LOGIN“จะดีไหมนะให้ยัยหวานไปดูแลแขกแทนป้าแบบนั้น”
ตวงรักบ่นเบาๆ นาวินหันมามองเธอก่อนจะเลิกคิ้ว
“อะไรนะครับป้าตวง”
“นึกเป็นห่วงคุณธงรามเค้าน่ะสิ สองพ่อลูกนั่นยิ่งเตลิดกันทั้งคู่เสียด้วย”
นาวินฟังแล้วก็อดขำไม่ได้ จะว่าไปแล้วทั้งเพลิงและหวานใจดูจะหวงตวงรักกันจริงจัง และหนักมาก...
“พี่หวานคงไม่กล้าทำอะไรแผลงๆ กับแขกคนสำคัญของป้าตวงหรอกครับ ห่วงแต่ลุงเพลิงมากกว่า”
“พวกประสาท”
ไม่รู้จะขำ หรือจะเคืองสองพ่อลูกดี ที่หวงหึงเธอกันจนเกินเลย น่าจะดูอายุกันสักหน่อย ว่าเธอปูนไหน ฝ่ายชายปูนไหน ยิ่งพ่อสามีตัวดีนั่นอีก ทำยังกับไม่รู้ใจกัน ว่าเธอเป็นอย่างไร ถึงได้มาหึงมาหวงทำยังกับว่าเธอเป็นแม่เฒ่าหัวงูกระนั้น ที่เรียกแบบนั้นเพราะสำหรับตวงรัก ธงรามเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เธอเอ็นดูและชื่นชม มากกว่าจะต่อยอดเป็นหลงใหลเกินเลย
นาวินขับรถพาตวงรักเข้ามาในตัวอำเภอ จอดรถในซอยซึ่งมีที่จอดรถไว้บริการ ก่อนจะพากันเดินเที่ยวเล่นในตลาด กว่าจะถึงร้านของภาสวินีก็มีข้าวของกันเต็มไม้เต็มมือ
ร้านแพนเค้กซาลอน เป็นตึกแถวสามชั้น ชั้นแรกและชั้นสองเปิดให้บริการลูกค้า ส่วนเจ้าของร้านซึ่งเป็นสาวประเภทสองสุดสวย แสนแซ่บกับลูกสาวบุญธรรมอาศัยอยู่ชั้นสาม ร้านของเธอเปิดบริการมาเป็นสิบกว่าปี มีพนักงานห้าคน ภาสวินีปลดระวางตัวเองเป็นคนดูแลร้าน ปล่อยให้ลูกสาวขึ้นมาเป็นช่างมือหนึ่ง สร้อยสาย อายุเท่ากับหวานใจ ถึงจะอายุน้อยแต่ฝีมือไม่ได้น้อยตามไปด้วย สร้อยสายคว้ารางวัลช่างผมระดับชาติมาได้หลายรางวัล เป็นการันตรีให้ร้านของมารดาบุญธรรม ยิ่งมีชื่อเสียงมากขึ้น
ภาสวินีกำลังคิดจะเปิดสอนช่างผม ถ่ายทอดวิชาให้กับคนที่สนใจและรักทางนี้ นำไปประกอบอาชีพ ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างร่างโครงการและเก็บหอมรอมริบกันกับบุตรสาว ภาสวินีเพิ่งจะเสียเงินจำนวนเฉียดล้านไปกับสามีคนล่าสุดที่เลิกรากันไป เกือบจะเสียมากกว่านี้แล้ว ดีที่ว่าเพลิงไปตามเอากลับมาคืนให้ได้ ต้องขอบคุณเพื่อนรักของเธอจริงๆ ที่ช่วยให้เธอได้ทรัพย์สมบัติอย่างรถยนต์คืนมา
