Share

บทที่ 6 ท่านลุงเหอ

Author: BigM00N
last update Last Updated: 2026-02-02 16:08:37

ทางด้านซูหลีหลี่นางค่อยๆ ย่อกายลงแล้วดึงเข็มออกมาอีกสี่เล่มแล้วปักลงไปตามจุดต่างๆ ของร่างกายของชายวัยกลางคนผู้นั้น นางดึงยาลูกกลอนออกมาแล้วยื่นให้เหอจงด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ยาลูกกลอนนี้ช่วยขับไล่พิษของหนอนกู่ได้ ท่านจงรีบนำไปป้อนให้เจ้านายของท่านกินเสีย” เมื่อซูหลีหลี่ยื่นยาให้เหอจงก็พลันมีสีหน้าลังเล นางจึงทอดถอนใจออกแล้วยื่นมือไปบิยาลูกกลอนออกมาแล้วกินลงไปในทันที

“ท่านคงเห็นแล้วกระมังว่าข้าไม่ได้คิดจะวางยาเจ้านายของท่าน รีบลงมือเสียหากชักช้าแล้วหนอนกู่แผลงฤทธิ์ขึ้นมา เขาคงจะคลุ้มคลั่งเพราะอาการเจ็บปวดอีกครั้ง แล้วครั้งนี้คงยากที่จะกำราบหนอนกู่ได้แล้ว” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอจงก็ไม่รอช้ารีบลงมือป้อนยาให้เจ้านายของเขาในทันที ส่วนซูหลีหลี่ยามนี้นางกำลังสอดส่ายสายตาหาทารกน้อยเพื่อจะรับเขากลับไปด้วย เพียงครั้งนี้กลับไร้ซึ่งเสียงร้องของเด็กทารกอย่างที่ควรจะเป็น

“อึก อ็อก อ็อก...” ชายวัยกลางคนที่นอนอยู่ถูกป้อนยาลูกกลอนได้ไม่นานก็มีท่าทีอึดอัดแล้วก็ขย้อนเลือดและตัวหนอนเนื้อตัวอวบอ้วนสีแดงสดออกมาในทันที

“รีบฆ่าหนอนกู่นั่นเสีย อย่าปล่อยให้มันหนีออกไปทำร้ายผู้คนอีก” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอจงก็รีบลงมือใช้ปลายกระบี่แทงลงไปบนตัวหนอนในทันที

“โอย หายปวดได้เสียที” ชายวัยกลางคนเอ่ยพึมพำออกมาพลางยกมือขึ้นไปนวดบริเวณศีรษะของตนเอง

“นายท่าน ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เหอจงรีบเอ่ยถามอาการของเจ้านายของเขาพลางกดปลายกระบี่แล้วตวัดตัดหนอนตัวนั้นจนขาดเป็นสองท่อนในทันที หนอนตัวนั้นยังคงขยับเขยื้อนอยู่ซูหลีหลี่เห็นดังนั้นจึงได้รีบหยิบก้อนหินขนาดเหมาะมือมาทุบหนอนสีแดงจนแหลกเหลวไปทั้งสองท่อนแล้วจึงได้หันไปสอดส่ายสายตาหาทารกน้อยอีกครั้ง

“ข้าไม่เป็นอันใดแล้ว ยังมือปวดหน่วงๆ อยู่บ้าง แต่ไม่ได้ปวดจนแทบจะควบคุมสติของตนเองไม่ได้อีกแล้ว” เหอเจวี๋ยเอ่ยพลางจ้องมองเด็กสาวตรงหน้าแม้ว่านางจะสวมผ้าโปร่งบางปกคลุมศีรษะเอาไว้ แต่เขาก็อยากจะทำความรู้จักกับนางเอาไว้เพราะสตรีที่ช่วยเหลือเขาผู้นี้มีฝีมือที่ไม่ธรรมดา

“ขอบคุณแม่นางที่ช่วยเหลือข้า ข้ามีนามว่าเหอเจวี๋ยวันหน้าหากมีโอกาสข้าจะขอเป็นวัวเป็นม้ารับใช้ท่านเพื่อตอบแทนบุญคุณ” เหอเจวี๋ยเอ่ยพลางยกมือขึ้นมาทำท่าค้อมคำนับเพื่อขอบคุณแต่ซูหลีหลี่กลับเบี่ยงกายหลบแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ข้าช่วยเหลือท่านก็เพราะไม่ต้องการให้ทำร้ายตนเองและผู้อื่น ส่วนเรื่องตอบแทนบุญคุณนั้นท่านไม่ต้องตอบแทนหรอก ขอเพียงแค่ยามนี้ท่านช่วยส่งคนของท่านไปตามหาเด็กทารกที่ได้รับบาดเจ็บจากการอาละวาดของท่านเมื่อครู่นี้แล้วนำมาให้ข้าได้หรือไม่” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอจงที่อยู่ด้านข้างก็รีบหันไปออกคำสั่งกับคนของเขาในทันที

