Share

บทที่ 48 ข้าชอบเจ้า

last update Tanggal publikasi: 2026-04-29 17:39:37

โจวหยางอวี้นิ่งค้างไปชั่วขณะ เพราะไม่คิดว่าลู่ฟางหนิงจะถามเขาเช่นนี้ “เจ้ายังจดจำเรื่องนั้นได้หรือ?”

ลู่ฟางหนิงพยักหน้าตอบรับ “ไม่เพียงจดจำเรื่องนี้ได้เท่านั้น แต่เรื่องอื่นๆ ที่พระองค์เคยช่วยเหลือหม่อมฉันให้รอดพ้นจากอันตรายที่รุ่ยอ๋องสร้างขึ้น หม่อมฉันก็จำได้ขึ้นใจเช่นกัน”

 ดวงหน้าของโจวหยางอวี้เริ่มมีริ้วสีแดงปรากฏขึ้นด้วยความเขินอายที่ลู่ฟางหนิงรู้ความจริงทุกอย่าง เช่นนั้นเขาก็คงไม่สามารถปิดบังความลับนั้นได้อีกต่อไปแล้ว

“ที่จริงแล้ว ชาติก่อนข้าชอบเจ้าตั้งแต่ที่ข้าอายุได้สิบหก”

“แต่ตอนนั้นพวกเรายังไม่เคยพบกันเลยนะเพคะ แล้วพระองค์จะชื่นชอบหม่อมฉันได้อย่างไร” ลู่ฟางหนิงพยายามค้นหาในความทรงจำ แต่นางก็ไม่เห็นจะจำได้เลยว่านางเคยพบองค์รัชทายาทมาก่อน และหากเขาบอกว่าเขาชอบนางตั้งแต่เขาอายุสิบหก ซึ่งนางกับเขามีอายุห่างกันตั้งสี่ปี ยามนั้นนางก็มีอายุเพียงแค่สิบสองเท่านั้น แล้วเขาจะชอบนางตั้งแต่ตอนนั้นได้อย่างไร?

ยิ่งคิดเรื่องนี้ลู่ฟางหนิงก็ยิ่งมีความสงสัยมากมายเกิดขึ้น โจวหยางอวี้เห็นว่ายังพอมีเวลาเหลืออีกสักเล็กน้อย เขาจึงเล่าเรื่องราวในชาติก่อนให้ลู่ฟางหนิงฟัง

“วันนั้นเป็นวันที่ข้าได้เข้าไปฝึกฝีมือที่ค่ายทหารของสกุลลู่เป็นครั้งแรก…”

ลู่ฟางหนิงฟังเขาเล่าอย่างตั้งใจ โจวหยางอวี้แม้จะรู้สึกเขินอายที่ถูกลู่ฟางหนิงจ้องมองไม่วางตา แต่กระนั้นเขาก็ยังพยายามเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้นางฟังจนจบ

“ตอนนั้นข้าไปฝึกฝีมือโดยมิได้เปิดเผยฐานะที่แท้จริง ข้าจึงถูกเหล่าทหารในกองทัพฝึกอย่างหนัก วันนั้นข้าหิวมากจนไม่มีแรงฝึกจึงได้แอบออกไปกินหมั่นโถวที่องครักษ์แอบนำมามอบให้อย่างลับๆ แต่ใครจะไปคิดว่าข้าจะพบกับเด็กหญิงคนหนึ่งที่กำลังแอบปีนรั้วของค่ายทหารเข้ามา”

เมื่อโจวหยางอวี้เล่ามาถึงตรงนี้ ลู่ฟางหนิงก็เหมือนจะคลับคล้ายคลับคลาว่าเหตุการณ์เช่นนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับนางมาก่อน นางเบิกตาค้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักจนแทบจับใจความไม่ได้ “หรือว่าพี่ชายทหารใจดีที่ช่วยหม่อมฉันคนนั้นจะเป็น…พระองค์”

โจวหยางเทียนแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนให้นาง ก่อนจะเอ่ยบอก “ใช่แล้ว พี่ชายทหารคนนั้นคือข้าเอง”