จะว่าเข็ดไหมกับความรัก ก็เข็ดนะ แต่ยังไม่หลาบ ภาสวินีก็จะระวังมากกว่านี้ สำหรับการเปิดใจรักหนต่อไป สาวประเภทสองอย่างเธอ มักจะอาภัพเรื่องความรักกันเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งอายุอานามขนาดนี้แล้วด้วย เพลิงอบรมมาจนหูชา แถมขู่มาด้วยว่าจะให้ลูกน้องมาเฝ้าจะได้เลิกไปหาจีบผู้ชาย แหม...พ่อเพื่อนตัวดีทำตัวเป็นพ่อไปเสียทุกวันทุกวี่ แต่ก็เป็นมิตรภาพที่ยาวนานและสวยงามจริงๆ ระหว่างเธอกับเพื่อนคนนี้
“พี่แพนเค้ก” ประตูร้านเป็นประตูอัตโนมัติ ตวงรักและหลานชายเดินเข้าไปในร้านเสริมสวยของภาสวินี เพียงได้ยินเสียงของน้องสาวสุดที่รัก เธอก็เงยหน้าขึ้นมาจากจอโทรศัพท์ที่กำลังนั่งจ้องมองดูซีรีส์อย่างจดจ่อ แล้วร้องอุทานเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นกรี๊ดกร๊าดตรงไปหาตวงรัก
“อร๊าย คิดถึงหนักมากกก น้องตวงขา มาพี่ขอหอมหน่อย จุ๊บๆๆ”
แล้วก็โผเข้ากอดนาวินที่ยืนข้างๆ ตวงรักแถมด้วยพรมจูบติดๆ กัน ตวงรักกอดอก มองแล้วก็อมยิ้ม ส่วนคนที่กำลังถูกจู่โจมนั้น ต้องรีบปัดป้องพลางร้องห้ามเสียงหลง
“ป้าแพนเค้ก ที่หลานเอ๊ง”
“แหม...ป้าแก่แล้วก็ตาลายนะฮ้า”
ภาสวินีหัวเราะคิกคัก ตวงรักสั่นหน้าน้อยๆ ก่อนจะควงแขนเพื่อนรุ่นพี่ เดินขึ้นไปกันตรงบริเวณชั้นสอง ที่มีพื้นที่กันไว้สำหรับพักผ่อนในระหว่างทำงานด้วย นาวินยืนละล้าละลังอยู่ตรงนั้น สายตากวาดมองหาใครบางคน ภาสวินีแอบปรายตามอง แล้วกระแอมขณะที่เธอและตวงรักกำลังจะเดินขึ้นบันได
“เอ...ยัยหนูสร้อยนี่ช้าจริงๆ บอกให้ไปซื้อขนมจีนน้ำเงี้ยวที่ร้านป้าแก้วแค่นี้เอง ไปเกือบยี่สิบนาทีล่ะ”
“พี่สร้อยอยู่ที่ร้านป้าแก้วหรือครับ”
“อืม...ถ้าไปตามเค้าก็เอาทับทิมกรอบกับสลิ่มมาให้ป้ากับน้องตวงอย่างล่ะถุงด้วยล่ะ ป้าให้ถือตังค์ไปเผื่อล่ะ”
“ครับ”
“ว่องไวปานกามนิตหนุ่มจริ๊ง” ภาสวินีมองตามหลังชายหนุ่มแล้วหัวเราะคิก เธอก้มลงมองสบตากับตวงรัก ก่อนจะพากันอมยิ้มทั้งคู่
“วี่แววว่าพี่จะไม่ต้องไปหาหลานเขยไกลใช่ไหมคะนี่ ฮี่ๆ”
“ทางนี้มีหนุ่มที่รู้ใจอยู่หรือเปล่าหนอ”
ตวงรักเกริ่น พอจะรู้เป็นนัยอยู่บ้าง ว่าหลานชายคิดอย่างไรกับลูกบุญธรรมของเพื่อนรัก
“บ่มีเลยล่ะเจ้า” ภาสวินีทำเสียงแข็งขัน “นี่กันซีน กันท่า เบิกทางให้หลานนาวินเป็นอย่างดี เด็กกว่านิดหน่อยไม่เป็นไร ผลิตทายาทได้ ฮี่ๆ"
“พี่แพนเค้ก!”
