เข้าสู่ระบบวันนี้ขิมมานอนค้างที่อู่ของไท เพราะเป็นคืนก่อนออกเดินทางไปเที่ยว ทริปเขาใหญ่ครั้งนี้กำหนดออกเดินทางกันตอนตีสาม ทุกคนจะมารวมตัวกันที่อู่เพื่อเตรียมของและเดินทางพร้อมกัน
ทริปนี้ไม่ได้มีแค่ไท ไหม ขิม ปอ และเพชร แต่ยังมีเพื่อนสมัยมหาลัยของไทอีกสองสามคน ซึ่งเป็นผู้ชายสองคนและผู้หญิงสองคน ทุกคนช่วยกันจัดเตรียมเต็นท์และของกินสำหรับการปิ้งย่างอย่างสนุกสนาน
พอถึงเวลาตีสาม ทุกคนก็เริ่มเดินทางมารวมตัวกันที่อู่ของไท ผู้คนมากมายทำให้บรรยากาศคึกคักขึ้นมาเป็นพิเศษ
ขณะที่ไทกำลังก้ม ๆ เงย ๆ เช็คสัมภาระหลังรถกระบะอยู่ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาสวมกอดไทจากด้านหลังแบบไม่ทันตั้งตัว
"ไท! เจนคิดถึงมากเลย ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีใช่มั้ย"
"อะ…เอ่อ สบายดีเจน" ไทพูดแล้วมองมาที่ขิมกลัวว่าเธอจะคิดไปไกล
ไหมที่เห็นเหตุการณ์ก็รีบกระซิบกับขิมทันที "นั่นพี่เจน เป็นเพื่อนสมัยมหาลัยของเฮียไท กูดูออกว่าชอบเฮียกูจะมาต้องนานแล้วแต่เฮียกูคิดแค่เพื่อน สวยไม่เท่ามึงมันก็ลำบากหน่อยนะ"
ขิมพยักหน้าเบา ๆ แต่ในใจก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อยกับภาพที่เห็นตรงหน้า
ไทแกะเจนออกจากตัว แล้วเดินมาแนะนำเพื่อน ๆ ทุกคนให้ขิมและไหมรู้จัก
"นี่ไอ้สองคน คือ... ขิมกับไหม ไหมน้องสาวแท้ๆ กู ส่วนขิมเป็นเพื่อนไหม"
"ส่วนคนนี้ชื่อ เจน นิว ตั้ม โก้ นะขิมไหม"
"สวัสดีค่ะ" ทั้งขิมไหมพนมมือไหว้แล้วสวัสดี
เพื่อนใหม่ของไทที่เป็นผู้ชายคนหนึ่งก็แซวขิมขึ้นมา "โห! น่ารักว่ะ มีแฟนหรือยังครับคนสวย ถ้ายัง...พี่จีบได้มั้ยเนี่ย"
ไทที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำท่าหวงก้างรีบเอามือมาโอบไหล่ขิมแล้วพูดเหมือนเป็นเจ้าของ
"นี่ เด็กกู อย่ามาเสือกไอ้ตั้ม"
ขิมรีบผละออกจากไทเพราะความเขิน"เด็กเดิกอะไรเฮีย ยังไม่ผ่านด่านหนูเลยนะ ไม่ได้เป็นอะไรกันเลยด้วยซ้ำ อย่ามามั่ว!"