“ได้ยินที่แม่นางน้อยพูดหรือไม่รีบส่งคนออกไปตามหาเร็ว” คำสั่งของเหอจงทำให้คนของเขารีบออกตามหาในทันที ส่วนเผิงซีผู้เป็นสาวใช้ของนางรีบยื่นมือมาดึงแขนเสื้อของนางในทันที

“ท่านกำลังคิดจะทำอะไรเจ้าคะ” แม้ว่าคำถามของเผิงซีจะแผ่วเบาเป็นอย่างมากแต่เหอจงที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ย่อมจะได้ยินเขาเองก็รู้สึกข้องใจเช่นเดียวกัน

“ข้าได้ยินเสียงทารกร้องน่ะ ก็เลยอยากจะยื่นมือช่วยเหลือ” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ทุกคนต่างก็หันไปสบตากันก็ต่างพึมพำออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ไม่เห็นได้ยินเลย” คำพูดของคนรอบกายทำให้ซูหลีหลี่เม้มปากแน่น นางรีบลุกขึ้นแล้วเหลียวมองรอบๆ กายเพื่อมองหาซูฉางเยว่ผู้เป็นบุตรชายบุญธรรมของตนเองในชาติก่อนด้วยจิตใจที่ไม่ค่อยจะมั่นคงนัก

‘เจ้าไปอยู่ที่ใดเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า เหตุใดเจ้าจึงไม่ได้อยู่ที่นี่ในวันนี้’ ซูหลีหลี่คิดด้วยความว้าวุ่นใจ ยิ่งเมื่อบรรดาลูกน้องของเหอจงเข้ามารายการว่าไม่มีเด็กทารกที่ได้รับบาดเจ็บจิตใจของซูหลีหลี่ก็พลันแตกสลายไปในทันที

“เขาอยู่ที่ไหนกันนะ” นางพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือทำให้ทั้งเหอจงและเหอเจวี๋ยต่างก็รีบสั่งให้คนของตนไปตามหาทารกน้อยที่ได้รับบาดเจ็บมาให้นางอีกครั้ง

“ไม่มีขอรับ” เมื่อคนของเหอเจวี๋ยและเหอจงกลับมารายงานเช่นนี้ซูหลีหลี่จึงได้พยักหน้า

“เช่นนั้นคงเป็นข้าที่หูแว่วไปเอง ขอบคุณพวกท่านมากที่ตั้งใจตามหาทารกน้อยให้ข้า” ซูหลีหลี่เอ่ยพลางคารวะขอบคุณแต่ทั้งเหอเจวี๋ยและเหอจงก็ต่างบ่ายเบี่ยงและเอ่ยว่าเป็นพวกเขาต่างหากที่ต้องตอบแทนนาง

“ไม่ทราบว่าข้าขอทราบนามของแม่นางได้หรือไม่ วันหน้าพวกข้าจะได้สามารถตอบแทนแม่นางได้อย่างเต็มที่” เมื่อเหอเจวี๋ยเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พยักหน้า

“เดิมทีข้าไม่ได้ต้องการการตอบแทนจากพวกท่านแต่ในเมื่อพวกท่านต้องการตอบแทนข้าก็ย่อมจะไม่ปฏิเสธ วันนี้ข้าอาจจะยังไม่มีเรื่องขอร้องพวกท่านแต่ก็ไม่แน่ว่าวันหน้าข้าจะไม่มี” ซูหลีหลี่เอ่ยออกมาแล้วจึงได้ลดเสียงลง

“ข้าคือคุณหนูใหญ่สกุลซู ซูหลีหลี่วันนี้ข้าลักลอบหนีออกจากจวนมาโดยที่ไม่มีผู้ใดภายในจวนรู้เห็นหวังว่าพวกท่านจะเข้าใจข้าและปล่อยให้ข้ากลับจวนอย่างเงียบๆ โดยไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของข้าได้หรือไม่” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอเจวี๋ยก็เอ่ยถามออกมาในทันที

