Mag-log in"ไม่เอานะคะคุณแม่ ไม่เอานะสายป่าน จะบ้าแล้วหรือไง ให้พี่ใส่ชุดวาบหวิวขนาดนี้เนี่ยนะ"
"แล้วพี่จะใส่ชุดยัยป้าแก่ ๆ ไปพบแขกหรือไงล่ะพี่"
"พี่ก็ชอบแต่งตัวแบบนี้อยู่แล้ว แล้วจะเปลี่ยนสไตล์เพื่ออะไรล่ะ"
"พี่ ถ้าว่าที่เจ้าบ่าวเห็นสภาพพี่แล้วใครจะเอาล่ะ คิดสิคิด"
"งั้นหาชุดอื่นที่วาบหวิวน้อยกว่านี้หน่อย พี่ไม่ใช่เธอนะที่จะแต่งตัวแบบนี้แล้วทำตัวได้อย่างสบายใจ ถ้าพี่ให้เธอใส่ชุดของพี่บ้างเธอจะยอมไหม"
"เรื่องมากจริง ๆ เลย"
"งั้นก็เอาชุดที่มันไม่โป๊มากมาให้พี่"
"หนูไม่มีหรอกนะ ชุดแม่ชีแบบนั้นน่ะ"
"งั้นพี่จะใส่ชุดพี่ดีกว่า เดี๋ยวจะหาตัวที่ดีที่สุดก็แล้วกัน แม่อย่าบังคับเม็ดพลอยนะ ไม่งั้นเม็ดพลอยไม่แต่งแน่ค่ะ"
"งั้นก็รีบ ๆ หน่อยล่ะ ใกล้ได้เวลาแขกจะมาเยี่ยมแล้ว"
ลูกไม้เดินลงมานั่งรอแขก ก่อนที่แขกจะมาถึงหลังจากนั้นสิบนาที
"สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับนะคะคุณนาย คนนี้หรือคะลูกชายของคุณหญิงที่จะให้แต่งงานกับลูกสาวของฉันน่ะค่ะ"
"ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ" หลังจากที่ชิดจันทร์เชิญแขกคนสำคัญนั่งลงกันแล้ว ทั้งสามแม่ลูกก็พากันมองว่าที่เจ้าบ่าวด้วยความแปลกใจ
"ลูกชายของคุณนายพิการหรือคะ ขอโทษนะคะที่เสียมารยาทถามไปแบบนั้น"
"เพิ่งกลับจากเมืองนอกได้ครึ่งปีเองค่ะ คิดว่าจะให้ไปสานต่อธุรกิจโรงแรมของครอบครัว แต่พอมาถึงไทยก็ดันมาประสบอุบัติเหตุก่อน ก็เลยเป็นแบบที่เห็นนี่แหละค่ะ"
"อ๋อ แล้วนี่เดินไม่ได้เลยหรือคะ"
"เดินได้ปกติค่ะ ร่างกายทุกอย่างปกติดี แต่เพราะตาบอดก็เลยต้องให้นั่งรถเข็นเอาน่ะค่ะ ถ้าออกมาข้างนอกที่ไม่ใช่บ้าน ลูกชายของฉันยังไม่ชิน"
"ตาบอด!" ทั้งสองแม่ลูกอุทานออกมาพร้อมกัน ยกเว้นเม็ดพลอยที่ได้แต่มองไปทางว่าที่เจ้าบ่าวด้วยความเห็นใจ
"ถ้าอยากจะยกเลิกการแต่งงาน ทางเราก็ไม่ขัดหรอกนะคะ เพราะคงไม่มีใครจะอยากแต่งงานกับคนตาบอดหรอกจริงไหม"
"ได้สิคะ แต่งได้ค่ะ ไม่มีปัญหาเลย จริงไหมจ๊ะเม็ดพลอย" ชิดจันทร์เอื้อมมือไปแตะหลังมือเล็ก แล้วทำท่าทีว่าให้กำลังใจ แต่กลับแอบจิกนิ้วไปที่หลังมือเล็กทันที
"ค่ะ…ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาค่ะ" เม็ดพลอยรีบรับคำทันที เพราะแม่เลี้ยงของเธอเอาเล็บจิกที่หลังมือเธอจนเจ็บ
"แต่เพราะลูกชายของฉันเป็นแบบนี้ ก็มักจะหัวเสียบ่อย แถมมีอารมณ์รุนแรงด้วยนะคะ ถ้าลูกสาวคุณรับได้ก็โอเค"
