Share

บทที่ 66 สะสางความแค้น

last update Tanggal publikasi: 2026-05-18 16:41:56

ในขณะที่รุ่ยอ๋องกำลังจมปรักอยู่ในห้วงความทรงจำที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ลู่ฟางหนิงก็ยกดาบในมือขึ้นก่อนจะจ่อไปที่ลำคอของเขา โจวหยางเทียนไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางถึงต้องการเอาชีวิตเขามากขนาดนี้ หรือว่าภาพความทรงจำที่ปรากฏให้เขาเห็นนั้นเคยเกิดขึ้นมาก่อน

“ข้ากับเจ้าไม่เคยมีความแค้นต่อกัน เหตุใดเจ้าต้องการเอาชีวิตข้าด้วย” โจวหยางเทียนเอ่ยถามลู่ฟางหนิงด้วยความไม่เข้าใจ

ลู่ฟางหนิงได้ยินคำพูดนั้น นางก็กดดาบลงบนลำคอของโจวหยางเทียนจนเลือดของอีกฝ่ายไหลซึมออกมา “ไม่เคยมีความแค้นอย่างนั้นหรือ ท่านอ๋องลองคิดดูให้ดีๆ ว่าเคยทำอะไรกับหม่อมฉันไว้บ้าง”

“ข้ากับเจ้าไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน แล้วข้าจะทำให้เจ้าโกรธแค้นได้อย่างไร ความแค้นของเจ้า ข้าเกรงว่าคงจะสะสางผิดคนแล้วกระมัง”

โจวหยางเทียนยังคงยืนกรานคำพูดเดิม แม้ก่อนหน้านี้เขาเคยวางแผนการร้ายเพราะต้องการดึงลู่ฟางหนิงกับสกุลลู่มาเป็นพวก แต่แผนการนั้นก็ไม่สำเร็จ และนางก็ไม่เคยล่วงรู้เรื่องเหล่านั้นมาก่อน นางคงไม่มีทางโกรธแค้นเขาเพราะเรื่องนี้แน่ๆ

“หม่อมฉันไม่เคยลืมความแค้นนั้นลงเลยแม้เพียงชั่วอึดใจเดียว เป็นท่านที่หลอกใช้หม่อมฉัน หม่อมฉันไม่มีวันลืม!”

โจวหยางเทียนได้ฟังคำพูดของลู่ฟางหนิง เขาก็ยิ่งรู้สึกมึนงง ทว่าตอนนั้นภาพที่เขาคอยพูดคำหวาน คอยล่อลวงนางให้ทำตามความต้องการก็ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ เหตุการณ์เหล่านี้เขาไม่รู้ว่าเกิดขึ้นตอนไหน แต่มันก็เหมือนกับความจริงจนน่าประหลาดใจ

แต่กระนั้นโจวหยางเทียนก็ไม่คิดจะยอมรับ เขาไม่เคยหลอกลวงลู่ฟางหนิง “ข้าหลอกใช้อะไรเจ้า เจ้าอย่าได้กล่าวหาข้าโดยไร้หลักฐานเช่นนี้”

ลู่ฟางหนิงรู้ว่าอย่างไรรุ่ยอ๋องก็คงไม่มีทางจดจำเรื่องชั่วช้าที่เขาเคยทำกับนางในชาติก่อนได้ ดังนั้นนางจึงไม่คิดที่จะพูดกับเขาให้เสียน้ำลายเปล่าๆ แต่เรื่องในชาตินี้ อย่างไรเขาก็ต้องได้รับการลงโทษ

“หึ! ในเมื่อจำไม่ได้ก็ช่างเถิด แต่ความผิดที่ท่านอ๋องขโมยตราแม่ทัพของสกุลลู่มาก่อกบฏ อย่างไรหม่อมฉันก็คงต้องคิดบัญชีนี้ หม่อมฉันมีทางเลือกให้ท่านอ๋องอยู่สองทาง หนึ่งคือยอมสารภาพความผิดว่าเคยกระทำชั่วอะไรไว้บ้าง และสองให้หม่อมฉันบั่นคอท่านอ๋องทิ้งเสียตรงนี้”

ในขณะที่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำเหล่านั้นออกมา ลู่ฟางหนิงก็พยายามระงับอารมณ์ของตนจนถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ตนเองตัดคอโจวหยางเทียนทิ้งเสียตอนนี้