ลู่ฟางหนิงได้ยินโจวหยางอวี้เอ่ยบอกเช่นนั้น ดวงหน้าของนางก็แดงก่ำด้วยความเขินอาย ยามนั้นเพราะนางคิดถึงบิดาและพี่ชายทั้งสองคนมาก จึงได้แอบหนีมารดามายังค่ายทหาร แต่เมื่อถูกมารดาจับได้ นางก็ถูกลงโทษเสียยกใหญ่ เหตุการณ์นี้นางจดจำไม่เคยลืม

โจวหยางอวี้ก็เช่นกัน นับตั้งแต่ที่เขารู้ว่าเด็กหญิงคนนั้นเป็นบุตรสาวคนรองของแม่ทัพลู่ เขาก็คอยติดตามนางมาตลอด จนกระทั่งนางเติบใหญ่และพบรักกับโจวหยางเทียน ตอนนั้นเขาถึงได้ตัดสินใจตีตัวออกห่างจากนาง และปล่อยให้นางได้ใช้ชีวิตกับบุรุษที่นางรัก แต่ใครจะไปรู้ว่าโจวหยางเทียนจะหลอกใช้ความรักของนางเพื่อชิงราชบัลลังก์

“หม่อมฉันจำไม่ได้เลยว่าพี่ชายทหารคนนั้นคือพระองค์”

“ตอนนั้นเจ้ายังเล็กนัก จำข้าไม่ได้ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก อีกอย่างพอข้าโตขึ้น ข้าก็รูปงามมากกว่าเดิม เจ้าต้องจำข้าไม่ได้อยู่แล้ว”

ลู่ฟางหนิงไม่คิดว่าองค์รัชทายาทจะเป็นชายหนุ่มที่หลงตนเองเหมือนเช่นชายหนุ่มทั่วไป ทว่านางก็ต้องยอมรับว่าเขาในยามนี้เป็นชายหนุ่มรูปงามจริงๆ

ในชาติก่อน หากนางรู้ว่าองค์รัชทายาทเป็นคนที่ช่วยเหลือนางมาโดยตลอด มิใช่โจวหยางเทียนที่แอบสวมรอย นางคงจะมอบหัวใจให้กับองค์รัชทายาทไปแล้ว และเหตุการณ์เลวร้ายเหล่านั้นก็คงไม่เกิดขึ้นกับนางและครอบครัว

แต่ในตอนนี้นางมีโอกาสได้ย้อนเวลากลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เช่นนั้นความรู้สึกที่นางควรมอบให้องค์รัชทายาทควรเป็นความรู้สึกที่นางเคยมอบให้กับโจวหยางเทียนเหมือนในชาติก่อนหรือไม่

ความรู้สึกรักที่สามารถทำทุกสิ่งได้เพื่อคนๆ นั้น…

ในขณะที่ความคิดของลู่ฟางหนิงตีกันวุ่นวายไปหมด ในตอนนั้นไห่เฉิงก็ปรากฏตัวขึ้น เขาแปลกใจเล็กน้อยที่พบคุณหนูรองสกุลลู่อยู่กับองค์รัชทายาท แต่กระนั้นเขาก็รีบรายงานเรื่องที่องค์รัชทายาทรับสั่งให้ไปทำอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง

“กระหม่อมจับนักฆ่าที่รองเจ้ากรมซูจ้างวานมาสังหารเจ้ากรมหวังครบหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ พระองค์จะให้กระหม่อมนำตัวคนเหล่านั้นไปส่งกรมอาญาเลยหรือไม่”

“เจ้ารีบไปจัดการเถิด”

“พ่ะย่ะค่ะ” ไห่เฉิงรับคำ จากนั้นจึงตรงไปยังกรมอาญาเพื่อแจ้งเรื่องนักฆ่าให้กับกรมอาญารับรู้

เขาได้แจ้งความ แต่ปิดบังตัวตนที่แท้จริงตามรับสั่งขององค์รัชทายาท รวมทั้งไม่เปิดเผยว่าใครเป็นเป้าหมายของนักฆ่าและใครเป็นผู้ว่าจ้าง เพราะองค์รัชทายาทมีรับสั่งให้ปกปิดเรื่องนี้ไว้

