LOGIN“อะแฮ่ม!”
เพลิงกระแอมเมื่อเห็นภรรยายิ้มไม่หยุดเลยตั้งแต่เช้า มื้ออาหารก็ดูจะแทบกินอะไรไม่ค่อยลงกระมังเพราะปลื้ม เขายังไม่ทันเห็นหน้าไอ้เด็กสีสันอะไรนั่นหรอก เพราะหมอนั่นเข้าห้องพักไปเสียก่อน เขากับหวานใจพากันหน้าตาตื่นเดินมาที่บริเวณล็อบบี้เช็คอินของรีสอร์ต ก็เจอแต่ตวงรักและเด็กพนักงาน ที่พากันทำหน้าเคลิ้มไปตามๆ กัน
ตอนนี้บนโต๊ะไม้สักในห้องโถงที่มักจะใช้เป็นที่รับแขกบ้าง ที่นั่งเล่นประชุมเรื่องต่างๆ ในครอบครัวบ้าง มีกองหนังสือตั้งอยู่กองหนึ่ง นามปากกาสีสันล้วนๆ เขาพอจะรู้หรอกว่า เมียรักกำลังจะทำอะไร
ไม่ได้ๆ ต้องขัดขวาง
แล้วเขาจะขวางตรงๆ ก็เกรงว่าเมียจะโกรธขึ้นมาอีก เพิ่งจะมีคดีกันไปหมาดๆ นี้ด้วยที่เขาทำหึงหวงเกินเหตุเกินที่ควรจะเป็นไป อืม...ฉะนั้น
เขาควรจะส่งตัวแทนไปขัดขวาง
ตัวแทนนั้นเห็นว่าจะต้องลงที่...
“หวาน...มานี่หน่อย พ่อมีอะไรจะคุยด้วย”
เขากวักมือเรียกลูกสาว หวานใจกับนาวินกำลังเตรียมตัวจะออกนอกบ้านกัน ยัยตัวยุ่งขมวดคิ้วนิดๆ แต่ก็เดินมาหาบิดาแต่โดยดี
“มีอะไรเหรอพ่อเพลิง”
“พ่อมีอะไรจะให้ช่วย”
“เรื่องนายสีสันนั่นหรือเปล่า?”
โอย...ต้องแบบนี้สินะลูกสาวพ่อ ไม่ทันอ้าปากก็รู้ใจแล้ว เพลิงพยักหน้า แล้วโน้มคอลูกสาวลงมาซุบซิบกันสองคน
.....................................................................................................................................................
ตวงรักมองหน้าลูกสาว ที่ขอติดสอยห้อยตามมาด้วย เธอตั้งใจจะไปขอลายเซ็นนักเขียนคนโปรด เพียงเท่านั้นแล้วจะปล่อยให้แขกคนสำคัญของเธอพักตามสบาย
“อะไรน่ะหวาน นี่พ่อสั่งให้ตามมาหรือเปล่า”
“เปล่านะแม่ หวานก็แค่จะต้องทำรายงานเกี่ยวกับรีสอร์ตน่ะ เลยจะมาสำรวจรีสอร์ตของเราให้รอบๆ ว่ามีอะไรเพิ่มเติม บริการแขกเป็นยังไง หวานมาทำการศึกษานา ไม่ได้มากันซีนใคร”
“เอาดีๆ”
ตวงรักกอดอก จ้องลูกสาวตาเขม็ง หวานใจยิ้มประจบจนตาหยี ก่อนจะก้มลงกอดและหอมมารดาฟอดๆ
“แหม...แม่อะ หวานไปด้วยเฉยๆ เอง ไม่ได้ไปป่วนอะไรจริงๆ พ่อไม่ได้สั่งด้วย พ่อน่ะบอกแล้วไงว่าจะไม่ยุ่ง เข้าใจแม่ตวงของหวานแล้ว ว่าแค่กรี๊ดเฉยๆ ไม่ได้ไปคิดเยอะกว่านั้น”