"แหม…คุณนายคะ รับได้สิคะ ลูกสาวฉันตกลงปลงใจมาแล้ว คงไม่เปลี่ยนใจแล้วล่ะค่ะ"
"ดีเลยค่ะ แต่อย่ามาเปลี่ยนใจทีหลังนะคะ ไม่งั้นเงินค่าสินสอดที่ทางเราให้ไปจะต้องคืนฝ่ายเราเป็นสองเท่าค่ะ"
"คุณแม่คะ" เม็ดพลอยทำสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด ในใจก็กังวลไปต่าง ๆ นานา แต่ดูเหมือนแม่เลี้ยงของเธอจะไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าเธอจะเป็นยังไง
"ไม่เปลี่ยนใจหรอกค่ะ ว่าแต่คุณผู้ชายไม่มาด้วยหรือคะ" ชิดจันทร์มองไปที่ร่างแกร่งของว่าที่ลูกเขยที่สวมหน้ากากอนามัยและสวมแว่นดำมิดชิดบนรถเข็นด้วยความเวทนาอยู่ในใจ
"ติดประชุมน่ะค่ะ ฉันก็เลยต้องมากับลูกแค่สองคน แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องข้อตกลงหรอกนะคะ คุยกับใครก็เหมือนกัน ว่าแต่ทางคุณจะเรียกค่าสินสอดเท่าไหร่คะ"
"ก็ขอแบบสมน้ำสมเนื้อหน่อยนะคะ สักสามสิบล้านน่ะค่ะ"
"คุณแม่!" เม็ดพลอยหันไปมองดูแม่เลี้ยงของตัวเองด้วยความตกใจ ถึงจะรู้ว่าตระกูลนั้นร่ำรวยมหาศาล แต่ก็ไม่คิดว่าจะเรียกสินสอดมากมายขนาดนี้ "ถ้าเกิดว่าเม็ดพลอยไม่ไหวก็ต้องจ่ายหกสิบล้านเลยนะคะ"
เม็ดพลอยรีบกระซิบกระซาบมารดาทันที เงินขนาดนี้กะจะไม่ให้เธอปลีกตัวออกมาเลยสินะ
"เธอก็ต้องทนให้ได้สิ ท่องไว้นะ บ้านน่ะ บ้านหลังนี้ ถ้าเธอไม่ทำตามก็หาเงินสามสิบล้านมาให้ฉัน แล้วฉันจะยกบ้านหลังนี้ให้"
"เอ่อ...มีอะไรกันหรือเปล่าคะ"
"อ๋อ…พอดีลูกสาวบอกตกลงนะคะ ถ้าได้ค่าสินสอดตามที่ขอ"
"แค่สามสิบล้านบาทไม่มีปัญหาเลยค่ะ แต่ว่ามีข้อแม้นะคะ"
"ว่ามาเลยค่ะ"
"งานแต่งทุกอย่าง ฝ่ายเจ้าสาวต้องเป็นฝ่ายจัดการนะคะ เพราะเงินที่เราให้ไปก็มากพอสมควรแล้ว"
"โอ๊ยคุณนาย จะจัดให้ยุ่งยากทำไมคะ ขอแค่ค่าสินสอดกับจดทะเบียนสมรสก็พอค่ะ พอดีเป็นคำสั่งเสียของสามีฉันเอง เพราะฉะนั้นแต่จดทะเบียนก็พอแล้วล่ะค่ะ แต่ต้องจดทะเบียนสมรสนะคะ เพราะฉันจะได้แน่ใจว่าลูกสาวของฉันจะอยู่อย่างสุขสบาย ไม่โดนครอบครัวคุณนายทิ้งขว้างน่ะค่ะ " ชิดจันทร์รีบเอาคนที่เสียชีวิตมาอ้างเพื่อให้อีกฝ่ายเกรงใจ
"แบบนั้นก็ได้ค่ะ เพราะทางเราก็ไม่อยากให้มันเป็นข่าวใหญ่เหมือนกัน แล้วทางคุณสะดวกจะให้เจ้าสาวมาอยู่ที่บ้านของเราเมื่อไหร่คะ"
"สะดวกทุกเมื่อค่ะ ค่าสินสอดมา ตัวเจ้าสาวก็ไป"