อีกไม่นานเจ้ากรมหวังจะต้องไปยังกรมอาญาเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาซูป๋อเหวินอย่างแน่นอน จากนั้นนักฆ่าที่ถูกกรมอาญาคุมตัวไปจะกลายเป็นพยานและหลักฐานชั้นดีที่ทำให้ซูป๋อเหวินดิ้นไม่หลุดจากข้อกล่าวหาในการจ้างวานฆ่า

เมื่อไห่เฉิงจากไปได้สักพัก โจวหยางอวี้ก็รู้ว่าตนเองต้องรีบกลับตำหนัก มิเช่นนั้นเมื่อเหล่าขันทีและนางกำนัลตื่นขึ้นมาความลับที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้จะต้องถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน

แม้ตอนนี้เขาอยากอยู่กับลู่ฟางหนิงให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย แต่เขาก็ต้องจำใจบอกลานาง “เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน”

ลู่ฟางหนิงแย้มรอยยิ้มให้เขา แล้วเอ่ยขึ้นว่า “หวังว่าพวกเราจะได้พบกันอีกครั้งนะเพคะ”

“แน่นอน” โจวหยางอวี้เอ่ยบอก จากนั้นจึงใช้วิชาตัวเบาเร้นกายหายไปในอากาศ

หลังจากจบเรื่องนี้ ลู่ฟางหนิงก็ต้องกลับค่ายทหารสกุลลู่เช่นกัน นางไม่รู้ว่ายามนี้เฟยหรานที่ปลอมตัวเป็นนางจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่นางคิดว่าเฟยหรานไม่น่าจะเผยพิรุธออกมาให้คนอื่นๆ จับได้ เพราะวิชาแปลงโฉมของนางเก่งกาจที่สุดในใต้หล้านี้

ใช้เวลาไม่นาน โจวหยางอวี้ก็มาถึงตำหนักของตนและแสร้งนอนป่วยเป็นคนไข้ที่ยังไร้สติดังเดิม ในตอนนั้นเหล่าขันทีและนางกำนัลก็ตื่นขึ้นมาเพราะยานอนหลับหมดฤทธิ์แล้ว พวกเขารู้สึกมึนหัวเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่

“เหตุใดพวกเราถึงได้นอนหลับพร้อมกันเช่นนี้”

ขันทีคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะนอนหลับพร้อมกันในเวลากลางวัน ในตอนนั้น พวกเขาก็คิดว่าต้องมีคนปองร้ายองค์รัชทายาทแน่ๆ พวกเขาจึงได้รีบกุลีกุจอเข้าไปในตำหนักเพื่อดูว่าองค์รัชทายาทปลอดภัยดีหรือไม่

เมื่อเข้ามาด้านใน พวกเขาก็พบว่าองค์รัชทายาทยังคงนอนหลับอยู่บนเตียงดังเดิม พวกเขาจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ทว่ามีนางกำนัลคนหนึ่งจับความผิดปกติบนใบหน้าขององค์รัชทายาทได้ นางเอ่ยขึ้นว่า “พวกเจ้าดูนี่สิ เหตุใดดวงหน้าขององค์รัชทายาทถึงได้มีเหงื่อผุดซึมมากมายขนาดนี้ ทั้งๆ ที่พระองค์ก็นอนอยู่ในตำหนักตลอดเวลา”

นางชี้ไปยังดวงหน้าขององค์รัชทายาทที่มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมด เหมือนกับว่าเพิ่งออกไปด้านนอกมาหมาดๆ

เมื่อขันทีและนางกำนัลคนอื่นๆ เห็นเช่นนั้นพวกเขาก็เกิดความสงสัย และก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายจนถูกจับได้ ไห่เฉิงก็เข้ามาด้านในตำหนักด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ แล้วตะโกนบอกว่า “เพราะภายในตำหนักแห่งนี้ร้อนเกินไป ดวงหน้าขององค์รัชทายาทจึงมีเหงื่อผุดซึมอย่างไรเล่า”

เมื่อได้ยินคำพูดขององครักษ์อย่างไห่เฉิง ขันทีและนางกำนัลก็มีสีหน้าตื่นตระหนก “จริงด้วย พวกเรามิได้เปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ ดวงหน้าขององค์รัชทายาทจึงมีเหงื่อผุดซึมเช่นนี้”