เพื่อน ๆ ของไทต่างก็หัวเราะคึกครืน "อ้าว!!!เสียดายเลย ไอ้ไทมึงไปหามาจากไหนวะ น้องน่ารักมากๆ"
"พอดีกูเก็บมาจากถังขยะวะ ฮ่าๆ ไปๆ ขึ้นรถกันได้แล้ว"
เจนที่ได้ยินบทสนทนาที่คุยกันทั้งหมด ก็ถึงกับ หน้าบิ้งตึง เธอจึงรีบบอกให้ทุกคนขึ้นรถเดินทางกัน
"ใช่ ไปกันเถอะอย่ามัวแต่เสียเวลา เดี๋ยวจะถึงสายเอา"
ไทเดินมาที่รถกระบะของตัวเอง แล้วตั้งใจเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับให้กับขิม
"มานี่ขิม มึงมานั่งหน้ากับเฮียมา" ไทบอก
แต่เจนกลับรีบเดินเข้ามาแทรกขิมที่กำลังจะเดินไปนั่งข้างคนขับพอดี
"ไท! ฉันขอนั่งข้างหน้าได้ไหม ฉันเมารถอะ นั่งข้างหลังแล้วจะอ้วก พี่ขอนั่งนะขิม"
ไทมองหน้าขิมเพื่อขอความเห็น ขิมที่ไม่อยากมีปัญหาในทริปตั้งแต่เริ่มต้น ก็พยักหน้าอนุญาตให้เจนไปเพื่อตัดปัญหาความรำคาญใจ
"ไม่เป็นไรหรอกเฮีย... ให้พี่เจนเขานั่งเถอะ... เดี๋ยวหนูนั่งข้างหลังกับไหมก็ได้"
"ขอบคุณนะคะน้องขิม"
ขิมจึงยอมเดินไปนั่งกับไหมที่เบาะหลังตลอดการเดินทาง เจนพยายามชวนไทพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ ในสมัยอดีตอย่าง พยายามทำให้ขิมที่นั่งข้างหลังรู้สึกเป็นส่วนเกิน แต่ขิมก็ทำเป็นเฉย ๆ ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดพวกนี้เลย
ไหมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ขิมก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจแทน
"ขิมกูไม่ชอบอีป้าลูซี่นี่เลยวะ พยายามจะรื้อฟื้นอดีตจังเลยนะ รู้ว่าอยู่ในสมัยยุคดึกดำบรรพ์เมื่อสิบล้านปีที่แล้วอะ น่ารำคาญสะจริง" ไหมกระซิบกับขิม
ขิมยิ้มตอบพยายามกลั้นขำออกมา "ไอ้ไหมกูขำคำว่าป้าลูซี่ มึงก็ช่างสรรหาคำมาพูดเนอะ ฮ่าๆ ช่างเขาเถอะ! ดูไปก็ตลกดี กูไม่คิดมากอยู่แล้ว"
"มึงไม่คิด แต่กูคิดจ้ะอีแม่ชี"
พอเดินทางไปได้ครึ่งทาง ทุกคนก็แวะพักที่เซเว่นเพื่อซื้อขนมและเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวกัน ขิมไปเข้าห้องน้ำเสร็จก็ออกมายืนรอทุกคนที่หน้าเซเว่น
สักพักไทก็เดินออกมาจากเซเว่นพร้อมกับเจนพร้อมขนมที่เต็มมือ เขาเดินตรงมาหาขิม แล้วยื่นขนมปังห่อหนึ่งให้เธอ
"อะขิม กินซะ จะได้มีแรง ถึงเขาใหญ่จะได้ไม่หิว!"
ขิมรับขนมปังมา "ขอบคุณค่ะเฮีย"
ไหมรีบโวยวายทันที "อ้าว! ไหนของน้องล่ะ ให้แต่ไอ้ขิม น้องในไส้ไม่สนใจเลยรึอย่างไง เดี๋ยวจะฟ้องพ่อกับแม่"
ไทเอามือขยี้หัวไหม "โอ๋ๆ ซื้อมาให้เหมือนกันทำเป็นน้อยใจไปได้ ขนมเต็มถุงนู่น มึงไม่ต้องมาดราม่า"
"จ้า..ขอบคุณมากจ้าเฮีย"
เจนที่เห็นไทแสดงความสนใจแต่ขิมอยู่ตลอดเวลาก็เริ่มรำคาญ
"ไท! รีบขึ้นรถกันเถอะ เดี๋ยวจะไปสายกว่านี้นะ พวกเพื่อนๆ มันรอออกรถกันอยู่" เจนเร่งให้ทุกคนออกเดินทางต่อ
ไทพยักหน้ารับ แล้วทุกคนก็กลับขึ้นรถเพื่อมุ่งหน้าสู่เขาใหญ่ โดยที่ไทก็ยังคงไม่ลืมที่จะหันมายิ้มให้กับขิมที่นั่งอยู่เบาะหลัง ก่อนจะออกรถไป
รถกระบะของไทวิ่งออกจากเซเว่น มุ่งหน้าต่อไปยังเขาใหญ่ การเดินทางในช่วงแรกยังคงราบรื่น แต่พอเริ่มเข้าสู่บริเวณที่เป็นทางขึ้นเขาและมีโค้งเยอะ ๆ อาการของคนที่นั่งเบาะหลังก็เริ่มออก