ตวงรักทำเสียงดุ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ พวกเธอพากันนั่งบนโซฟาสบายๆ ส่วนข้าวของที่ถือมาฝากไว้ตรงบริเวณข้างล่าง ชั้นสองตอนนี้ไม่มีแขก ไม่มีพนักงานเลยกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวของพวกเธอไปโดยปริยาย
“แล้วนี่กินข้าวกินปลามาหรือยัง จะได้โทรบอกให้ยัยหนูสร้อยซื้อน้ำเงี้ยวมาเพิ่มให้”
“น่าสนใจอยู่เหมือนกัน ไม่ได้กินขนมจีนร้านนี้นานแล้ว” ตวงรักมองนาฬิกาข้อมือ
“เอาไว้เป็นมื้อเย็นก็น่าจะดี เอามาเพิ่มสักสิบชุดน่ะพี่แพนเค้ก เดี๋ยวให้นาวินจ่าย”
“เจ้านี้เจ้าประจำของเพลิงขามัน แต่ซื้อไปตั้งสิบชุด เผื่อใครด้วยล่ะคะนั่น”
“มีแขกพิเศษที่รีสอร์ตอยู่คนหนึ่งน่ะค่ะ เลยว่าจะเอาไปให้เค้าลองดูของอร่อยของเวียงฝางสักหน่อย อีกอย่างพี่เพลิงน่ะคงจะกินสองชุดแน่ๆ ล่ะคนเดียว พี่อั้มก็น่าจะสองเหมือนกันล่ะ”
“บอกให้มันเพลาๆ กินซะมั่งนะน้องตวง แก่แล้ว เดี๋ยวโรคเยอะ มาหนก่อนนี่เข้าประตูร้านพี่แทบจะไม่ได้นังอั้มน่ะ”
“ฮ่าๆ เรื่องอะไรห้ามได้นะคะ เรื่องกินคงจะห้ามพี่อั้มยากน่ะค่ะ”
“ต้องแถมเรื่องผู้ชายไปด้วยที่ห้ามมันไม่ได้” ภาสวินีว่า
“ในบรรดาเพื่อนๆ กันนี่ นังชมพู่วาสนาดีสุดเลยนะคะ ณ จุดนี้ ได้ผัวดี ผัวเด็ก เฮ้อ...อิจฉา”
“เอาน่ะค่ะพี่แพนเค้ก รักแท้มีอยู่จริงนะคะ” ตรงรักเองก็รู้เรื่องล่าสุดของภาสวินี รู้ดีว่าเพื่อนรุ่นพี่คงจะยังเจ็บปวดอยู่ เธอลูบแขนของภาสวินีเบาๆ อย่างจะปลอบ
“มีจริงแล้วเหมือนผีด้วยหรือเปล่าละคะ สำหรับพี่น่ะ” ว่าประชดตัวเองเบาๆ แล้วย่นจมูกน้อยๆ
“ถึงบุญเรื่องผัวพี่จะกุด แต่บุญเรื่องเพื่อนกับเรื่องลูกของพี่ ก็นับว่าพอจะโอเคอยู่ล่ะเนาะ เอ่อจริงสิ แล้วนี่ลูกหวานไม่มาด้วยหรือคะน้องตวง”
“รับอาสาตวงไปทำงานน่ะค่ะ”
พูดถึงลูกสาวแล้วใจก็นึกระแวงขึ้นมาแวบ ว่ายัยตัวแสบจะพาแขกพิเศษของเธอไปแบบรุ่งโรจน์ หรือรุ่งริ่งกันนะ
“เดี๋ยวน้องตวงกับนาวินนั่งเล่นกันที่ร้านนี่ไหมคะ ถ้าไม่รีบไปไหน มีธุระอะไรกันหรือเปล่าเอ่ย? พี่ว่าจะไปที่สวนส้มด้วย จะไปหาเพลิงขา”
“มีธุระคือจะมาคุยกับพี่แพนเค้กเรื่องร้านดอกไม้ด้วยน่ะค่ะว่าพอจะมีร้านแนะนำไหม ตวงจะซื้อดอกไม้กลับไปที่รีสอร์ต ไปตกแต่ง แล้วต้องใช้เยอะหน่อยก็อีกสามวัน มีแขกมาจองไว้จะจัดงานแต่งงานกับงานเลี้ยงแซยิด เจ้าประจำเค้าหยุด”