พวกเขาต่างกลัวว่าตนเองจะทำงานผิดพลาดจนถูกลงโทษมากกว่า ดังนั้นเรื่องโกหกที่ไห่เฉิงกุขึ้นเมื่อครู่นี้ จึงทำให้พวกเขาเชื่อสนิทใจว่าเพราะอากาศร้อนเกินไป ดวงหน้าขององค์รัชทายาทจึงมีเหงื่อ

โจวหยางอวี้ที่แสร้งนอนป่วยอยู่บนเตียงก็ลอบชื่นชมองครักษ์ของตนอยู่ภายในใจ ‘เจ้าทำดีมากไห่เฉิง’

และดูเหมือนว่าไห่เฉิงจะรู้ทันความคิดนั้นขององค์รัชทายาท เขาจึงยืดอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะตอบกลับภายในใจว่า ‘กระหม่อมทำดีใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 70 รักนางทั้งสองชาติ (จบ)

    วันถัดมา การประหารโจวหยางเทียนกับคนสกุลเซวียก็มาถึง พวกเขาถูกคุมตัวมายังลานประหาร โจวหยางเทียนถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนเส้นใหญ่เดินนำอยู่ด้านหน้าของกลุ่มกบฏ ดวงตาคมกริบของเขาทอดมองไปด้านหน้าอย่างเลื่อนลอย แม้จะมีสายตานับพันคู่ของผู้คนที่มาร่วมชมการประหารจ้องมองมาด้วยความเกลียดชัง แต่กระนั้นเขาก็หาได้รับรู้ถึงสายตาของผู้คนเหล่านั้นอีกต่อไปเบื้องหลังของเขาคือสมาชิกตระกูลเซวีย เซวียกุ้ยเฟยในยามนี้อยู่ในอาการสงบ ไม่ได้คลุ้มคลั่งเฉกเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา ยามนี้นางคล้ายว่าจะยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นได้แล้ว ว่าอย่างไรก็คงหนีความตายไม่พ้น“เสด็จแม่ เป็นเพราะลูกไม่มีความสามารถมากพอจึงทำให้ทุกคนต้องมาพบกับจุดจบเช่นนี้”เซวียกุ้ยเฟยหันมองบุตรชายที่หลายวันมานี้แทบไม่เอ่ยอะไรออกมาเลย “เป็นแม่ที่ผิดเอง หากแม่ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง หวังให้เจ้าครอบครองบัลลังก์ พวกเราก็คงไม่ต้องมีชีวิตเช่นนี้”หลายวันที่ถูกคุมขัง พวกนางสองแม่ลูกเริ่มจะตระหนักได้แล้วว่าหากพวกเขาไม่มีความคิดชั่วร้ายเสียก่อน พวกเขาก็คงไม่ต้องเดินทางมาพบกับจุดจบเช่นนี้ แต่อดีตไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ ตอนนี้พวกเขากำลังจะได้รับผลกรรมที่เคยก

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 69 มอบสุราพิษ

    วันต่อมา โจวหยางเทียน เซวียกุ้ยเฟยและคนสกุลเซวียทุกคนถูกนำขึ้นกรงขังแล้วแห่ประจานไปรอบเมือง ชาวบ้านที่มุงดูต่างก็ขวางปาสิ่งของใส่และด่าทอไม่หยุดเซวียกุ้ยเฟยยอมรับความอัปยศในครั้งนี้ไม่ได้จึงสลบไปหลายรอบ ทว่านางก็ถูกน้ำอุจจาระปัสสาวะสาดใส่ให้ต้องฟื้นขึ้นมาพบกับความจริงอีกครั้งในขณะที่เซวียกุ้ยเฟยเสียสติไปแล้ว โจวหยางเทียนที่อยู่อีกกรงขังกลับนิ่งสงบจนทำให้คนมองไม่ออกว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ หลังจากที่แห่ประจานอยู่เช่นนี้ถึงสามวัน วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันลงดาบประหารพวกเขาแล้วตกดึกคืนนั้น ลู่ฟางหนิงพร้อมกับโจวหยางอวี้ก็เข้ามาหาโจวหยางเทียนในกรงขัง โจวหยางอวี้รู้ว่าลู่ฟางหนิงอยากจะชำระแค้นที่ถูกโจวหยางเทียนหักหลัง เขาจึงถอยออกมาและปล่อยให้นางอยู่กับโจวหยางเทียนตามลำพัง“หากเกิดเรื่องอะไรเรียกข้าได้ตลอด”“องค์รัชทายาทไม่ต้องเป็นห่วงเพคะ หม่อมฉันมาวันนี้เพราะต้องการสะสางความแค้นกับรุ่ยอ๋องให้จบสิ้น”“เจ้าคงไม่คิดจะสังหารเขาใช่หรือไม่” โจวหยางอวี้เป็นห่วงลู่ฟางหนิง เขาไม่อยากให้มือของนางต้องแปดเปื้อนเลือดของผู้คน โดยเฉพาะเลือดของโจวหยางเทียนลู่ฟางหนิงยิ้มให้เขา จากนั้นจึงเอ่ยว่า “องค์รั