เจนที่นั่งเบาะหน้าข้างไท ก็ยังคงพยายามชวนไทคุยอย่างต่อเนื่องถึงเรื่องราวสมัยเรียนที่ทั้งคู่เคยสนิทกันมาก ทำให้ไทต้องหันไปพูดคุยกับเธอเป็นระยะ
ขิมที่นั่งอยู่เบาะหลังเริ่มรู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วน ใบหน้าเริ่มซีดเผือดรู้สึกพะอืดพะอม
"ไหม...กูว่า...กูเริ่มเมารถแล้ววะ..." ขิมกระซิบไหมเสียงเบา
ไหมเองก็พยักหน้าด้วยใบหน้ายับยู่ยี่ไม่แพ้กัน "กูก็เริ่มไม่ไหวแล้ววะ...เวียนหัวชิบหายเลย กลิ่นแอร์มันอับ ๆ ด้วย เฮียมียาดมบ้างไหม" ไหมตะโกนถามพี่ชายที่เบาะหน้า
ไทรีบเอื้อมมือไปค้นกระเป๋าที่เบาะหลัง "แป๊บหนึ่งเฮียไม่มียาดมติดรถเลยวะไหม"
เจนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ทำสีหน้าขยะแขยงออกมา เธอหันมามองขิมกับไหมที่กำลังทำหน้าจะอาเจียน
"อย่าพึ่งอ้วกนะยะ ช่วยทน ๆ ไปหน่อย เดี๋ยวก็ถึงแล้ว" เจนพูดอย่างรังเกียจ แล้วล้วงกระเป๋าถือของตัวเอง
"นี่! ยาดม เอาไป แล้วนี่ถุง ถือไว้ด้วยนะ ถ้าจะอ้วกก็อ้วกใส่ถุงให้เรียบร้อย" เจนยื่นยาดมและถุงพลาสติกใสให้
ไหมรับยาดมมาแล้วยื่นให้ขิมก่อน "ขอบคุณมากคะ ใจดีม๊ากมากเลย" ไหมตอบกลับแบบประชดประชัน
ไทเหลือบมองเหตุการณ์ผ่านกระจกมองหลังแล้วรู้สึกหงุดหงิดกับพฤติกรรมของเจน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะกำลังขับรถอยู่บนทางขึ้นเขา
"ไหวไหมขิม? อดทนหน่อยนะเดี๋ยวก็ถึงข้างบนแล้ว"
ขิมสูดดมยาดมเข้าปอดเต็มแรง แล้วพยักหน้าเบา ๆ พยายามสงบสติอารมณ์ไม่ให้ของที่อยู่ในกระเพาะออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับรถของไท
2 ปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหก!เป็นเช้าวันสำคัญที่ขิมรอคอยมาตลอดชีวิต วันที่เธอจะได้รับปริญญาเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว แต่บรรยากาศในห้องนอนหลังอู่ตอนนี้กลับไม่ได้ดูเหมือนวันมงคลเอาเสียเลย ขิมในชุดกระโปรงซับในสีขาว ผมทำทรงเกล้าเนี๊ยบกริบ หน้าจัดเต็มสวยกว่าทุกวันไหนๆ กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้ง หายใจหอบถี่จนตัวโยน"เฮีย... อ๊ะ! เร็วๆ หน่อย ขิมใกล้ต้องไป... ไปรวมแถวแล้วนะ!" ขิมเม้มปากแน่น พยายามค้ำยันโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้เครื่องสำอางราคาแพงต้องกระจัดกระจาย"แป๊บหนึ่งดิขิม ก็มึงสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหววะ!" ไทในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่รั้งลงไปอยู่ที่สะโพก กำลังซ้อนหลังกระแทกกระทั้นแกนกายใส่เมียรักอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะ"ทำไมเดี๋ยวนี้ มันเต็มไม้เต็มมือยิ่งกว่าเก่าวะ… ซี้ดด""อื้อออ... เฮียไท! อย่าทำรอยที่คอนะ ขิมปิดรองพื้นเหนื่อยนะ…อ๊ะๆ" ขิมหันไปดุเสียงหลง แต่ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านไทไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขาซุกหน้าลงกับไหล่เนียน สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวของขิมอย่างหิวโหย "รอยน่ะไม่