“อย่ามาทำปัญญาอ่อนเหมือนพ่อของเรานา แม่โกรธคู่จริงๆ ด้วย”
“แม่จ๋า หวานไม่ได้คิดไม่ดีกับแม่จ๋าจริงๆ นะ”
หวานใจลูบหน้าลูบหลังมารดา เธอไม่ได้คิดเท่าไหร่หรอก ก็แค่หวงตามพ่อเพลิงเฉยๆ แม่จ๋าของเธอยังสวยมาก บอกว่าอายุสามสิบต้นๆ ก็ยังน่าเชื่ออยู่ล่ะ ไม่ได้คิดเวอร์ขนาดพ่อ แต่ก็ต้องกันไว้ก่อน
“งั้นก็ดีแล้ว แม่จะไปดูแลแขกตามปรกติ แล้วก็จะไปแวบขอลายเซ็นสีสันด้วย”
ตวงรักอวดถุงผ้าที่คล้องแขนมาให้ลูกสาวดู หวานใจอ่านหนังสือคนล่ะแนวกับมารดา เธอชอบอ่านการ์ตูนมากกว่าอ่านนวนิยายแบบนี้ มือเรียวหยิบคว้าขึ้นมาเล่มหนึ่ง แล้วพลิกๆ ดู พลางย่นจมูกน้อยๆ
“มันสนุกตรงไหนน่ะแม่ นิยายของนายนี่”
“ต้องลองถึงจะรู้” มารดาเอ่ยเชิญชวน
“แล้วจะติดหนึบ”
“ไม่อะ...อ่านกินทามะของหวานต่อดีกว่า”
เธอเอาวางคืน แล้วเดินควงกับมารดาตรงไปยังรีสอร์ต
รีสอร์ตของสวนส้มตะวันฉาย แบ่งเป็นบ้านพักหลังเล็กๆ ปลูกแยกกันเล็กน้อย พอให้มีบริเวณให้แขกเป็นส่วนตัว โดยมีบริเวณบริการลูกค้าและเช็คอิน รวมถึงห้องรับประทานอาหารแยกส่วนไว้ ตกแต่งด้วยบรรยากาศธรรมชาติ หอมกรุ่นไปด้วยดอกส้มและดอกไม้ไทยๆ มีส่วนของแปลงปลูกต้นส้ม และผลไม้อีกสองสามชนิด ให้แขกเก็บกินได้ฟรี บริการพิเศษคือถ้าอยากเรียนรู้ ทดลองเป็นชาวสวนส้มแบบสนุกๆ ก็สามารถไปเป็นชาวสวนส้มตะวันฉายได้ด้วย โดยจะมีรถมารับในเวลาที่คนงานทำงานปรกติ มีการสอนให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องส้มไปด้วย เป็นกิจกรรมของทางรีสอร์ต และทางสวนส้มมีทริปเที่ยวเชียงใหม่ไว้บริการต่างหากด้วย
ตวงรักมาตรวจงานของเธอตามปรกติ เธอมักจะมาทำงานที่รีสอร์ตในช่วงสายเพราะช่วงเช้าต้องช่วยงานสามีที่สวนส้ม ก่อนเที่ยงก็จะกลับไปรับประทานอาหารกับสามีที่บ้าน ถ้าแขกเยอะก็จะมาช่วยพนักงานดูแลความเรียบร้อยอีกครั้ง แต่ส่วนมากคนทำงานเก่าแก่ก็ทำงานได้เรียบร้อยกันดี ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ นานๆ ครั้งเจอแขกแบบคาดไม่ถึงบ้างอะไรบ้าง ถึงจะมาถึงมือของตวงรักให้จัดการ
“เรียบร้อยดีนะ ปาย แขกที่เข้าใหม่มีสามหลังใช่ไหม?”