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 68 ความจริงที่ไม่เคยรู้

    ลู่อวิ้นเหมยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ร่างกายก็แทบไร้เรี่ยงแรงทรงตัวไม่อยู่ เป็นเพราะเหตุผลนี้อย่างนั้นหรือ นางถึงไม่เคยได้รับความรักจากบิดาเลยสักครั้งเดียว ไม่เพียงแค่ลู่อวิ้นเหมยเท่านั้นที่ตกใจกับความจริงในเรื่องนี้ ลู่ฮูหยินรวมถึงบุตรชายบุตรสาวทั้งสามก็ตกใจไม่ต่างกัน“ท่านพี่เหตุใดถึงได้เอ่ยเช่นนี้ออกมา เรื่องทั้งหมดเป็นเช่นไรกันแน่เจ้าคะ” ลู่ฮูหยินมองสามีของตนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แม้เขาจะรักนางมาก แต่เรื่องนี้เขาไม่เคยบอกนางมาก่อนนางรู้เพียงแค่ว่าเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน ตอนที่สามีไปออกรบ เขากลับมาพร้อมกับสตรีนางหนึ่งซึ่งกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอดแล้ว ตอนนั้นหัวใจของนางแทบแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ไม่อาจยอมรับความจริงในเรื่องนี้ได้ อีกทั้งสามีก็ไม่คิดจะอธิบายอะไรให้นางฟัง นอกจากบอกว่าเขาจะแต่งตั้งจูเหิงเยว่ขึ้นเป็นภรรยารอง นางในยามนั้นเสียใจหนักมาก หากมิได้บุตรชายทั้งสองเข้ามาปลอบประโลม นางคงผ่านมาไม่ได้ ทว่าหลังจากที่สามีรับภรรยารองเข้าบ้าน แต่เขาก็ยังร่วมหลับนอนกับนางทุกคืน ไม่เคยย่างกรายไปเรือนหลังเล็กที่อยู่ท้ายจวนเลยเรื่องนี้แม้นางจะมีความสงสัย แต่นางก็ไม่กล้าถามสามีเพราะกลัวว่าจะทำให้สาม