“เหตุใดข้าต้องเลือก ในเมื่อเลือกแล้วจุดจบของข้าก็คือความตายอยู่ดี” โจวหยางเทียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ยามนี้เขาไม่มีหนทางหลบหนีไปไหนได้อีกแล้ว ดังนั้นคำพูดที่ลู่ฟางหนิงเอ่ยมาเขาจึงไม่แยแส

ลู่ฟางหนิงเห็นท่าทางไม่สำนึกของโจวหยางเทียน นางก็หมดความอดทนจะสนทนากับเขาอีกต่อไป ชั่ววูบหนึ่งนางก็ง้างดาบในมือขึ้น หวังจะบั่นคอโจวหยางเทียนให้หายแค้นใจ บุรุษชั่วช้าไร้สำนึกผู้นี้สมควรสังหารทิ้งแล้วโยนให้สุนัขกิน!

“เอาสิ หากอยากได้ศีรษะของข้านักก็ตัดไปเลย”

โจวหยางเทียนไม่แยแสต่อความตาย ยามนี้พระมารดาและสกุลเซวียคงถูกจับไปหมดแล้ว เขาเองก็ไม่อาจจะมีชีวิตรอดอีกต่อไป หากตายเสียตอนนี้ เรื่องทุกอย่างจะได้จบๆ

ทว่าลู่ฟางหนิงที่เห็นความท้าทายของโจวหยางเทียน นางก็ยั้งมือเอาไว้ “ท่านอ๋องจะตายง่ายๆ เช่นนี้ได้อย่างไร แบบนี้ก็หมดสนุกกันพอดีนะสิ”

โจวหยางเทียนเห็นว่าลู่ฟางหนิงลดดาบในมือลง และไม่คิดจะสังหารตนแล้ว เขาจึงเข้าไปยื้อแย่งดาบกับนาง หวังจะใช้ดาบเล่มนั้นปลิดชีวิตของตนให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป

“หากเจ้าไม่กล้า เช่นนั้นข้าลงมือเองก็ได้”

“หม่อมฉันไม่มีทางให้ท่านอ๋องได้สมหวังหรอก ก่อนตายท่านอ๋องจะต้องได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส เหมือนที่หม่อมฉันเคยได้รับ เช่นนั้นหม่อมฉันถึงจะพอใจ”

“ลู่ฟางหนิง เจ้าต้องการอะไรจากข้ากันแน่!”

โจวหยางเทียนใช้แรงทั้งหมดเท่าที่มีดึงดาบจากมือของลู่ฟางหนิง ทว่าลู่ฟางหนิงก็ไม่ยินยอมให้เขาแย่งดาบไป พวกเขาจึงยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่เช่นนั้น

“ข้าต้องการให้เจ้าทรมานก่อนตายอย่างไรเล่า! โจวหยางเทียน!” ลู่ฟางหนิงตะโกนใส่หน้าโจวหยางเทียนด้วยความเดือดดาล เหล่าพี่น้องสกุลเฟยที่มองดูเหตุการณ์ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามปรามสักคน เพราะอารมณ์ของคนทั้งสองในตอนนี้ยากจะคาดเดาเหลือเกิน

อีกอย่างเรื่องที่พวกเขาสนทนากัน พี่น้องสกุลเฟยก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่เรื่องนั้นคงทำให้ลู่ฟางหนิงแค้นใจมากจนอยากสังหารโจวหยางเทียนให้ตายด้วยน้ำมือของนางเอง

ในตอนนั้น ดาบที่ลู่ฟางหนิงกับโจวหยางเทียนยื้อแย่งกันอยู่ก็ถูกใครบางคนดึงออกไปอย่างง่ายดาย พวกเขาทั้งสองหันไปมองตามทิศทางที่ดาบถูกแย่งไป ก่อนจะพบร่างของบุรุษผู้หนึ่ง

“โจวหยางอวี้!”

เมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาแย่งดาบไปคือโจวหยางอวี้ ประกายตาของโจวหยางเทียนก็เผยความอาฆาตแค้นออกมาอย่างปิดไม่มิด หากไม่ใช่เพราะโจวหยางอวี้ฟื้นขึ้นมา เขาคงไม่ต้องก่อกบฏและมาพบกับจุดจบเช่นนี้ ทุกอย่างเป็นความผิดของโจวหยางอวี้คนเดียว เหตุใดโจวหยางอวี้ไม่สิ้นใจตายไปตั้งแต่ที่ถูกเขาลอบสังหารกัน!