“เจ้า มีสามหลังเจ้า สองหลังพักแค่เสาร์อาทิตย์นี้ แล้วเปิ้นก็ขอลงทริปแอ่วเจียงใหม่ไว้ แม่เลี้ยงจะหื้อไผไปเจ้า อ้ายน้อยกะว่าอ้ายยุทธ”
“เอานายน้อยดีกว่า ขานั้นเอนเตอร์เทนเก่ง”
ตวงรักก้มหน้าดูบัญชี และสต็อกเพื่อตรวจตราว่ามีอะไรหมดแล้วจะต้องไปซื้อเพิ่มไหม
“แขกที่มาเมื่อเช้า เปิ้นยังบ่มีรายการอยากได้ทริปเพิ่มนะเจ้าแม่เลี้ยง”
“ก็จัดอาหารให้เปิ้นตามปรกติละกันเน้อ”
ตวงรักว่า เธออู้คำเมืองเป็นเพราะอยู่เหนือมานาน พนักงานที่นี่ส่วนใหญ่ก็พูดภาษาเมืองปนกับภาษากลางกับแขก เหมือนเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งและทำให้แขกประทับใจกับสำเนียงของทางเหนือที่หวาน ช้า ฟังแล้วอารมณ์เย็น ถึงกับมีเพื่อนของเธอที่มาจากภาคอื่น มาเที่ยวที่นี่ ออกปากว่าคนเหนือนี่พูดเพราะกันไปหมด ด่ากันเป็นหรือเปล่านะ คุยกันเพราะจริงๆ เย็นนั้นเกิดเรื่องที่สวนส้มของเธอ สามีภรรยาที่มาทำงานเกิดทะเลาะกันเสียงดัง เพื่อนของเธอฟังๆ แล้วยังหาว่าเค้าตะโกนคุยกัน...ทั้งที่ออกจะด่ากันไฟแลบขนาดนั้น เจ้าหล่อนยังฟังไม่ออกว่าเค้าด่ากัน
“ส่วนมื้อแลง (เย็น) ก็ขึ้นขันโตกตามปรกติ อาทิตย์หน้ามีแขกจองไว้เกือบเต็มอยู่ มีอะไรขาดเหลือไหม เดี๋ยวจะได้ไปเสาะ(หา) ซื้อเพิ่ม”
“มีดอกไม้ที่เฮาสั่งประจำนะเจ้า เปิ้นปิดร้านสองอาทิตย์ แม่เลี้ยงท่าจะต้องหาร้านมาส่งใหม่เน้อ”
“ต้องหื้อ(ให้)พี่แพนเค้กช่วยหา”
ตวงรักพึมพำ หวานใจได้ยินเข้าก็รับอาสา เธออยากไปหาแพนเค้กเพื่อนสนิทของมารดาและบิดา ที่เปิดร้านเสริมสวยในตัวเมือง
“หวานไปบอกป้าแพนเค้กให้เองนะแม่ อยากไปเที่ยวในเมือง”
“ดีๆ งั้นก็ช่วยแม่ซื้อของกลับมาด้วยละกัน ฝึกงานไปด้วยในตัว ไหนๆ บอกว่าตามแม่มาเพราะจำรายงานเรียนรู้งานรีสอร์ตนี่”
มารดาว่า เล่นเอายัยตัวแสบแอบย่นจมูกน้อยๆ เธอมองไปรอบๆ บริเวณรีสอร์ต แขกบางคนออกมารับประทานอาหาร และเตรียมตัวสำหรับทริปการท่องเที่ยวที่ลงไว้
เธอมองไม่เห็นนายสีสันนั่นเลยแหะ...แล้วหมอนั่นจะพักกี่วันหว่า คงจะไม่กี่วันหรอกน่า พ่อเพลิงก็ตีโพยตีพายไปเยอะจริงๆ นั่นแหละ แต่เธอก็เข้าใจพ่อแหละนะ
“เอ่อ...ขอโทษนะครับ จะมาขอเพิ่มวันพักน่ะครับ”
เสียงทุ้มๆ ดังขึ้น ขณะที่ตวงรัก ปาย และหวานใจกำลังนั่งจดรายการของขาดสต็อกกันอยู่
“อ้าว...คุณสีสัน”
มารดาของเธอยิ้มกว้างทันที สายตาของท่านเป็นประกาย ยามมองใบหน้าของนักเขียนในดวงใจ อย่าว่าแต่มารดาของเธอเลย ปายเองก็มองหน้าของเขาด้วยสายตาวิบวับเช่นกัน
จะตื่นตะลึง ปลื้มอะไรกันนัก ก็แค่...