วันนี้เป็นวันที่ขิมออกจากโรงพยาบาล ไทขับรถกระบะคู่ใจบึ่งไปมารับ ขิมดูสดใสขึ้นมากแม้จะยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ กองทัพลูกน้องของไทก็นำโดยไอ้กัส ต่างพากันโห่ร้องต้อนรับเมียเจ้านายกลับบ้านกันยกใหญ่"ยินดีต้อนรับกลับครับน้องขิม อู่เงียบเหงาอย่างกับป่าช้าเลยตอนน้องขิมไม่อยู่เนี่ย" กัสตะโกนแซว จนไทต้องหันไปชี้หน้าคาดโทษแต่แอบอมยิ้มออกมาขิมเดินลงจากรถมาด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็น ไหม ยืนรออยู่หน้าห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไหมยืนกุมมือตัวเองแน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนอยู่มหาลัย ตอนนี้มันกับสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิด"เฮียไปเช็กอะไหล่แป๊บ ทั้งสองเคลียร์กันเองนะ" ไทเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเลี่ยงไปหาไอ้กัสบรรยากาศเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ไหมจะก้าวเข้ามาหาขิมช้าๆ "ขิม... มึง...""ว่าไงมึง..." ขิมทักเสียงเรียบ"ขิม กูขอโทษ" ไหมพูดพรวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะ "กูแม่งเป็นเพื่อนที่แย่มากเลยว่ะ ที่ไม่ฟังมึง แถมยังมองมึงด้วยหางตาแบบนั้นอีก ทั้งที่กูรู้ดีที่สุดว่ามึงรักเฮียไทแค่ไหน แต่กูดันหูเบาเชื่อรูปโง่ๆ นั่น กูขอโทษมึงจริงๆ นะมึงจะตบหน้ากูคืนก็ได้นะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล ขิมเริ่มมีหน้าสดใสขึ้น ไทที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาทั้งคืนก็เริ่มปฏิบัติล้างแค้นไอ้ภาค เขาหันไปหาขิมที่กำลังนั่งกินโจ๊กอยู่"ขิม... เฮียขอยืมโทรศัพท์ขิมหน่อยดิ" "เอาไปทำไมอ่ะเฮีย จะเช็คแชทขิมเหรอ?" ขิมขมวดคิ้วสงสัย"เปล่าๆ เฮียแค่อยากดูว่าไอ้ภาคมันส่งอะไรมาอีกมั้ย จะดูแชทเฉยๆ " ไทยิ้มกริ่ม ขิมที่ตอนนี้เชื่อใจไทเต็มร้อยก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดีพอได้เครื่องมา ไทก็รีบเดินออกไปนอกระเบียงห้องพักฟื้นทันที เขาไม่ได้แค่จะเช็คแชท แต่เขากำลังจะล่อเหยื่อให้ติดกับไทกดเข้าแชทของภาคที่เคยทิ้งข้อความระยำไว้ แล้วพิมพ์เลียนแบบสไตล์ขิมส่งไปทันทีขิม (ไทพิมพ์) : "ภาค... ขิมขอโทษนะเรื่องวันนั้นที่รีบกลับ วันนี้ขิมจะไปหาที่คอนโดตอนบ่ายๆ นะ เฮียไทเขาไม่อยู่เขาไปดูงานที่ต่างจังหวัด ขิมคิดถึงภาคจัง"เพียงไม่ถึงนาที ภาคที่จ้องโทรศัพท์อยู่แล้วก็ตอบกลับมาอย่างไวภาค: "จริงเหรอขิม ภาคก็คิดถึงขิม ภาคจะรอนะครับประตูไม่ได้ล็อค เข้ามาได้เลย""หึ...มึงเตรียมตัวขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดแบบเซอร์ไพรส์ได้เลยไอ้เหี้ยภาค" ไทแสยะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีไทรีบกดโทรหา ไอ้กัส ลูกน้องคนสนิททันที "กัส!