“ข้าไม่ยอมให้มือของนางแปดเปื้อนเลือดคนชั่วช้าอย่างเจ้าหรอก โจวหยางเทียน!”

โจวหยางอวี้ดึงร่างของลู่ฟางหนิงมาด้านข้างของตน เขากุมมือที่สั่นเทาของนางเอาไว้เพื่อให้อารมณ์ของนางสงบลง เขารู้ว่านางรอเวลาแก้แค้นโจวหยางเทียนมานานเพียงใด แต่เลือดของโจวหยางเทียนไม่สมควรแปดเปื้อนมือของนาง

“เจ้าวางใจเถิด รุ่ยอ๋องจะต้องได้รับบทลงโทษอย่างสาสม” โจวหยางอวี้ก้มลงกระซิบที่ข้างหูของลู่ฟางหนิงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หลังสิ้นคำพูดนั้น เขาก็รับรู้ได้ถึงแรงบีบที่ฝ่ามือ นางคงพยายามระงับอารมณ์ของตนอย่างถึงที่สุด

โจวหยางเทียนเมื่อเห็นว่าโจวหยางอวี้นำทหารเข้ามาจับกุมตน เขาก็ไม่ยินยอม และพยายามหลบหนีจนถึงที่สุด

“โจวหยางเทียน เจ้ายอมถูกจับกุมเสียดีๆ เถิด ยามนี้ญาติพี่น้องรวมถึงมารดาของเจ้าถูกจับกุมหมดแล้ว ต่อให้เจ้าคิดหลบหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น” โจวหยางอวี้เอ่ยบอก พร้อมกับส่งสัญญาณให้ทหารเข้าไปควบคุมตัวของรุ่ยอ๋อง ทว่าโจวหยางเทียนกลับแย่งดาบในมือของทหารนายหนึ่งไปได้ ก่อนจะตวัดไปมาเพื่อหาทางหลบหนีการจับกุม

“ไม่มีทาง ชีวิตข้าต้องไม่จบลงเช่นนี้!” แม้จะถูกห้อมล้อมไว้ทั่วทิศทาง แต่โจวหยางเทียนก็ยังมีความหวังว่าจะหลบหนีออกไปได้ หากต้องเข้าไปอยู่ในคุกด้วยข้อหากบฏ เขายอมรับไม่ได้เด็ดขาด เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาวางแผนเอาไว้ ดังนั้นจึงเกิดการปะทะขึ้นชั่วขณะ ทว่าโจวหยางเทียนเพียงคนเดียวหรือจะสู้ทหารราชองครักษ์นับสิบนายได้ หลังจากที่ปะทะฝีมือกันอยู่ไม่นาน ในที่สุดโจวหยางเทียนก็ถูกจับกุม

ทหารควบคุมตัวโจวหยางเทียนไปขังไว้ในคุกหลวง แต่ละกรงขังล้วนมีคนสกุลเซวียถูกขังอยู่ในนั้น โจวหยางเทียนถูกควบคุมตัวไปขังไว้ที่กรงข้างๆ กับเซวียกุ้ยเฟย เมื่อเซวียกุ้ยเฟยเห็นบุตรชายถูกคุมตัวมา พระนางต่างก็ด่าทอบุตรชายไม่หยุด

“เจ้ามันไม่ได้เรื่อง! เจ้ามันไร้ประโยชน์ ข้าไม่น่าคลอดคนไร้ประโยชน์อย่างเจ้าออกมาเลย!” แม้เสียงตะโกนด่าทอจะดังจนแสบแก้วหู ทว่าโจวหยางเทียนคล้ายจะไม่ได้ยินคำด่าทอนั้นของพระมารดา ยามนี้ในดวงตาของเขามีเพียงความว่างเปล่า

เขารับไม่ได้กับสภาพที่เป็นอยู่ในตอนนี้…

หลังจากที่รุ่ยอ๋องและคนสกุลเซวียทั้งหมดถูกคุมขังอยู่ในคุกหลวงรอวันลงอาญา ลู่ฟางหนิงก็รู้สึกราวกับว่าความแค้นของตนได้รับการสะสางไปครึ่งหนึ่งแล้ว แม้ยามนี้บทลงโทษจะยังไม่ถูกประกาศลงมา แต่นางก็รู้ดีว่าโทษฐานกบฏของเขาคงหนีไม่พ้นความตายอย่างแน่นอน เพียงแต่ความตายของเขาจะมาในรูปแบบไหนก็เท่านั้น