“มารดาของเจ้าคงจะไม่ใช่หลี่เซียนโหรวบุตรสาวของท่านอดีตหัวหน้าสำนักแพทย์หลวงหลี่รุ่ยกระมัง” เมื่อเหอเจวี๋ยเอ่ยถามเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พยักหน้าพลางเอ่ยตอบเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา 

“ใช่เจ้าค่ะท่านแม่ของข้าคือหลี่เซียนโหรว”

“ฮ่า ฮ่า ที่แท้ก็เป็นบุตรสาวของคนงามสกุลหลี่นี่เอง เจ้าเรียกข้าว่าท่านลุงได้เลยข้ากับมารดาของเจ้าเคยเป็นสหายเก่ากัน ไม่นึกไม่ฝันว่าคนงามเช่นนางจะมีชะตาอาภัพเช่นนั้น แต่อย่างน้อยการที่นางมีบุตรสาวเช่นเจ้าถือว่าเป็นเรื่องดี และดีมากๆ อีกด้วย” เหอเจวี๋ยเอ่ยพลางหัวเราะออกมา

“ท่านลุงเหอช่วยลดเสียงลงหน่อยเจ้าค่ะ” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เขาจึงรีบพยักหน้า

“ไม่ใช่เพราะข้ากังวลว่าผู้อื่นจะล่วงรู้ว่าข้าหนีออกจากจวนมาอย่างเดียว แต่ด้วยสุขภาพของท่านในยามนี้ควรค่อยๆ ถนอมร่างกายเอาไว้น่าจะดีกว่า อีกอย่างคนที่วางหนอนกู่ตัวนี้ให้ท่านน่าจะเป็นคนใกล้ชิดที่สามารถป้อนหนอนกู่ให้ท่านได้ ดังนั้นเมื่อกลับจวนสกุลเหอไปข้าแนะนำให้ท่านลงมือสอบสวนให้ดี ท่านเป็นถึงผู้บัญชาการกองกำลังรักษาเมือง แต่กลับถือดาบไล่เข่นฆ่าผู้คนเช่นนี้ก็เท่ากับว่าคนที่ลงมือวางหนอนกู่ให้ท่านนอกจากตั้งใจจะทำให้ท่านถูกหนอนกู่กัดกินจนตายแล้วยังตั้งใจจะให้สกุลเหอและกองกำลังของสกุลเหอได้รับโทษสถานหนักเพราะการกระทำของท่านไปด้วย” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยเช่นนี้เหอเจวี๋ยจึงได้พลันมีสีหน้าตึงเครียดในทันที

“ดังนั้นคนที่วางแผนการร้ายกาจกับท่านจะต้องลงมือกับท่านอีกครั้งแน่เมื่อรู้ว่าท่านหายดีแล้ว ทางที่ดีท่านจึงควรจะแสร้งทำเป็นว่าพิษของหนอนกู่ยังขับออกไม่หมดและท่านเองก็ยังคงครองสติเอาไว้ไม่อยู่น่าจะเป็นการดีกว่า” เมื่อซูหลีหลี่เอ่ยแนะนำออกมาเช่นนี้เหอเจวี๋ยก็พลันพยักหน้าในทันที

“สมแล้วที่เป็นบุตรสาวของเซียนโหรว เจ้าทั้งเฉลียวฉลาดและงดงาม เฮ้อ น่าเสียดายที่ข้าไม่มีบุตรหลานที่ใช้การได้เลยสักคนมิเช่นนั้นคงจะต้องคิดอาจเอื้อมส่งคนไปสู่ขอเจ้าให้มาเป็นคู่ครองของบุตรหลานของข้าเป็นแน่” คำพูดของเหอเจวี๋ยทำให้เหอจงพลันกระแอมออกมา

“นายท่าน คนอย่างคุณหนูใหญ่สกุลซูยามนี้คงจะมีคู่หมายแล้วท่านจะพูดจะจาอันใดรบกวนคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนพูดด้วย” เมื่อเหอจงเอ่ยเช่นนี้เหอเจวี๋ยก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“นั่นสินะ ยามนั้นท่านอดีตหัวหน้าแพทย์หลวงหลี่เสียใจแทบตายที่เซียนโหรวเลือกแต่งกับไอ้งั่งสกุลซูนั่น ดังนั้นเมื่อมีหลานสาวที่แสนดีเช่นเจ้าเขาจะต้องรีบหาคู่ครองที่ดีเอาไว้ให้เจ้าแล้วแน่ๆ” เมื่อเหอเจวี๋ยเอ่ยเช่นนี้เหอจงก็กระแอมออกมาอีกครั้งแล้วกัดฟันเอ่ยเตือนเจ้านายของตนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“นายท่าน ไอ้งั่งที่ท่านเอ่ยถึงคือบิดาของนางนะ” คำพูดของเหอจงไม่เพียงทำให้เหอเจวี๋ยหัวเราะ แหะแหะออกมาอย่างเก้อกระดาก แต่ยังทำให้สองสาวใช้อย่างเผิงซีและตงชิงต่างก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ส่วนซูหลีหลี่ไม่เพียงไม่โกรธแต่นางยังร่วมวงหัวเราะกับสาวใช้ไปด้วย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 15 ลงมือ

