีอะไร" นางตอบเสียงแผ่ว "ข้าแค่... กัดปากตัวเองโดยไม่ตั้งใจ" หลิวอี้มองเพื่อนอย่างไม่เชื่อถือนัก แต่ก็ไม่ซักไซ้ต่อ "เจ้าหน้าซีดมาก พักสักครู่ไหม?" เยี่ยเฟยหลิงส่ายหน้า "ไม่ ข้าต้องรีบทำงานให้เสร็จ” เยี่ยเฟยหลิงกลับมาทำความสะอาดห้องหนังสือต่อ แต่ใจของนางไม่ได้อยู่กับงานอีกต่อไป นางต้องคิดหาทางออกใหม่ ต้องปรับแผนการที่วางไว้ทั้งหมดตอนที่ 19 โจรเด็ดบุปผาหลังจากทานอาหารเย็นกับบิดามารดาเสร็จ เยี่ยเฟยหลิงก็ขอตัวกลับไปพักผ่อนที่เรือนของตน ชิงชิงรีบจัดเตรียมน้ำอุ่นให้นางอาบ“คุณหนู ดูเหมือนท่านจะเหนื่อยมากนะเจ้าคะ” ชิงชิงกล่าวขณะช่วยนางเปลี่ยนเสื้อผ้า“อืม ข้าเหนื่อยนิดหน่อย” เยี่ยเฟยหลิงตอบพลางนั่งลงบนเตียง “เจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะนอนแล้ว”“เจ้าค่ะ คุณหนู” ชิงชิงคำนับก่อนจะเดินออกจากห้องไปเยี่ยเฟยหลิงเอนกายลงบนเตียงนุ่ม ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางทำให้นางหลับไปอย่างรวดเร็ว แต่ความฝันของนางกลับเต็มไปด้วยภาพในอดีต ภาพตอนที่หลี่เกอหยางถูกประหารด้วยห้าม้าแยกร่าง“หม่อมฉันไม่อยากไปเพคะ” เยี่ยเฟยหลิงคุกเข่าอ้อนวอน น้ำตาไหลอาบแก้ม “ขอฝ่าบาทโปรดเห็นใจหม่อมฉันด้วย”หลี่เฉิงเหวินนั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร ดวงตาเย็นชาจ้องมองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ริมฝีปากของเขาบิดเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน“ถ้าเจ้าไม่ได้มีใจให้เขา พรุ่งนี้เจ้าต้องไป” น้ำเสียงของเขาเย็นยะเยือก“หม่อมฉันไม่ได้มีใจให้เขา หม่อมฉันรักเพียงฝ่าบาทเท่านั้น” เยี่ยเฟยหลิงรีบตอบ น้ำตาไหลพรากลงมาอย่างไม่ขาดสาย “แต่หม่อมฉันไม่อยากเห็นการประหารที่โหดร้ายเช่นนั้น”“เจ้าต้
ตอนที่ 18 กลับเมืองหลวงเช้าวันรุ่งขึ้น เยี่ยเฟยหลิงและชิงชิงออกเดินทางไปยังเขาลูกเล็กที่อยู่ไม่ไกลจากกระท่อมนัก ฟางจินไม่ได้ไปด้วยเนื่องจากมีคนไข้มารอรักษาทั้งสองเดินขึ้นเขาอย่างเงียบๆ ชิงชิงแบกตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่ไว้บนหลัง ส่วนเยี่ยเฟยหลิงถือมีดเล็กๆ สำหรับตัดสมุนไพร“คุณหนู ท่านเปลี่ยนไปมากนะเจ้าคะ” ชิงชิงเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทั้งสองเดินมาได้สักพัก“เปลี่ยนไปอย่างไรหรือ?” เยี่ยเฟยหลิงถาม ดวงตาของนางยังคงจับจ้องไปที่พืชพรรณรอบๆ ตัว“ท่านดูเข้มแข็งขึ้น และ...” ชิงชิงลังเลเล็กน้อย “และดูเย็นชาลงด้วยเจ้าค่ะ”เยี่ยเฟยหลิงหยุดเดิน หันมามองสาวใช้คนสนิท “เจ้าคิดว่าข้าเย็นชาหรือ?”“ไม่ใช่อย่างนั้นเจ้าค่ะ” ชิงชิงรีบแก้ตัว “ข้าเพียงแต่รู้สึกว่าท่านดูจริงจังกับทุกอย่างมากขึ้น ไม่ค่อยยิ้มแย้มเหมือนแต่ก่อน”เยี่ยเฟยหลิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “บางทีเจ้าอาจจะพูดถูก ข้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว”“แต่ข้าชอบคุณหนูไม่ว่าท่านจะเป็นอย่างไรเจ้าค่ะ” ชิงชิงยิ้มกว้าง “ข้าจะอยู่เคียงข้างท่านเสมอ”เยี่ยเฟยหลิงยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่แทบจะไม่ปรากฏให้เห็นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา “ขอบใจเจ้ามาก ชิงชิง”ทั้ง