ความรู้สึกคั่งค้างที่อยู่ภายในใจก็ถูกปลดปล่อยออกมาจนหมด ในตอนนั้น น้ำตาของนางก็ไหลรินออกมาอย่างไม่รู้ตัว โจวหยางอวี้ยังไม่ได้จากไปไหน เขายังยืนอยู่เคียงข้างลู่ฟางหนิงเพราะเขาเข้าใจความรู้สึกของนางเป็นอย่างดี เขาดึงร่างของนางเข้ามาไว้ในอ้อมกอดราวกับต้องการปลอบประโลมนาง

ลู่ฟางหนิงไม่รู้จะเอ่ยคำพูดใดออกมา นอกจาก ‘ขอโทษ’ โจวหยางอวี้ลูบหลังนางอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยบอกนางด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “เรื่องทุกอย่างผ่านไปแล้ว พวกเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ”

หลังจากลู่ฟางหนิงได้ยินคำพูดนั้น นางก็ผิงศีรษะของตนซบเข้ากับลาดไหล่ของโจวหยางอวี้ แล้วปล่อยวางเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชาตินี้หรือชาติก่อน นางจะไม่ยึดติดกับมันอีกแล้ว หนทางข้างหน้ายังรอนางเริ่มต้นใหม่อยู่เสมอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 70 รักนางทั้งสองชาติ (จบ)

    วันถัดมา การประหารโจวหยางเทียนกับคนสกุลเซวียก็มาถึง พวกเขาถูกคุมตัวมายังลานประหาร โจวหยางเทียนถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนเส้นใหญ่เดินนำอยู่ด้านหน้าของกลุ่มกบฏ ดวงตาคมกริบของเขาทอดมองไปด้านหน้าอย่างเลื่อนลอย แม้จะมีสายตานับพันคู่ของผู้คนที่มาร่วมชมการประหารจ้องมองมาด้วยความเกลียดชัง แต่กระนั้นเขาก็หาได้รับรู้ถึงสายตาของผู้คนเหล่านั้นอีกต่อไปเบื้องหลังของเขาคือสมาชิกตระกูลเซวีย เซวียกุ้ยเฟยในยามนี้อยู่ในอาการสงบ ไม่ได้คลุ้มคลั่งเฉกเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา ยามนี้นางคล้ายว่าจะยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นได้แล้ว ว่าอย่างไรก็คงหนีความตายไม่พ้น“เสด็จแม่ เป็นเพราะลูกไม่มีความสามารถมากพอจึงทำให้ทุกคนต้องมาพบกับจุดจบเช่นนี้”เซวียกุ้ยเฟยหันมองบุตรชายที่หลายวันมานี้แทบไม่เอ่ยอะไรออกมาเลย “เป็นแม่ที่ผิดเอง หากแม่ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง หวังให้เจ้าครอบครองบัลลังก์ พวกเราก็คงไม่ต้องมีชีวิตเช่นนี้”หลายวันที่ถูกคุมขัง พวกนางสองแม่ลูกเริ่มจะตระหนักได้แล้วว่าหากพวกเขาไม่มีความคิดชั่วร้ายเสียก่อน พวกเขาก็คงไม่ต้องเดินทางมาพบกับจุดจบเช่นนี้ แต่อดีตไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ ตอนนี้พวกเขากำลังจะได้รับผลกรรมที่เคยก

