เข้าสู่ระบบ“...ข้าคงละเลยหน้าที่สามีเกินไปกระมัง เช่นนั้นข้าจะชดเชยให้ก็แล้วกัน หลังจากนี้ข้าจะกินที่นี่ นอนที่นี่ ไม่ไปค้างอ้างแรมที่อื่นอีก ดีหรือไม่”
“ข้ามิได้เรียกร้อง...” “นั่นคือสิ่งที่เจ้าควรได้รับ อีกอย่างปล่อยไว้คนเดียวเหมือนแต่ก่อนคงจะไม่ได้...ทำอย่างไรได้ในท้องของเจ้ามีลูกของข้าอยู่ทั้งคน” จ้าวซือหงมองสายตาของหยางจื่อถงที่เพ่งพินิจยังหน้าท้องของนาง เช่นเดียวกับนางที่ยกมือขึ้นมาลูบหน้าท้องน้อยๆ อย่างเผลอไผล อาจจะไม่ผิดจากที่หลินหรานกล่าวมากนัก ความสัมพันธ์ของนางกับแม่ทัพผู้นี้ไม่ได้มีความรักอะไรเทือกนั้นอย่างแน่นอน บัดนี้เขามาพบหน้านางย้ำความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาก็เพราะนางกำลังโอบอุ้มบุตรของเขาอยู่ก็เท่านั้น เช่นนี้แล้วเมื่อครู่นางแอบวาดฝันสิ่งใดไปหรือไม่ เหตุใดหัวใจของนางจึงเต้นไม่เป็นจังหวะจนแทบจะกระเด้งกระดอนออกมาเสียให้ได้เช่นนี้ หยางจื่อถงมีอิทธิพลต่อนางมากขนาดไหนกันทั้งก่อนหน้านี้และในตอนนี้ “สามปีที่ผ่านนี้มีเรื่องมากมาย ข้ามิอาจเล่าความจนหมดได้ อีกอย่างเจ้าคงไม่เชื่อข้าคนที่ทิ้งเจ้าอยู่จวนแม่ทัพเพียงลำพังมาตลอดสามปีหรอก จะให้ข้าเอ่ยสิ่งใดได้เล่า...ความสัมพันธ์ของเราก็ไม่ได้ต่างจากที่เจ้าคิดไว้นัก ง่อนแง่น ระหองระแหง ไม่หนักแน่น รังแต่จะเปราะบางขึ้นทุกวัน แต่ที่ยังอยู่รอดมาสามปีก็เพราะสมรสพระราชทานมิอาจหย่าขาดได้ทันที” แม้จะตั้งรับกับคำตอบเช่นนี้มาบ้าง อีกทั้งนางมิได้พิศวาสเขาเช่นกัน แต่เหตุใดนางกลับจุกในอกขึ้นมาเสียได้เมื่อได้ยินถ้อยคำแสนไร้เยื่อใยจากอีกฝ่าย ‘มิอาจหย่าขาดได้’ เพราะการสมรสของนางคือสิ่งที่หวงตี้พระราชทานมาให้ การหย่าขาดนั้นจึงไม่สมควรเท่าใดนักหากไม่มีเหตุอันควรมากพอ สิ่งที่เขาพูดมาล้วนเป็นความจริง แต่ทว่าเป็นความจริงที่สร้างความร้าวรานอันแสนประหลาดให้กับจ้าวซือหงผู้ไร้ความทรงจำทั้งมวลเกี่ยวกับเขา แต่ทว่าความรู้สึกของนางที่มีต่อเขามิอาจลืมเลือนไปตามความทรงจำกระมัง และเพราะเหตุนี้นางจึงอดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่านางอาจเผลอตัว เผลอใจไปจริงๆ นางอาจกลายเป็นคนโง่เขลาขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นได้ และที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็เพราะว่านางเป็นผู้เลือกเองทั้งสิ้นก็เป็นได้ “ข้าตั้งครรภ์หนทางหย่าขาดยิ่งไม่ยากกว่าเก่าหรือ” “ยาก...