หน้าหลัก / รักโบราณ / หวนคำนึง / เจ้าลืม แต่ข้าไม่ลืม 1

แชร์

เจ้าลืม แต่ข้าไม่ลืม 1

ผู้เขียน: กัวซืออวี่
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-30 13:28:28

ท้องฟ้าผันแปร วันเวลาเคลื่อนคล้อย แสงแดดลามเลียจนถึงปลายเตียง สตรีที่หมดสติไปหนึ่งคืนเริ่มรู้สึกตัว เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ เปิดออกแม้สู้แสงไม่ดีแต่ก็ทำให้ตระหนักได้ว่าบัดนี้ไม่ใช่เวลาที่นางจะหลับใหลอีกต่อไปแล้ว

จ้าวซือหงลืมตามองขื่อคานตรงเบื้องหน้า ศีรษะหนักอึ้งประหนึ่งโดนคนเอาเหล็กกล้ามาทุบก็มิปาน ความทรงจำของเมื่อวานหวนกลับเข้ามาในสมอง เสียงของคนสนิทกลับมาดังกึกก้องในโสตประสาทอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่

‘...ฮูหยินกำลังตั้งครรภ์อยู่หนาเจ้าค่ะ’

ถ้อยประโยคนั้นชัดเจนเกินกว่าจะเป็นความฝัน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นเด่นชัดยิ่งกว่าภาพลวงตา ฉะนั้นนางจึงไม่อาจหลอกตนเองได้ว่านางแค่หูฟาดไปเท่านั้น

ตั้งครรภ์...

นางกำลังตั้งครรภ์...

มารดาเจ้าเถอะ!

จ้าวซือหงกระฟัดกระเฟียดอยู่ภายในใจ พานอยากจะลากตัวนางคนเก่ามานั่งเจรจาด้วยหนักหนาว่านางฟั่นเฟือนเพียงไร รู้ว่าเขาไม่เหลียวแลแล้วยังมิรู้จักหักห้ามกาย หักห้ามใจ อีกทั้งแม่ทัพผู้นั้นอีกคน! ไม่หลงใหลได้ปลื้มนางมิใช่หรือไร แม้แต่จะร่วมนอนเคียงกันยังรังเกียจเดียดฉันท์แต่ไฉนเวลานี้จึงตั้งครรภ์บุตรของเขาได้กัน!

ความเก่าในครั้งวันวานเรื่องความทรงจำที่ขาดหายยังไม่อาจหาคำตอบได้ ความใหม่ก็วิ่งเข้าหานางไม่ให้เว้นช่วงได้หายใจ เช่นนี้มิให้นางต้องคมดาบของเจ้าโจรโฉดเมื่อวานเสียเลยเล่านางจะได้มิต้องมานั่งคิดถึงความเป็นมาในเรื่องที่นางไม่เข้าใจเช่นนี้

แต่นอนแน่นิ่งเป็นสตรีเกียจคร้านได้ไม่เท่าใด เสียงประตูที่เปิดออกก็ดังขึ้น หลินหรางเข้ามาหานางด้วยใบหน้าเศร้าหมองที่นับวันยิ่งทวีความเศร้าสลด

“ฮูหยินลุกไหวหรือไม่เจ้าคะ”

จ้าวซือหงเหลือบมองคนสนิทอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทอดถอนหายใจ ชันตัวลุกขึ้นด้วยว่านางมิอาจจมปรักเป็นผู้ป่วยติดเตียงเพื่อหนีความจริงได้ตลอด แต่ทว่าบางทีนางน่าจะเป็นผู้ป่วยติดเตียงเสียยังดีกว่า เมื่อสายตาพลันเห็นร่างตระหง่านของบุรุษผู้หนึ่ง ย่างกายเข้ามาในห้องของนาง บุรุษที่สมองสั่งให้นางสลัดความทรงจำตลอดสามปีทิ้งจนสิ้นซาก

จ้าวซือหงยังคงจับจ้องร่างของแม่ทัพหยางจื่อถง เขามิได้เอ่ยสิ่งใดเพียงโบกมือไล่คนสนิทของนางให้ออกจากห้อง เมื่อร่างของหลินหรานพ้นสายตาเขาก็ทอดถอนหายใจราวกับมีเรื่องหนักอกหนักใจก็มิปาน ทิ้งกายลงที่ปลายเตียงเตาห่างจากนางหนึ่งฉื่อ [1] เห็นจะได้ นับว่ารักษาระยะห่างได้ดี แต่ก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าถ้าหากรักษาระยะห่างถึงเพียงนี้ไยบุตรของเขาจึงมาอยู่ในท้องของนางได้กัน!