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 67 คนชั่วได้รับผลกรรม

    เช้าวันใหม่มาเยือน กลิ่นโลหิตที่ลอยคละคลุ้งทั่ววังหลวงเมื่อคืนนี้ถูกชำระล้างไปจนหมด ทหารของสกุลลู่กับกองทัพเกราะดำของหนิงอ๋องสามารถเข้ามาควบคุมสถานการณ์ภายในได้ทัน คนในวังจึงรอดพ้นจากความตายไปอย่างหวุดหวิด ส่วนทหารของรุ่ยอ๋องนั้นถูกสังหารทิ้งในทันที ยามนี้ศพของพวกเขากำลังถูกลากออกไปทิ้งที่นอกเมืองหลวงเซวียกุ้ยเฟยไม่สามารถทำใจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ พระนางคลุ้มคลั่งอยู่ในคุก พร้อมกับอาละวาดด่าทอบุตรชายตั้งแต่เมื่อคืน จนกระทั่งตอนนี้น้ำเสียงแหบแห้งไปหมดแล้ว แต่พระนางก็ยังไม่คิดที่จะหยุดด่า“เจ้ามันไม่ได้เรื่อง ทำการใหญ่อะไรไม่เคยสำเร็จสักอย่าง ข้าไม่น่าคลอดคนไร้ประโยชน์เช่นเจ้าออกมาเลย เจ้ากำลังจะทำให้พวกเราทุกคนตาย เจ้ามันไร้ประโยชน์!”แม้ว่าเสียงต่อว่านั้นจะดังมากขนาดไหน แต่โจวหยางเทียนที่อยู่ในกรงขังอีกกรงกลับนิ่งสงบ ราวกับไม่ได้ยินคำพูดต่อว่าของเซวียกุ้ยเฟยผู้เป็นพระมารดาในตอนนี้เขาก็ยังยอมรับความจริงไม่ได้ เพราะไม่คิดว่าทุกอย่างจะลงเอยแบบนี้ นี่มิใช่สิ่งที่เขาคาดหวังเอาไว้ ดวงตาของเขาเลื่อนลอย มองไม่เห็นความหวังอีกต่อไป หนทางข้างหน้ามีเพียงความมืดมนที่รอเขาอยู่ ในตอนนั้น ขันที

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 66 สะสางความแค้น

    ในขณะที่รุ่ยอ๋องกำลังจมปรักอยู่ในห้วงความทรงจำที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ลู่ฟางหนิงก็ยกดาบในมือขึ้นก่อนจะจ่อไปที่ลำคอของเขา โจวหยางเทียนไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางถึงต้องการเอาชีวิตเขามากขนาดนี้ หรือว่าภาพความทรงจำที่ปรากฏให้เขาเห็นนั้นเคยเกิดขึ้นมาก่อน“ข้ากับเจ้าไม่เคยมีความแค้นต่อกัน เหตุใดเจ้าต้องการเอาชีวิตข้าด้วย” โจวหยางเทียนเอ่ยถามลู่ฟางหนิงด้วยความไม่เข้าใจลู่ฟางหนิงได้ยินคำพูดนั้น นางก็กดดาบลงบนลำคอของโจวหยางเทียนจนเลือดของอีกฝ่ายไหลซึมออกมา “ไม่เคยมีความแค้นอย่างนั้นหรือ ท่านอ๋องลองคิดดูให้ดีๆ ว่าเคยทำอะไรกับหม่อมฉันไว้บ้าง”“ข้ากับเจ้าไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน แล้วข้าจะทำให้เจ้าโกรธแค้นได้อย่างไร ความแค้นของเจ้า ข้าเกรงว่าคงจะสะสางผิดคนแล้วกระมัง”โจวหยางเทียนยังคงยืนกรานคำพูดเดิม แม้ก่อนหน้านี้เขาเคยวางแผนการร้ายเพราะต้องการดึงลู่ฟางหนิงกับสกุลลู่มาเป็นพวก แต่แผนการนั้นก็ไม่สำเร็จ และนางก็ไม่เคยล่วงรู้เรื่องเหล่านั้นมาก่อน นางคงไม่มีทางโกรธแค้นเขาเพราะเรื่องนี้แน่ๆ“หม่อมฉันไม่เคยลืมความแค้นนั้นลงเลยแม้เพียงชั่วอึดใจเดียว เป็นท่านที่หลอกใช้หม่อมฉัน หม่อมฉันไม่มีวันลืม!”โจ