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 69 มอบสุราพิษ

    วันต่อมา โจวหยางเทียน เซวียกุ้ยเฟยและคนสกุลเซวียทุกคนถูกนำขึ้นกรงขังแล้วแห่ประจานไปรอบเมือง ชาวบ้านที่มุงดูต่างก็ขวางปาสิ่งของใส่และด่าทอไม่หยุดเซวียกุ้ยเฟยยอมรับความอัปยศในครั้งนี้ไม่ได้จึงสลบไปหลายรอบ ทว่านางก็ถูกน้ำอุจจาระปัสสาวะสาดใส่ให้ต้องฟื้นขึ้นมาพบกับความจริงอีกครั้งในขณะที่เซวียกุ้ยเฟยเสียสติไปแล้ว โจวหยางเทียนที่อยู่อีกกรงขังกลับนิ่งสงบจนทำให้คนมองไม่ออกว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ หลังจากที่แห่ประจานอยู่เช่นนี้ถึงสามวัน วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันลงดาบประหารพวกเขาแล้วตกดึกคืนนั้น ลู่ฟางหนิงพร้อมกับโจวหยางอวี้ก็เข้ามาหาโจวหยางเทียนในกรงขัง โจวหยางอวี้รู้ว่าลู่ฟางหนิงอยากจะชำระแค้นที่ถูกโจวหยางเทียนหักหลัง เขาจึงถอยออกมาและปล่อยให้นางอยู่กับโจวหยางเทียนตามลำพัง“หากเกิดเรื่องอะไรเรียกข้าได้ตลอด”“องค์รัชทายาทไม่ต้องเป็นห่วงเพคะ หม่อมฉันมาวันนี้เพราะต้องการสะสางความแค้นกับรุ่ยอ๋องให้จบสิ้น”“เจ้าคงไม่คิดจะสังหารเขาใช่หรือไม่” โจวหยางอวี้เป็นห่วงลู่ฟางหนิง เขาไม่อยากให้มือของนางต้องแปดเปื้อนเลือดของผู้คน โดยเฉพาะเลือดของโจวหยางเทียนลู่ฟางหนิงยิ้มให้เขา จากนั้นจึงเอ่ยว่า “องค์รั

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 68 ความจริงที่ไม่เคยรู้

    ลู่อวิ้นเหมยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ร่างกายก็แทบไร้เรี่ยงแรงทรงตัวไม่อยู่ เป็นเพราะเหตุผลนี้อย่างนั้นหรือ นางถึงไม่เคยได้รับความรักจากบิดาเลยสักครั้งเดียว ไม่เพียงแค่ลู่อวิ้นเหมยเท่านั้นที่ตกใจกับความจริงในเรื่องนี้ ลู่ฮูหยินรวมถึงบุตรชายบุตรสาวทั้งสามก็ตกใจไม่ต่างกัน“ท่านพี่เหตุใดถึงได้เอ่ยเช่นนี้ออกมา เรื่องทั้งหมดเป็นเช่นไรกันแน่เจ้าคะ” ลู่ฮูหยินมองสามีของตนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม แม้เขาจะรักนางมาก แต่เรื่องนี้เขาไม่เคยบอกนางมาก่อนนางรู้เพียงแค่ว่าเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน ตอนที่สามีไปออกรบ เขากลับมาพร้อมกับสตรีนางหนึ่งซึ่งกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอดแล้ว ตอนนั้นหัวใจของนางแทบแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ไม่อาจยอมรับความจริงในเรื่องนี้ได้ อีกทั้งสามีก็ไม่คิดจะอธิบายอะไรให้นางฟัง นอกจากบอกว่าเขาจะแต่งตั้งจูเหิงเยว่ขึ้นเป็นภรรยารอง นางในยามนั้นเสียใจหนักมาก หากมิได้บุตรชายทั้งสองเข้ามาปลอบประโลม นางคงผ่านมาไม่ได้ ทว่าหลังจากที่สามีรับภรรยารองเข้าบ้าน แต่เขาก็ยังร่วมหลับนอนกับนางทุกคืน ไม่เคยย่างกรายไปเรือนหลังเล็กที่อยู่ท้ายจวนเลยเรื่องนี้แม้นางจะมีความสงสัย แต่นางก็ไม่กล้าถามสามีเพราะกลัวว่าจะทำให้สาม