“เจ้าจำอะไรไม่ได้จริงๆ หรือ...”

จ้าวซือหงหันมองบุรุษที่นั่งข้างกาย เขาถามด้วยคำถามนี้สองครั้งแล้วกระมัง ไยจึงไม่รู้จักจำเสียบ้างเล่า “ใช่...ข้าจำสิ่งใดมิได้เลย”

ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่ทว่าหยางจื่อถงก็ยังคงเอาแต่นิ่งงัน ใบหน้าเคร่งเครียดราวกับใคร่ครวญสิ่งใดอยู่ในใจและมิอาจให้นางได้ล่วงรู้ได้

“ข้ามิทราบว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ข้าไม่ทราบว่าตนเองในตอนนั้นคิดทำสิ่งไรจึงด้านหน้าขอพระราชทานสมรสกับแม่ทัพผู้ห้าวหาญแห่งต้าเซี่ย เหตุใดจึงปลงใจยอมลงให้แก่ท่านและเป็นฮูหยินของจวนนี้ และเหตุจึงเลยเถิดจนถึง...จนถึงขั้นนี้ได้ แต่ข้า...”

“เจ้าเป็นภรรยาข้า”

พูดไม่ทันจบประโยค น้ำเสียงที่เย็นเยียบก็ดังแทรกขึ้นมาก่อน ราวกับอ่านใจของนางได้ว่าจะหลุดคำพูดใดออกมา จ้าวซือหงยังคงไม่ละสายตาจากใบหน้าของหยางจื่อถง นางมองเขาด้วยความไม่เข้าใจเหลือคณาบุรุษผู้นี้ช่างเต็มไปด้วยลึกลับยิ่งหนัก รอบตัวของหยางจื่อถงผู้นี้เสมือนมีเมฆหมอกปกคลุมจนนางมิอาจเข้าถึงตัวตนของเขาได้ เมฆหมอกที่ดำทะมึนจนกว่านางจะมองเห็นเขาได้ชัดเจนนัก แต่ทว่าเขากลับมองผ่านทะลุเมฆหมอกรอบๆ ตัวมายังนางได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

ดวงตาของจ้าวซือหงประสานกับดวงตาดำขลับของหยางจื่อถง ดวงตาที่นางมิอาจเข้าใจได้ว่าเขาต้องการสื่อความสิ่งใดออกมา

“จำสิ่งใดไม่ได้ก็ช่าง แต่อย่าลืมเรื่องนี้เป็นพอ”

“ข้ามีเรื่องมากมายที่สงสัย มิทราบว่าท่านจะบอกกล่าวแก่ข้าได้หรือไม่ เรื่องราวที่ข้าหลงลืมไปทั้งหมด”

จ้าวซือหงมิทราบว่านางใช้น้ำเสียงเช่นไรยามเมื่อเอ่ยประโยคเมื่อครู่ออกไป แต่ทว่าดวงตาดำขลับนั้นแสดงท่าทีสงสารออกมาครู่หนึ่งจนนางไม่แน่ใจว่านางเอ่ยเสียเว้าวอนจนเขาสงสารหรือว่านางตาฝาดไป

“บางเรื่องก็มิควรจดจำ อีกอย่างต่อให้ข้าพูดไปก็ใช่ว่าเจ้าจะเชื่อ ลืมแล้วก็ช่าง อย่าไปใส่ใจนักเลย”

“ท่านดีกับข้าขนาดนี้เชียวหรือ...ข้าไม่คิดว่าเราจะเป็นเช่นสามี ภรรยา ที่รักใคร่กลมเกลียวเสียเท่าไรนัก”

“รักใคร่กลมเกลียวหรือไม่นั้นบุตรในครรภ์ของเจ้ายังมิใช่หลักฐานที่ชัดแจ้งอีกหรือไร”

“นี่ท่าน!” เขาเอ่ยพลางเผยยิ้มขึ้นมาอย่างขบขัน จ้าวซือหงเอ่ยเสียงดังห้ามปราม แต่กลับเป็นนางที่ใบหน้าร้อนผ่าวประหนึ่งโดนไฟแผดเผาเสียอย่างนั้น “ข้าเพียงสงสัยก็เท่านั้น หลินหรานกล่าวว่าท่านแทบไม่พักค้างแรมที่จวนด้วยซ้ำไป ท่านอาศัยกินอยู่หลับนอนที่หอสุราลี่ตง แล้วข้าที่ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวกับท่านหลงเหลืออยู่เลยจะทราบได้อย่างไรกัน!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคำนึง   ผู้ต้องสงสัย 2