ไทรีบพุ่งตัวเข้าห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างบางของขิมนอนสลบอยู่ตรงแทบเท้า ตรงทางเข้าประตูห้อง เธอคงพยายามจะเดินไปนอนแต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวจนฟุบลงไปกองกับพื้น"ขิม! ขิม! ตื่นๆ มึงอย่าล้อกูเล่นแบบนี้ดิ" ไทถลาเข้าไปช้อนร่างขิมขึ้นมาประคองไว้บนตัก มือหนาสั่นเทาไปหมดเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อที่ร้อนจัดจน ขิมหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกและไร้การตอบสนอง"อย่าเป็นอะไรนะขิม"ไทไม่รอช้า เขาอุ้มขิมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งลงจากคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต อุ้มเธอขึ้นรถกระบะแล้วบึ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในหัวเขาตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่มีความโกรธ มีแต่คำว่า "ขออย่าให้ขิมเป็นอะไร" วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆหลังจากที่พยาบาลเข็นเตียงขิมเข้าห้องฉุกเฉินไป ไทก็นั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย"ญาติคุณขิมใช่ไหมครับ?" หมอถาม"ครับหมอ เมีย... เอ่อ แฟนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ไทรีบเด้งตัวขึ้นถาม"คนไข้มีอาการไข้สูงมากครับ สาเหตุหลักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนัก เหมือนไม่ได้ทานอะไรเลยมาหลายวัน แถมยังมีส
เป็นเช้าอีกวันของสัปดาห์ต่อมา ที่ขิมไม่มีไทอยู่ข้างกาย เธอข้างลากสังขารที่ไม่สู้ดีมาที่มหาลัย วันนี้เธอแต่งหน้ากลบความโทรมมาอย่างดีแต่ดวงตามันยังฟ้องว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงทุกวัน ระหว่างที่กำลังเดินเข้าคณะ รถกระบะคุ้นตาที่เธอเคยนั่งทุกเช้าก็เลี้ยวเข้ามาจอดไม่ไกลจากเธอหัวใจขิมเต้นรัวด้วยความหวังว่าไทจะมาง้อ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอเหมือนโดนฟ้าผ่าที่กลางใจซ้ำสอง ไทขับรถมาส่งไหม แต่ที่เบาะข้างคนขับนี่สิกลับมี ผู้หญิงหน้าตาสวยสะดุดตา กำลังนั่งยิ้มแย้มอยู่ตรงนั้น ตำแหน่งที่เคยเป็นของเธอมาโดยตลอดเวลาที่ผ่านมาขิมยืนนิ่งงัน มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่แตกสลาย 'แค่สามวัน... เฮียมีคนใหม่แล้วเหรอ? ไหนบอกว่ารักหนูนักหนาไงไอ้เฮีย ขิมเม้มปากแน่นก่อนจะรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงเข้าไปในตึกเรียนทันที น้ำตามันรื้นขึ้นมาจนมองทางเดินแทบไม่ชัดทางด้านบนรถ ไทมองตามแผ่นหลังบางของขิมไปจนสุดสายตา สภาพขิมที่เขาเห็นเมื่อกี้มันดูแย่จนใจเขาไขว้เขวไปหมด ทั้งผอมลงทั้งดูซึมอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่ขิมคนเดิมเลย"ไอ้ไท... คนนั้นเหรอวะที่ทำให้มึงเป็นบ้าแดกเหล้าเหมือนน้ำเปล่าอยู่สามวันน่ะ?" จอย ลูกพี่ลูกน้องสาวสวยที