หวานใจมองจ้องที่ใบหน้าที่ตอนนี้กลายเป็นเป้าสายตา เธอมองไล่ไปตามรูปหน้า เรือนผม คิ้ว...นัยน์ตา...ทำไมตาถึงสวยจังนะ กลมโตใสเป็นประกาย นัยน์ตาของเขาสีน้ำตาลเข้มจัด ขนตาดกสวยเป็นแพ จมูกเรียวได้รูป มีไรหนวดขึ้นนิดๆ ตามสันกราม ริมฝีปากหยักอิ่ม...สีเข้มเล็กน้อย ผมของเขายาวเคลียไหล่ สวมแค่เสื้อยืดคอย้วยกับกางเกงนอนผ้านิ่มขายาว รองเท้าคีบ ทำไมถึงได้...
อื้อหือ...
ถ้ามีกระจกส่องตอนนี้หวานใจคงจะเห็นสายตาตัวเองที่เบิกค้างนิดๆ วิบวับเป็นประกาย ยามที่มองเขาอย่างเผลอไผลเช่นกัน
“ถ้าผมจะลงพักยาว เอ่อ...”
เขานิ่วหน้าเล็กน้อย แล้วล้วงเอากระเป๋าเงินออกมา นึกคำนวณในใจว่าเงินตนเองเหลือเท่าไหร่ในธนาคารที่พกบัตรเดบิตใบนี้มาด้วย
“ประมาณเดือนหนึ่ง ต้องจ่ายค่าห้องเท่าไหร่ครับ”
เดือนหนึ่งคงจะพอทำให้เรื่องสงบลงไปได้แล้ว...หรือเปล่า นักเขียนหนุ่มคิดในใจอย่างว้าวุ่น
“เอ...”
ปายทำหน้ายุ่งเล็กน้อย เพราะไม่เคยมีลูกค้ามาขอพักนานขนาดนี้มาก่อน เธอรามือจากงานชั่วคราว แล้วหันมามองหน้ากับเจ้านาย ส่วนหวานใจถึงกับชะงักไปเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าศัตรูหัวใจแบบมโนเตลิดไปเองของบิดาจะอยู่ที่รีสอร์ตนี่นานมากขนาดนั้น
“ว่ายังไงคะแม่เลี้ยง เราจะคิดเรทราคายังไงดี”
“อืม...” ตวงรักคำนวณตัวเลขในใจคร่าวๆ เธอไม่อยากคิดราคาสูงจนเกินไปนัก
“จะมาพักนานขนาดนี้ จะมาเขียนงานนอกสถานที่หรือคะ”
“ก็...” ธงรามยิ้มนิดๆ เขาหัวแกรกๆ เขาไม่ค่อยโกหก นานครั้งนานหน พอคิดจะโกหกก็คิดไม่ออก เลยได้แต่หลบตา แล้วก็ทำท่าวุ่นวายไปหมดแบบนี้
เห็นว่าชายหนุ่มดูอึดอัดใจ เธอเลยไม่ได้ถามต่อ จึงบอกเรทราคาไป แล้วบอกว่าเขาสามารถเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่ไปในเมือง หรือจะให้คนงานมาขี่ให้ก็ได้ไปรับส่งให้ได้ ธงรามตกลง พร้อมกับควักบัตรเดบิตออกมาจ่าย เขาดูจะเครียดตอนที่ปายนำไปรูด แต่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อมันผ่านโดยดี
เขากลัวว่าความแตกแล้วจะมีเรื่อง กระทบมาถึงเขา แน่ล่ะมันกระทบแน่นอน ไปทำเรื่องใหญ่ไว้ขนาดนั้น ไม่รู้ว่าป่านนี้มารดาจะเป็นยังไงบ้างนะ นายลักษณ์จะจัดการสถานการณ์แบบไหน โอย...คิดแล้วก็กลุ้มใจจริงๆ
หน้าตายุ่งๆ ของเขาตกอยู่ในความสังเกตสังกาของหวานใจ ที่ชักจะได้กลิ่นแปลกๆ เกี่ยวกับพ่อขวัญใจของมารดาเธอคนนี้เข้าเสียแล้ว
เอ...
หรือว่าที่มาหลบๆ ซ่อนๆ ที่รีสอร์ตของเรานี่ไปทำอะไรไม่ดีมาหรือเปล่านะอีตาคนนี้
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