    ยามที่เสียนอ๋องได้รู้ว่าคนสนิทของเขาอย่างหยางไหวยามนี้ได้เสนอตัวเข้าไปเป็นผู้คุ้มกันของซูหลีหลี่แล้ว เดิมทีเขาก็รู้สึกไม่พอใจที่หยางไหวกระทำการโดยไม่รอฟังคำสั่งของเขาก่อน แต่เมื่อคิดได้ว่ายามนี้ว่าที่พระชายาของตนเองกำลังถูกผู้อื่นจ้องเล่นงานเสียนอ๋องก็พลันรู้สึกไม่สบอารมณ์มากยิ่งขึ้น และคิดว่าการที่หยางไหวและเผิงกวนออกหน้าไปเป็นผู้คุ้มกันให้นางเช่นนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ถูกแล้ว“หยางกงกง ท่านเตรียมของขวัญล้ำค่าสักคันรถและสุราชั้นดีให้ข้าสักหลายไห วันนี้ข้าจะไปคารวะเยี่ยมเยียนว่าที่ท่านพ่อตาของข้าสักหน่อย อ้อ เอาบทกวีและภาพวาดเหล่านั้นไปด้วย คืนนี้ข้าตั้งใจว่าจะไปร่ำสุราชื่นชมภาพวาดและบทกวีกับว่าที่พ่อตาของข้าสักหน่อย” เสียนอ๋องเอ่ยออกมาด้วยสายตาอันร้ายกาจทำให้หยางกงกงได้แต่ยิ้มออกมาแล้วรีบดำเนินการในทันทีทางด้านหยางไหว เผิงกวน สุ่นเสียงและสุ่นเม่าหลังจากแยกย้ายกันไปจับตามองคนของหวังเจียหรานแล้วพวกเขาก็รู้ว่าหวังเจียหรานนั้นช่างอุกอาจเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงสั่งให้คนที่สกุลหวังส่งมาไปพบที่ห้องโถงของเรือนพักของนาง นางยังออกคำสั่งให้ซุนมามานำขอทานเข้าจวนมา แถมยังออกหน้าสั่งการอย่างไม่เกร

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 14 วางยา

    ยามที่ซูหลีหลี่ได้เห็นใบหน้าของผู้คุ้มกันที่เผิงซีหามา นางก็พลันมีสีหน้าประหลาดใจในทันที คนเหล่านี้นางสามารถจดจำใบหน้าของพวกเขาได้ พวกเขาคือบรรดาลูกน้องคนสนิทของซูฉางเยว่ผู้เป็นบุตรบุญธรรมของนางในชาติที่แล้ว หยางไหวผู้นี้เป็นทั้งอาจารย์ผู้สอนวิชายุทธ์และเป็นกุนซือคอยวางแผนการรบให้ซูฉางเยว่ ส่วนเผิงกวนคือรองแม่ทัพที่ซูฉางเยว่ไว้ใจซูฉางเยว่สู้รบชนะตั้งแต่อายุไม่ถึงสิบขวบก็เพราะกองกำลังภายใต้การควบคุมของเผิงกวนผู้นี้ ส่วนเผิงกวนมีกองกำลังนับแสนนายได้อย่างไรนางไม่ได้มีเวลาได้สืบค้น รู้แค่เพียงว่าเขาคือศิษย์สำนักเดียวกันกับเผิงซี เจ้านายเก่าของเขาทิ้งกองกำลังเอาไว้ให้เขาจำนวนหนึ่ง เขามีความเคารพต่อหยางไหวจึงได้ติดตามมาขอเป็นลูกน้องของซูฉางเยว่บุตรชายบุญธรรมของนาง แล้วหลังจากนั้นจึงได้กลับไปรวบรวมกำลังคนที่เคยอยู่สั่งกัดเดียวกันกับเขาจนกลายเป็นกองกำลังขนาดใหญ่มีทหารอยู่ในมือนับแสนนายยินดีรับฟังคำสั่งทางทหารจากซูฉางเยว่เพียงเท่านั้นมาชาตินี้เมื่อไม่มีซูฉางเยว่แล้วหยางไหวจะมาอยู่กับนางก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือนางได้พบกับเขาและเผิงกวนก่อนที่เคยได้พบกันในชาติที่แล้วถึงหกปี นา