ตอนที่ 17 ไม่ยอมปล่อยวางแปดเดือนต่อมา วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฤดูใบไม้ผลิได้เปลี่ยนเป็นฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วงก็กำลังจะมาเยือน ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เยี่ยเฟยหลิงได้เรียนรู้วิชาแพทย์จากฟางจินอย่างขะมักเขม้น ความรู้ที่นางได้รับไม่ใช่เพียงการรักษาโรคทั่วไป แต่ยังรวมถึงการวินิจฉัยโรคที่ซับซ้อน และการปรุงยายามเช้าวันหนึ่ง เยี่ยเฟยหลิงตื่นขึ้นมาพร้อมกับแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ ของกระท่อม นางลุกขึ้นอย่างเงียบๆ แล้วเดินออกไปที่ลานหน้ากระท่อม ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจากถังไม้ที่เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น ใบหน้าของนางเปลี่ยนไปจากเจ็ดเดือนก่อนอย่างเห็นได้ชัด“ตื่นเช้าอีกแล้วหรือ?” เสียงของฟางจินดังขึ้นจากด้านหลังเยี่ยเฟยหลิงหันไปยิ้มให้อาจารย์ของนาง “เจ้าค่ะ ข้าตั้งใจจะเตรียมอาหารเช้าไว้รอท่าน”ฟางจินส่ายหน้าเบาๆ พลางยิ้ม “เจ้าขยันเกินไปแล้ว เฟยหลิง”ในช่วงเก้าเดือนที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเปลี่ยนไปมาก จากที่เคยเป็นเพียงผู้มาขอเรียน กลายเป็นอาจารย์กับศิษย์ที่มีความผูกพันลึกซึ้ง ฟางจินเริ่มเรียกเยี่ยเฟยหลิงด้วยชื่อเล่น ไม่ใช่คำว่า “คุณหนู” อีกต่อไป“วันนี้ข้า
ตอนที่ 16 ปกป้องทันทีที่ชายคนนั้นเอื้อมมือมาจะแตะใบหน้าของเยี่ยเฟยหลิง เสียงฉับของลูกธนูพุ่งผ่านอากาศก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนเมื่อลูกธนูปักเข้าที่ไหล่ของชายคนนั้นอย่างแม่นยำ“อ๊ากกก!” เขาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ถอยหลังไปหลายก้าว มือกุมบาดแผลที่เลือดกำลังไหลออกมาชายอีกสองคนที่กำลังจับเยี่ยเฟยหลิงอยู่หันไปมองต้นเสียงด้วยความตกใจ ทันใดนั้น ร่างของชายในชุดสีดำสี่คนก็กระโดดลงมาจากต้นไม้ใกล้ๆ พวกเขาสวมหน้ากากปิดใบหน้าครึ่งล่าง เผยให้เห็นเพียงดวงตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง“ปล่อยนางเดี๋ยวนี้” หนึ่งในชายชุดดำเอ่ยเสียงเย็น มือถือดาบยาวที่ส่องประกายวับวาวใต้แสงอาทิตย์ชายทั้งสองที่จับเยี่ยเฟยหลิงอยู่รีบปล่อยมือจากนางทันที ถอยหลังไปยืนเคียงข้างเพื่อนที่บาดเจ็บ“พวกเจ้าเป็นใคร?” ชายที่ถูกยิงธนูถามเสียงสั่น “นี่เป็นเรื่องของพวกเรากับหญิงคนนี้!”“เรื่องของพวกเจ้างั้นหรือ?” ชายชุดดำอีกคนหนึ่งหัวเราะเยาะ “ชายสามคนรุมทำร้ายสตรีคนเดียวเนี่ยนะ!”เยี่ยเฟยหลิงที่ได้รับอิสระแล้วรีบก้มลงหยิบมีดของนางขึ้นมา ถอยห่างจากพวกนักเลงทั้งสาม นางมองชายชุดดำทั้งสี่อย่างระมัดระวัง แต่ในใจกลับรู้สึกคุ้นเคยกับพวกเขาอ