    “ขายออกไปให้กับคนสองคน คนหนึ่งจ่ายด้วยตั๋วเงินสภาพยับเยินยากจะสืบหาเจ้าคน อีกคนหนึ่งจ่ายด้วยทองคำทั้งหมด ส่วนคนที่มาซื้อนั้นเป็นเพียงนกต่อเท่านั้น”สองสามีภรรยาที่คิดไม่ตกต่อเรื่องทั้งปวงที่ยุ่งเหยิงเกินพรรณนาต้องมานั่งใคร่ครวญในสิ่งที่หวางมู่หามาได้ คราแรกหยางจื่อถงต้องการยาถอนพิษมาไว้ในมือของเขา เผื่อเกินสิ่งใดขึ้นจะได้ทันการณ์ อีกทั้งจะได้สืบสาวถึงคนที่คิดร้าย แต่ทว่าสิ่งที่เขาได้รับทราบกลับสร้างเรื่องน่าวิตกขึ้นมาอีกเรื่องราวกับเป็นเรื่องราวที่ไม่รู้จบ“สภาพตั๋วเงินยับเยิน และทองคำทั้งหมด” หยางจื่อถงทวนสิ่งที่ได้ยิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด นึกถึงความเป็นไปได้ของเจ้าของทรัพย์สินเหล่านั้น และนั่นคือข้อมูลทั้งหมดในยามนี้ที่เขามี นอกจากนั้นล้วนว่างเปล่า หากอยากจะรู้ให้แน่ชัด ก็คงต้องเอ่ยถามจ้าวซือหงที่หลับใหลอยู่ที่ใดสักที่พร้อมกับความทรงจำสามปีที่ผ่านมากระมัง“คนรอบกายท่านที่คิดร้ายต่อเรา มีทั้งคหบดีและยาจกหรือ” เสียงของจ้าวซือหงเรียกความสนใจของบุรุษที่ใคร่ครวญทุกอย่างด้วยความเคร่งเครียดทันที “ยาจกผู้นั้นเพียรสะสมตั๋วเงินจำนวนมากเพื่อมาซื้อยาพิษและทำร้ายข้า ส่วนอีกผู้ก็มั่งมี

  • หวนคำนึง   ผู้ต้องสงสัย 1

    หยางจื่อถงมองพินิจสตรีที่หลับใหลไปด้วยความเหนื่อยอ่อน มือกร้านลูบศีรษะของนางอย่างปลอบประโลม ทุกอย่างดูหนักหนาสาหัสกับนางเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เป็นเพียงสตรีแต่กลับแบกเรื่องหนักหนาเอาไว้มากมาย แล้วก่อนหน้านี้เล่านางต้องเผชิญสิ่งใดบ้างยามที่เขาไม่อยู่ ยามที่เขาเอาชีวิตของตนเองปกป้องแผ่นดินนี้อย่างสุดกำลัง ภรรยาของเขานั้นต้องทนทุกข์อยู่กับสิ่งใดบ้าง“นายท่านขอรับ” เสียงจากคนสนิทเรียกให้หยางจื่อถงหลุดออกจากภวังค์แห่งความหม่นหมองภายในจิตใจ แต่ทว่าก็ยังไม่ละสายตาไปจากภรรยาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง “ซ่งจื่อรุ่ยเขียนเทียบยาถอนพิษไว้แล้วขอรับ ท่านจะให้ข้าทำอย่างไรต่อไป”“ไปที่ร้านขายยา ถามหายาถอนพิษ สอบถามว่าภายในสองสามเดือนมานี้มีผู้ใดซื้อยาถอนพิษ หรือยาลืมเลือนเจ็ดราตรีบ้างหรือไม่ หากเขาไม่ยอมเปิดปากก็ใช้เงินทองทำให้พวกมันพูด หากยังไม่ยอมพูด ก็ทำตามที่เจ้าเห็นว่าสมควร”“ขอรับ”“แล้วเจ้านั่น...มันหายหัวไปไหน”“ไม่ทราบขอรับ หลังจากทำงานให้ท่านเรียบร้อยก็หายตัวไปที่ใดก็มิทราบ”“มันทำงานเสร็จแล้ว...คงต้องกำจัดทิ้งแล้วกระมัง”“นายท่าน...”“มันทำข้าก่อนหวางมู่ มันทำข้าก่อนทั้งสิ้น” นัยน์ตาแดงก่ำเอ่ยด้วยคว