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 13 หาผู้คุ้มกัน

    ถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหรานทำให้ซูหลีหลี่ระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น จวนเสนาบดีหวังแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นจวนของมหาบัณฑิตแต่ก็ชุบเลี้ยงผู้ฝึกยุทธ์หลายคน ยิ่งเมื่อตงเสวี่ยมาส่งข่าวให้นางรู้ว่าหวังเจียหรานคิดจะเรียกใช้ผู้ฝึกยุทธ์ของสกุลหวัง ซูหลีหลี่จึงได้รีบออกคำสั่งให้เผิงซีออกจากจวนไปหาผู้คุ้มกันที่มีวรยุทธ์สูงมาทำงานให้นางในทันที แม้ว่าเผิงซีจะมีวรยุทธ์แต่วิชายุทธ์ของนางก็หาได้เพียงพอที่จะต่อสู้กับผู้มีวิชายุทธ์หลายคนได้ เผิงซีจึงต้องรีบเร่งเดินทางกลับไปที่สำนักเดิมของตนเองเพื่อไหว้วานศิษย์พี่และอาจารย์ของนางหาผู้ฝึกยุทธ์ที่มีฝีมือสูงส่งให้นาง“ข้าต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์อย่างน้อยสี่คน ขอเป็นคนที่ไว้ใจได้และต้องการวันนี้เลย” คำพูดของเผิงซีทำให้ทั้งศิษย์พี่ของนางละอาจารย์หันไปมองหน้ากัน พวกเขาต้องดูแลสำนักย่อมปลีกตัวไปไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนคนอื่นๆ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการเรียกตัวหลับ ดังนั้นคำขอของเผิงซีจึงยากนักที่จะทำได้“วันนี้ย่อมไม่ทัน เผิงซีนายของเจ้าไปมีเรื่องกับผู้ใดเหตุใดจึงต้องการผู้เยี่ยมยุทธ์ถึงสี่คน” คำถามของอาจารย์ทำให้เผิงซีทอดถอนใจออกมาในทันที“คุณหนูของข้านางกำลังจะเป็นพระชายาข

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 12 ศัตรูของศัตรู

    เมื่อซูจวิ้นกลับเรือนของตนเองไปแล้วซูหลีหลี่จึงได้กลับเข้าเรือนของตนเองเช่นเดียวกัน แล้วจึงได้เอ่ยกับสาวใช้รุ่นใหญ่ทั้งสี่ของตนเองด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ“หลินหว่านผู้นั้น พวกเจ้าคิดว่าจะสามารถเข้าหานางได้มากน้อยสักเพียงไหน” คำถามของเจ้านายทำให้สาวใช้ทั้งสี่มองหน้ากันแล้วสุดท้ายก็เป็นตงชิงที่เป็นฝ่ายเสนอตัวออกมา“ยามที่บ่าวไปรับสำรับอาหารให้คุณหนูที่โรงครัวก็มักจะได้พบกับนางอยู่บ่อยครั้งเจ้าค่ะ สตรีผู้นี้ดูเรียบง่ายและอ่อนหวานมองไม่เห็นวี่แววเลยสักนิดว่าจะเป็นสตรีของนายท่านอย่างที่คุณหนูรองเอ่ยมา” เมื่อตงชิงเอ่ยเช่นนี้ซูหลีหลี่ก็พยักหน้า“นางเป็นสตรีของท่านพ่อจริงๆ อย่างที่เซียงเซียงเอ่ยมา ส่วนเรื่องความทะเยอทะยานของนางจะมี่หรือไม่ข้าไม่มั่นใจนัก รู้แค่เพียงนางเป็นเด็กสาวที่ทำให้ท่านพ่อของข้าไม่เชื่อฟังหวังซื่อได้ สตรีที่มีความสามารถเช่นนี้หากพวกเราสามารถดึงนางมาเป็นพวกได้ข้าย่อมจะมีหนทางที่จะจัดการกับหวังซื่อได้ในเร็ววัน” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้สาวใช้ทั้งมีต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ“คุณหนูทราบได้อย่างไรเจ้าค่ะ ว่านายท่านโปรดปรานนางมากกว่าฮูหยิน” คำถามของสาวใช้ทำให้ซูหลีหลี่ยิ้มออกมาใ