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 67 คนชั่วได้รับผลกรรม

    เช้าวันใหม่มาเยือน กลิ่นโลหิตที่ลอยคละคลุ้งทั่ววังหลวงเมื่อคืนนี้ถูกชำระล้างไปจนหมด ทหารของสกุลลู่กับกองทัพเกราะดำของหนิงอ๋องสามารถเข้ามาควบคุมสถานการณ์ภายในได้ทัน คนในวังจึงรอดพ้นจากความตายไปอย่างหวุดหวิด ส่วนทหารของรุ่ยอ๋องนั้นถูกสังหารทิ้งในทันที ยามนี้ศพของพวกเขากำลังถูกลากออกไปทิ้งที่นอกเมืองหลวงเซวียกุ้ยเฟยไม่สามารถทำใจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ พระนางคลุ้มคลั่งอยู่ในคุก พร้อมกับอาละวาดด่าทอบุตรชายตั้งแต่เมื่อคืน จนกระทั่งตอนนี้น้ำเสียงแหบแห้งไปหมดแล้ว แต่พระนางก็ยังไม่คิดที่จะหยุดด่า“เจ้ามันไม่ได้เรื่อง ทำการใหญ่อะไรไม่เคยสำเร็จสักอย่าง ข้าไม่น่าคลอดคนไร้ประโยชน์เช่นเจ้าออกมาเลย เจ้ากำลังจะทำให้พวกเราทุกคนตาย เจ้ามันไร้ประโยชน์!”แม้ว่าเสียงต่อว่านั้นจะดังมากขนาดไหน แต่โจวหยางเทียนที่อยู่ในกรงขังอีกกรงกลับนิ่งสงบ ราวกับไม่ได้ยินคำพูดต่อว่าของเซวียกุ้ยเฟยผู้เป็นพระมารดาในตอนนี้เขาก็ยังยอมรับความจริงไม่ได้ เพราะไม่คิดว่าทุกอย่างจะลงเอยแบบนี้ นี่มิใช่สิ่งที่เขาคาดหวังเอาไว้ ดวงตาของเขาเลื่อนลอย มองไม่เห็นความหวังอีกต่อไป หนทางข้างหน้ามีเพียงความมืดมนที่รอเขาอยู่ ในตอนนั้น ขันที

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 66 สะสางความแค้น

    ในขณะที่รุ่ยอ๋องกำลังจมปรักอยู่ในห้วงความทรงจำที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ลู่ฟางหนิงก็ยกดาบในมือขึ้นก่อนจะจ่อไปที่ลำคอของเขา โจวหยางเทียนไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางถึงต้องการเอาชีวิตเขามากขนาดนี้ หรือว่าภาพความทรงจำที่ปรากฏให้เขาเห็นนั้นเคยเกิดขึ้นมาก่อน“ข้ากับเจ้าไม่เคยมีความแค้นต่อกัน เหตุใดเจ้าต้องการเอาชีวิตข้าด้วย” โจวหยางเทียนเอ่ยถามลู่ฟางหนิงด้วยความไม่เข้าใจลู่ฟางหนิงได้ยินคำพูดนั้น นางก็กดดาบลงบนลำคอของโจวหยางเทียนจนเลือดของอีกฝ่ายไหลซึมออกมา “ไม่เคยมีความแค้นอย่างนั้นหรือ ท่านอ๋องลองคิดดูให้ดีๆ ว่าเคยทำอะไรกับหม่อมฉันไว้บ้าง”“ข้ากับเจ้าไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน แล้วข้าจะทำให้เจ้าโกรธแค้นได้อย่างไร ความแค้นของเจ้า ข้าเกรงว่าคงจะสะสางผิดคนแล้วกระมัง”โจวหยางเทียนยังคงยืนกรานคำพูดเดิม แม้ก่อนหน้านี้เขาเคยวางแผนการร้ายเพราะต้องการดึงลู่ฟางหนิงกับสกุลลู่มาเป็นพวก แต่แผนการนั้นก็ไม่สำเร็จ และนางก็ไม่เคยล่วงรู้เรื่องเหล่านั้นมาก่อน นางคงไม่มีทางโกรธแค้นเขาเพราะเรื่องนี้แน่ๆ“หม่อมฉันไม่เคยลืมความแค้นนั้นลงเลยแม้เพียงชั่วอึดใจเดียว เป็นท่านที่หลอกใช้หม่อมฉัน หม่อมฉันไม่มีวันลืม!”โจ