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 3

    “แล้วเหตุใดจึงเป็นเพียงความทรงจำช่วงหนึ่งเท่านั้นเล่า” หยางจื่อถงตั้งคำถาม“เรื่องนั้นเป็นไปได้สองทางคือ ความทรงจำที่หายไปนั้นสำคัญมากจนฮูหยินระลึกถึงมันอยู่ตลอด ดังนั้นเมื่อรับพิษไปจึงลืมเลือนทุกอย่างทีละนิดโดยที่ท่านไม่รู้ตัว หรือไม่ก็เป็นความทรงจำที่น่าหวาดหวั่นจนหวนนึกถึงอีกครั้งในช่วงที่จิตใจหวั่นวิตก และยาพิษนั่นจึงลบเลือนมันไปอย่างที่ท่านต้องการ”“แล้วทางแก้เล่า”“มียาถอนพิษนี้...เพียงแต่ไม่อาจใช้กับฮูหยินได้”“ทำไม!” หยางจื่อถงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความไม่พอใจ อย่างไม่อาจข่มอารมณ์เอาไว้ได้“เพราะยาถอนพิษจะส่งผลเสียต่อเด็กในครรภ์ ฉะนั้นบัดนี้แม้มียาถอนพิษก็ไร้ความหมาย”เมื่อได้ยินมือของจ้าวซือหงก็พลันสัมผัสที่หน้าท้องของตนเอง ส่วนหยางจื่อถงนั้นก็ได้แต่กล้ำกลืนก้อนบางอย่างลงคอและเอ่ยถามในสิ่งที่เขาหวั่นวิตกมากที่สุด “แล้วพิษนี้จะส่งผลเสียอย่างไร”“ความทรงจำหล่นหาย เหนื่อยง่าย หายใจหอบเหนื่อย และค่อยๆ กัดกินหัวใจของฮูหยินจนหยุดเต้นในที่สุด”ทั้งห้องตกอยู่ในสภาวะเงียบงัน หยางจื่อถงกำมือทั้งสองข้างแน่นอย่างเผลอไผล จ้าวซือหงจมดิ่งสู่ความดำมืดในจิตใจ มีทางรอดแต่ก็เหมือนไม่มี

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 2

    “ไปกันเถิดขอรับฮูหยิน สายกว่านี้จะยิ่งผิดสังเกต” จ้าวซือหงหันมองเจ้าของเสียงที่หลายวันมานี้เข้านอกออกในห้องนอนของเธอและหยางจื่อถงด้วยความชำนาญ“หวางมู่ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”“ข้ามิได้ไปไหน ข้าเฝ้าดูฮูหยินอยู่ตลอด”จ้าวซือหงพลันทอดถอนหายใจเมื่อได้ยินในสิ่งที่ลูกน้องคนสนิทของสามีเอ่ยออกมา หากให้นางถามนี่ก็คงเป็นคำสั่งของสามีนางอีกเช่นเคย เขาไม่ยอมให้นางไกลหูไกลตาแม้แต่ครึ่งก้าว ประคองนางไว้ในอุ้งมือแต่ตบตาผู้อื่นว่าทิ้งขว้างนางอย่างสามีผู้ไร้คุณธรรม จนชั่วขณะหนึ่งจ้าวซือหงก็อดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ง่อนแง่นก่อนหน้านี้ที่คนเล่าลือกันให้ทั่วของนางและเขานั้นเกิดจากการสร้างเรื่องมดเท็จเช่นในตอนนี้ เพื่อความอยู่รอดของทั้งเขาและเธอ แต่เหตุใดจึงต้องสร้างเรื่องเช่นนี้เพื่อความอยู่รอดนั้นนางก็ไม่อาจทราบได้ในตอนนี้เช่นกันในเมื่อไม่ทราบนางก็ได้แต่วางเรื่องชวนเวียนหัวนี้ลง และทำตามที่หวางมู่ต้องการ คือลอบออกจากจวนมุ่งหน้าไปยังหอสุราลี่ตง เมื่อถึงหอสุราก็ไม่มีใครทราบอีกเช่นกันว่านางมาหลบพำนักที่นี่ด้วยว่าหวางมู่พานางมายังที่นี่ด้วยเส้นทางลับ ที่มีปลายทางเป็นห้องนอนของหยางจื่อถงที่นายมาหลับนอนอยู่ท