“มีค่ะ เดี๋ยวพี่จัดการให้ เค้ามีไปส่งถึงบ้านแค่เราสั่ง ของคุณภาพด้วย พี่ก็ใช้งานน้องมันประจำ ชื่อร้านขวัญหล้าเฟอร์ริส น้องตวงอยากได้อะไรบ้างละคะ จะได้ให้น้องเค้าจัดไปให้”
“อยากได้พวกดอกกุหลาบ แกลดิโอลัสเยอร์บีร่า เดซี่ ดอกไม้พื้นๆ นี่แหละค่ะ เพราะแขกไม่ได้สั่งพิเศษอะไรมา กับพวงมาลัยบ่าวสาว แล้วก็พานพุ่ม บายศรีพิธี”
“เดี๋ยวพี่ต่อสายให้ เอ่อ...พอพูดถึงร้านน้องขวัญหล้าแล้ว พี่นึกเป็นห่วงเพลิงขาจัง”
ภาสวินีเอ่ยรำพึง ตวงรักขมวดคิ้วนิดๆ ร้านดอกไม้? กับสามีเธอ ทำไมภาสวินีถึงได้นึกเป็นห่วง
“มีอะไรหรือคะพี่แพนเค้ก”
“ก็น้องขวัญหล้า เจ้าของร้านดอกไม้นี่ เมื่อก่อนที่บ้านแกก็ทำสวนส้มน่ะค่ะ แต่ว่า...พ่อกับแม่แกเสีย ก็เลยเบนเข็มมาเปิดร้านขายดอกไม้แทน พี่เพิ่งรู้ว่าคนไปซื้อคือเพลิงขา ที่ไปขลุกทำงานอยู่หลายเดือนนี้ที่ว่าจะขยายสวนส้มน่ะค่ะ”
“อ้อ...” เธอก็ยังงงอยู่ดีว่าทำไมภาสวินีถึงเป็นห่วงสามีของเธอ
“มันน่าห่วงตรงที่...เอ่อ...มันมีเจ้าที่ ที่แปลกๆ อยู่ตรงนั้นสิคะ การตายของพ่อกับแม่ของน้องขวัญหล้า มันมีเงื่อนงำ ถึงต้องเร่งขายสวน มาทำอย่างอื่นแทน เผ่นเตลิดยกครัวมาอยู่แถวๆ ใกล้เวียงแทนนี่แหละค่ะน้องตวง”
“เจ้าที่”
“ค่ะ เจ้าที่ พ่อเลี้ยงอุดม แกทำสวน...สวนอะไรก็ไม่รู้ล่ะ คนงานก็เป็นคนถิ่นอื่นที่ไม่ค่อยออกมาคุยกับใคร สวนของแกไม่รู้ปลูกอะไรมั่ง มีผลผลิตอะไรมั่ง แต่แกรวยเอา รวยเอา รวยจนน่าแปลกใจ มีคนร่ำลือแปลกๆ เกี่ยวกับสวนของแก ไม่มีใครกล้ายุ่ง หรือกล้าอยู่ใกล้กับที่ของแก บางคนก็หายไปดื้อๆ ก็มี...พี่พูดแค่นี้ น้องตวงพอจะรู้หรือยังคะ ว่าทำไมพี่ถึงห่วงเพลิงขา”
“แกทำงานผิดกฎหมายหรือคะ”
“อันนี้ก็ไม่รู้ล่ะค่ะ แต่ว่าน่าจะไม่ใช่อะไรดีๆ แน่นอนล่ะค่ะ ไม่ใช่เรื่องราวดีๆ แน่ล่ะ กับพ่อเลี้ยงคนนี้ เอ่อ...พี่ถึงนึกห่วงเพลิงขา กลัวจะไปรู้เห็นอะไร แล้ว...จะซ้ำรอยพ่อกับแม่ของน้องขวัญหล้าเข้า”
“โอ...”
ตวงรักถึงกับใจเต้นเมื่อได้ยินแบบนั้น มือของเธอเย็นเชียบเลยทีเดียว ภาสวินีถอนใจเฮือก มีสีหน้ากลุ้มขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึงเพื่อนรัก
“แต่ขืนเราไปบอกตรงๆ นะคะ คนอย่างเพลิงขาน่ะ”
“พี่เพลิงคงจะ...”
สองคนไม่ได้พูดอะไรกันต่อ เพียงแค่มองตากัน ก่อนจะพากันถอนใจ เพราะรู้จักนิสัยใจคอของเพลิงดี ยิ่งถ้าเห็นอะไรไม่ถูกไม่ต้อง เป็นพิษเป็นภัยกับสังคมแบบนี้ เขาจะทำอย่างไร
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