แต่ช่างเถิด อย่างไรข้าก็ไม่คิดผูกมัดชีวิตของตนเองไว้กับใครอยู่แล้ว” “ท่านไม่คิดเอ่ยคำหวานให้ข้าได้พอใจชื้นบ้างหรือ มิทราบหรือว่าสตรียามตั้งครรภ์นั้นเปราะบางเพียงใด” เมื่อไม่อาจทานทนกับความจุกในอก จ้าวซือหงก็เอ่ยขึ้นมาอย่างใจนึก แม้ว่าอยากจะยกมือมาตะครุบปากของตนเองแต่ก็ช้าเกินไป เผลอความในใจให้เขาฟัง และนี่อาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่เปราะบางสำหรับสตรีตั้งครรภ์ การแสดงความน้อยใจออกมาซึ่งๆ หน้าอย่างไม่ปิดบัง...ช่างน่าอายเสียจริงจ้าวซือหง แม้ว่านางอยากจะยกมือขึ้นมาปิดบังใบหน้ายามเมื่อเอ่ยกับเขาออกไปเช่นนั้น แต่ทว่ากลับจ้องนัยน์ตาของหยางจื่อถงไม่คลาดราวกับจะรอฟังความจากเขา ซึ่งบุรุษที่นางจ้องเอาเป็นเอาตายก็แค่ยกยิ้มมุมปาก หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ราวกับว่าเจอเรื่องน่าขบขัน “ข้าหยาบกระด้าง...แต่จะพยายามก็แล้วกัน” เขาละสายตาออกจากจ้าวซือหง ทอดถอนหายใจอีกครั้ง “จากนี้เอาอย่างไรดีเล่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยคิดเรื่องการมีบุตรเช่นคนอื่นเขาเลย” “แล้วท่านมั่นใจได้อย่างไร...” หยางจื่อถงหันมองหน้าภรรยาของตนทันควันและพอจะเดาได้ว่าสิ่งที่นางเอ่ยนั้นหมายความถึงสิ่งใด “มั่นใจได้อย่างไรว่าข้าตั้งครรภ์บุตรของท่าน” “เจ้าลืม...แต่ข้าไม่ลืม ฉะนั้นข้ามั่นใจว่าเจ้าตั้งครรภ์ลูกของข้า” [1] ฉื่อ มาตรวัดความยาวของจีน โดยประมาณ 10 นิ้วหรือหนึ่งส่วนสามเมตร“ขายออกไปให้กับคนสองคน คนหนึ่งจ่ายด้วยตั๋วเงินสภาพยับเยินยากจะสืบหาเจ้าคน อีกคนหนึ่งจ่ายด้วยทองคำทั้งหมด ส่วนคนที่มาซื้อนั้นเป็นเพียงนกต่อเท่านั้น”สองสามีภรรยาที่คิดไม่ตกต่อเรื่องทั้งปวงที่ยุ่งเหยิงเกินพรรณนาต้องมานั่งใคร่ครวญในสิ่งที่หวางมู่หามาได้ คราแรกหยางจื่อถงต้องการยาถอนพิษมาไว้ในมือของเขา เผื่อเกินสิ่งใดขึ้นจะได้ทันการณ์ อีกทั้งจะได้สืบสาวถึงคนที่คิดร้าย แต่ทว่าสิ่งที่เขาได้รับทราบกลับสร้างเรื่องน่าวิตกขึ้นมาอีกเรื่องราวกับเป็นเรื่องราวที่ไม่รู้จบ“สภาพตั๋วเงินยับเยิน และทองคำทั้งหมด” หยางจื่อถงทวนสิ่งที่ได้ยิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด นึกถึงความเป็นไปได้ของเจ้าของทรัพย์สินเหล่านั้น และนั่นคือข้อมูลทั้งหมดในยามนี้ที่เขามี นอกจากนั้นล้วนว่างเปล่า หากอยากจะรู้ให้แน่ชัด ก็คงต้องเอ่ยถามจ้าวซือหงที่หลับใหลอยู่ที่ใดสักที่พร้อมกับความทรงจำสามปีที่ผ่านมากระมัง“คนรอบกายท่านที่คิดร้ายต่อเรา มีทั้งคหบดีและยาจกหรือ” เสียงของจ้าวซือหงเรียกความสนใจของบุรุษที่ใคร่ครวญทุกอย่างด้วยความเคร่งเครียดทันที “ยาจกผู้นั้นเพียรสะสมตั๋วเงินจำนวนมากเพื่อมาซื้อยาพิษและทำร้ายข้า ส่วนอีกผู้ก็มั่งมี
หยางจื่อถงมองพินิจสตรีที่หลับใหลไปด้วยความเหนื่อยอ่อน มือกร้านลูบศีรษะของนางอย่างปลอบประโลม ทุกอย่างดูหนักหนาสาหัสกับนางเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เป็นเพียงสตรีแต่กลับแบกเรื่องหนักหนาเอาไว้มากมาย แล้วก่อนหน้านี้เล่านางต้องเผชิญสิ่งใดบ้างยามที่เขาไม่อยู่ ยามที่เขาเอาชีวิตของตนเองปกป้องแผ่นดินนี้อย่างสุดกำลัง ภรรยาของเขานั้นต้องทนทุกข์อยู่กับสิ่งใดบ้าง“นายท่านขอรับ” เสียงจากคนสนิทเรียกให้หยางจื่อถงหลุดออกจากภวังค์แห่งความหม่นหมองภายในจิตใจ แต่ทว่าก็ยังไม่ละสายตาไปจากภรรยาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง “ซ่งจื่อรุ่ยเขียนเทียบยาถอนพิษไว้แล้วขอรับ ท่านจะให้ข้าทำอย่างไรต่อไป”“ไปที่ร้านขายยา ถามหายาถอนพิษ สอบถามว่าภายในสองสามเดือนมานี้มีผู้ใดซื้อยาถอนพิษ หรือยาลืมเลือนเจ็ดราตรีบ้างหรือไม่ หากเขาไม่ยอมเปิดปากก็ใช้เงินทองทำให้พวกมันพูด หากยังไม่ยอมพูด ก็ทำตามที่เจ้าเห็นว่าสมควร”“ขอรับ”“แล้วเจ้านั่น...มันหายหัวไปไหน”“ไม่ทราบขอรับ หลังจากทำงานให้ท่านเรียบร้อยก็หายตัวไปที่ใดก็มิทราบ”“มันทำงานเสร็จแล้ว...คงต้องกำจัดทิ้งแล้วกระมัง”“นายท่าน...”“มันทำข้าก่อนหวางมู่ มันทำข้าก่อนทั้งสิ้น” นัยน์ตาแดงก่ำเอ่ยด้วยคว
“แล้วเหตุใดจึงเป็นเพียงความทรงจำช่วงหนึ่งเท่านั้นเล่า” หยางจื่อถงตั้งคำถาม“เรื่องนั้นเป็นไปได้สองทางคือ ความทรงจำที่หายไปนั้นสำคัญมากจนฮูหยินระลึกถึงมันอยู่ตลอด ดังนั้นเมื่อรับพิษไปจึงลืมเลือนทุกอย่างทีละนิดโดยที่ท่านไม่รู้ตัว หรือไม่ก็เป็นความทรงจำที่น่าหวาดหวั่นจนหวนนึกถึงอีกครั้งในช่วงที่จิตใจหวั่นวิตก และยาพิษนั่นจึงลบเลือนมันไปอย่างที่ท่านต้องการ”“แล้วทางแก้เล่า”“มียาถอนพิษนี้...