"งั้นเดี๋ยวอีกสองวันทางเราจะมารับตัวเจ้าสาวไปนะคะ แล้วอีกสองวันเราจะมาพร้อมกับค่าสินสอดเป็นเงินสดสามสิบล้านบาทค่ะ"
"ขอบคุณมากนะคะที่สละเวลามาหาถึงนี่ ยังไงก็ฝากลูกสาวด้วยนะคะ"
"ทางนี้ก็เหมือนกันค่ะ ถ้าแต่งงานแล้วก็อย่าคิดว่าลูกชายของเราเป็นภาระเลยนะคะ"
"แหม ใครจะคิดแบบนั้นล่ะคะคุณนาย จริงไหมเม็ดพลอย"
"ค่ะ"
"งั้นทางเราขอตัวกลับเลยนะคะ อีกสองวันจะมาใหม่ค่ะ"
"ไม่อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนละคะ อาหารเราเตรียมไว้เยอะแยะเลย"
"ขอบคุณนะคะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ พอดีมีธุระต้องไปต่อ ไว้โอกาสหน้านะคะ"
หลังจากแขกของบ้านขึ้นรถแล้ว ชายหนุ่มร่างสูงที่สวมแว่นอยู่ก็ถอดแว่นดำออกด้วยความหงุดหงิด
"ยัยป้าคนนั้นขายลูกกินชัด ๆ เลยนี่ครับแม่ จู่ ๆ ก็ติดต่อเรามาเพื่อจะยกลูกสาวให้ คิดว่าทางเราไม่กล้าปฏิเสธเพราะเป็นผู้มีพระคุณของคุณพ่องั้นสินะครับ"
"ทำไงได้ล่ะ อดทนไปก่อนเถอะ ทำตามแผนที่เราได้คุยกันไว้ เพราะพ่อของเด็กคนนั้นกับพ่อของลูกเป็นเพื่อนสนิทกันด้วย แม่เชื่อว่าไม่นานเด็กคนนั้นก็ทนอยู่บ้านเราไม่ไหวหรอกลูก"
"เงินแค่สามสิบล้านมันแค่เศษเงินของเราครับแม่ แต่ผมหงุดหงิดใจมากกว่าที่พวกเราอาจจะถูกมองว่าดูโง่ในสายตาของคนพวกนั้น"
"พอไม่มีสามีคุมกะลาหัวก็เลยเร่ขายลูกสาวเพื่อแลกเศษเงินไง ตระกูลนั้นคงตกต่ำไปมากเลยล่ะ แต่เราก็ต้องทำตามไปก่อน เพราะคุณทรงยศเป็นผู้มีพระคุณกับครอบครัวเรามาก ยังไงก็ทนไปก่อนนะลูก เดี๋ยวเด็กคนนั้นก็คงทนไม่ไหวเองแหละ"
"แต่จดทะเบียนนี่สิครับ ผมน่ะไม่อยากผูกมัดด้วยพันธะบ้า ๆ แบบนี้หรอกนะครับคุณแม่ ผมยังอยากใช้ชีวิตแบบอิสระ ไม่ใช่มาจดทะเบียนเพื่อผูกมัดอะไรกับใครแบบนี้"
"คนพวกนั้นคงคิดแผนสูง คงกะจะเอาสมบัติของตระกูลเราด้วยแน่ ๆ แต่ไม่แต่งงานแล้วคิดดูเถอะ พอเราบอกว่าให้ฝ่ายนั้นจัดงานแต่งเองก็รีบบอกไม่ต้องจัดทันที คงเพราะไม่อยากเสียเงินแม้แต่บาทเดียวล่ะสิ แค่คิดก็น่าสมเพชแล้ว แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอก เชื่อเถอะว่าไม่เกินสองเดือน เด็กคนนั้นคงจะทนอยู่บ้านเราไม่ไหวแล้วเผ่นแนบไปเองนั่นแหละ"
"ขอให้มันจริงเถอะครับแม่ แถมยังต้องแสดงเป็นคนตาบอดอีก โคตรจะอึดอัดเลย"
"เราค่อยแก้ปัญหาไปทีละเรื่องแล้วกัน เพราะยังไงก็ทนได้ไม่เกินสองเดือนหรอก เต็มที่เดือนเดียวก็เหลือทน"
"ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้นะครับ จืดชืดไร้รสนิยมมาก แค่ผมเห็นแวบแรกก็ไม่อยากมองด้วยซ้ำ ไม่แปลกใจเลยที่ถูกมาจับคลุมถุงชน ถ้าเป็นเด็กอีกคนที่เป็นน้องสาวยังดูดีกว่าเยอะเลย แบบนั้นคงจะน่าสนุกบ้าง แต่ก็เอาเถอะครับ ผมจะหลับหูหลับตาทำ ๆ ไปก็แล้วกัน"
"ส่วนเรื่องจดทะเบียน ถ้าฝ่ายนั้นไม่ได้เร่ง ผมไม่จดนะครับ ปล่อยเลยตามเลยไปก็ยิ่งดี เพราะผมไม่อยากมีประวัติเสียแบบนั้นด้วย โดยเฉพาะกับผู้หญิงพรรค์นั้น"
"ตอนนี้ถ้าฝ่ายนั้นเรียกร้องอะไรมา เราก็ได้แค่ทำตามเท่านั้น แต่แค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละลูก เพราะถ้ามันเป็นคำขอของครอบครัวผู้มีพระคุณ เราก็ต้องทำตามน้ำไปก่อน เดี๋ยวพวกนั้นมันก็แพ้ภัยตัวเองเองนั่นแหละ"
"นี่มันเวรกรรมอะไรของผมกันนะ กลับมาเมืองไทยแค่ครึ่งปีก็ต้องโดนจับมาคลุมถุงชนแบบนี้ ดีนะที่ฝ่ายนั้นไม่ขอเรียกร้องให้จัดงานแต่งยิ่งใหญ่ ไม่งั้นผมได้อับอายขายขี้หน้าแน่"
"เพราะแม่รู้ไง แม่ถึงได้โยนให้ฝ่ายนั้นเป็นคนจัดงานะแต่งงานเองเพราะพวกขี้เหนียวแบบนั้นไม่มีทางยอมเสียเงินหลายล้านเพื่อจัดงานแต่งที่ใหญ่โตหรอก"
"ครับ ผมก็อยากให้มันถึงไว ๆ เหมือนกัน จะได้จบเรื่องเร็ว ๆ สักที"
"นี่ไง ผู้หญิงที่จ้องจะจับคุณธามไทน่ะ""คนนี้จริงหรือเปล่า ทำไมถึงดูไร้รสนิยมจัง ใช่หรือเปล่า จำผิดหรือเปล่า ถึงคุณธามไทจะตาบอด แต่คุณธามไทก็หน้าตาดีมากเลยนะ ใช่แน่หรือ?""ใช่สิ คนนี้แหละ ตอนเห็นที่ห้องครัวเมื่อวานก็ตกใจเหมือนกัน นึกว่าจะสวยและดูดีกว่านี้เสียอีก ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณธามไทจะนอนร่วมเตียงได้ลงน่ะ""ก็คุณธามไทตาบอดนี่นา แต่ก็น่าตกใจจริงแหละ แล้วดูการแต่งตัวเข้าสิ แทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นลูกคุณนะ""คุณหนูอะไรกันล่ะ คุณหนูตกอับล่ะสิ""ยัยนั่นจะรู้หรือเปล่าว่าคุณธามไทน่ะมีแฟนอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยังอยู่ต่างประเทศ""ถึงจะรู้หรือไม่ก็ไม่สำคัญหรอก เพราะยังไงสักวันก็ต้องโดนเฉดหัวออกไปจากที่นี่อยู่แล้ว"เม็ดพลอยที่กำลังปัดฝุ่นอยู่ตรงชั้นหนังสือของบ้านก็แอบได้ยินการสนทนาทุกประโยคของแม่บ้านสาวทั้งสองคน แต่จะบอกว่าแอบได้ยินก็คงจะไม่ใช่ เพราะดูเหมือนทั้งสองคนจะจงใจพูดให้เธอได้ยินมากกว่าก็ไม่แปลกสำหรับเขาที่จะมีแฟน แต่การที่เขาต้องแยกจากกับแฟนแบบนี้ สาเหตุก็คงเป็นเพราะการแต่งงานครั้งนี้แน่ ๆเม็ดพลอยทำหน้าเศร้า เธอเพิ่งรู้ความจริงจากปากของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี เรื่องที่ความจริงแล้วแม่เลี