ตอนที่ 15 จดหมายรุ่งเช้าวันต่อมา เยี่ยเฟยหลิงออกเดินทางไปยังกระท่อมของฟางจินพร้อมกับห่อผ้าเล็กๆ ที่บรรจุข้าวของส่วนตัว ชิงชิงและห่านตงเดินมาส่งนางถึงทางเข้าหมู่บ้าน“พวกเจ้ากลับไปเถอะ ข้าดูแลตัวเองได้”“คุณหนู...” ชิงชิงน้ำตาคลอ“ไม่ต้องห่วงข้า ทุกห้าวันข้าจะกลับไปที่จวนตามที่สัญญากับท่านน้าไว้”หลังจากส่งชิงชิงกับห่านตงกลับไปแล้ว เยี่ยเฟยหลิงก็เดินต่อไปยังกระท่อมของฟางจิน เมื่อมาถึง นางพบว่าฟางจินกำลังเก็บสมุนไพรอยู่ในสวนเล็กๆ หลังกระท่อม“ท่านหมอฟาง ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ”ฟางจินหันมามอง “เจ้ามาเร็วกว่าที่ข้าคิด เข้ามาข้างในเถอะ ข้าจัดที่นอนไว้ให้เจ้าแล้ว”กระท่อมของฟางจินเล็กแต่สะอาด มีห้องโถงกลางที่ใช้เป็นทั้งห้องรับแขกและห้องตรวจรักษา มีห้องนอนเล็กๆ หนึ่งห้อง และมีครัวอยู่ด้านหลัง ฟางจินจัดมุมหนึ่งของห้องโถงให้เป็นที่นอนของเยี่ยเฟยหลิง“เจ้านอนตรงนี้นะ” ฟางจินชี้ไปที่เสื่อผืนหนึ่งที่ปูไว้“ขอบคุณเจ้าค่ะ” เยี่ยเฟยหลิงตอบอย่างนอบน้อม“วันนี้มีชาวบ้านนัดมาตรวจโรคหลายคน” ฟางจินบอก “เจ้านั่งดูข้าตรวจคนไข้ก่อน แล้วค่อยเริ่มเรียนพรุ่งนี้”“ได้เจ้าค่ะ” เยี่ยเฟยหลิงรับคำอย่างกระตือรือร้นไม่นา
ตอนที่ 14 ใจอ่อน พวกเขาเดินกลับเข้าเมืองก่อนที่ประตูเมืองจะปิด เมื่อกลับถึงจวน ฮุ่ยฮูหยินที่นั่งรออยู่ก็ถามถึงการเที่ยวชมเมืองของพวกนาง “เป็นอย่างไรบ้าง? ได้เห็นอะไรน่าสนใจหรือไม่?” ฮุ่ยฮูหยินถาม “เมืองหยางโจวสวยงามมากเจ้าค่ะ แต่ข้าประทับใจหมู่บ้านนอกเมืองมากกว่า ข้าได้พบหมอหญิงที่น่าสนใจคนหนึ่ง” “หมอหญิง?” ฮุ่ยฮูหยินทวนคำ “ใช่เจ้าค่ะ ข้าอยากไปศึกษาวิธีรักษาคนป่วยกับนาง” ฮุ่ยฮูหยินมองหน้าเยี่ยเฟยหลิงด้วยความประหลาดใจ “เจ้าสนใจเรื่องการแพทย์ด้วยหรือ?” “เจ้าค่ะ ข้าสนใจมานานแล้ว” เยี่ยเฟยหลิงตอบ พยายามทำให้น้ำเสียงฟังดูจริงใจที่สุด “ข้าคิดว่าการช่วยเหลือผู้อื่นเป็นสิ่งที่มีคุณค่า” ฮุ่ยฮูหยินยิ้มอย่างอ่อนโยน “เจ้าเป็นเด็กดี แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องยาสมุนไพรหรอก ในอนาคตเจ้าจะได้แต่งงานกับคนที่มีฐานะดี มีคนรับใช้คอยดูแล” เยี่ยเฟยหลิงก้มหน้า “ข้าเพียงอยากมีความรู้ติดตัวไว้เจ้าค่ะ ไม่รู้ว่าท่านป้าจะอนุญาตให้ข้าไปเรียนรู้กับหมอหญิงผู้นั้นได้หรือไม่?” ฮุ่ยฮูหยินถอนหายใจเบาๆ “ถ้าเจ้าตั้งใจจริง ข้าจะไม่ขัดขวาง แต่ต้องมีชิงชิงและห่านตงไปด้วยทุกครั้ง และต้องกลับมาก่อนพระอาทิตย์ตก