เพียงแต่ไม่อาจใช้กับฮูหยินได้”“ทำไม!” หยางจื่อถงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความไม่พอใจ อย่างไม่อาจข่มอารมณ์เอาไว้ได้“เพราะยาถอนพิษจะส่งผลเสียต่อเด็กในครรภ์ ฉะนั้นบัดนี้แม้มียาถอนพิษก็ไร้ความหมาย”เมื่อได้ยินมือของจ้าวซือหงก็พลันสัมผัสที่หน้าท้องของตนเอง ส่วนหยางจื่อถงนั้นก็ได้แต่กล้ำกลืนก้อนบางอย่างลงคอและเอ่ยถามในสิ่งที่เขาหวั่นวิตกมากที่สุด “แล้วพิษนี้จะส่งผลเสียอย่างไร”“ความทรงจำหล่นหาย เหนื่อยง่าย หายใจหอบเหนื่อย และค่อยๆ กัดกินหัวใจของฮูหยินจนหยุดเต้นในที่สุด”ทั้งห้องตกอยู่ในสภาวะเงียบงัน หยางจื่อถงกำมือทั้งสองข้างแน่นอย่างเผลอไผล จ้าวซือหงจมดิ่งสู่ความดำมืดในจิตใจ มีทางรอดแต่ก็เหมือนไม่มี
“ไปกันเถิดขอรับฮูหยิน สายกว่านี้จะยิ่งผิดสังเกต” จ้าวซือหงหันมองเจ้าของเสียงที่หลายวันมานี้เข้านอกออกในห้องนอนของเธอและหยางจื่อถงด้วยความชำนาญ“หวางมู่ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”“ข้ามิได้ไปไหน ข้าเฝ้าดูฮูหยินอยู่ตลอด”จ้าวซือหงพลันทอดถอนหายใจเมื่อได้ยินในสิ่งที่ลูกน้องคนสนิทของสามีเอ่ยออกมา หากให้นางถามนี่ก็คงเป็นคำสั่งของสามีนางอีกเช่นเคย เขาไม่ยอมให้นางไกลหูไกลตาแม้แต่ครึ่งก้าว ประคองนางไว้ในอุ้งมือแต่ตบตาผู้อื่นว่าทิ้งขว้างนางอย่างสามีผู้ไร้คุณธรรม จนชั่วขณะหนึ่งจ้าวซือหงก็อดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ง่อนแง่นก่อนหน้านี้ที่คนเล่าลือกันให้ทั่วของนางและเขานั้นเกิดจากการสร้างเรื่องมดเท็จเช่นในตอนนี้ เพื่อความอยู่รอดของทั้งเขาและเธอ แต่เหตุใดจึงต้องสร้างเรื่องเช่นนี้เพื่อความอยู่รอดนั้นนางก็ไม่อาจทราบได้ในตอนนี้เช่นกันในเมื่อไม่ทราบนางก็ได้แต่วางเรื่องชวนเวียนหัวนี้ลง และทำตามที่หวางมู่ต้องการ คือลอบออกจากจวนมุ่งหน้าไปยังหอสุราลี่ตง เมื่อถึงหอสุราก็ไม่มีใครทราบอีกเช่นกันว่านางมาหลบพำนักที่นี่ด้วยว่าหวางมู่พานางมายังที่นี่ด้วยเส้นทางลับ ที่มีปลายทางเป็นห้องนอนของหยางจื่อถงที่นายมาหลับนอนอยู่ท
หลังจากเรื่องในวันนั้นจวนของท่านแม่ทัพหยางก็มิต่างจากป้อมปราการ มีคนมากมายคอยคุ้มกัน คำสั่งมีเพียงอย่างเดียวคืออย่าให้ใครหน้าไหนเข้าจวนได้ทั้งสิ้นจนกว่าจะมีคำอนุญาตจากท่านแม่ทัพ แต่นั่นก็มิได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ผู้เป็นภรรยาอย่างจ้าวซือหงแม้แต่น้อย เพราะนางมีเรื่องที่เคลือบแคลงใจมากกว่านั้นให้ครุ่นคิดจ้าวซือหงตั้งอาหารเข้าปากพลางมองบุรุษที่อยู่เคียงกายไม่ห่างตั้งแต่หลับยันตื่นนอน“วันนี้ไปที่หอสุรากับข้า”และนี่คือเรื่องที่นางฉงนสนเท่ห์เป็นไหนๆ เขาสั่งคนมากมายล้อมจวนไม่ให้ใครได้ย่างกายเข้ามาได้ แต่ทว่าหลังจากวันนั้นเขาก็ลอบพานางออกจากจวนด้วยทางลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจวน และพานางไปอยู่ที่หอสุรากับเขาทุกวี่วัน ดั่งเป็นกับดักล่อลวงให้คนอื่นได้เข้าใจว่านางนั้นพำนักอยู่ที่จวนมิได้ออกไปไหนแม้แต่ครึ่งก้าว ท่านแม่ทัพประคองนางให้อยู่ในอุ้งมือราวกับสิ่งมีค่าจนนางไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน“ท่านคิดทำแบบนี้ไปถึงเมื่อใด”คนที่ถูกทำก็ยังมีทีท่าไม่ยี่หระ เพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งเขากลับนึกถึงคำพูดของใครบางคนขึ้นมา... “เมื่อข้ากำจัดปักษามีพิษใกล้ตัวไปได้”“ปักษามีพิษ?”“ใช่ ชุบเลี้ยงมันมาอย่างดี มันกล
“เช่นนั้นไม่แย่หรือ ในเมื่อข้าจำสิ่งใดไม่ได้”“ข้ายังไม่เดือดร้อน เจ้าจะเดือดร้อนไปไย เอาเถิดอย่าไปคิดมากเลย หากใคร่ครวญให้ดีเจ้าจำความอะไรไม่ได้ก็เท่ากับว่าของสำคัญนั้นกำลังสูญหาย แต่จะหายไปเพียงชั่วครู่ หรือหายไปตลอดกาลนั้นขึ้นอยู่กับเจ้า”“ของสำคัญเช่นนั้น หากท่านสูญเสียมันไปจะเป็นเช่นไร”“ไม่เป็น มันจะสำคัญเมื่อข้าคิดที่จะใช้เท่านั้น บัดนี้ข้ายังไม่คิดใช้มันเลยไม่สำคัญ และไม่ส่งผลใดต่อข้า ตอนนี้ที่ข้าเป็นห่วงคือความปลอดภัยเท่านั้น หากคนพวกนั้นเข้ามารื้อค้นของถึงในห้องโดยที่คนในจวนไม่รู้นับว่าเป็นเรื่องอันตราย”“ข้าควรแปลกใจในเรื่องใด ระหว่างท่านมีความลับที่ดูยิ่งใหญ่จนข้าไม่วางใจ หรือเรื่องที่ท่านวางใจข้าให้เก็บรักษาของสำคัญนั้นไว้”“...แม้ความสัมพันธ์จะระหองระแหงแต่ก็ยังเรียกว่าความสัมพันธ์ไม่ใช่หรือ เจ้าอย่าตีความ ความสัมพันธ์ง่อนแง่นของเราในแง่ร้ายนักซือหง”“เช่นนั้นไยท่านไม่บอกว่าเรารักกัน เหตุใดจึงพูดอ้อมค้อมเสียทุกครั้ง มันคงง่ายกว่านี้หากข้าไม่ต้องมานั่งตีความคำพูดของท่านทุกครั้ง”เท้าที่ก้าวเดินชะงักอีกครั้งหนึ่ง หยางจื่อถงเพ่งพินิจใบหน้างามที่เต็มไปด้วยความสงสัย นัยน์ตาเจ