"รับไปสิ""ค่ะ" เม็ดพลอยรับซองถุงยางป้องกันไปมือไม้สั่น เธอไม่จำเป็นต้องกังวลว่าเธอจะทำหน้าตายังไง เพราะชายตรงหน้าไม่มีทางที่จะเห็นเธออยู่แล้ว แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ยังไม่คลายความกังวลอยู่ดี"เอ้า! สวมสิ จะชักช้าลีลาอยู่ทำไม ฉันอยากปลดปล่อยเต็มทนแล้ว หรือเธอไม่อยากให้ฉันใส่หรือไง""มะ…ไม่ใช่นะคะ เดี๋ยวเม็ดพลอยจะใส่เดี๋ยวนี้แหละค่ะ"มือเล็กแกะซองถุงยางมือไม้สั่น แล้วที่ต้องใช้ปากสวมเข้าไป เธอจะต้องทำยังไงบ้างยังไม่รู้เลย"ช้าจังล่ะ อย่าบอกนะว่าทำไม่เป็น""เป็นค่ะ""แค่เอาถุงยางใส่ แล้วใช้ปากรูดลงไปมันจะยากตรงไหนกัน เอ้า เร็วเข้าสิ!""เข้าใจแล้วค่ะ"มือเล็กรีบใช้ถุงยางครอบที่ส่วนหัว ก่อนจะค่อย ๆ ใช้มือรูดไปตามแก่นกายที่แข็งชันอยู่ตรงหน้าสีหน้าของคนตัวเล็กดูกังวลเล็กน้อย กังวลว่าเธอจะทำได้ไม่พอใจเขา กังวลว่าเธอจะทำได้ไม่ดีพอสองมือเล็กกอบกำที่แก่นกายใหญ่ พยายามบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่น"ไม่รู้จะสั่นอะไรนักหนา เมื่อคืนยังไม่ชินอีกหรือไง แบบนี้คงต้องทำบ่อย ๆ สินะ เพราะฉันไม่ชอบผู้หญิงที่ไม่ประสีประสาด้วยสิ ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันเบื่อจนต้องเฉดหัวไล่ออกไปจากบ้านหลังนี้ซะก่อน เธอก็ต้องรีบช่ำชองให้
ขาเรียวเล็กที่ไร้เรี่ยวแรงก็อ่อนปวกเปียกด้วยความเหนื่อยล้า เม็ดพลอยจับไหล่แกร่งที่โน้มตัวเข้ามาแนบชิดกับเรือนร่างของเธออีกครั้ง พลางนึกในใจว่าเมื่อไหร่มันจะจบลงสักทีถึงแม้ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน แต่คนที่อยู่ตรงหน้าเธอก็ไม่มีทางรับรู้ได้ว่าเธอเหนื่อยแสนเหนื่อย เพราะถึงเธอจะทำหน้าตาทรมานแค่ไหน คนตรงหน้าก็ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อยู่แล้ว"ออกไปจากตัวฉันได้ละ" หลังจากที่เขาถอนแก่นกายออกจากตัวเธอ มือหนาก็ผลักร่างนุ่มนิ่มไปที่เตียงอีกฝั่ง ตอนนี้แค่ขยับร่างกายก็แทบจะไม่ไหว เพราะเธอมีเซ็กส์กับเขายาวนานจนเธอไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันนานขนาดไหนกันเม็ดพลอยค่อย ๆ พยุงตัวเองที่ยังเปลือยเปล่าลงจากเตียงช้า ๆ พอเท้าเล็กสัมผัสกับพื้น ความเจ็บแปลบก็ทำให้เธอเสียววาบไปทั่วร่างกาย จนเธอต้องร้องออกมาเสียงดังอย่างลืมตัว"โอ๊ย!" "เสียงดังน่ารำคาญจริง ๆ เลย เงียบหน่อยได้ไหม คนจะนอน!""