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 65 ภาพซ้อนในอดีต

    เซวียกุ้ยเฟยกำลังนั่งจิบชาอยู่ในตำหนักอย่างอารมณ์ดี ราวกับว่าค่ำคืนนี้ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ด้านข้างยังมีนางกำนัลเข้ามาบีบนวดให้รู้สึกผ่อนคลาย ทว่าเสียงร้องโหยหวนที่ดังขึ้นทั่วทิศทางในวังหลวงช่างไม่เข้ากับบรรยากาศด้านในเอาเสียเลย“หม่อมฉันขอแสดงความยินดีกับกุ้ยเฟยด้วยเพคะ อีกไม่นานพระองค์จะกลายเป็นไทเฮาของแคว้นโจวแล้ว” นางกำนัลที่อยู่ข้างกายเซวียกุ้ยเฟยพูดประจบสอพลอไม่หยุดเซวียกุ้ยเฟยที่ได้ยินคำพูดเยินยอนั้นก็ยิ้มหน้าระรื่น พลางยกชาขึ้นมาจิบอย่างสบายอารมณ์ ทว่าพระนางมีความสุขได้ไม่นาน องครักษ์ของรุ่ยอ๋องก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “กุ้ยเฟย ยามนี้ท่านอ๋องพลาดท่าแล้ว พวกเราต้องรีบหนีออกจากเมืองหลวงให้เร็วที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”หลังจากได้รับรายงานนี้ เซวียกุ้ยเฟยที่กำลังนั่งรอฟังข่าวดีอยู่ในตำหนักถึงกับขว้างจอกชาลงพื้นด้วยความไม่พอใจ“เหตุใดถึงล้มเหลว มิใช่ว่าศึกในครั้งนี้ต้องเป็นพวกเราที่ได้รับชัยชนะมิใช่หรือ”เซวียกุ้ยเฟยโมโหมากที่บุตรชายทำการใหญ่ไม่สำเร็จ ทุกอย่างถูกเตรียมการมานานนับปี แต่โจวหยางเทียนกลับทำไม่สำเร็จ ช่างไม่เอาไหนเสียจริง!“กระหม่อมไม่มีเวลาอธิบาย

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 64 การร่วมมือกันของทั้งสองกองทัพ

    ยามนี้ด้านนอกกำแพงเมืองหลวงมีกองทัพสกุลลู่นับหมื่นนายพร้อมอาวุธครบมือ ประชาชนที่อยู่ในเมืองหลวงต่างอกสั่นขวัญผวาเมื่อพบเหตุการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ ทหารรีบปิดประตูเมืองไม่ให้ผู้ใดเข้าออก ส่วนประชาชนทั้งหมด ทางการได้จัดหาสถานที่ปลอดภัยเอาไว้ให้แล้ว หากว่าเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นทหารสกุลลู่ยังคงลังเลเ

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 63 วังหลวงนองเลือด

    ในขณะที่ภายในงานเลี้ยงเกิดความชุลมุนวุ่นวาย ราชองครักษ์ต่างก็กรูกันเข้ามาคุ้มครองโจวฮ่องเต้ หนิงอ๋องให้คนของตนพาหมอเทวดาออกไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยแล้ว จากนั้นเขากับโจวหยางอวี้ก็ชักดาบออกมา ก่อนจะเข้าห้ำหั่นกับพวกกบฏโจวหว่านถิงเองก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย นางกำนัลและองครักษ์รีบเข้ามาคุ้มกันนางทันที

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 62 รุ่ยอ๋องก่อกบฏ

    วันถัดมา โจวฮ่องเต้และหวังฮองเฮาทรงจัดงานเลี้ยงขอบคุณให้กับหนิงอ๋องและหมอเทวดาตงหยางอย่างยิ่งใหญ่ ชื่อเสียงที่มีอยู่แล้วของหมอเทวดาตงหยางก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่เขาสามารถรักษาอาการประชวรขององค์รัชทายาทจนหายขาดได้งานเลี้ยงในวันนี้ นอกจากจะมีเหล่าเชื้อพระวงศ์เข้าร่วมแล้ว โจวฮ่องเต้และหวังฮองเฮาย

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 61 จับผิดพี่สาว

    หลังจากปรึกษาหารือกับบิดาและพี่ชายทั้งสองเสร็จสิ้น ลู่ฟางหนิงก็ตรงไปยังเรือนของลู่อวิ้นเหมยซึ่งอยู่ท้ายจวนสกุลลู่ นางมาที่นี่เพราะต้องการพิสูจน์ว่าลู่อวิ้นเหมยเป็นคนที่ขโมยตราแม่ทัพไป เพื่อช่วยเหลือโจวหยางเทียนจริงหรือไม่ และหากว่าใช่นางจะทำอย่างไรกับพี่สาวต่างมารดาคนนี้ดีหลังจากที่เห็นลู่ฟางหนิงป

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status