เช้าวันรุ่งขึ้น ขิมลากสังขารที่แทบจะดูไม่ได้ไปมหาลัย ตาที่เคยกลมโตบวมเป่งจนแทบจะปิด สภาพจิตใจของเธอในตอนนี้มันยับเยินยิ่งกว่าตอนที่โดนภาคทิ้งร้อยเท่าพันเท่า เพราะตอนนั้นเธอแค่เสียหน้า แต่ตอนนี้เธอเสียคนที่รักที่สุดไปเพราะความโง่และใจอ่อนของตัวเองทันทีที่เดินเข้าห้องเรียน ขิมเห็นไหมนั่งอยู่มุมเดิม เธอรีบเดินเข้าไปหา หวังว่าเพื่อนจะช่วยเป็นกาวใจให้เธอได้บ้าง"ไหม... มึง ฟังกูก่อน..." ขิมเรียกเสียงแผ่วแต่สิ่งที่ได้รับคือ ไหมมองด้วยหางตา ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปก้มเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่แยแส กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านจนเพื่อนคนอื่นในห้องยังสัมผัสได้ ขิมใจหายวาบ... ไหมคงรู้เรื่องนี้แล้วชัวร์ และที่สำคัญ ไหมก็คงต้องเลือกข้างไทอย่างแน่นอน"ไหม... มึงโกรธกูหรอ กูอธิบายได้นะ" ขิมยังไม่ยอมแพ้ พยายามสะกิดแขนเพื่อน"อย่ามาแตะ กูไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างมึงขิม เฮียกูอุตส่าห์ตั้งใจรักมึง แต่มึงกับทำกับเขาแบบนี้เนี่ยนะ ทุเรศวะ" ไหมสะบัดมือออกไม่ให้ขิมจับ"มึงกับเฮียกำลังเข้าใจกูผิดนะ…เดี๋ยวกูให้ดูแช…" ขิมยังไม่ทันพูดจบ ไหมก็พูดตัดบทขึ้นมา"มึงไม่ต้องมาอธิบายอะไรหลอก ภาพมันฟ้องขนาดนั้น""เฮ้ย เป็นไรกันวะ
เวลา 05:30 นาฬิกาไทตื่นตั้งแต่เช้ามืดราวตีห้าครึ่ง ไม่ใช่เพราะความสดชื่น แต่เป็นเพราะว่าเขานอนไม่หลับต่างหาก!เมื่อคืนเขาต้องนอนเตียงเดียวกับไอ้เด็กที่ชื่อ ภู ที่เขาไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่แรกเห็น แถมไอ้ภูนี่มันนอนดิ้น ชิบหายเลย ดิ้นจนไทแทบจะตกเตียงไปหลายรอบ จนเขาหงุดหงิดมากไอ้แม่เย* กูไม่ได้นอนเพรา
พอทั้งสองเดินชมสวนกินลิ้นจี่เล่นกันจนหนำใจและกำลังจะเดินลงไป พ่อของขิมก็มาตามไทและขิมลงไปบ้านพอดี เพราะตอนนี้พวกญาติ ๆ มาถึงกันหมดแล้วพอลงไปถึง ขิมก็เจอกับพวกลุงป้าน้าอา และลูกพี่ลูกน้องของเธอเต็มไปหมด มี พี่ผา ที่อายุมากกว่าขิม คงจะอายุเท่าเฮียไท กับ ภู ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นม. 5 ทั้งสองหนุ่มเป็นค
วันนี้เป็นวันเดินทางกลับช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ ขิมขนและไทช่วยกันขนของขึ้นรถกระบะเพื่อจะเดินทางไปต่างจังหวัดในโซนภาคเหนือ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของขิมไหมเดินมาช่วยด้วยพร้อมกระเป๋าเดินทางเล็ก ๆ ของตัวเอง"ไปหาพ่อแม่ใช่มั้ยไหม ให้เฮียไปส่งเปล่า" ไทหันไปถามน้องสาวไหมรีบปฏิเสธ "ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวหนูไปเอง เฮียกั
ขิมตื่นแต่เช้าลุกจากเตียงขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปมหาลัยอย่างเร่งรีบ เมื่อคืนไททำเธอเพลียจนแทบหมดแรงเลย พอเธอแต่งตัวเสร็จก็เดินเข้าไปปลุกไทที่นอนขี้เซา อยู่บนเตียง ท่าทีดูไม่ยอมตื่นเอาง่ายๆแน่"เฮีย!!! ตื่นๆๆๆๆ"ขิมทั้งส่งเสียงดังทั้งเขย่าตัว ไทก็ไม่ยอมตื่น"เฮียไท! ตื่นได้แล้ว! หนูจะไปมหาลัยสาย