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 1

    หลังจากเรื่องในวันนั้นจวนของท่านแม่ทัพหยางก็มิต่างจากป้อมปราการ มีคนมากมายคอยคุ้มกัน คำสั่งมีเพียงอย่างเดียวคืออย่าให้ใครหน้าไหนเข้าจวนได้ทั้งสิ้นจนกว่าจะมีคำอนุญาตจากท่านแม่ทัพ แต่นั่นก็มิได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ผู้เป็นภรรยาอย่างจ้าวซือหงแม้แต่น้อย เพราะนางมีเรื่องที่เคลือบแคลงใจมากกว่านั้นให้ครุ่นคิดจ้าวซือหงตั้งอาหารเข้าปากพลางมองบุรุษที่อยู่เคียงกายไม่ห่างตั้งแต่หลับยันตื่นนอน“วันนี้ไปที่หอสุรากับข้า”และนี่คือเรื่องที่นางฉงนสนเท่ห์เป็นไหนๆ เขาสั่งคนมากมายล้อมจวนไม่ให้ใครได้ย่างกายเข้ามาได้ แต่ทว่าหลังจากวันนั้นเขาก็ลอบพานางออกจากจวนด้วยทางลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจวน และพานางไปอยู่ที่หอสุรากับเขาทุกวี่วัน ดั่งเป็นกับดักล่อลวงให้คนอื่นได้เข้าใจว่านางนั้นพำนักอยู่ที่จวนมิได้ออกไปไหนแม้แต่ครึ่งก้าว ท่านแม่ทัพประคองนางให้อยู่ในอุ้งมือราวกับสิ่งมีค่าจนนางไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน“ท่านคิดทำแบบนี้ไปถึงเมื่อใด”คนที่ถูกทำก็ยังมีทีท่าไม่ยี่หระ เพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งเขากลับนึกถึงคำพูดของใครบางคนขึ้นมา... “เมื่อข้ากำจัดปักษามีพิษใกล้ตัวไปได้”“ปักษามีพิษ?”“ใช่ ชุบเลี้ยงมันมาอย่างดี มันกล

  • หวนคำนึง   สิ่งสำคัญที่หายไปพร้อมกับความทรงจำ 2

    “เช่นนั้นไม่แย่หรือ ในเมื่อข้าจำสิ่งใดไม่ได้”“ข้ายังไม่เดือดร้อน เจ้าจะเดือดร้อนไปไย เอาเถิดอย่าไปคิดมากเลย หากใคร่ครวญให้ดีเจ้าจำความอะไรไม่ได้ก็เท่ากับว่าของสำคัญนั้นกำลังสูญหาย แต่จะหายไปเพียงชั่วครู่ หรือหายไปตลอดกาลนั้นขึ้นอยู่กับเจ้า”“ของสำคัญเช่นนั้น หากท่านสูญเสียมันไปจะเป็นเช่นไร”“ไม่เป็น มันจะสำคัญเมื่อข้าคิดที่จะใช้เท่านั้น บัดนี้ข้ายังไม่คิดใช้มันเลยไม่สำคัญ และไม่ส่งผลใดต่อข้า ตอนนี้ที่ข้าเป็นห่วงคือความปลอดภัยเท่านั้น หากคนพวกนั้นเข้ามารื้อค้นของถึงในห้องโดยที่คนในจวนไม่รู้นับว่าเป็นเรื่องอันตราย”“ข้าควรแปลกใจในเรื่องใด ระหว่างท่านมีความลับที่ดูยิ่งใหญ่จนข้าไม่วางใจ หรือเรื่องที่ท่านวางใจข้าให้เก็บรักษาของสำคัญนั้นไว้”“...แม้ความสัมพันธ์จะระหองระแหงแต่ก็ยังเรียกว่าความสัมพันธ์ไม่ใช่หรือ เจ้าอย่าตีความ ความสัมพันธ์ง่อนแง่นของเราในแง่ร้ายนักซือหง”“เช่นนั้นไยท่านไม่บอกว่าเรารักกัน เหตุใดจึงพูดอ้อมค้อมเสียทุกครั้ง มันคงง่ายกว่านี้หากข้าไม่ต้องมานั่งตีความคำพูดของท่านทุกครั้ง”เท้าที่ก้าวเดินชะงักอีกครั้งหนึ่ง หยางจื่อถงเพ่งพินิจใบหน้างามที่เต็มไปด้วยความสงสัย นัยน์ตาเจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status