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 65 ภาพซ้อนในอดีต

    เซวียกุ้ยเฟยกำลังนั่งจิบชาอยู่ในตำหนักอย่างอารมณ์ดี ราวกับว่าค่ำคืนนี้ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ด้านข้างยังมีนางกำนัลเข้ามาบีบนวดให้รู้สึกผ่อนคลาย ทว่าเสียงร้องโหยหวนที่ดังขึ้นทั่วทิศทางในวังหลวงช่างไม่เข้ากับบรรยากาศด้านในเอาเสียเลย“หม่อมฉันขอแสดงความยินดีกับกุ้ยเฟยด้วยเพคะ อีกไม่นานพระองค์จะกลายเป็นไทเฮาของแคว้นโจวแล้ว” นางกำนัลที่อยู่ข้างกายเซวียกุ้ยเฟยพูดประจบสอพลอไม่หยุดเซวียกุ้ยเฟยที่ได้ยินคำพูดเยินยอนั้นก็ยิ้มหน้าระรื่น พลางยกชาขึ้นมาจิบอย่างสบายอารมณ์ ทว่าพระนางมีความสุขได้ไม่นาน องครักษ์ของรุ่ยอ๋องก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “กุ้ยเฟย ยามนี้ท่านอ๋องพลาดท่าแล้ว พวกเราต้องรีบหนีออกจากเมืองหลวงให้เร็วที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”หลังจากได้รับรายงานนี้ เซวียกุ้ยเฟยที่กำลังนั่งรอฟังข่าวดีอยู่ในตำหนักถึงกับขว้างจอกชาลงพื้นด้วยความไม่พอใจ“เหตุใดถึงล้มเหลว มิใช่ว่าศึกในครั้งนี้ต้องเป็นพวกเราที่ได้รับชัยชนะมิใช่หรือ”เซวียกุ้ยเฟยโมโหมากที่บุตรชายทำการใหญ่ไม่สำเร็จ ทุกอย่างถูกเตรียมการมานานนับปี แต่โจวหยางเทียนกลับทำไม่สำเร็จ ช่างไม่เอาไหนเสียจริง!“กระหม่อมไม่มีเวลาอธิบาย

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 24 การแสดงความสามารถของลู่ฟางหนิง

    ลู่เหว่ยหรงจำต้องกลืนคำพูดสบประมาทของเขาลงคอ เมื่อดนตรีเริ่มบรรเลงและลู่ฟางหนิงได้ทำการร่ายรำเพลงดาบ การร่ายรำของนาง ไม่ว่าจะเป็นการถือดาบ กระบวนท่าที่ใช้ ลู่ฟางหนิงล้วนแสดงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ลู่เหว่ยหรงถึงกับอ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อว่าสตรีที่อยู่บนเวทีการแสดงนั้นคือน้องสาวของเขาจริงๆ“หนิงหนิ

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 23 การแสดงความสามารถ

    งานเลี้ยงฉลองวันเกิดขององค์หญิงสามกำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก หลังจากที่หลิวเฟยเอ๋อร์ทำการแสดงเสร็จสิ้น ต่อไปก็ถึงการแสดงของซูเยี่ยนหลิง ยามนี้บนเวทีการแสดงมีร่างของซูเยี่ยนหลิงในชุดอาภรณ์สีแดงฉูดฉาดกำลังร่ายรำด้วยท่าทางอ่อนช้อย อาภรณ์ของนางสะบัดพริ้วไหวเข้ากับดนตรีที่กำลังบรรเลงอย่างเป็นจังหวะการแสด

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 22 ปล้นคุกใต้ดิน

    หลังจากพรางกายเสร็จเรียบร้อย ลู่ฟางหนิงจึงลอบออกจากห้องรับรองตรงไปยังคุกใต้ดินทันที เพราะมีความทรงจำในชาติก่อน นางจึงเดินทางมาถึงคุกใต้ดินได้อย่างรวดเร็วและไม่ถูกจับได้ระหว่างทางด้านหน้าประตูทางเข้าซึ่งเชื่อมต่อลงไปยังคุกใต้ดินนั้นถูกล้อมรอบด้วยทหารยามหลายสิบนาย แต่กระนั้นก็ยังน้อยกว่าทุกๆ วันที่ผ

  • หวนคืนครานี้ไม่เป็นแล้วสตรีที่ถูกหลอกใช้   บทที่ 21 ความริษยา

    โจวหยางเทียนมองลู่ฟางหนิงด้วยสายตาอ่อนโยนพลางแย้มรอยยิ้มให้กับนางอย่างนุ่มนวล หากเป็นเมื่อก่อน ลู่ฟางหนิงคงจะลุ่มหลงเขาจนโงหัวไม่ขึ้น แต่เมื่อได้ย้อนเวลากลับมาและได้รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของบุรุษผู้นี้เป็นอย่างไร ลู่ฟางหนิงก็รู้สึกว่ารอยยิ้มที่เขาส่งมาทำให้นางรู้สึกอยากอาเจียนยิ่งนัก“เจ้าไม่เป็นอะไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status