ขอโทษนะคะ" เม็ดพลอยรู้สึกทรมานจนน้ำตาไหล พลางมองไปที่เตียงเพื่อดูว่าคนที่เพิ่งพรากเอาความสาวของเธอไปกำลังทำอะไรอยู่ เม็ดพลอยชะงักไปเล็กน้อยที่เขาหันหน้ามานอนทางนี้ แต่เงาของแสงไฟก็ทำให้เธอมองเห็นใบหน้าเขาไม่ชัดอยู่ดีถึงจะรู้ว่าเขาหันมา
"อ๊ะ!" มือใหญ่จู่โจมทันทีเมื่อพูดจบ เขาไม่รอให้คนตรงหน้าได้ตั้งตัวอะไรทั้งนั้น เพราะเขาค่อนข้างหงุดหงิดที่คนตรงหน้ายังแสดงอาการตื่นกลัวไม่เลิก นี่เขาต้องแกล้งทำเป็นไม่เห็นทั้ง ๆ อยากจะพูดใส่เหลือเกินว่าเลิกทำทีว่าตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่องได้แล้วเพียงแค่สัมผัสแรก เม็ดพลอยก็สะดุ้งโหยง เพราะมือหนาเคล้นคลึงเนินอกอวบอิ่มของเธออย่างไม่ปรานี มันรู้สึกเจ็บมากกว่ารู้สึกดีเสียด้วยซ้ำ"เลิกตัวสั่นสักทีสิวะ ทำอย่างกับไม่เคยอยู่ใกล้ผู้ชายอยู่ได้ น่าตลกสิ้นดี!"แสงไฟสีส้มสลัวข้างหัวเตียงแม้จะสว่างไม่มาก แต่มันก็สว่างพอที่จะทำให้เขาเห็นคราบน้ำตาของคนใต้ร่างได้อย่างชัดเจน"ขอโทษจริง ๆ ค่ะ" เพียงแค่สัมผัสแรกที่เขาแตะต้องเนื้อตัวเธอ มันทั้งรุนแรงและเจ็บแปลบแทบไม่มีความอ่อนโยนเลยสักนิด เม็ดพลอยพยายามแข็งใจและกัดฟัน เพราะมือหนากำลังเคล้นคลึงหน้าอกเธออย่างแรงเงาดำของร่างสูงที่คร่อมตัวเธออยู่ดูน่ากลัวมาก เม็ดพลอยรีบหลับตาทันที เมื่อเห็นคนตัวใหญ่กำลังถอดเสื้อนอนออก หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเพราะเป็นครั้งแรกที่เธอได้ใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามมากขนาดนี้"ตัวแข็งทื่อขนาดนี้ฉันจะมีอารมณ์ได้ยังไง""ขอโทษค่ะ""เลิกพูดคำว่าขอโ
หลังจากเม็ดพลอยเข็นรถเข็นอาหารออกไปนอกห้องแล้ว เธอก็เหลือบไปเห็นเด็กอายุประมาณหกถึงเจ็ดปี กำลังแอบอยู่ตรงกระถางตกแต่งดอกไม้ขนาดใหญ่ที่มุมหนึ่งของบ้าน แล้วแอบชะเง้อมองเธอเป็นระยะ ๆ ด้วยความสนใจ"หนุ่มน้อยมาทำอะไรตรงนี้ครับ แล้วคุณพ่อคุณแม่ไปไหน หลงทางมาหรือเปล่า" เม็ดพลอยจึงเดินเข้าไปทักทายทันที เพราะเธอรู้สึกเอ็นดูในความช่างสงสัยของเด็กน้อยตรงหน้า"เธอเป็นใครน่ะ เข้าไปในห้องอาธามได้ไง""ทำไมถึงพูดไม่เพราะแบบนี้ล่ะคะ ไม่น่ารักเลยนะ เป็นเด็กต้องพูดเพราะและพูดมีหางเสียงกับผู้ใหญ่สิคะ ไหนลองพูดให้พี่ฟังหน่อยสิคะ ต้องพูดครับลงท้ายด้วยนะ จะน่ารักมากเลย""เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน ฉันเป็นใหญ่ในบ้านหลังนี้นะ ทุกคนรวมถึงคนใช้ต่างก็ก้มหัวให้ฉันทั้งนั้น เธอเป็นใครถึงได้มาสั่งฉันแบบนี้""เรียกไม่เพราะอีกแล้วค่ะ ทุกคนที่ทำงานในนี้ไม่ใช่คนใช้นะคะ เรียกพ่อบ้านแม่บ้านจะดีกว่าค่ะ ถ้าพูดแบบที่พี่สอนจะน่ารักมากเลยค่ะ""เธอเป็นแฟนอาธามสินะ" เด็กชายตัวเล็กที่น่าจะเอาแต่ใจพอสมควรและคงจะถูกทุกคนตามใจจนเคยชินแน่ ๆ กำลังยืนกอดอกจ้องมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า"ประมาณนั้นค่ะ ว่าแต่หนุ่มน้อยรู้จักพี่ด้วยหรือคะ""แด๊
"มะ...ไม่จริงค่ะ เม็ดพลอยไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะคะ แล้วไฟในห้องนี้เม็ดพลอยก็ปิดหมดแล้วจริง ๆ ค่ะคุณธาม เม็ดพลอยไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องโกหกคุณธามเลยนะคะ""งั้นก็เลิกตัวสั่นได้ละ ก่อนที่ฉันจะหมดอารมณ์""ขะ…เข้าใจแล้วค่ะ" เม็ดพลอยรีบข่มอารมณ์อย่างเต็มที่ เธอจะต้องทำตัวเองให้ปกติที่สุด 'แค่หยุดตัวสั่นเองเม็ดพลอย เธอต้องทำได้อยู่แล้ว ส่วนหน้าตาจะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ เพราะยังไงเขาก็ตาบอด ห้ามอาย…ห้ามอายเด็ดขาด เธอต้องทำได้สิ'เม็ดพลอยให้กำลังใจตัวเองอยู่ในใจพลางหลับตาปี๋ เธอพยายามเกร็งตัวอย่างสุดฤทธิ์เพื่อให้บังคับตัวเองไม่ให้สั่นมือแกร่งทั้งสองข้างจับไหล่เล็กแล้วผลักเธอลงเตียงอีกครั้ง ก่อนจะสบถออกมาด้วยความหัวเสีย"ตัวแข็งเป็นท่อนไม้แบบนี้จะให้ฉันเอาเธอลงได้ยังไงวะ ออกไปจากเตียงฉันเดี๋ยวนี้! เธอทำให้ฉันหมดอารมณ์นะ จำไว้ด้วยว่าคืนนี้อย่าให้เป็นแบบนี้อีก ถ้าไม่อยากให้ฉันต้องใช้กำลังจะลองทำแบบตอนนี้ดูก็ได้นะ""ขอโทษนะคะ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ" เม็ดพลอยรีบลุกออกจากเตียงอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจเธอรีบไปหยิบเสื้อผ้าและชุดชั้นใน แล้วไปยืนแอบอยู่มุมหนึ่งของห้องและใส่เสื้อผ้าไปเงียบ ๆ ถึงตอ





![เจ้าสาวจัดดอก [PWP] + [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

![เมียแต่ง [PWP] + [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)