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 11 โน้มน้าว

    ซูจวิ้นที่ยังไม่ได้ไปไหนย่อมจะได้ยินถ้อยคำข่มขู่ของหวังเจียหราน เขาจ้องมองน้องสาวต่างมารดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงแล้วจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“หลีหลี่ครั้งนี้เจ้าเป็นศัตรูกับพวกนางโดยตรง เจ้าไม่กังวลว่าวันหน้าพวกนางแม่ลูกจะรวมหัวกันเล่นงานเจ้าหรือ” คำพูดของพี่ชายต่างมารดาทำให้ซูหลีหลี่หัวเราะออกมาด้วยความเย้ยหยัน“ต่อให้ข้าไม่คิดจะเป็นศัตรูกับพวกนางแล้วพวกนางจะเป็นมิตรกับข้าหรือ พี่ใหญ่ท่านก็เห็นแล้วว่าวันนี้เซียงเซียงตั้งใจจะเล่นงานข้าอย่างเต็มที่ โดยไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าตนเองกำลังทำลายความรักและความเอ็นดูของท่านพ่อที่เคยมีต่อนาง ขอแค่เพียงเล่นงานข้าได้สมใจของนางเพียงเท่านั้น นางจึงจะพอใจ” คำพูดของซูหลีหลี่ทำให้ซูจวิ้นทอดถอนใจออกมา“แล้วเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป” คำถามของเขาทำให้ซูหลีหลี่พลันเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจในทันที“เดิมทีข้าคิดว่าแค่เพียงข้าแต่งออกจากจวนไปก็จะพ้นการโจมตีจากพวกนางแล้ว แต่ข้ากลับคิดผิดซูหลีเซียงจะต้องหาหนทางเล่นงานข้าให้ได้ก่อนที่ข้าจะได้แต่งงานออกจากจวนไปแน่ อีกทั้งเมื่อดูจากความพยาบาทของนางแล้วต่อให้ข้าแต่งเข้าจวนอ๋องไปเป็น

  • หวนคืนกลับมาแก้ไขชะตาชีวิต   บทที่ 10 ลุกขึ้นมาตอบโต้

    แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะละเลยต่อบุตรสาว เอาอกเอาใจหวังเจียหรานและบุตรสาวของนางอย่างออกนอกหน้า แต่เขาก็หาได้ลืมเลือนว่าซูหลีหลี่ก็เป็นบุตรสาวของเขาเช่นเดียวกัน ได้เห็นสภาพของนางที่เป็นเช่นนี้ความเห็นใจและความรู้สึกผิดของเขาที่มีต่อบุตรสาวคนโตจึงได้ผุดขึ้นมา“ท่านพ่อ ท่านสั่งให้คนค้นหาให้ละเอียด ข้าสงสัยว่านอกจากพี่หญิงจะลักลอบออกจากจวนแล้วนางยังนำคนกลับมาด้วย อีกทั้งคนที่นางนำมาอาจจะเป็นเด็กทารกที่นางไปคลอดทิ้งเอาไว้ข้างนอกด้วยเจ้าค่ะ” คำพูดของซูหลีเซียงทำให้ซูหลีหลี่หรี่ตาแล้วเอ่ยกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ“ซูหลีเซียงนี่เจ้าใส่ความเรื่องที่ข้าออกนอกจวนไม่สำเร็จ ก็ใส่ความลามปามมาจนถึงเรื่องความบริสุทธิ์ของข้าเชียวหรือ เจ้ามีสิทธิ์อันใดมาทำเช่นนี้กับข้า ก่อนหน้านี้ก็ฟูมฟายโวยวายจะแย่งการแต่งงานของข้า พอท่านพ่อมาขอให้ข้ายินยอมเจ้าก็กลับเป็นฝ่ายเปลี่ยนใจไม่แย่งชิงการแต่งงานด้วยตนเองแล้วมิใช่หรือ แล้วเหตุใดวันนี้เจ้าจึงได้จงใจมาหาเรื่องข้าจนถึงเรือนพักส่วนตัวของข้าอีก แถมครั้งนี้ยังหาเรื่องข้าจนถึงขั้นที่อาจจะทำลายชื่อเสียงความบริสุทธิ์ของข้าและทำลายเกียรติของสกุลซูของพวกเร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status